สู่วิถีอมตะ - บทที่ 797 บังอาจแตะต้องผู้ชายของข้า ตายซะ
โอวหยางจั๋วรื่อเห็นเจียงผิงอันกระเด็นไป ก็เตรียมเผด็จศึกใน
กระบวนท่าเดียว
เขาดำเนินวิชากระบี่ กฎเต๋าเซียนและหลากอักขระปรากฏบนใบ
กระบี่ ทั่วร่างดุจแปรเปลี่ยนเป็นคมกระบี่ไร้เทียมทาน แผ่บรรยากาศ
ดุดันแรงกล้าเยี่ยงดวงตะวัน
เขามีแก่นกระบี่ปฐมกาลในกาย ผสานกลมกลืนกับวิชากระบี่และ
เต๋ากระบี่ ต่อให้เป็นเซียนมนุษย์ร่วมระดับก็ยังยากประมือเขาเท่า
เทียม นับประสาอะไรกับผู้ฝึกตนที่ยังไม่บรรลุเซียนคนหนึ่ง
“รับความตายเสีย!”
ขณะที่โอวหยางจั๋วรื่อกำลังจะออกกระบี่จู่โจมเจียงผิงอัน ปราณ
ในกายพลันลดฮวบ การโจมตีชะงักกลางคัน
เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าตนห่างเหินไปจากกระบี่ในมือ ความ
เข้าใจต่อเต๋ากระบี่ก็ถดถอย
“เกิดอะไรขึ้น!”
โอวหยางจั๋วรื่อเสียความสุขุมเช่นเซียนพึงมี สีหน้าแปรเปลี่ยน
มหันต์สู่ความลนลาน มิอาจสัมผัสแก่นกระบี่ปฐมกาลในกายได้
ประหนึ่งเสียพรสวรรค์ของเขาไป!
โอวหยางจั๋วรื่อพลันนึกถึงวาทะก่อนหน้านี้ของเจียงผิงอันได้ อีก
ฝ่ายบอกว่าเขาจะเสียพรสวรรค์ไป
ดวงตาของเขาแดงก ่า ถลึงจ้องเจียงผิงอันดุจดวงเพลิงคู่ แผด
ประกายวาวโรจน์อย่างเดือดดาล “เจ้าทำอะไรเซียนผู้นี้!”
ในหลุมลึกบนพื้นหล้า เจียงผิงอันค่อย ๆ ลุกขึ้นปาดคราบเลือด
“ในเมื่อเจ้าอยากสู้ ข้าก็จะสู้กับเจ้า จ่ายอายุขัยหมื่นปีลบพรสวรรค์
เจ้าเสีย คุ้มค่าแล้ว”
เมื่อครู่ที่ปราณของเขาอ่อนกำลัง ก็เพราะเขาถูกสูบอายุขัยไป
ชายชราที่ถูกสร้างจาก ‘เวียนกำเนิด’ ใช้วิชาต้องห้ามริบ
พรสวรรค์ผู้อื่นได้ เนื่องจากโอวหยางจั๋วรื่อเป็นเซียน ผลกรรมที่
เกี่ยวข้องทรงพลังอย่างยิ่ง จึงต้องจ่ายด้วยอายุขัยหมื่นปี เสียเวลาไป
ครึ่งชีวิตเขา
“สารเลว! เซียนผู้นี้จะสับเจ้าเป็นหมื่น ๆ ชิ้น!”
เมื่อรู้ว่าพรสวรรค์ของตนหายไปเพราะเจียงผิงอันจริง ๆ หัวใจ
ของโอวหยางจั๋วรื่อก็เปี่ยมล้นด้วยจิตสังหาร ปราณชวนสะพรึงถา
โถมดุจคลื่นพายุ กระหน ่าทำลายบริเวณรายล้อม
เสียแก่นกระบี่ปฐมกาลไป เขาจะต่างอะไรกับเซียนสามัญ?
กล่าวได้กระทั่งว่า เขาเทียบชั้นเซียนสามัญทั้งหลายมิได้ด้วยซ ้า
ไป
ก่อนหน้านี้เขาอยากฆ่าเจียงผิงอันแค่เพื่อบรรลุภารกิจของสำนัก
แต่ยามนี้ เขาอยากฆ่าเจียงผิงอันเพราะความแค้นล้วน ๆ
สองฝ่ายปะทะกันอีกครั้ง พลังต่อสู้ของโอวหยางจั๋วรื่อลดลงฮวบ
ฮาบ แรงกดดันต่อเจียงผิงอันคลายตัว
นี่แลกมาด้วยอายุขัยหมื่นปีของเจียงผิงอัน หากยังมิเป็นผล เขา
คงร ่าไห้ใจสลายตายแน่นอน
แต่เนื่องจากบาดแผลสาหัสและการต่อสู้กับเซี่ยเปิ่นจวินก่อน
หน้านี้ เขาจึงยังอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาล
ไม่อยากสู้กับอีกฝ่ายแล้ว ขณะต่อสู้จึงหาโอกาสหนีไปด้วย
“คิดจะหนี! ตายที่นี่แหละ!”
ดวงตาของโอวหยางจั๋วรื่อแดงฉาน จู่ ๆ ก็ขว้างกระบี่เซียน
ออกมาสิบเล่ม สร้างค่ายกระบี่เลิศล ้ารุมล้อมเจียงผิงอัน
ในฐานะบุตรเจ้าสำนักเซียนเทียนหลาน ศิษย์ผู้หนึ่งของสำนัก
ศึกษาชางจือ จะไร้ไพ่ตายได้เช่นไร
ค่ายกระบี่นี้หยุดได้กระทั่งยอดฝีมือระดับเซียนปฐพีได้ชั่วขณะ
เป็นไพ่ตายช่วยชีวิตของโอวหยางจั๋วรื่อ แต่ยามนี้เขาไม่มัวคิดมาก
แค่อยากฆ่าเจียงผิงอันผู้ทำลายพรสวรรค์ของเขาเพียงเท่านั้น
การเสียพรสวรรค์เท่ากับเสียอนาคต ภายหน้าเป็นได้เพียงเซียน
สามัญ ชั่วชีวิตไร้โอกาสทะลวงขอบเขต
ความแค้นอันอัดแน่นทำให้โอวหยางจั๋วรื่อเสียความเยือกเย็นไป
กระบี่เซียนทั้งสิบกลุ้มรุมเจียงผิงอัน ปราณอันน่าสะพรึงกลัวทำ
ให้เจียงผิงอันขนลุกซู่ สีหน้าแปรเปลี่ยนฉับพลัน
กระบี่เซียนทั้งสิบล้วนเป็นศาสตราเซียน แม้จะมีคุณภาพเพียง
ระดับเซียนมนุษย์ แต่เมื่อผนึกกำลังก็เทียบชั้นอาวุธวิเศษระดับเซียน
ปฐพีได้อย่างชัดเจน
การที่ผู้ฝึกตนขอบเขตเซียนมนุษย์ทั่วไปจะใช้ศาสตราเซียน
ปฐพีสักชิ้นนั้นยากเย็น และการผสานกระบี่เซียนเช่นนี้ก็กลบจุดบอด
นั้น สามารถแผลงฤทธิ์ของมันได้เต็มที่
เจียงผิงอันแข็งแกร่งมากจนประมือยอดฝีมือขอบเขตเซียน
มนุษย์ได้ก็จริง แต่เขาไม่อาจปราชันศาสตราเซียนปฐพีเช่นนี้ได้!
จบสิ้นแล้วสิ
หัวใจของเจียงผิงอันร่วงหล่นสู่ตาตุ่ม
ยามนี้ ต่อให้ระเบิดศาสตราเซียนทั้งหมดที่มี ก็มิอาจเปลี่ยนจุด
จบได้ แค่ยืดเวลาตายไปอีกหน่อยเท่านั้น
เขาต้องตายแล้วหรือ?
เจียงผิงอันผ่อนลมหายใจยาว สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็น
สุขุมสุดขีด จ้องตรงมาที่โอวหยางจั๋วรื่อ
ต่อให้ต้องตาย เขาก็จะลากอีกฝ่ายตายตกตามกัน มิขอตาย
เปล่า
“บังอาจแตะต้องผู้ชายของข้า! วอนตาย!”
หนึ่งเสียงคำรามเลื่อนลั่นกลางเวหา คลื่นจำนงศึกอันน่า
สะพรึงกลัวหลากเข้าใส่
โอวหยางจั๋วรื่อซึ่งกำลังจะลงมือกับเจียงผิงอันสังเกตพบปราณ
แข็งแกร่งนี้ก็สีหน้าเปลี่ยน ตวัดสายตาจ้องมองตามเสียงไปโดยพลัน
สตรีผู้หนึ่งในเกราะรบจำนงศึกปรี่เข้ามาอย่างรวดเร็ว เนินอก
มหึมาสะท้านเทิ้มรุนแรงด้วยความเร็วสุดขั้ว ดวงตาเปี่ยมล้นด้วยจิต
สังหาร
เพียงพริบตาก็พุ่งมาตรงหน้าเขาแล้ว
เจียงผิงอันเรียกสตรีผู้นี้อย่างตกตะลึง “ศิษย์พี่หญิง!”
คนผู้นี้มิใช่ใครอื่น นอกจากเหมียวเสีย ศิษย์พี่หญิงใหญ่แห่ง
สำนักเซียนอวี่หวง
มิใช่ศิษย์พี่หญิงใหญ่ทำความเข้าใจเต๋าเซียนอยู่ในวิหารเทพชา
งจือหรือ? ไฉนมาอยู่ที่นี่ได้?
เหมียวเสียปรี่เข้ามาเงื้อดาบเซียนฟาดฟันโอวหยางจั๋วรื่ออย่าง
บ้าคลั่ง
โอวหยางจั๋วรื่อรีบชักสิบกระบี่เซียนมาสู้กับเหมียวเสียพลางถอย
หนี
“เวร! กระทั่งมีผู้ช่วยมาด้วย!”
หากโอวหยางจั๋วรื่อไม่เสียพรสวรรค์ไป เขาก็ไม่กลัวเหมียว
เสียเลยสักนิด แต่ขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป พรสวรรค์ของเขาหด
หาย พลังต่อสู้มลายสิ้นไปเจ็ดส่วน
เจียงผิงอันพาร่างบาดเจ็บของตนขนาบโจมตีโอวหยางจั๋วรื่อร่วม
กับศิษย์พี่หญิงเหมียวเสีย สองแรงประสานย่อมแข็งแกร่งกว่าสู้ลำพัง
เหมียวเสียสู้พลางตำหนิเจียงผิงอัน “เจ้าบื้อตัวเหม็น เจ้ามิได้อยู่
ลำพังเสียหน่อย อย่าเอาแต่แบกทุกอย่างไว้คนเดียวสิ หัดพึ่งศิษย์พี่
หญิงผู้นี้บ้าง เข้าใจหรือไม่?”
เดิมที ประโยคนี้กินใจสุดแสน แต่เมื่อออกมาจากปากเหมียวเสีย
ผู้นี้ เจียงผิงอันกลับรู้สึกพิกลยิ่ง
“ศิษย์พี่หญิง รู้ได้เช่นไรว่าข้าอยู่ที่นี่?”
เขาไม่ได้บอกเรื่องนี้กับศิษย์พี่หญิงสักคำ อีกฝ่ายหาเขาเจอได้
อย่างไร?”
“ข้าทิ้งยันต์ติดตามไว้กับเจ้า เห็นเจ้าหายไปไม่กลับมาตั้งนาน ก็
นึกว่าเจ้าย่องไปหาหญิงคนป่าที่ไหน เลยตามมาน่ะสิ”
เหมียวเสียเอ่ยหยอก ดวงตาของนางชำเลืองเจียงผิงอันอย่างสุด
ตกใจ เจ้าบื้อนี่แข็งแกร่งจนปราชันเซียนด้วยกายมนุษย์ได้แล้วหรือ
“ยันต์ติดตาม? ไฉนข้าไม่ยักรู้? แปะไว้แต่ยามใด?”
เจียงผิงอันงุนงงยิ่งนัก ตัวเขาไม่เห็นมียันต์อะไรสักแผ่น
“ก่อนหน้านี้ยามเจ้าสลบใส่ศิษย์พี่หญิงผู้นี้ ข้าก็แอบวาดมันที่คอ
เจ้า ปกติมองไม่เห็นหรอก มีแต่คนวาดเท่านั้นแหละที่จะรับรู้ได้ ฮี่ ๆ”
เจียงผิงอันพลันประจักษ์แจ้ง อย่างนี้นี่เอง
โชคยังดี ศิษย์พี่หญิงวาดยันต์นี้ไว้ล่วงหน้า หาไม่แล้ว หากวันนี้
ไร้ผู้มาช่วย เขาได้ตายจริง ๆ แน่
เมื่อเห็นทั้งสองเสวนาราวโลกนี้มีเพียงเรา โอวหยางจั๋วรื่อก็เดือด
ดาลในใจ สองคนนี้มิได้ใส่ใจเขาจริงจังเลย
หากมิใช่เสียพรสวรรค์ไป คงให้สองคนนี้ชดใช้สถานหนักไป
แล้ว!
แต่ยามนี้ เขาทำได้เพียงต้องหาทางหนี
การต่อสู้ระหว่างทั้งสามดุเดือดสุดขั้ว ท้องนภาถล่มแหลก ดวง
ตะวันแดงเข้มส่ายไหวกลางจักรวาล
โอวหยางจั๋วรื่อควบคุมสิบกระบี่เซียนประมือเจียงผิงอันและ
เหมียวเสีย
เจียงผิงอันอาศัยทะเลโลหิตและพลังกลืนกินตั้งรับ เหมียวเสีย
ควบคุมกฎเต๋าเซียนโจมตี ทั้งสองประสานฤทธิ์แสนรู้ใจ
ยิ่งการต่อสู้ดำเนิน โอวหยางจั๋วรื่อผู้ควบคุมกระบี่เซียนทั้งสิบก็มิ
อาจสู้อัตราการใช้ปราณไหว กระบี่เซียนทั้งสิบเทียบได้กับหนึ่ง
ศาสตราเซียนระดับเซียนปฐพี แม้จะแข็งแกร่งแต่ก็เปลืองพลัง
มหาศาล
“หากพวกเจ้ากล้าฆ่าข้า สำนักเซียนเทียนหลานของข้ากับ
สำนักเซียนอวี่หวงของพวกเจ้าได้เปิดสงครามกันแน่! โลหิตจะนอง
เป็นธาร ผู้ฝึกตนมากมายจะตายเพราะพวกเจ้า!”
โอวหยางจั๋วรื่อลนลาน หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วเขาต้อง
หมดแรงตายแน่
เหมียวเสียกล่าวอย่างเหยียดหยาม “สำนักเซียนอวี่หวงของเรา
กลัวพวกเจ้ายามใด? บังอาจแตะต้องผู้ชายของข้า ตายซะ!”
สองสำนักกระทบกระทั่งเกินนับปี ผ่านศึกมาหลายครั้งคราวทั้ง
เล็กใหญ่ ขู่เช่นนี้ไปก็ไร้ค่า