สู่วิถีอมตะ - บทที่ 814 แผลงฤทธิ์วิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์
“มนุษย์ คิดจริง ๆ สินะว่าข้าฆ่าเจ้ามิได้ เช่นนั้นก็สู้ให้รู้เลยว่าใคร
จะตายก่อน!”
เมื่อเห็นเจียงผิงอันกัดไม่ปล่อย วิญญาณร้ายก็หยุดหนี เข้าต่อสู้
กับเจียงผิงอันอีกครั้ง
ทั้งสองออกหมัดปะทะกาย แต่ละการประชันรุนแรงดุจดวงดาวพุ่ง
กระแทก เรืองรัศมีเจิดจ้า ชัดเจนเหลือแสนในจักรวาลอันมืดสลัวนี้
วิญญาณร้ายแรงฤทธิ์ชวนสะพรึง อาศัยร่างสิงสู่ซึ่งเป็นยอดฝีมือ
ระดับเซียนปฐพี เมินการโจมตีส่วนใหญ่ของเจียงผิงอัน แต่รุกไล่เล่น
งานเจียงผิงอันจนกระอักเลือดบ่อยครั้ง
แม้วิญญาณร้ายตนนี้จะแผลงฤทธิ์เซียนปฐพีมิได้ แต่พลังของ
มันก็ใกล้เคียงเซียนปฐพียิ่ง
“กำแหงอีกสิ! เป็นแค่ปุถุชนยังกล้าดีกับข้า!” วิญญาณร้ายยิ้ม
เย้ย
เจียงผิงอันตระหนักแล้วว่าระดับกายเนื้อของตนไม่สูง หากสู้
เช่นนี้ต่อไปก็อาจทำร้ายรากฐาน ต้องพัฒนาร่างเนื้อของตัวเอง
เขายกนิ้วร่ายระบำกลางอากาศ อักขระสีทองลึกลับเรืองรองบน
สุญตา แต่ละตัวโชติช่วงเช่นตะวัน เจิดจรัสเหนือใดในจักรวาลอันมืด
มิด
คลื่นพลังรุนแรงจากอักขระเหล่านี้ทำให้วิญญาณร้ายสะดุ้ง
“นี่มันพลังอะไร? ไฉนจึงมีคลื่นพลังรุนแรงเช่นนี้?”
วิญญาณร้ายโจมตีอย่างบ้าระห ่า ตั้งใจขวางเจียงผิงอันมิให้ใช้วร
ยุทธ์นี้สำเร็จ แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทำอะไร มันก็สังหรณ์ร้ายตั้งแต่เริ่ม
เจียงผิงอันใช้กำไลทลายมิติ วาดอักขระพลางเร่งอำนาจมิติเข้า
สกัดขวาง
เมื่อเวลาผ่านไป ร่างของเจียงผิงอันก็โชกเลือดราวมนุษย์ปั้นจาก
แอ่งโลหิต กระดูกขาวปรากฏชัดเจน แขนขวาหายไปครึ่งหนึ่ง สภาพ
น่าเวทนาอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นเจียงผิงอันเจียนเกินทน วิญญาณร้ายก็ยิ่งกระหน ่าโจมตี
โดยไม่สนปราณที่สูญเสีย คิดจัดการอีกฝ่ายในรวดเดียว
วิ้ง!
ขณะนั้น เจียงผิงอันก็เขียนอักขระตัวสุดท้ายเสร็จสิ้น อักขระอัน
สมบูรณ์จากการประกอบจารึกลึกลับทั้งหลายนี้ดูเหมือนดาวหกแฉก
แสงทองสุกสกาวคล้ายทะยานไกลทั่วจักรวาล
อำนาจทรงพลังผลักวิญญาณร้ายกระเด็นไปทันที
อักขระที่เจียงผิงอันวาดก็คือ ‘วิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์’ วรยุทธ์
เซียนประหลาดที่อวิ๋นเหยาตั้งชื่อใหม่เช่นนี้ นอกจากเสริมพลังอาวุธ
แล้ว มันยังเสริมพลังโอสถ สมุนไพรเซียน กระทั่งสิ่งมีชีวิตก็ได้ ผิด
มนุษย์ยิ่งนัก
อวิ๋นเหยากล่าวกระทั่งว่า เมื่อเรียนวิชานี้ ก็มีโอกาสประชันทัณฑ์
สวรรค์พิพากษ์เทวา
เจียงผิงอันยืนบนยอดดาวหกแฉก อำนาจลึกลับแทรกซึมสู่กาย
บาดแผลอันน่าสะพรึงกลัวบนร่างฟื้นสภาพด้วยความเร็วสูงจนเห็นได้
ด้วยตาเนื้อ
สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดคือรากเซียนและรากฐานของเขา
รากเซียนในแต่ละร่างของเจียงผิงอันมีสิบแปดดารา สะท้อนรับ
กับกฎฟ้าดิน สื่อถึงพรสวรรค์
ผู้ฝึกตนทั่วไปมีดวงดาวสูงสุดได้เก้าดวง เขาใช้วิธีการพิเศษ
สร้างขึ้นได้สิบแปด
ยามนี้สามร่างผสานกัน จำนวนดาวในร่างเขาสูงถึงห้าสิบสี่
และเมื่อแสงจากดาวหกแฉกชโลมร่าง ดวงดาวรายล้อมราก
เซียนก็เพิ่มจำนวนเร็วจี๋เป็นสองเท่า กลับกลายเป็นร้อยแปดดวง!
ร่างมหึมาของเจียงผิงอันเรืองรัศมีดุจหนึ่งดารากลางอนธการ
เผยปราณแข็งแกร่งทั่วทั้งกาย ทะเลโลหิตโถมทะยานกลืนฟ้าบัง
ตะวัน สุญตาบิดเบี้ยวเสียลักษณ์
วิญญาณร้ายที่กระเด็นไปสุดแสนพรั่นพรึง
“เจ้านั่นทำอะไรน่ะ? ไฉนปราณเพิ่มระดับสูงมากเพียงนั้น?”
วิญญาณร้ายกระพือปีกพุ่งใส่เจียงผิงอันอย่างรวดเร็ว กรงเล็บ
แหลมคมเงื้อแทงอกเจียงผิงอัน
เมื่อกรงเล็บสัมผัสอกเจียงผิงอัน วิญญาณร้ายก็รู้สึกเจ็บแปลบที่
มือ หันไปมองก็เห็นกรงเล็บของมันหักสะบั้น ขณะที่เจียงผิงอันยืนนิ่ง
กับที่
สีหน้าของวิญญาณร้ายชะงักค้าง หัวใจเกิดคลื่นคลั่งสั่นสะท้าน
ร่างที่มันสิงสู่เป็นยอดฝีมือระดับเซียนปฐพี แต่กลับทะลวงร่างอีก
ฝ่ายมิได้!
ร่างของปุถุชนจะแข็งแกร่งอะไรขนาดนั้น!
ขณะเดียวกันนั้น เจียงผิงอันออกหมัดกระแทกใส่ อกของ
วิญญาณร้ายยุบบิด กระเด็นปลิวไปทันที
เมื่อสัมผัสพลังในกาย เจียงผิงอันก็ตกใจ เขารู้ว่า ‘วิชาเสริม
แกร่งยุทธภัณฑ์’ ทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นได้ แต่ไม่คิดว่า
จะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้
ทั้งพลังป้องกัน พละกำลัง ความเร็วและความคงทน… ทุกด้าน
ล้วนทวีคูณหลายเท่าตัว!
วิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์ทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งสุดขั้ว
รู้สึกว่าแม้ยามนี้จะมิได้ใช้วิชาใด เขาก็ยังรับการโจมตีจากศาสตรา
เซียนขั้นเซียนมนุษย์ได้
ครั้งนี้ เขามีคุณสมบัติพอประมือวิญญาณร้ายแล้ว
เจียงผิงอันกระพือปีกพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายทันที
สองฝ่ายประมืออย่างดุเดือด ไร้ฝ่ายใดเอาชนะกันลง
แต่เจียงผิงอันดูดซับพลังที่ทั้งสองแผ่ออกมาเติมให้ตนเองได้ ไม่
มีการสิ้นเปลืองพลังใด ๆ ขณะที่ปราณของอีกฝ่ายน้อยลงเรื่อย ๆ
สีหน้าของวิญญาณร้ายย ่าแย่ถึงขีดสุด พวกมันวิญญาณร้าย
เป็นผู้ล่า ดักโจมตีมนุษย์ท่ามกลางสุญตานี้มาตลอด ใช้เลือดเนื้อ
ของมนุษย์เติมพลังให้ตัวเอง พัฒนาตนอย่างต่อเนื่องเสมอมา
แต่ยามนี้ มันกลับถูกมนุษย์ผู้นี้ใช้เป็นอาหาร สูบปราณไปจาก
มันอย่างต่อเนื่อง
ทั้งสองสู้กันอย่างหลงลืมเวลา มิทราบว่าหนีไปที่ใด เหนื่อยอ่อน
ทั้งใจกาย
ร่างของวิญญาณร้ายหดเล็ก ผอมบางราวกิ่งไม้แห้ง ปราณในตัว
ถดถอย ร่างเต็มไปด้วยรอยหมัด
แม้เจียงผิงอันก็เต็มไปด้วยบาดแผล แต่เขาดูดซับพลังจากอีก
ฝ่ายไปมากมาย ภายหลังก็สามารถคืนสภาพได้ และเขาก็เชี่ยวชาญ
ในศึกยืดเยื้อมาแต่ไหนแต่ไร
“มนุษย์สารเลว อย่าบังคับข้านะเฟ้ย! ให้โอกาสสุดท้าย รีบไป
เสีย!” วิญญาณร้ายแผดเสียง
“เจ้าให้โอกาสเช่นนั้นกับข้ามาหลายสิบรอบแล้ว”
น ้าเสียงของเจียงผิงอันราบเรียบ หมัดในมือกระหน ่ารัวใส่อีกฝ่าย
ดุจพายุ
ใบหน้าของวิญญาณร้ายบุบบี้ รู้สึกอัปยศนัก
“หนนี้ข้าเอาจริงแล้ว ข้ามีความสามารถพิเศษหนึ่งชื่อ ‘ตราดาว’
สามารถปล่อยคลื่นพลังพิเศษซึ่งมีรัศมีกระจายกว้างไกลได้”
“เจ้าก็รู้ว่าในสุญตาแห่งนี้มีมนุษย์หลงทางเช่นเจ้าอยู่มากมาย
พอข้าดึงพวกเขามา เจ้าก็คงเดาได้ว่าเซียนหลงทางเกินนับปี
ทั้งหลายจะสูบพลังเจ้าหมดตัวกันหรือไม่?”
“อย่าคิดว่าเป็นมนุษย์เหมือนกัน คนเหล่านั้นจะไม่โจมตีเจ้านะ
เพียงเพื่อเอาตัวรอด ต่อให้เป็นคนใกล้ชิดก็ยังลงมือกันเองได้”
ยามผู้คนที่สัญจรในเวิ้งจักรวาลสัมผัสคลื่นพลังได้ พวกเขาจะ
สุดแสนตื่นเต้น คิดว่าตนหาภพเซียนเจอ พบทางกลับบ้านแล้ว
แต่เมื่อมาถึง พวกเขาก็พบว่าพวกตนถูกหลอก
วิญญาณร้ายไร้หนทางอื่นจะจัดการกับเจียงผิงอัน จึงมีแต่ต้อง
ใช้ลูกไม้นี้มาข่มขู่
ได้ยินเช่นนี้ เจียงผิงอันก็ร่างสะท้าน “เจ้ายังมีความสามารถนี้อยู่
หรือนี่!”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเปลี่ยนน ้าเสียงเสียที วิญญาณร้ายก็แค่นยิ้ม
“กลัวล่ะสิ หากกลัวก็รีบไสหัวไปเสีย ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”
“มีพลังเช่นนี้ เจ้าไม่บอกเสียแต่แรกหนอ”
เจียงผิงอันนำกระบี่เซียนระดับเซียนปฐพีที่ริบไว้ก่อนหน้านี้
ออกมา ใช้พลังวิญญาณควบคุมกระบี่พลางออกหมัดโจมตี
แม้เขาจะแผลงฤทธิ์ศาสตราเซียนระดับเซียนปฐพีมิได้ แต่
ศาสตราเซียนปฐพีก็บรรจุอำนาจกฎเกณฑ์แข็งแกร่งในตัวมันเอง แม้
มิได้เจาะจงแผลงฤทธิ์ ก็ยังมีพลังทำลายล้างรุนแรง
รอยยิ้มเย้ยบนใบหน้าวิญญาณร้ายชะงักแล้วเลือนหายไป
เดี๋ยวสิ คนผู้นี้ควรจะกลัวมิใช่หรือ? ไฉนยิ่งระดมโจมตีหนักกว่า
เก่าล่ะ?
นอกจากนั้น มนุษย์นี่ยังซ่อนพลังวิญญาณร้ายกาจไว้ด้วย!
“มนุษย์สมควรตาย! คิดว่าข้าโกหกเจ้าหรือ? ข้าจะเรียกผู้ฝึกตน
ซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่มาได้จริง ๆ นะเฟ้ย!”
วิญญาณร้ายคิดว่าเจียงผิงอันไม่เชื่อมัน เลยโจมตีต่อไป
“ข้าเชื่อ ช่วยรีบ ๆ ลงมือที” น ้าเสียงของเจียงผิงอันเจือเค้าอ้อน
วอน การโจมตีของเขายิ่งทวีความดุเดือด
วิญญาณร้ายเดือดดาลอกแทบแตก มนุษย์สมควรตายนี่มิเชื่อ
มันชัด ๆ แต่ยังพูดเล่นลิ้นกับมัน สมควรตายจริง ๆ!
เรื่องนี้ วิญญาณร้ายเข้าใจผิดเต็มเปา เจียงผิงอันมิได้หยอกล้อ
อะไรมัน แต่หวังจริง ๆ ว่ามันจะใช้วิชาเรียกคนเช่นนี้ออกมา
“ก็ได้ ก็ได้ ในเมื่อเจ้าไม่เชื่อ ก็รอความตายได้เลย!!”
วิญญาณร้ายแผดเสียง แล้วใช้วิชา ‘ตราดาว’ ปล่อยคลื่นพลัง
ประหลาดออกจากกาย กระจายสู่เวิ้งจักรวาลอันมืดดำ
อำนาจนี้ประหลาดนัก มิได้แข็งแกร่ง แต่กลับขจรไกลยิ่งนัก
“ทีนี้เชื่อข้าหรือยังล่ะมนุษย์ ยังไม่รีบไสหัวไปอีก พอยอดฝีมือมา
กัน เจ้าได้ตายแน่!” น ้าเสียงของวิญญาณร้ายอ่อนเปลี้ยเล็กน้อย
การต่อสู้เนิ่นนานผนวกกับวิชาที่ใช้ทำให้มันเหนื่อยยิ่ง
“ขอบคุณนะ ขอบคุณมาก” ร่างของเจียงผิงอันสั่นสะท้านอย่าง
ตื่นเต้น
วิญญาณร้าย: “???”
สมองเจ้านี่มีอะไรผิดปกติหรือไม่? นี่เป็นเรื่องอันตรายแท้ ๆ ไฉน
มาขอบคุณข้า
“เพื่อขอบคุณเจ้า ข้าจะไม่ฆ่าเจ้าแล้ว” เจียงผิงอันควบคุมความ
ตื่นเต้นอย่างสุดกำลัง มีพลังเช่นนี้ โอกาสการพบศิษย์พี่หญิงก็
เพิ่มขึ้นเยอะเลย!
“เหอะ ๆ เจ้าฆ่าข้าได้ที่ไหน” แม้วิญญาณร้ายจะไม่รู้ว่าเจียงผิง
อันขอบคุณมันทำไม มันก็โล่งอกเสียทีที่ได้ยินว่าอีกฝ่ายจะไม่ฆ่ามัน
มิคาดจริง ๆ ว่าจะมีวันที่มันกลัวสามัญชนคนหนึ่งกับเขาด้วย
ต้องรีบกลับไปรายงานเรื่องคนผู้นี้กับเผ่า แล้วฆ่าอัจฉริยะเผ่า
มนุษย์นี่เสียแต่เนิ่น ๆ!