สู่วิถีอมตะ - บทที่ 801 หวังหยางถูกล้อมโจมตี
“พวกเจ้าทำอะไร?”
หวังหยางกล่าวกับเหล่าศิษย์สำนักเซียนอวี่หวงเสียงเย็น
คนเหล่านี้มิกล้ามองหน้าหวังหยาง
“ขออภัยด้วยศิษย์พี่ใหญ่ พวกเขาให้เยอะเหลือเกิน” หนึ่งในผู้
ฝึกตนกระซิบ
ด้วยทรัพยากรมหาศาลที่สำนักเซียนเทียนหลานเสนอให้ พวก
เขาจึงเกินห้ามใจ ร่วมมือวางแผนนี้กับสำนักเซียนเทียนหลาน ตั้งใจ
จะสกัดหวังหยางซึ่งแข็งแกร่งที่สุดภายใต้ระดับเดนเซียนไว้ที่นี่
พลังต่อสู้ของหวังหยางแข็งแกร่งสุดขั้วสำหรับขอบเขตเดียวกัน
แม้จะพูดมิได้ว่าไร้เทียมทานในระดับ แต่ในสำนักเซียนเทียนหลานก็
ยังไร้ตัวตนใดจัดการเขาได้ และทุกครั้งที่เขาลงมือ ก็สร้างความ
เสียหายมหาศาลแก่สำนักเซียนเทียนหลานทุกครั้งไป
ตัวตนเช่นนี้ หากไม่เกิดอุบัติเหตุผิดธรรมดาอย่างเจียงผิงอัน จะ
บรรลุเป็นเซียนได้อย่างแน่นอน
หากหวังหยางบรรลุเซียน สำนักเซียนอวี่หวงจะได้กำลังต่อสู้อัน
ทรงพลังเพิ่มมาอีกคน สำนักเซียนเทียนหลานจึงทุ่มทุนซื้อตัวคนมา
วางแผนลอบโจมตีหวังหยาง
หวังหยางจ้องตรงมาที่เหล่าศิษย์สำนักเซียนอวี่หวง ถามขึ้นว่า
“ในสำนักมีผู้ใดกดขี่พวกเจ้าหรือ? ในสำนักมีใครรีดไถพวกเจ้า
หรือไม่?”
คนทั้งหลายก้มหน้างุด
“ขออภัยด้วยศิษย์พี่ใหญ่ ทรัพยากรที่สำนักให้เรามันน้อยเกินไป
ผู้ฝึกตนร่วมรุ่นหลายคนบรรลุเซียนไปแล้ว แต่เรายังห่างไกลเช่นนี้
เราก็อยากแข็งแกร่งขึ้นเหมือนกัน”
เมื่อเห็นผู้ฝึกตนร่วมรุ่นหรือเด็กกว่าบรรลุเซียน พวกเขาก็เริ่ม
ร้อนใจเกินสงบ พวกเขาก็อยากบรรลุเซียน อยากเป็นที่ชื่นชมของ
ผู้อื่น เพลิดเพลินกับชีวิตนิรันดร์
หวังหยางกล่าวเสียงเรียบ “พวกเจ้ามิต้องขอโทษข้าหรอก มนุษย์
มีสิ่งพึงและไม่พึงกระทำ ผู้ฝึกตนเช่นเราต้องรักษาบรรทัดฐาน พวก
เจ้าถูกซื้อได้ง่าย ๆ เช่นนี้ ก็ผ่านด่านหัวใจตัวเองไปมิได้หรอก”
หนึ่งในผู้ฝึกตนทรยศสำนักได้ยินเช่นนี้ก็หน้าแดงก ่า ตวาดลั่น
อย่างเดือดดาล “เจ้าเป็นอัจฉริยะ ย่อมมีโอกาสพูดให้ฟังดูดีแน่อยู่
แล้ว รู้หรือไม่ว่าคนทั่วไปอย่างเราฝึกฝนยากเย็นเพียงไร!”
สีหน้าของหวังหยางไร้อารมณ์ “พวกเจ้าบอกยาก แล้วศิษย์น้อง
เจียงที่ขึ้นมาจากภพล่างมิยากหรือ? กฎเต๋าสวรรค์ที่ภพล่างของพวก
เขาไม่สมบูรณ์ ทรัพยากรก็น้อยนิด ขอบเขตที่พวกเจ้าบรรลุตั้งแต่
เกิด ผู้ฝึกตนในภพล่างอาจจ้องใช้เวลาทั้งชีวิตกว่าจะถึง”
“คนทั่วไปอย่างพวกเขาจะหันหลังให้สำนักที่ไม่เคยกดขี่เอา
เปรียบกันหรือ? หากพวกเจ้าถูกรังแก ปฏิบัติด้วยอย่างไม่ยุติธรรม จะ
หักหลังสำนักก็เข้าใจได้ แต่ในเมื่อมิใช่ พวกเจ้าก็แค่เห็นแก่ตัว”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็มิต้องหาข้ออ้างให้ตัวเองแล้ว ในใจเห็นแก่
ตัว หัวใจไม่อาจสงบ เมื่อหัวใจไม่แกร่ง ก็มิอาจพ้นทัณฑ์พิสูจน์ใจใน
ทัณฑ์เซียน ลงมือกับข้าก็จะลังเลด้วย”
“มาสิ เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว หวังว่าพวกเจ้าจะไม่ยั้งมือ ข้าจะได้ลง
มือกับพวกเจ้าอย่างสบายใจเช่นกัน”
หวังหยางยืนเหนือทะเลดาราจักร แผ่นหลังเหยียดตรงผ่าเผย ชัก
กระบี่ล ้าค่าซึ่งกว้างยิ่งกว่าขนาดตัวเขาออกมาจากเบื้องหลัง ปราณ
คุณธรรมหลากจากกาย น ้าทะเลกระเพื่อมคลื่น
“ไป!”
ยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดนเกือบสิบคนใช้อาวุธวิเศษ รุม
ล้อมโจมตีหวังหยาง สารพัดกฎเกณฑ์ร่ายรำ สะท้านสะเทือนทั่วทะเล
ดาราจักร
แม้หวังหยางจะเสียเปรียบ เขาก็ยังใช้พลังต่อสู้แข็งแกร่งรับมือได้
ขณะต่อสู้ก็ฉวยโอกาสถอย
เขาส่งข้อความขอความช่วยเหลือออกไปแล้ว ผู้ฝึกตนในละแวก
จะรับรู้ ผู้ใดว่างอยู่ก็จะมาช่วยได้
“อย่าหวังรอกำลังเสริมเลย เพื่อจัดการกับเจ้า ยอดฝีมือขั้นปลาย
ระดับเขตแดนทั้งหมดของเราสำนักเซียนเทียนหลานรวมตัวกันแถวนี้
อยู่แล้ว ขอเพียงผู้ฝึกตนคนใดมา พวกเขาก็จะสกัดไว้ วันนี้จะเป็นวัน
ตายของเจ้าแน่!”
ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานทั้งหลายกดดันหวังหยาง
เพื่อลดความมั่นใจเขา
ในการต่อสู้ อารมณ์กระทบต่อคนอย่างมาก
สีหน้าของหวังหยางแปรเปลี่ยนเล็กน้อย
ขณะที่เขาใจลอยนั้นเอง หอกทองเล่มหนึ่งอันเปี่ยมฤทธิ์
แข็งแกร่งก็พุ่งออกมาจากใต้ทะเลดาราจักร คมหอกเรืองประกาย
ความเร็วสูงสุดขั้ว พุ่งตรงเข้าใส่หวังหยาง
หวังหยางมิคาดว่าตนจะถูกลอบโจมตี มิได้ดั้งตัวไว้ แม้เขาจะ
เหวี่ยงกระบี่หนักเข้ารับได้ทัน แต่เขาก็ยังถูกอำนาจร้ายแรงสะท้านใส่
กระดูกฝ่ามือแหลกเละ โลหิตสาดจากง่ามนิ้วโป้ง
พริบตาต่อมา ผู้ฝึกตนคนหนึ่งก็พุ่งขึ้นจากใต้สมุทร
เมื่อเห็นว่าเป็นใคร หัวใจของหวังหยางก็ร่วงลงสู่ก้นเหว
ฉางหง ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักเซียนเทียนหลาน วิชาหอกไร้คู่
เปรียบ พลังต่อสู้ทัดเทียมกับเขา
คนผู้นี้มีโอกาสเข้าร่วมกับสำนักศึกษาชางจือ แต่เนื่องจากเปิด
ศึกกับเจียงผิงอันในเมืองผีที่เส้นทางธารดารา เขาจึงถูกขับออกจาก
เมืองผี เสียโอกาสเข้าร่วมสำนักศึกษาชางจือ เขายังฆ่าพี่ใหญ่อวี๋เปย
ทำให้เจียงผิงอันสติแตก ล่าสังหารศิษย์หัวกะทิในขั้นต้นระดับเขต
แดนของสำนักเซียนเทียนหลานไปหมดสิ้น
มิคาดเลยว่าฉางหงจะซุ่มโจมตีอยู่ที่นี่
เมื่อผนวกกับยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดนคนอื่น ๆ ที่นี่ ครั้ง
นี้ดูเขาจะแย่มากกว่าดี
“หวังหยาง หากแปรพักตร์มาพึ่งบารมีเราสำนักเซียนเทียนหลาน
ยามนี้ เราไม่ฆ่าเจ้าก็ได้นะ”
ฉางหงถือหอก แผ่ปราณอหังการทั่วกาย
หวังหยางมีสถานะสูงยิ่งกว่าผู้อาวุโสทั่วไปในสำนักเซียนอวี่หวง
หากคนเช่นนี้แปรพักตร์มาเข้าร่วมกับสำนักเซียนเทียนหลานของ
พวกเขา ก็จะส้งผลต่อขวัญกำลังใจของสำนักเซียนอวี่หวงมากนัก
“ลูกผู้ชายมีศักดิ์ศรี ขอเป็นหยกแตกดีกว่ากระเบื้องสมบูรณ์ จะ
ก้มหัวให้พวกเจ้าได้อย่างไร?”
หวังหยางยืดอก ดวงตามาดมั่นเด็ดเดี่ยว มือกำกระบี่ใบกว้าง จู่
โจมตรง ๆ ด้วยหัวใจเตรียมพร้อมตาย
เขาไม่มีทางรอดจากที่นี่ไปได้ สิ่งเดียวที่ทำได้ในยามนี้คือตาย
ตกตามกันกับฉางหงเพื่อสำนัก อุทิศแรงกายเพื่อสำนักเป็นครั้ง
สุดท้าย
“ดื้อด้าน! รุมเข้าไปเลย อย่าได้ยั้งมือ!”
ฉางหงเงื้อหอก นำยอดฝีมือร่วมขอบเขตราวสิบคนแถวนั้นเข้าจู่
โจม
ฉางหงลำพังมิอาจเอาชนะหวังหยาง แต่พวกเขามีจำนวนมาก
กลุ้มรุม ย่อมตัดกำลังอีกฝ่ายได้ง่าย ๆ
ศึกอันน่าสะพรึงกลัวเปิดฉาก น ้าทะเลกระเพื่อมสาดตลบเป็น
เกลียวคลื่น โลหิตของหวังหยางสาดกระจายในสุญตา
การต่อสู้นี้กินเวลาเนิ่นนาน ร่างกายของหวังหยางเต็มไปด้วย
บาดแผล ปราณเซียนค่อย ๆ เสื่อมสลาย ปราณคุณธรรมลุกโชนเช่น
เปลวไฟ ผลาญเผาชีวิตของเขา
ขณะที่ปวงชนคิดว่าศึกนี้จะจบอยู่แล้วนั้นเอง หนึ่งปราณทรงพลัง
ยิ่งใหญ่ก็ระเบิดออกจากร่างหวังหยาง
เมื่อสัมผัสอำนาจนี้ สีหน้าของเหล่าผู้รุมล้อมโจมตีก็เปลี่ยนแปร
“ปราณเต๋าเซียน!”
“แย่แล้ว! เขาจะทะลวงขอบเขต!”
“ต้องหยุดไว้ให้ได้! จะให้บรรลุเซียนมิได้นะ!”
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าหวังหยางจะแตะถึงกำแพงขอบเขตเซียนแล้ว
โชคยังดี เขาต้องบรรลุขอบเขตในการต่อสู้ หากเขาได้บรรลุ
ขอบเขตก่อนหน้านี้ พวกเขาคงไร้หนทางรับมือแล้ว
อีกฝ่ายสภาพเช่นนี้ ไร้หนทางใด ๆ ให้ทะลวงขอบเขต หากฝืน
บุกทะลวง เขาก็จะถูกทัณฑ์เซียนสังหารทันที
ฉางหงนำหอกเซียนออกมาทันที จ่ายปราณเซียนแล้วแทงใส่
หวังหยาง “ไปตายซะ!”
หวังหยางถอนหายใจอย่างอับจน การเคลื่อนขอบเขตมาช้า
เกินไป เขาต้องตายที่นี่แล้ว
ขณะที่หอกเซียนกำลังจะแทงถึงหวังหยาง มิติตรงหน้าหวังหยาง
พลันบิดเบี้ยว ปลายหอกจมหายไป ปรากฏเบื้องหลังผู้ฝึกตนคนหนึ่ง
ของสำนักเซียนเทียนหลานแทน
ฉึก!
ผู้ฝึกตนคนนั้นถูกการโจมตีของศาสตราเซียนอันทรงพลัง ร่าง
ระเบิดแหลกทันที ผู้ฝึกตนข้าง ๆ เขาก็ร่างสลายไปเช่นกัน
หวังหยางปลาสนาการออกจากวงล้อมในบัดดลนั้น
“ใครกัน?” ฉางหงหน้าเสีย มีคนมาช่วยหวังหยางแล้ว