สู่วิถีอมตะ - บทที่ 802 เจียงผิงอันมาถึง
ทุกผู้ล้วนหันมองไปยังทิศหนึ่ง
หวังหยางผู้บาดเจ็บถูกช่วยไว้บนเกาะขนาดเล็กแห่งหนึ่ง
ตรงหน้าเขามีชายผู้มีแผ่นหลังผึ่งผายผู้หนึ่งยืนอยู่
ยามชายผู้นั้นหันมา ฉางหงพลันกำหมัดแน่นพลางฉีกยิ้มเหี้ยม
เกรียม “เจียงผิงอัน มิคาดเลยว่าเจ้าจะมาหาที่ตายเอง!”
เขานึกว่าผู้มาจะเป็นสุดยอดฝีมือจากสำนักเซียนอวี่หวง มิคาด
ว่าจะเป็นเจียงผิงอัน
ฉางหงเกลียดแค้นคนผู้นี้ยิ่ง
เพราะเจียงผิงอัน เขาจึงเสียโอกาสไปยังสำนักศึกษาชางจือ
และเจียงผิงอันยังฆ่าน้องชายของเขาด้วย
กาลก่อน เพื่อล้างแค้นที่เขาฆ่าอวี๋เปยในเมืองผี เจียงผิงอันจึง
ออกล่าอัจฉริยะคนอื่น ๆ ในสำนักเซียนเทียนหลาน และน้องชายของ
เขาคือหนึ่งในนั้น
เจียงผิงอันเองก็สุดเคืองแค้นฉางหงเช่นกัน
กาลก่อนที่เมืองผี ผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักเซียนเทียนหลานถาน
กว่างโซ่วกับชิวซื่อผิง เซียนมนุษย์ทั้งสองใช้พี่ใหญ่อวี๋เปยเป็นเหยื่อ
ล่อเขาออกมาอย่างไม่สนศักดิ์ศรีเซียน
ขณะนั้น เจียงผิงอันเสนอให้แลกตัวประกัน แต่ชิวซื่อผิงไม่รักษา
สัจจะ ผนึกพลังพี่ใหญ่อวี๋เปย โยนให้ฉางหงสังหาร
ภรรยาของพี่ใหญ่อวี๋เปยโศกเศร้าเสียจนแท้งบุตร ตัวเขาเองก็
เสียรากเซียนอัสนีหยินไปเช่นกัน
แม้เจียงผิงอันจะล้างแค้นกับสำนักเซียนเทียนหลานแล้ว แต่
ตัวการทั้งสามก็ยังมีชีวิตรอด
ถานกว่างโซ่ว ผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักเซียนเทียนหลาน ชิวซื่อ
ผิง อดีตผู้อาวุโสสำนักเซียนอวี่หวง และศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักเซียน
เทียนหลานผู้นี้
“ศิษย์น้องเจียง เรารีบไปกันเถอะ!”
หวังหยางมิคาดว่าเจียงผิงอันจะปรากฏกายที่นี่ สำนักมิได้ให้
เจียงผิงอันกลับมาจากสำนักศึกษาชางจือ ไฉนเขาจึงกลับมา?
แต่เรื่องเหล่านี้ไม่สำคัญแล้ว ต้องรีบไปเดี๋ยวนี้ อีกฝ่ายมีคนมาก
เกินไป
ฉางหงพลันปริปาก “ข้าได้ยินว่าภรรยาของอวี๋เปยแท้งลูกนี่ใช่
ไหม? ฮ่า ๆ ไม่นานมานี้ ภรรยาของอวี๋เปยก็ถูกเราสำนักเซียนเทียน
หลานฆ่าไปแล้วเหมือนกัน นางยังมีหน้ามาพูดว่าจะล้างแค้นให้สามี
สู้จนตัวตายก็ไร้ประโยชน์ สุดท้ายก็ไม่เหลือแม้แต่ซาก ฮ่า ๆ”
เสียงหัวเราะกร่างกำแหงของฉางหงกึกก้องทั่วทะเลดาราจักร
หวังหยางกำหมัดสะกดจิตสังหาร “ศิษย์น้องเจียงอย่าถูกหลอก
นะ เขาอยากยั่วโมโหเจ้าให้ลงมือวู่วาม ยามนี้ข้าบาดเจ็บ สู้ต่อไม่ได้
แล้ว เจ้าลำพังสู้พวกเขาไม่ไหวหรอก รีบไปเสีย ไว้ค่อยกลับมาล้าง
แค้น!”
“ศิษย์พี่ฟื้นตัวก่อนเถอะ”
น ้าเสียงของเจียงผิงอันสุขุมสุดขั้ว ไร้ความยินดียินร้าย หนึ่งย่าง
ก้าวเหยียบลงสู่ทะเล ก้าวเข้าหาพวกฉางหง
“ศิษย์น้องเจียง! อย่าวู่วาม… แค่ก ๆ”
หวังหยางยังอยากหยุดเขา แต่บาดแผลบนตัวร้ายแรงเกินไป จึง
ทรุดลงกระอักไอรุนแรงบนพื้น
เจียงผิงอันโยนโอสถเก้าวงจรจักรวาลเม็ดหนึ่งเข้าปากหวังหยาง
“ศิษย์พี่ไม่ต้องห่วง ข้าไม่เป็นไรหรอก”
ฉางหงเห็นเจียงผิงอันเดินมาหา มุมปากก็ยกยิ้ม ว่าแล้วเชียว
เจียงผิงอันเป็นคนหุนหัน ยั่วโมโหหน่อยก็หมดความเยือกเย็นแล้ว
“รุมฆ่าเขาซะ!”
ฉางหงออกคำสั่ง
เขามิได้ประมาทเจียงผิงอันเลยสักนิด เวลาผ่านไปนานเพียงนี้
พลังต่อสู้ของอีกฝ่ายต้องแข็งแกร่งขึ้นมากแน่ ๆ
ยิ่งกว่านั้น กำไลที่ข้อมือเจียงผิงอันยังเหมือนกำไลทลายมิติของ
อดีตผู้อาวุโสใหญ่ถานกว่างโซ่วยิ่งนัก นั่นคือศาสตราเซียนสายมิติ
ฉางหงให้คนอื่นถ่วงเจียงผิงอันไว้ ขณะที่เขาจะฉวยโอกาสโจมตี
หวังหยางในแนวหลัง ใช้หวังหยางมาขู่เจียงผิงอันซึ่งให้คุณค่ากับ
น ้าใจและความรู้สึก จัดการทั้งคู่ไปด้วยกัน
ผู้มีคุณธรรมยึดมั่นในสัมพันธ์นั้นจัดการง่ายที่สุด ขอเพียงมี
ญาติมิตรของพวกเขาในกำมือ
ยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดนเกือบสิบคนรุมล้อมเจียงผิงอัน
ทะเลดาราจักรกระเพื่อมโคลงคลอนเพราะปราณของพวกเขาอีกครั้ง
ขณะที่ฉางหงกำลังจะย่องอ้อมไป จิตสังหารชวนสะพรึงก็สาดซัด
จนร่างของเขาสะท้าน ยามสัมผัสวิกฤติได้ เขาก็กำหอกเซียนถอย
กรูดทันที
ขณะเดียวกัน ร่างของยอดฝีมือทั้งหลายที่รุมล้อมเจียงผิงอัน
พลันนิ่งค้าง พลังชีวิตในกายเสื่อมสลาย หน้าทิ่มลงทะเลกันไปทันที
เมื่อเห็นเช่นนี้ ฉางหงก็เบิกตากว้าง หัวใจตลบตัวรุนแรงมิต่าง
จากคลื่นทะเลดาราจักร
เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดเหล่าผู้ใกล้บรรลุเซียนเหล่านี้จึงตกตายใน
พริบตา!
หวังหยางซึ่งกำลังจะเข้าไปช่วยชะงัก ตะลึงไปเช่นกัน
ในฐานะบุคคลขั้นปลายระดับเขตแดนอันดับหนึ่งของสำนักเซียน
อวี่หวง เขาเผชิญคนเหล่านี้ยังเพลี่ยงพล ้าเสียเปรียบ แต่เพียงพริบตา
คนเหล่านี้ก็ตกตาย ตายแบบไม่รู้ด้วยซ ้าว่าตายได้อย่างไร
มีเพียงเซียนเท่านั้นจะมีพลังเช่นนี้ได้มิใช่หรือ?
ศิษย์น้องเจียงบรรลุเซียนแล้วหรือ?
แน่นอน เจียงผิงอันมิได้บรรลุเซียนหรอก คนเหล่านี้ตาย
กะทันหันกันก็เพราะเขาใช้วิชาลับพลังวิญญาณ ‘ปลิดวิญญาณ’
ต่างหาก
นี่คือวิชาลับพลังวิญญาณวิชาที่สามที่เขาสร้างยามต่อสู้ในโลก
ใบน้อยของราชินีปีศาจ ผสานจิตสังหารเข้าไป สามารถขยี้วิญญาณ
ผู้อื่นในพริบตา
เจียงผิงอันเดินเข้าหาฉางหงทีละก้าวอย่างสุขุม จิตสังหารอันน่า
สะพรึงกลัวเกินสะกดกลั้น ทะเลดาราจักรเปลี่ยนสีดุจโลหิตทันที จิต
สังหารอันน่าสะพรึงกลัวทำให้มัจฉากุ้งปูมากมายตกตายในพริบตา
เขาเปรียบประหนึ่งเทพมารจากนรก คืบคลานขึ้นสู่แดนหล้า กฎ
ฟ้าดินล้วนเลี่ยงหลบ
ที่แนวหลัง ร่างของหวังหยางสะท้านเทิ้มเกินควบคุม แม้จิต
สังหารนี้จะมิได้เล็งมาที่เขา เขาก็ยังสัมผัสความน่าสะพรึงกลัวจากมัน
ได้
หลายปีมานี้ ศิษย์น้องเจียงประสบเรื่องใดมากัน เหตุใดจึงแผ่จิต
สังหารน่ากลัวเช่นนี้ออกมาได้?
คู่เนตรเย็นเยียบของเจียงผิงอันจ้องตรงที่ฉางหง
“รู้หรือไม่ว่าไฉนข้ามิฆ่าเจ้าทันที? ข้าแค่อยากให้เจ้าตกตายด้วย
ความหวาดกลัว ให้ตายทันทีมันง่ายไปสำหรับเจ้า”
“คิดจะฆ่าข้า? ไม่มีทางเฟ้ย!”
ฉางหงตะโกนสุดห้าวหาญ แต่กลับหันหลังเผ่นหนี
แม้การหนีจะน่าอับอาย แต่ยามนี้หามีคนนอกไม่ และต่อให้มีเขา
ก็ยังหนี
ยามฉางหงเผชิญหน้าเจียงผิงอัน เขาสัมผัสปราณแห่งความตาย
อันร้ายกาจได้เสมอ นี่ไม่เหมือนการเผชิญหน้าผู้ฝึกตนร่วมระดับคน
ใด เขาเคยสัมผัสบรรยากาศเช่นนี้ก็เพียงยามถูกเดนเซียนผู้หนึ่งไล่
ล่าสังหาร หากพูดให้ถูกคือ ภัยคุกคามจากเจียงผิงอันในขณะนี้ร้าย
กาจกว่าเดนเซียนผู้นั้นเป็นไหน ๆ!
พรวด!
แสงสีแดงสายหนึ่งพุ่งผ่านฉางหง
“เจ้าไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงคิดว่าตัวเองหนีผู้ฝึกตน
จากสำนักเซียนอวี่หวงของเราพ้นได้”
เจียงผิงอันยืนขวางหน้าฉางหง ปีกเทพยดาเบื้องหลังดุจถูก
โลหิตย้อม ในมือถือแขนข้างหนึ่งเอาไว้ ซึ่งมือของแขนข้างนั้นยังกำ
หอกเซียนไว้อยู่เลย
ฉางหงเพิ่งรู้ตัวยามนั้นเองว่าตนถูกตัดแขน โลหิตทะลักหลั่งบ้า
คลั่ง
ฉางหงดูเหมือนหลงลืมความเจ็บปวดไปสิ้น ใบหน้าปรากฏเพียง
ความหวาดผวา “เป็นไปได้เช่นไร เหตุใดเจ้าจึงแข็งแกร่งเพียงนี้!”
พวกเขาเป็นผู้ฝึกตนขั้นปลายระดับเขตแดนเหมือนกันแท้ ๆ แต่
เขากลับรู้สึกห่างชั้นแสนไกล อีกฝ่ายมิต่างจากบรรลุเซียนไปแล้ว!
เจียงผิงอันเดินเข้ามาหาฉางหงอย่างเนิบช้า แต่ละก้าวล้วนทำให้
ฉางหงรู้สึกราวความตายคืบใกล้
หลังของฉางหงโชกชุ่มด้วยเหงื่อ เมื่อเจียงผิงอันเข้าสู่ระยะโจมตี
เขาก็นำหอกเล่มหนึ่งออกมาแทงใส่เจียงผิงอันสุดกำลัง
อำนาจกฎเกณฑ์ทรงพลังเรืองรองกระจ่างฟ้า สะท้านคลื่นทะเล
สะเทือนล้านลี้
นี่คือการโจมตีที่แข็งแกร่งสูงสุดของเขา และยังเป็นครั้งที่รุนแรง
ที่สุดของเขาด้วย
ไม่ว่าเจียงผิงอันจะแข็งแกร่งแค่ไหน สุดท้ายก็มีขอบเขตเพียงขั้น
ปลายระดับเขตแดน ขอเพียงถูกแทงก็ไม่มีทางเหลือรอด!
เจียงผิงอันมิได้หลบเลี่ยง ยกมือขึ้นกำหยุดหัวหอกไว้
ทะเลดาราจักรสงบลงทันที
ร่างของฉางหงทึ่มทื่อกับที่ สมองว่างโล่ง แทบมิอาจคิดอะไรได้
การโจมตีที่เขาภาคภูมิที่สุด เจียงผิงอันรับไว้ได้ง่าย ๆ…
ฉางหงกระทั่งคิดว่าตนถูกวิชามายาเข้าแล้ว
ในฐานะบุคคลหัวกะทิผู้หนึ่งของแดนจันทร์มายา คู่ต่อสู้ร่วม
ระดับมีน้อยยิ่ง เป็นที่ชื่นชมของเซียนมากมายในสำนักว่ามีฝีมือพอ
บรรลุเซียน เป็นที่สนใจมากมาย ศิษย์ทั้งหลายเชิดชู มวลสตรีนิยม
หมายตา
เขาก็คิดว่าตนนั้นเลิศล ้ายอดเยี่ยม ยากจะหาคู่ต่อสู้ร่วมระดับ
หัวใจสุดแสนลำพอง
แต่เมื่อเจียงผิงอันรับการโจมตีของเขาไว้ได้อย่างแสนง่ายดาย
ทุกความภาคภูมิในใจล้วนสลายสูญ