สู่วิถีอมตะ - บทที่ 815 ตราดาว
วิญญาณร้ายหันกายเตรียมเหินจาก ทว่าจู่ ๆ ก็สัมผัสได้ว่าร่าง
ของตนแข็งทื่อ ตรวนพลังวิญญาณรัดตรึงมิอาจขยับกายได้
“เจ้าทำอะไร! ไหนบอกจะไม่ฆ่าข้าไง!”
วิญญาณร้ายหน้าถอดสีเฉียบพลัน ทว่ายามจะสะบัดให้หลุดก็
พบว่าไร้ผลใด ๆ เพราะการต่อสู้ยืดเยื้อทำให้พลังกายและปราณของ
มันถดถอย ขณะที่พลังวิญญาณของคนผู้นี้น่าสะพรึงกลัวกว่าที่มัน
คาดคิดมากนัก
“ข้าบอกว่าจะไม่ฆ่าเจ้า แต่ไม่อยากปล่อยเจ้าไป ข้าต้องการ
ความสามารถของเจ้า”
วิญญาณร้ายใช้ ‘ตราดาว’ เพียงหน อาจมิดึงความสนใจของ
ศิษย์พี่หญิงมาได้ จึงต้องจับเจ้านี่ไว้ให้ใช้วิชานี้ต่อไป
เขาพุ่งมาประชิดวิญญาณร้าย ใช้พู่กันพิพากษาฝังอักขระเซียน
ชุดหนึ่งไว้ในตัวอีกฝ่าย
นี่คืออักขระเซียนที่ใช้ควบคุมศาสตราเซียน เมื่อฝังไว้กับ
วิญญาณร้ายก็จะสามารถควบคุมวิญญาณร้ายได้ ขณะเดียวกัน
พลังวิญญาณก็แทรกเข้าสู่มโนสำนึกของอีกฝ่าย สร้างชั้นพลังคุ้ม
กันอีกฝ่ายมิให้ดิ้นหลุดอีกชั้นหนึ่ง
เสียงของอวิ๋นเหยาดังขึ้นในมโนสำนึกของเขา “วิญญาณร้าย
ตนนี้พิเศษมาก ทำเช่นนี้จองจำมันไม่ได้หรอก ขอกระบี่เซียนนั่นให้
ข้า ข้าจะช่วยหลอมมันใหม่เป็น ‘ตรวนสยบมาร’ ให้”
เจียงผิงอันไม่ลังเล ส่งกระบี่เซียนระดับเซียนปฐพีเข้าสู่โลกใบ
น้อย ส่งให้อวิ๋นเหยาอย่างสุดเชื่อถือ
“ผู้อาวุโส ทราบหรือไม่ว่าสิ่งใดสิงสู่ผู้ฝึกตนผู้นี้อยู่? ไฉนข้าจึง
รู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างบอกไม่ถูกเลย?”
เจียงผิงอันน้อยครั้งยิ่งจะแสดงความรู้สึกไม่ชอบอะไรก่อน แต่เมื่อ
เห็นสิ่งนี้ เขาก็รู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างเด่นชัด มันเป็นความรู้สึก
เดียดฉันท์จากภายใน มิอาจควบคุมได้เลย
อวิ๋นเหยาตอบพลางหลอมกระบี่เซียน
“เจ้าเรียกพวกมันว่าวิญญาณร้ายก็ได้ หรือจะเรียกมารร้ายก็ถูก
ของพรรค์นี้ถือได้ว่าเป็นปรสิต พวกมันเกิดมาชอนไชภพเซียน ไม่
ฝึกฝนเองแต่มาเป็นกาฝากแทรกซึมตัวตนในภพเซียน ส่งผลกระทบ
ต่อกฎเต๋าเซียนและเป็นที่ปฏิเสธของเต๋าเซียน ขอเพียงชีวิตใดบรรลุ
เต๋าเซียนพบมัน ก็จะรู้สึกเดียดฉันท์สิ่งเหล่านี้”
เจียงผิงอันนิ่งใคร่รู้ไปใหญ่ “ปรสิตพวกนี้เกิดมาได้อย่างไร? ไฉน
จึงมาโผล่ในเวิ้งจักรวาล? ก่อนหน้านี้ที่แดนยมโลก ข้าเคยสัมผัส
ปราณเช่นนี้มาก่อน”
“ไม่รู้สิ ข้าไม่รู้เรื่องพวกนี้มากนัก” อวิ๋นเหยาว่า
“ขอบคุณผู้อาวุโส” เจียงผิงอันกล่าวขอบคุณ
หลายปีมานี้ อีกฝ่ายสอนสั่งและให้อะไรเขาเยอะแยะยิ่ง
อย่าง ‘คัมภีร์มารกลืนสวรรค์’ ‘วิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์’ ‘วิชา
พันค้อนร้อยหล่อหลอม’ และลวดลายศักดิ์สิทธิ์สายความเร็ว…
กล่าวได้ว่าหากไม่มีวรยุทธ์เซียนชั้นสูงทั้งหลายที่ผู้อาวุโสอวิ๋น
เหยาให้มา เขาคงมิอาจมาถึงจุดนี้ได้
แม้สตรีผู้นี้จะชอบรังแกเขา ให้เขานวดไหล่นวดเท้า แต่เขาก็ยัง
รู้สึกขอบคุณอีกฝ่ายจากก้นบึ้งหัวใจ
“อย่าคิดขอบคุณข้า คิดว่าจะเอาตัวให้รอดอย่างไรดีกว่า พลัง
พิเศษที่วิญญาณร้ายนี่ส่งออกไป บุคคลแสนไกลก็ตรวจพบได้ ข้ารู้
ว่าเจ้าอยากเรียกศิษย์พี่หญิงของเจ้ามา แต่เจ้าก็อาจเรียกยอดฝีมือ
เหนือระดับเซียนสวรรค์มาก็ได้ ถึงยามนั้น ไม่ว่าเจ้าจะแข็งแกร่งแค่
ไหน ก็ไม่อาจรอดพ้นตัวตนระดับนั้นได้หรอกนะ”
อวิ๋นเหยาเตือนเจียงผิงอันให้ระวังตัว
เจียงผิงอันย่อมทราบถึงอันตราย แต่เขาไร้ทางเลือก
แม้ศิษย์พี่หญิงจะบรรลุเซียนแล้ว แต่ความคิดของนางก็มิได้สูง
ล ้า มิอาจอยู่รอดในจักรวาลอันว้าเหว่นี่ได้นาน อาจฆ่าตัวตายก็
เป็นได้
ยิ่งอยู่ที่นี่นานยิ่งอันตราย ต้องหาศิษย์พี่หญิงให้เจอโดยด่วนที่สุด
เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
“พี่ใหญ่ ข้าผิดไปแล้ว ผู้ฝึกตนอย่างพวกเจ้าเห็นข้าแล้ว
สะอิดสะเอียนจะตาย ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าจะไม่คุกคามอะไรเจ้าแล้ว”
วิญญาณร้ายดูเว้าวอน ทว่าในใจสุดเคียดแค้น อาฆาตเจียงผิง
อันหมายชีวิตยิ่ง
“ปล่อยเจ้าไป? ไม่ได้หรอก ข้าเหงายิ่งนัก มีคนเพิ่มสักคนก็
คลายเหงาได้บ้างแหละ”
เจียงผิงอันไม่คิดปล่อยอีกฝ่ายไป ปล่อยเรือศึกออกมาแล้วลาก
มันขึ้นไป “จะว่าไป เจ้ามาซุ่มโจมตีมนุษย์ในที่แบบนี้ได้เช่นไร?”
ตัวตนทั่วไปจะไม่มาดักโจมตีมนุษย์ในสถานที่อโคจรเช่นนี้ ดัก
รอเป็นหมื่น ๆ ปีก็อาจไม่พบผู้ใด เสียเวลาเป็นอย่างยิ่ง
“เผ่าเราถูกเดียดฉันท์ ผู้คนด่าทอไล่ตีเสมอมา ย่อมมิกล้าไปยัง
ภพเซียน พี่ใหญ่ หากเจ้าอยู่เหงา ๆ ข้าแปลงลักษณ์เป็นหญิงงามล ้า
เลิศเผ่ามนุษย์มาช่วยเจ้าได้นะ”
วิญญาณร้ายดูประจบประแจง ทว่าในใจคิดหาวิธีจัดการอีกฝ่าย
อยู่ ผนึกจำกัดที่คนผู้นี้ใช้กับมันไร้ประโยชน์ ขอเพียงสละร่างนี้เสีย
มันก็พ้นพันธนาการแล้ว
แต่หากทิ้งร่างนี้ไป พลังต่อสู้ก็จะถดถอย มิอาจรับมือเจ้านี่ได้ จึง
ต้องหาโอกาสลงมือ
เปรี้ยง!
เจียงผิงอันออกหมัดใส่หน้าอัปลักษณ์ของอีกฝ่าย “อย่าชวนข้า
สำรอก”
สัตว์ประหลาดหน้าเขียวเขี้ยวโง้ง ร่างช ้าเลือดช ้าหนองพรรค์นี้
แถวบ้านเขาเรียก ‘ผี’ ต่อให้ตัวพรรค์นี้เปลี่ยนลักษณ์เป็นหญิงสาว ก็
ชมว่างามไม่ลงหรอก
ยิ่งกว่านั้น เจียงผิงอันยังมิใช่คนแบบนั้นด้วย
“เจ้าอุบาทว์นัก จำแลงกายที” เจียงผิงอันใช้พลังสร้างภาพฉาย
สุนัขกลางอากาศ “เป็นเจ้านี่นะ”
“พี่ใหญ่ นี่มันตัวอะไรกัน ดูน่าเกลียดยิ่ง” วิญญาณร้ายดู
เดียดฉันท์
เปรี้ยง!
อีกหนึ่งหมัดประเคนใส่หน้าวิญญาณร้าย “เจ้ายังมีหน้ามาบอก
ผู้อื่นเช่นนี้หรือ?”
“พี่ใหญ่! เลิกชกเถอะ ข้ายอมแล้ว ข้าเปลี่ยนร่างแล้ว!”
วิญญาณร้ายสะกดจิตสังหารในใจ รีบเปลี่ยนลักษณ์เป็นสุนัข
ด้วยกลัวโดนต่อย
เจียงผิงอันพยักหน้า “ภายหน้า เจ้าจะชื่อว่าต้าเฮย”
ใบหน้าสุนัขของวิญญาณร้ายกระตุก มนุษย์สมควรตายนี่ถึงกับ
ตั้งชื่อให้มัน ทำเหมือนมันเป็นสัตว์เลี้ยงชัด ๆ
มันเป็นยอดฝีมือตนหนึ่งของเผ่าวิญญาณร้ายเลยนะ…
เปรี้ยง!
เจียงผิงอันเตะเข้าใส่ “ได้ยินหรือไม่!”
“ได้ยินขอรับ! จากนี้ไปข้าชื่อต้าเฮยขอรับ”
วิญญาณร้ายรีบร้อนพยักหน้า ขณะก้มศีรษะต ่า ดวงตาของมัน
ก็เรืองจิตสังหาร
“มนุษย์สมควรตาย ข้าหาโอกาสได้ยามใดจะสิงร่างมันให้ฉิบ
หายไปข้าง! มนุษย์ผู้นี้ต้องคาดไม่ถึงแน่ว่าผนึกพรรค์นี้ใช้กับข้า
ไม่ได้เลย ฮ่า ๆ”
กริ๊ก~
ขณะที่วิญญาณร้ายกำลังคิดว่าจะเล่นงานเจียงผิงอันเช่นไรอยู่
นั้น จู่ ๆ ก็รู้สึกแน่น ๆ ที่ลำคอ
ตรวนเส้นหนึ่งรัดรอบคอมัน และขณะเดียวกันนั้น มันก็รู้สึกว่าทั้ง
กายและวิญญาณถูกจำกัดอย่างรุนแรง
ดวงตาของวิญญาณร้ายเบิกกว้าง “นี่อะไรกัน! เจ้าทำอะไรกับ
ข้า!”
มันอยากทิ้งร่างนี้หนีไป แต่ก็พบว่ามิอาจหนีพ้น ถูกตรวนนี้สะกด
หยุดไว้อย่างราบคาบ
เจียงผิงอันลากวิญญาณร้ายเข้ามาเตะเสยศีรษะสุนัขเข้าให้ “เจ้า
โวยวายอะไร? ใช้ ‘ตราดาว’ เต็มกำลังเสีย ปล่อยคลื่นพลังประหลาด
นั่นให้ไกลที่สุดเท่าที่ทำได้เลย”
“อย่าหวัง! ข้าเป็นถึง…”
เปรี้ยง!
ขณะที่วิญญาณร้ายจะพูดอะไร อำนาจรุนแรงก็หลากออกจาก
ตรวนสยบมารเข้าปะทะวิญญาณร้าย
ร่างของวิญญาณร้ายชักกระตุกรุนแรง เพียงประเดี๋ยวก็นอน
พังพาบกับพื้นอย่างรวดร้าว
ตรวนสยบมารมุ่งเน้นในการประชันสิ่งชั่วร้ายเช่นนี้ ทั้งร่างและ
วิญญาณของมันจะถูกอัสนีโถมกระหน ่า เจ็บปวดเหลือแสนเกินคณา
“ผู้อาวุโสอวิ๋นเหยา ตรวนบนตัวข้าคงมิใช่สิ่งนี้กระมัง ถึงกับ
ควบคุมข้าได้ด้วย”
เจียงผิงอันไม่ลืมว่ายามแรกพบอวิ๋นเหยาในโลงแก้วผลึก รอบ
โลงแก้วผลึกถูกพันปิดด้วยตรวนประหลาด และเมื่อโลงแก้วผลึกเปิด
ออก ตรวนประหลาดนั้นก็รัดตัวเขาผสานเข้ากับกาย ปัจจุบันก็ยังอยู่
ในตัวเขา
เจียงผิงอันใช้จิตสัมผัสตรวจสอบอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่ยักพบว่า
ตรวนนี้ไปอยู่ที่ส่วนใดของเขา ราวกับไม่เคยมีมันอยู่
อวิ๋นเหยายิ้มหยัน “จะควบคุมเจ้า ข้าต้องใช้ตรวนนี่ด้วยหรือ?
ประเมินตนสูงไปแล้ว”
เจียงผิงอันพูดไม่ออก
แต่ก็จริง ด้วยความแข็งแกร่งของสตรีผู้นี้ ฝ่ามือเดียวก็ส่งเขาไป
โลกหน้าได้ ไร้จำเป็นต้องใช้ตรวนมาควบคุมใด ๆ
แต่ตรวนที่อยู่บนร่างเขาล่ะ?
เจียงผิงอันควบคุม ‘ตรวนสยบมาร’ ให้เล่นงานวิญญาณร้ายอีก
สองสามหน สุดท้ายวิญญาณร้ายก็ยอมเชื่อฟัง ใช้ ‘ตราดาว’ อย่าง
ต่อเนื่องภายใต้คำขอของเจียงผิงอัน ส่งคลื่นพลังประหลาดออกไป
ไม่ถึงครึ่งปี หนึ่งจิตสัมผัสก็กวาดเข้ามา งูยักษ์สองหัวสีแดงตัว
หนึ่งซึ่งมีความยาวนับยี่สิบลี้ปรากฏขึ้น แผ่ปราณการฝึกฝนระดับ
เซียนมนุษย์
“ที่นี่ไม่มีเขตแดนอะไร มีก็แค่ปุถุชนผู้หนึ่ง”
“แย่ชะมัด นึกว่าเจอภพปีศาจแล้วเสียอีก”
ศีรษะทั้งสองของอสรพิษยักษ์สีแดงเสวนา วาทะของพวกมัน
ผิดหวังยิ่ง
คู่เนตรแดงฉานสี่คู่จ้องมองมาที่เจียงผิงอันซึ่งนั่งที่หัวเรือ “มนุษย์
เจ้ามาจากทิศใด ภพเซียนอยู่ที่ใด”
ปีศาจงูใช้วาทะถือตน ไม่เห็นมนุษย์สามัญระดับนี้ในสายตา มัน
อ้าปากงาบหนเดียวก็กลืนได้เป็นร้อยพัน ไม่แหย่ขี้ฟันสักนิด
เจียงผิงอันชี้ไปยังทิศหนึ่ง “น่าจะตรงนั้นแหละ”
กำแพงกั้นภพกั้นปราณที่แผ่จากภพเซียนเอาไว้ ขอเพียงพ้น
เขตภพ ก็ยากจะรับรู้คลื่นพลังของภพใด ๆ ได้
ในเวิ้งจักรวาลไร้ทิศทางใด ๆ บ่งชี้ ชี้ที่ใดก็เป็นหนึ่งทิศทาง หัก
เลี้ยวได้มากมายสารพัด ขอเพียงหลุดจากเส้นทาง ก็ยากจะหวนคืน
ได้
เนื่องจากการประมือวิญญาณร้ายก่อนหน้านี้ เจียงผิงอันจึงจำ
ทิศทางเดิมอย่างชัดเจนไม่ได้แล้ว
เมื่อได้รับการชี้ทิศภพเซียน อสรพิษสองหัวก็ดูดีใจขึ้นมา
เล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด สี่คู่เนตรมหึมาจ้องมองเจียงผิงอัน “สามัญ
ชนมิบรรลุเซียนอย่างเจ้าควรค่ากับเรือศึกระดับนี้ด้วยหรือ? เรือศึกลำ
นี้ดีมาก เราต้องการมัน”
หนึ่งศีรษะอ้าปากกว้าง งาบเข้าหวังกลืนเจียงผิงอันเข้าไป
ในสายตาพวกมัน นี่ก็แค่กินอาหาร ไม่ได้ผิดแปลกอะไร เหมือน
เช่นมนุษย์กินปศุสัตว์ในแต่ละวัน แค่ต่างมุมมองต่างจุดยืนเท่านั้น
ผู้แข็งแกร่งกว่ามีอำนาจตัดสินเป็นตายของชีวิตอื่น
เจียงผิงอันซึ่งนั่งบนหัวเรือเงยหน้าขึ้น “ดูเจ้าจะรู้นะว่าข้าอยาก
กินเนื้ออยู่พอดี”
เขาเงื้อหมัด พลังอันน่าสะพรึงกลัวหลากทะลัก ศีรษะอสรพิษที่จะ
กลืนเขาระเบิดเละทันที
ศีรษะอสรพิษที่เหลือเผยสายตาหวาดผวาตื่นตะลึง
เป็นไปได้เช่นไร!
มันเป็นยอดฝีมือระดับเซียนมนุษย์ ปุถุชนผู้หนึ่งมีพลังระเบิดร่าง
เซียนได้เช่นไร!
นอกจากนั้น พวกมันยังเป็นเซียนปีศาจที่แข็งแกร่งด้วย!
ปีศาจงูตระหนักแล้วว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี แต่เมื่อคิดหนี เจียงผิง
อันก็เร่งพลังวิญญาณสกัดขวาง ลากมันกลับมา
สุนัขดำที่หมอบหลบมุมอยู่ส่ายหัว มันกะแล้วว่าปีศาจงูจะหลงกล
ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่าปุถุชนผู้นี้จะสามารถพอประชันเซียนได้
เจียงผิงอันควบคุมตัวปีศาจงูผู้บาดเจ็บสาหัสพลางตะโกนบอก
สุนัขดำ “เก็บเศษเนื้อที่กระจายไปกลับมาย่าง อย่าใช้เพลิงชั่วร้ายนะ
แล้วก็อย่าให้ไหม้เยอะนักด้วย”
“สารเลว! เจ้าถึงกับจะใช้ข้าเป็นทาส! ไม่ทำโว้ย!”
วิญญาณร้ายโวยวายในใจ แต่หน้าแย้มยิ้มประจบประแจง “ได้
เลยพี่ใหญ่ ข้าจะย่างให้ดีเชียว”
สุนัขดำยืนด้วยสองขา ขะมักเขม้นเริ่มย่างเนื้อ