สู่วิถีอมตะ - บทที่ 813 รบพุ่งกับวิญญาณร้าย
ในเวิ้งจักรวาลอันดำมืด เศษซากดวงตะวันกระจัดกระจาย แผ่ไอ
ความร้อนแผดระอุ
สิ่งมีชีวิตประหลาดซึ่งฝังตัวในกายยอดฝีมือขอบเขตเซียนปฐพี
แผ่ปราณชั่วร้าย โจมตีเจียงผิงอันอย่างตรงไปตรงมา
เจียงผิงอันกระพือปีกเทวะ หนีไปทางเรือศึกทันที “เจ้าเป็นใคร!
ไร้ความแค้นต่อกันแท้ ๆ ไฉนจึงมาไล่ล่าข้า!”
“เจ้าคนที่กระทั่งเซียนยังบรรลุไม่ถึงควรค่าตั้งคำถามกับข้าด้วย
หรือ ความเร็วของเจ้าไม่เลว แต่ก็ยังหนีมิพ้นหรอก”
สิ่งมีชีวิตประหลาดกระพือปีกเนื้ออย่างแรง ใบหน้าซีดเขียวบิด
เบี้ยวด้วยความโลภ น ้าลายไหลย้อยที่มุมปาก
ในสายตามัน แม้ผู้ฝึกตนไม่บรรลุเซียนผู้นี้จะว่องไวยิ่งก็ประ
ประโยชน์ เร่งความเร็วในกายสุดกำลังก็ตามอีกฝ่ายทันในพริบตา
แล้ว
มันเงื้อมือ ไม่สิ กรงเล็บแหลมคมขึ้น ขยุ้มเข้าใส่ศีรษะเจียงผิงอัน
ขณะนั้น เจียงผิงอันพลันเร่งความเร็ว พุ่งประชิดร่างคู่ต่อสู้แล้ว
ออกหมัดใส่อย่างรุนแรงใส่หน้าตัวตนชั่วร้ายนั่นทันที
ใบหน้าของสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายนั้นยุบบี้โดยพลัน ร่างของมันกระเด็น
สู่เวหา กระเด็นชนเศษดวงตะวันจนแหลกเละ
วิญญาณร้ายประคองตัวตั้งหลัก สีหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความ
เหลือเชื่อ “ผู้ฝึกตนซึ่งยังไม่บรรลุเซียนมีพลังกล้าแกร่งเช่นนี้ได้
อย่างไร?”
เจียงผิงอันขมวดคิ้ว “สมเป็นร่างของผู้ฝึกตนขอบเขตเซียนปฐพี
โดนข้าต่อยก็มิแหลกเละ”
อีกฝ่ายถูกปรสิตสิงสู่ มิอาจแผลงฤทธิ์ผู้ฝึกตนระดับเซียนปฐพีผู้
นี้ได้ แต่นี่ก็ยังเป็นสังขารเซียนปฐพี มิอาจทำลายได้โดยง่าย
วิญญาณร้ายฟื้นสภาพใบหน้าแล้วเสสรวล “ไม่เลว ไม่เลวจริง ๆ
มิคาดว่าจะได้เจออัจฉริยะสูงสุดของเผ่ามนุษย์ อาหารเช่นนี้ค่อยน่า
กินหน่อย”
ว่าแล้ว ร่างของมันก็ขยายขึ้นอย่างรวดเร็ว อ้าปากกว้างสูบเศษ
ดวงตะวันเข้าปาก
หัวใจของเจียงผิงอันยิ่งตะลึง หนึ่งถ้อยคำ ‘กลืนตะวันจันทรา’
ปรากฏในใจ
ขณะที่สิ่งมีชีวิตชั่วร้ายนั้นกลืนดวงตะวัน เพลิงทมิฬก็แผ่ออก
จากกาย อุณหภูมิของมันน่ากลัวสุดแสน อำนาจกฎเกณฑ์ประหลาด
ปรากฏรายล้อม
“เข้ามา ขอข้าดูหน่อยว่าเจ้าแข็งแกร่งแค่ไหนเชียว” วิญญาณ
ร้ายแค่นยิ้ม ออกหมัดมหึมาเข้าใส่ ไม่ว่าผู้ฝึกตนใต้ขอบเขตเซียนจะ
แข็งแกร่งเพียงไรก็มิอาจสู้เซียน ในสามหมัด มันจะเปลี่ยนคู่ต่อสู้เป็น
อาหารได้แน่
เจียงผิงอันเรียกร่างจริงของตัวเองออกมาทันที หมัดมหึมาพุ่งเข้า
ประสานใส่
เปรี๊ยะ!
แม้ในสุญตาจะไร้เสียง ทว่าเสียงยามทั้งสองปะทะก็ยังถูกการสั่น
สะท้านของกระดูกในโสตถ่ายทอดสู่การรับรู้
กะโหลกศีรษะคนทั้งคู่แตกร้าว ร่างกายระเบิดพร้อมเพรียง
รอยยิ้มบนใบหน้าวิญญาณร้ายชะงักไปชั่วขณะ มิคาดว่าอีก
ฝ่ายจะมีอวตารสายกำลัง พละกำลังน่าสะพรึงถึงขนาดหักกระดูกมัน
ได้
“ดี ดีมาก เช่นนี้สมควรให้กินแล้ว แต่น่าเสียดายที่ไม่แหย่ขี้ฟัน
หากมีอวตารอีกสักร่างคงยอดเยี่ยม”
วิญญาณร้ายยังยิ้มร่า แขนหักของมันฟื้นสภาพด้วยความเร็วสูง
จนเห็นได้ด้วยตาเนื้อ บาดแผลจากเจียงผิงอันมิต่างอะไรกับจั๊กจี้
มันโจมตีเข้าไปอีกครั้ง
ขณะที่พุ่งมาประชิดเจียงผิงอัน หลุมดำขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้น
กลืนมันหายไปในพริบตา ก่อนจะปิดตัวลงทันที
เวิ้งจักรวาลอันมืดมิดกลับสู่ความวังเวง
แต่ใบหน้าของเจียงผิงอันเคร่งเครียด ไม่ยินดีเลยที่ได้กลืนกินอีก
ฝ่าย
ไม่นานนัก กรงเล็บแหลมคมข้างหนึ่งก็ฉีกสุญตา พุ่งออกจาก
หลุมดำ
“เจ้ามีอวตารที่สามจริง ๆ ด้วย!”
ขณะมองอวตารกลืนสวรรค์ของเจียงผิงอัน รอยยิ้มบนใบหน้า
สิ่งมีชีวิตชั่วร้ายนี้ก็เลือนหาย ดวงตาเรืองประกายตกตะลึง
อวตารที่สามของคนผู้นี้ทรงพลังยิ่งนัก ทันทีที่มันถูกกลืนกิน
พลังในตัวก็ถูกสูบออกไปอย่างบ้าคลั่ง หากมันไม่ไวพอ ก็ไม่รู้จะถูก
อีกฝ่ายสูบพลังไปมากเพียงไร
“สามร่างของเจ้ายอดเยี่ยมมาก กินไปก็น่าเสียดาย เหมาะเป็น
ภาชนะของข้ามากกว่า ข้าสามารถแผลงฤทธิ์แท้จริงของสามร่างนี้
ได้”
วิญญาณร้ายจ้องมองเจียงผิงอัน มือของมันขยับวาดรวดเร็ว
ปรากฏอักขระประหลาดรายล้อม ปราณชั่วร้ายคละคลุ้งทั่วฟ้า ไต่
ระดับเทียบปราณเซียนปฐพีเข้าไปทุกขณะ
เมื่อสัมผัสปราณทรงพลังเช่นนี้ได้ สีหน้าของเจียงผิงอันก็
เคร่งเครียด พูดออกมาเสียงเย็น “ข้าไม่อยากต่อสู้ รีบ ๆ ไปเสีย หาก
เจ้ากล้าลงมือ เจ้าก็อย่าหวังได้ไปไหนอีก”
เขาในยามนี้แค่อยากออกตามหาศิษย์พี่หญิง ไม่อยากเสียเวลา
กับเจ้าตัวประหลาดนี่
“ฮ่า ๆ พ่อจะขำให้เหงือกปลิ้น บุคคลที่กระทั่งเซียนยังมิใช่กล้าขู่
ข้า? แม้ใช้พลังของร่างนี้ได้ไม่เต็มที่ ก็เกินพอจัดการเจ้าแล้ว!”
วิญญาณร้ายปลดปล่อยเพลิงอันทรงพลังเข้าจู่โจมเจียงผิงอัน
“ในเมื่อเจ้าหาที่ตาย ก็อย่าโทษข้าแล้วกัน” สีหน้าของเจียงผิงอัน
เย็นเยียบเฉยชา ร่างทั้งสามผสานกันทันที ห้าเขตแดนแผ่ประสาน
ทะเลโลหิตหลากริน กลืนกินเปลวเพลิงเหล่านั้นไปทันที
ม่านตาของวิญญาณร้ายหดตัวยามเห็นทะเลโลหิตนี้ การที่
สามัญชนคนหนึ่งแผลงฤทธิ์น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ได้ กระทั่งในเผ่าของ
มันยังหาได้ยาก มิอาจมองข้ามทำเป็นเล่น
ศึกอันสะท้านสะเทือนโลกหล้าเปิดฉาก
สองฝ่ายปะทะกันด้วยความเร็วสูงยิ่ง สารพัดวรยุทธ์แข็งแกร่งซัด
สาดไม่หยุดหย่อน รัศมีกฎเกณฑ์เรืองรองสาดส่องสุญตา
ในชั่วกาลเพียงแสนสั้น เจียงผิงอันก็เผยฤทธิ์หมัดทำลายล้างทุก
กระบวนท่า วิชาเทียมเทพสงคราม คัมภีร์ตัดชีวิตและคัมภีร์มารกลืน
สวรรค์หมดสิ้น
ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายใกล้เคียงเซียนปฐพียิ่งนัก เจียงผิงอัน
ต้องไม่ออมมือ
สิ่งมีชีวิตชั่วร้ายร้องอย่างตกใจ “เจ้ามาจากเผ่าสกุลใด! ไฉนจึง
แข็งแกร่งเช่นนี้!”
มันอยากรีบ ๆ พิชิตเจียงผิงอัน แผลงสารพัดวรยุทธ์ทรงพลังที่
บรรลุมา แต่เจียงผิงอันรับไว้ได้หมดเลย!
“เจ้ามันตัวอะไร ควรค่าตั้งคำถามกับข้าด้วยหรือ?” เจียงผิงอัน
เหวี่ยงหมัด ความเชื่อมั่นไร้สั่นคลอนหลากออกมาพร้อมฤทธิ์
กฎเกณฑ์ สลายหมัดของอีกฝ่ายในหมัดเดียว
วิญญาณร้ายหน้าง ้า วาทะของอีกฝ่ายย้อนวจีก่อนหน้านี้ของมัน
เข้าตัว
“ข้ายอมรับว่าเจ้าเป็นสามัญชนที่แข็งแกร่งมาก แต่ร่างนี้ที่ข้าสิง
สู่เป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตเซียนปฐพี เจ้าไม่มีทางฆ่าข้าได้ ข้าก็แค่
ถ่วงฤทธิ์เจ้าทีละน้อย สุดท้ายข้าก็ไม่ตายในเวิ้งจักรวาลนี้อยู่แล้ว เจ้า
จะเสียพลังไปทีละน้อย จนตายก็อย่าหวังไปที่ใดได้”
วิญญาณร้ายเริ่มใช้การโจมตีจิตใจ มันร่อนเร่ในเวิ้งจักรวาลนี้มา
เนิ่นนาน กลืนกินผู้คนมากมาย รู้ว่าสิ่งที่มนุษย์เหล่านี้กลัวที่สุดก็คือมิ
อาจไปจากที่นี่ และมักเสียสติฆ่าตัวตาย
ขอเพียงสภาพสติอีกฝ่ายมีปัญหา การต่อสู้ก็จะมีช่องโหว่
จริงเช่นนั้น สีหน้าของเจียงผิงอันเลื่อนลอย การโจมตีเจือเค้า
ความลังเล
ดวงตาของวิญญาณร้ายเจิดประกาย ฉวยโอกาสชักกระบี่เซียน
ระดับเซียนปฐพีที่ใช้ ‘ฆ่าตัวตาย’ แทงใส่เจียงผิงอัน
ไม่ว่าร่างของปุถุชนผู้นี้จะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็ไม่มีทางรับการ
โจมตีของกระบี่ระดับเซียนปฐพีได้!
ทว่า ภาพประหลาดพลันบังเกิด วิญญาณร้ายพบว่าแขนของมัน
ถูกอีกฝ่ายตัดสะบั้นตั้งแต่ยามใดมิอาจทราบ กระบี่เซียนก็ถูกอีกฝ่าย
ริบไป
เมื่อสัมผัสคลื่นพลังกฎแห่งกาลเวลา ดวงตาของวิญญาณร้าย
พลันเบิกกว้าง ถอยกรูดอย่างขวัญเสีย
“พลังกาลเวลา! เวรเอ๊ย เจ้าหลอกต้มข้า!”
ปรากฏว่าอีกฝ่ายเดาไว้นานแล้วว่ามันจะชักกระบี่เซียนออกมา
โจมตี และรอโอกาสนี้พลางแสร้งทำเหมือนโจมตีผิดพลาด
ขณะเดียวกันก็ใช้พลังกาลเวลาเร่งเวลาชั่วขณะแล้วโจมตีดักทาง
มนุษย์ผู้นี้ไม่เพียงแข็งแกร่ง ยังเจ้าเล่ห์จนน่าสะอิดสะเอียนด้วย
“มนุษย์ผู้นี้ร้ายกาจยิ่งนัก กระทั่งพลังกาลเวลายังมี สู้ต่อไปไม่ได้
แล้ว หาไม่ผู้ที่เหนื่อยตายน่าจะเป็นข้า ต้องรีบไปแล้วส่งข่าว เกณฑ์
พลพรรคในเผ่ามาฆ่าอัจฉริยะผู้นี้เสีย หากปล่อยให้มนุษย์ผู้นี้เติบโต
ได้กลายเป็นเวิ่นชางเทียนหมายเลขสองแน่ ๆ!”
วิญญาณร้ายตนนี้เสียความเหิมเกริมที่เคยมี มิคิดสู้กับเจียงผิง
อันต่อไป หันกายเผ่นไปทันที
แล้วเจียงผิงอันหรือจะให้โอกาสอีกฝ่าย เขาไม่ชอบปล่อยพยัคฆ์
คืนบรรพต ตัวประหลาดนี่น่าจะมีพื้นเพใหญ่โต ต้องถูกกำจัดเสีย
นอกจากนั้น ในเวิ้งจักรวาลยังไร้พลัง อีกฝ่ายเป็นเซียน กลืนกิน
อีกฝ่ายจะเติมพลังให้เขาได้มหาศาล
เขาเก็บเรือศึก กระพือปีกไล่ล่าตามตัวประหลาดนี้ไป
เมื่อเห็นเจียงผิงอันไล่ตามมา วิญญาณร้ายก็ขู่ใส่ “อย่าบังคับข้า
นะ คิดจริง ๆ หรือว่าข้าทำอะไรเจ้าไม่ได้?”
“อือ” เจียงผิงอันตอบอย่างสัตย์ซื่อ
วิญญาณร้าย “…”
พูดไปใครจะเชื่อฟะ มันสิงสู่ร่างยอดฝีมือระดับเซียนปฐพีอยู่แท้ ๆ
แต่กลับถูกหนึ่งปุถุชนไล่ล่าสังหาร
ปุถุชนเผ่ามนุษย์เถื่อนขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน