สู่วิถีอมตะ - บทที่ 798 เสริมพลังอาวุธวิเศษให้ศัตรู
ในแดนยมโลกอันมืดหม่น กฎเต๋าเซียนแผ่รัศมีลึกลับ ประกาย
ดาบเงากระบี่พริบพราย ทะเลโลหิตสาดซัด
พลังในกายโอวหยางจั๋วรื่อหลากสิ้นไปอย่างรวดเร็วสุดกู่
“ในเมื่อพวกเจ้าจะไม่ปล่อยข้าไป! ก็ตกตายด้วยกันซะ!”
โอวหยางจั๋วรื่อรู้ว่าหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อเช่นนี้ เขามิอาจ
พ้นความตายแน่ ๆ ดวงตาจึงเผยความเด็ดเดี่ยวเฉียบขาด ส่งพลัง
ทั้งหมดที่เหลือเข้าสู่กระบี่เซียนทั้งสิบ
เจียงผิงอันสังเกตพบการเปลี่ยนแปลงปราณในกระบี่เซียน สี
หน้าก็แปรเปลี่ยนรุนแรง
เขาเคยจุดชนวนระเบิดศาสตราเซียนมามากมาย คุ้นชินกับคลื่น
พลังที่เกิดจากการระเบิดศาสตราเซียนยิ่ง จึงประจักษ์ว่าโอวหยางจั๋วรื่
อคิดระเบิดกระบี่เซียนทั้งสิบ
กระบี่เซียนทั้งสิบนี้เทียบฤทธิ์ได้กับอาวุธวิเศษระดับเซียนปฐพี
ชิ้นหนึ่ง หากพวกมันระเบิด พลังรุนแรงจากมันก็เกินรับไหว
“ถอยเร็ว!”
เหมียวเสียหน้าเสีย ตะโกนบอกเจียงผิงอัน
“เจ้าหยุดเขาไว้!”
เจียงผิงอันมิได้หนี ร่างของเขาพลันแยกเป็นสามร่าง แต่ละร่าง
ต่างยกมือขึ้น เร่งอักขระศักดิ์สิทธิ์สายความเร็วสะบัดมือวาดอักขระ
เซียนเร็วจี๋
กระบี่เซียนทั้งสิบระดับสูงอย่างยิ่ง พวกมันจะไม่ระเบิดในชั่วกาล
สั้น ๆ เจียงผิงอันจึงมีโอกาสได้วาดอักขระ
พลังทั้งหมดในกายถูกอักขระเซียนเหล่านี้ดึงออกไป พวกมัน
เหินเข้าหากระบี่เซียนทั้งสิบ ทำให้สิบกระบี่เซียนที่เจียนระเบิดพลัน
สงบมั่นคงสุดขั้ว
นี่คือ ‘วิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์’ ซึ่งสามารถยกระดับอาวุธวิเศษ
เสริมฤทธิ์ยุทธภัณฑ์ต่าง ๆ ได้
โอวหยางจั๋วรื่อซึ่งกำลังจะระเบิดกระบี่เซียนตะลึงทื่อไป
เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่ากระบี่เซียนแข็งแกร่งขึ้นอีกขั้น
เจียงผิงอันถึงกับเสริมพลังอาวุธวิเศษระดับเซียนได้!
นี่มิใช่ประเด็น ประเด็นอยู่ตรงที่เจียงผิงอันเสริมพลังอาวุธวิเศษ
ให้ศัตรูอย่างเขา!
เมื่อระดับของกระบี่เซียนเพิ่มขึ้น พลังที่เดิมทีเพียงพอจุดระเบิด
กระบี่เซียนก็กลายเป็นไม่พอ มิอาจทำให้กระบี่เซียนเหล่านี้ระเบิด
ตัวเองได้แล้ว
พลังในตัวโอวหยางจั๋วรื่อหมดสิ้น
ทั้งเหมียวเสียและโอวหยางจั๋วรื่อต่างจังงัง
แบบนี้ก็ได้ด้วยหรือ?
เจียงผิงอันผ่อนลมหายใจยาวอย่างโล่งอก โชคยังดีที่โอวห
ยางจั๋วรื่อเหลือพลังไม่มาก หาไม่ การเสริมพลังเล็กน้อยเช่นนี้ย่อมมิ
อาจเลี่ยงการระเบิดของศาสตราเซียนได้เลย
เขานำสองร่างหวนสู่โลกใบน้อย การเสริมพลังศาสตราเซียนทำ
ให้พลังของเขาถูกสูบหมดสิ้น มิอาจต่อสู้ต่อไปได้ ที่เหลือขึ้นกับศิษย์
พี่หญิงของเขาแล้ว
เหมียวเสียฉวยโอกาสนี้ใช้ ‘ร่างวิญญาณเทวา’ ที่เจียงผิงอันสอน
ให้ อาศัยพลังป้องกันเบ็ดเสร็จใช้ร่างรับสิบกระบี่เซียนแล้วโยนสู่ตะวัน
เบื้องบน
โอวหยางจั๋วรื่อสิ้นหวังจนหนทาง ทราบแล้วว่าทุกสิ่งจบสิ้น มิ
คาดเลยว่าแค่เขามากำจัดผู้ฝึกตนที่ไม่บรรลุเซียนคนเดียว นอกจาก
จะล้มเหลว ชีวิตเขายังจะสิ้นไปด้วย
เขาจ้องมองเจียงผิงอันอย่างเคืองแค้น ทุกอย่างเป็นเพราะสารเลว
นี่ เขาจึงมาถึงจุดนี้ได้ หากเจียงผิงอันไม่ริบพรสวรรค์เขา ต่อให้
เผชิญเซียนร่วมระดับ เขาก็คงไม่ตาย
“พ่อของข้าจะต้องล้างแค้นให้แน่ ไม่ช้าก็เร็วพวกเจ้าก็ต้องตาย!”
โอวหยางจั๋วรื่อแย้มยิ้มขื่น ผลาญชีวิตระเบิดตนเองทันที
ต่อให้ในกายเขาไม่เหลือพลังแล้ว พลังที่เกิดจากการระเบิด
ตัวเองของเซียนมนุษย์ก็ยังน่ากลัวอยู่ดี
เหมียวเสียพุ่งเข้าไปกอดเจียงผิงอันเพื่อปกป้องไว้ในอ้อมแขน
ทันที
ตู้ม!
แสงสีขาวสาดส่องประหนึ่งจะกลืนทุกสิ่ง เนิ่นนานจากนั้นจึงเสื่อม
สลาย
“ศิษย์พี่หญิง ทุกอย่างจบแล้ว ปล่อยข้าเถอะ เกราะมันเบียดแน่น
นัก”
เจียงผิงอันถูกเหมียวเสียกอดรัดแทบหายใจไม่ออก
เหมียวเสียปลดเกราะรบจำนงศึกบนตัว จ้องมองชายตรงหน้า
ด้วยดวงตาฉายประกายตกตะลึงและชื่นชม ร่างเป็นเพียงมนุษย์ แต่
กลับประมือเซียนได้เนิ่นนานเพียงนี้
“เจ้าก็กล้าเสียจริง ถึงกับปรี่มาสู้กับเซียน แถมยังเป็นศิษย์สำนัก
ศึกษาชางจืออีกต่างหาก โชคยังดีที่ศิษย์พี่หญิงผู้นี้มาด้วย หาไม่คง
จบสิ้นแน่แท้”
เจียงผิงอันกล่าว “ก่อนจะสู้กับคนผู้นี้ ข้าประมือกับเซียนอีกคน
มาเนิ่นนาน เพื่อจัดการกับเขา พลังที่เสียไปมากมายสักหน่อย หาไม่
คงไม่ทุลักทุเลเพียงนี้และหาโอกาสหนีได้แน่”
เหมียวเสียเหยียดยิ้ม
“ยังจะอวดโอ่ ประมือกับเซียนผู้หนึ่งได้ก็ยอดเยี่ยมแล้ว ไม่มีทาง
กำจัดเซียนได้แน่ ๆ”
“เซียนผู้นั้นมิได้แข็งแกร่ง ข้าเลยจัดการได้น่ะ”
“จ้า ๆ ผู้ชายของข้ายอดเยี่ยมที่สุด” เหมียวเสียโอนอ่อนตอบรับ
ทว่าน ้าเสียงสุดแสนขอไปที เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อสักนิด
หากมิได้เห็นกับตา กระทั่งเหมียวเสียก็เชื่อไม่ลงว่าเจียงผิงอันฆ่า
เซียนได้จริง ๆ
แม้ว่านางเองก็เป็นเซียน แต่การฆ่าเซียนด้วยกันก็มิใช่ง่าย
กาลก่อนยามสำนักเซียนอวี่หวงไล่ล่าชิวซื่อผิง เซียนมนุษย์
มากมายไล่ตามเขา รวมถึงเซียนปฐพีผู้แข็งแกร่งอย่างเหมียวจิ่งบิดา
นาง แต่พวกเขาก็ยังมิอาจจัดการอีกฝ่ายได้ แสดงชัดว่าเซียนรับมือ
ยากเย็นเพียงไร
เจียงผิงอันไหวไหล่ ไม่อธิบายมากความ เรื่องเหล่านี้หาสำคัญไม่
“ศิษย์พี่หญิง ใช้จิตสัมผัสตรวจสอบรอบข้างทีว่ายังมีโลหิตของ
เจ้านี่เหลืออยู่หรือไม่ ถึงขอบเขตเซียน ต่อให้เหลือเลือดเพียงหยดก็
ยังคืนชีพได้ ต้องขุดรากถอนโคน”
“ได้” เหมียวเสียเริ่มตรวจสอบรอบข้างแล้ว
หลังจากตรวจสอบอยู่หลายหน ก็ไม่พบโลหิตหลงเหลือ ไร้
สัญญาณชีพใด ๆ
“ดูเหมือนโอวหยางจั๋วรื่อจะระเบิดตัวตายแล้วจริง ๆ”
เหมียวเสียเหินสู่ดวงตะวัน เก็บสิบกระบี่เซียนไป
นี่เป็นชุดอาวุธวิเศษ ประสานฤทธิ์เทียบชั้นอาวุธวิเศษระดับเซียน
ปฐพี สามารถใช้ได้โดยผู้มีการฝึกฝนขอบเขตเซียนมนุษย์
“เจ้าบื้อ ไว้กลับไปข้าจะช่วยเจ้าลงตรายึดครองกระบี่เซียนเหล่านี้
เจ้าจะได้ใช้เป็นไพ่ตายช่วยชีวิตได้”
เหมียวเสียกลับมาหาเจียงผิงอันพร้อมกระบี่เซียน
“ไม่ต้อง ข้าใช้กระบี่ไม่เป็น ศิษย์พี่หญิงเก็บไว้เองเถอะ” เจียงผิง
อันปฏิเสธ
“มิได้จะให้เจ้าใช้ติดตัว จะให้ใช้เป็นไพ่ตายต่างหาก จะได้
ช่วยชีวิตตัวเองยามฉุกเฉินได้ไง” เหมียวเสียว่า
“ข้ามีไพ่ตายเยอะพอแล้ว และยังมีศาสตราเซียนกับตัวอีกสิบกว่า
ชิ้น อาวุธวิเศษพวกนี้ระดับสูงเกินไป ข้าใช้ไม่ได้หรอก”
“สิบกว่าชิ้นจะไปพออะไร… เดี๋ยวสิ! เจ้าว่าอะไรนะ! ศาสตรา
เซียนกี่ชิ้น?”
เหมียวเสียเบิกตากว้าง
“แค่สิบกว่าชิ้น” เจียงผิงอันตอบ
เหมียวเสีย “…”
ศาสตราเซียนสิบกว่าชิ้น ใช้คำว่า ‘แค่’ ได้หรือ?
“จริงหรือ? ไหนข้าดูหน่อย” เหมียวเสียไม่เชื่อเลยว่าอีกฝ่ายจะมี
ศาสตราเซียนเยอะเพียงนี้
เจียงผิงอันโบกมืออย่างราบเรียบ เผยศาสตราเซียนสิบกว่าชิ้น
แม้มันมิควรเผย แต่เหมียวเสียก็มิใช่คนนอก
ศาสตราเซียนสิบกว่าชิ้นเรืองฤทธิ์เจิดประกาย สาดส่องเรืองรอง
ทั่วหล้า
เหมียวเสียอ้าปากค้าง ชายผู้นี้มีศาสตราเซียนเยอะแยะดังว่าจริง
ๆ และศาสตราเซียนเหล่านี้ทุกชิ้นล้วนคุณภาพเป็นเลิศในหมู่
ศาสตราเซียนระดับเซียนมนุษย์ทั้งสิ้น
ศาสตราเซียนระดับเซียนมนุษย์ ราคาขั้นต ่าล้านผลึกเซียน ยิ่ง
คุณภาพดีก็อาจแตะสิบล้านผลึกเซียนได้
“เจ้ามีศาสตราเซียนเยอะแยะขนาดนี้ได้อย่างไร? ตลอดหลายปีนี่
เจ้าทำอะไรอยู่กันแน่? คงมิใช่ทำอะไรไม่เข้าท่าอยู่หรอกกระมัง?”
เหมียวเสียมองเจียงผิงอันอย่างสงสัย
ต่อให้หนึ่งตัวตนในขอบเขตเซียนมนุษย์ไม่ฝึกฝน ก็ยังยากจะ
สะสมศาสตราเซียนหลักสิบชิ้นได้ในเวลาอันสั้น นับประสาอะไรกับ
เจียงผิงอัน
เหมียวเสียสงสัยว่าเจียงผิงอันอาจทำอะไรไม่ชอบธรรม นาง
สัมผัสได้ชัดเจนว่าบรรยากาศของเจียงผิงอันแปรเปลี่ยนไป ร่างแผ่
จิตสังหารน่าสะพรึงกลัว
“ที่ไหนเล่า ข้าไม่ทำอะไรแย่ ๆ หรอก”
เจียงผิงอันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตลอดมาอย่างพอสังเขป
เมื่อได้ยินสิ่งที่เจียงผิงอันประสบมาตลอดหลายปี เหมียวเสียก็
จังงัง
ปรากฏว่าชายผู้นี้บรรลุวิชาหลอมอาวุธระดับสูง กระทั่งมีร้าน
หลอมอาวุธของตัวเอง!
“แค้นนัก แอบหาเงินลับหลังข้า ข้าอยากได้ดาบเซียนนี่!” เหมียว
เสียชี้ดาบยาวใบแคบเล่มหนึ่งพลางโวยวาย
“ข้าให้ศิษย์พี่หญิงเลย” เจียงผิงอันตอบ
“ศิษย์พี่หญิงไม่มีสิ่งใดจะตอบแทน ได้แต่ต้องตอบแทนด้วย
ร่างกายแล้ว” เหมียวเสียดึงคอเสื้อนางลง
ต้นขาเจียงผิงอันสะท้าน “ศิษย์พี่หญิงอย่าก่อเรื่องเลย ยามนี้ข้า
บาดเจ็บอยู่ ทนการฟัดเหวี่ยงไม่ไหวหรอกนะ”
ทั้งสองเสวนาพลางไปจากแดนมรณะ
สองสามวันหลังทั้งสองลับหลัง หนึ่งศิลาพลันขยับบนสมรภูมิ
แสงสว่างวูบไหว แล้วศิลานั้นก็กลายเป็นโอวหยางจั๋วรื่อ
“สารเลวสมควรตาย พวกเจ้าคอยก่อนเถอะ! ข้าจะฉีกพวกเจ้า
เป็นชิ้น ๆ!”
เขาบรรลุวิชาอำพรางกายระดับสูงยิ่ง สองคนนั้นไม่มีทางหาเขา
เจอ
ทว่ายามนั้น สองเสียงพลันดังขึ้น
“ศิษย์น้องข้าชั่วร้ายจริง ๆ ถึงกับเดาถูกด้วยว่าเจ้านี่ยังไม่ตาย!”
“ศิษย์พี่หญิง ใช้คำผิดแล้วล่ะ คำว่าชั่วร้ายนำมาใช้กับคนดี ๆ ได้
ที่ไหน”