สู่วิถีอมตะ - บทที่ 817 เซียนสวรรค์
เรือศึกสั่นสะท้านอยู่หลายเดือนจึงสงบลง
เหมียวเสียเอนพิงผนังห้องควบคุมเรือศึก เดินเข้ามากอดเจียงผิง
อันจากเบื้องหลัง “เจ้าบื้อ พลังกายของเจ้าไฉนจึงดีเพียงนี้ได้
กะทันหันกัน?”
นางเคยเป็นฝ่ายรังแกเจียงผิงอัน แต่ครั้งนี้กลับถูกเจียงผิงอันสั่ง
สอนอย่างสาสม กว่าจะลุกจากเตียงได้ก็ต้องใช้เวลาหลายวันทีเดียว
“ร่างกายของข้าขณะนี้ หากยอดฝีมือระดับเซียนปฐพีมิใช้พลัง
เต๋าเซียน ว่ากันเพียงร่างเนื้อ ก็ทำร้ายข้าไม่ได้แล้ว” เจียงผิงอันกล่าว
เหมียวเสียเม้มปาก “ไฉนเจ้าอวดโอ่เก่งกว่าข้าอีกล่ะ?”
นางยอมรับว่าเจียงผิงอันแข็งแกร่งจริง ๆ แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะ
แข็งแกร่งจนเซียนปฐพีมิอาจทำร้าย ต่อให้มิได้ใช้อำนาจเต๋าเซียนก็
ตาม
“ข้ามิได้หลอกศิษย์พี่หญิงนะ ข้าบรรลุวิชาเสริมพลังที่สามารถ
ใช้กับร่างกายได้ ทั้งยังใช้ยกระดับพรสวรรค์สองเท่าได้ ไว้ภายหลัง
ข้าก็ช่วยศิษย์พี่หญิงเสริมพลังได้ แต่การเสริมพลังเช่นนี้ต้องใช้
ปราณเซียนจำนวนมาก ยามนี้ต้องสงวนผลึกเซียนไว้แล้วหาทาง
กลับบ้านก่อน”
เจียงผิงอันจ้องม่านแสงตรงหน้าอย่างเคร่งขรึม บนนั้นบันทึก
เส้นทางภาพรวมของเรือศึกไว้ และเขาก็กำลังให้เรือศึกย้อนกลับทาง
เดิม
เหมียวเสียเมินวาจาก่อนหน้านี้ สนใจเรื่องกลับบ้านมากกว่า ไม่
ว่านางจะแข็งแกร่งได้แค่ไหน กลับบ้านมิได้ก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี
“เราจะกลับไปได้หรือ?”
“ไม่แน่ใจ”
สีหน้าของเจียงผิงอันเคร่งขรึม “เพราะก่อนหน้านี้ข้าเปิดศึกกับ
วิญญาณร้าย เส้นทางส่วนหนึ่งเลยขาดหาย ยามนี้มีแต่ต้องประมาณ
ทิศเอา”
อย่าว่าแต่ขาดเส้นทางส่วนหนึ่งเลย ต่อให้ตลอดเส้นทาง
ครบถ้วน โอกาสได้กลับทางเดิมยังไม่สูงนัก
เพราะเรือศึกบันทึกเส้นทางไว้เพียงคร่าว ๆ มิได้แม่นยำเสมอไป
หากจะยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายที่สุด วาดเส้นตรงสองเส้นบนโต๊ะ
ให้ขนานกัน ลากพวกมันต่อไปเรื่อย ๆ ก็จะพบว่าระยะห่างระหว่าง
สองเส้นนี้จะไกลกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
เจียงผิงอันขับเรือในเวิ้งจักรวาลมาหลายร้อยปี แม้เส้นทางนี้จะ
ห่างจากเส้นทางเดิมเพียงสองฉื่อ หลังจากขยายความกว้างอย่างไม่
จบสิ้น ความต่างนี้ก็จะเพิ่มระยะทางไร้จุดจบ
เมื่อเห็นสีหน้าหนักใจของเจียงผิงอัน เหมียวเสียก็ลูบหลังเขาเบา
ๆ ชายผู้นี้ตามหานางสุดชีวิต นางรู้สึกว่าต่อให้ตายไปเดี๋ยวนี้ นางก็
ไร้อาวรณ์
“ไม่เป็นไรหรอก หากกลับไม่ได้ก็คือกลับไม่ได้ ใช้ชีวิตที่เหลือให้
ดี มีลูกกันสักร้อยคนก็ได้”
เจียงผิงอัน “…”
ถึงจะเป็นวาทะปลอบใจ แต่พอออกจากปากเหมียวเสีย ก็รู้สึก
พิกลได้เสมอสิน่า
“กลับตามทางเดิมก่อนเถอะ หากหาเส้นทางที่ถูกต้องไม่ได้จริง ๆ
ก็ค่อย ๆ ปรับ…”
ทันใดนั้น จิตสังหารแข็งแกร่งสายหนึ่งก็ปกคลุมทั่วทั้งเรือศึก
ขัดจังหวะวาจาของเจียงผิงอัน
สีหน้าของวิญญาณร้ายและภูตอสรพิษบนดาดฟ้าพลัน
แปรเปลี่ยน ร่างของพวกมันสั่นสะท้าน
“ซ-… เซียนสวรรค์!”
แรงกดดันจากจิตสัมผัสยอดฝีมือต่างระดับย่อมแตกต่าง หาก
ปลดปล่อยจิตสัมผัสน่าสะพรึงกลัวระดับนี้ออกมาได้ ก็ต้องเป็นยอด
ฝีมือระดับเซียนสวรรค์!
ความเป็นไปได้แย่สุดปรากฏแล้ว เรียกยอดฝีมือเซียนสวรรค์มา
จนได้!
“ในที่สุดก็เจอสิ่งมีชีวิตแล้ว”
ผู้ฝึกตนมนุษย์ซึ่งเหลือเพียงโครงกระดูกผู้หนึ่งมองมายังเรือศึก
เขาสวมอาภรณ์โบราณขาดวิ่น ในกายเหลือปราณไม่มากนัก
กระทั่งเลือดเนื้อยังรักษาไว้มิได้ หลงเหลือแค่เพียงโครงกระดูก
เมื่อเห็นเรือศึกลำนี้ ร่างของเขาก็สะท้านอย่างตื่นเต้น เขาร่อนเร่
มามิอาจนับปี พลังในกายเจียนไม่เหลือแล้ว
หากกลืนกินตัวตนระดับเซียนทั้งสามและหนึ่งสามัญชนนี้เสีย
เขาจะยื้อชีวิตได้อีกเป็นแสน ๆ ปี ในนี้กระทั่งมีหญิงงามอยู่ผู้หนึ่ง
สำราญก่อนค่อยกลืนกินก็ได้
เมื่อพบเซียนสวรรค์ผู้นี้ หัวใจของวิญญาณร้ายและภูตอสรพิษก็
สุดสิ้นหวัง หากเผชิญเจียงผิงอันเพียงหนึ่ง พวกมันยังมีโอกาสหนี
แต่มาเจอตัวตนน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ พวกมันไม่เหลือโอกาสรอดใด ๆ
วิ้ง!
เรือศึกแผดรัศมีเรืองรอง อักขระเซียนล่องลอยเต็มฟ้า คู่ปีกโบก
โบย เหินบินสุดความเร็วสู่ความมืดมิดอันไร้ขอบเขต
เจียงผิงอันตะโกน “ผู้อาวุโส ภพเซียนอยู่ข้างหน้า ห่างไปไม่กี่
ร้อยปี ท่านยังมีโอกาสกลับไป ไร้จำเป็นต้องโจมตีเรา!”
เขาพยายามเกลี้ยกล่อมยอดฝีมือผู้นี้มิให้โจมตีพวกเขา
“ได้ เซียนผู้นี้จะไม่โจมตีพวกเจ้า หยุดเรือศึกเสีย เซียนผู้นี้จะรับ
มันไว้แล้วกลับภพเซียนด้วยกัน”
เซียนสวรรค์ผอมแห้งเอ่ยเสียงอิดโรย
“ผู้อาวุโส ข้าเป็นคนตาขาว ท่านอย่าขึ้นมาเลย”
เจียงผิงอันไม่ยอมหยุดเรือศึก แต่ยิ่งเพิ่มความเร็วของมันถึงขีด
สุด ห้อตะบึงอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อเห็นเรือศึกไม่ยอมหยุด เสียงของยอดฝีมือเซียนสวรรค์ผู้นี้ก็
เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ “รีบหยุดเดี๋ยวนี้ หากไม่ เซียนผู้นี้จะลงมือกับ
พวกเจ้า เซียนผู้นี้ไม่ชอบตัดชีวิต”
เรือศึกตรงหน้าเป็นเรือศึกพิเศษสายความเร็ว หากเป็นเขายาม
สมบูรณ์พร้อม การไล่ตามมันให้ทันไม่ยากเย็น แต่ยามนี้ต้องใช้เวลา
สักหน่อย
เจียงผิงอันพลันเปลี่ยนทิศเรือเหาะพุ่งดิ่งลงไป “ผู้อาวุโส ข้าบอก
ชัดแล้ว ขอเพียงท่านตามทิศทางเมื่อครู่ไป ท่านจะกลับสู่ภพเซียนได้!
หากผู้อาวุโสไล่ตามเรา ข้าจะเบี่ยงออกนอกทิศทาง ไม่กลับภพเซียน
อีกเลย!”
ได้ยินเช่นนี้ ยอดฝีมือเซียนสวรรค์ผู้นี้พลันชะงัก
หากคนผู้นี้มิได้โกหก ด้วยพลังในกายเขาปัจจุบัน เขาก็ยัง
สามารถทนได้หลักหมื่นปี มีโอกาสหวนคืนภพเซียน
แต่เขาสงสัยว่าอีกฝ่ายจะโกหก เส้นทางนี้ไร้หนทางหวนกลับ
และอีกฝ่ายก็แค่เลี่ยงมิให้ตนถูกฆ่า
เมื่อเห็นเรือศึกห่างสายตาไปเรื่อย ๆ เซียนสวรรค์ร่างผอมแห้ง
พลันหรี่ตา ชักกระบี่ออกมาเล่มหนึ่งชี้ไปตรงหน้า แล้วไล่ล่าเรือศึก
ต่อไป
ไว้เขาฆ่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ กลืนปราณของพวกเขาแล้วกลับทาง
เดิม ก็เหินตามทิศที่ปลายกระบี่ชี้ได้
“บัดซบ! เขาไล่ตามมาแล้ว! เผ่นเร็ว เร็วอีกหน่อย!” ต้าเฮยผู้ถูก
ล่ามโซ่เต้นเร่าอย่างร้อนใจ
“หนีไม่พ้นหรอก นี่เป็นแค่เรือศึกระดับเซียนปฐพี ถึงจะเร็วมาก
แต่ต่อให้อีกฝ่ายเหลือเพียงลมหายใจสุดท้ายก็ยังเป็นเซียนสวรรค์
เขาจะตามเราทันยามไหนก็ขึ้นกับเวลาแล้ว”
ภูตอสรพิษไร้ความคิดดิ้นรนใด ๆ สิ้นหวังแล้วอย่างสมบูรณ์
ในท้องเรือศึก ใบหน้าของเหมียวเสียซีดขาว กล่าวด้วยรอยยิ้ม
เจื่อน “ข้าเพิ่งได้กลับมาพบกับเจ้าบื้อ ก็เจอเซียนสวรรค์เสียแล้ว ดู
เหมือนนี่จะเป็นชะตา”
ตัวตนน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ แค่ยกนิ้วก็ฆ่าพวกนางได้ ไร้หนทาง
ขัดขืนใด ๆ
“ชะตา? ใครกำหนดให้ชีวิตเราต้องบรรลัย?”
ใบหน้าของเจียงผิงอันหม่นหมอง เขาไม่เต็มใจ เพิ่งได้พบศิษย์พี่
หญิงแท้ ๆ เขายังต้องกลับบ้าน ยังมีเรื่องมากมายต้องทำ ไม่เต็มใจ
ตกตายที่นี่
แต่หากคิดเอาชนะเซียนสวรรค์ละก็ไม่มีทาง มีแต่ต้องหาทางหนี
เท่านั้น
เจียงผิงอันนำผลึกเซียนที่ผู้อาวุโสจากสำนักเซียนอวี่หวงให้มา
โยนเข้าสู่หลุมดำกลืนกิน นำพู่กันพิพากษาออกมาวาดตวัดร่ายรำ
กลางอากาศ เกิดเป็นเส้นสายประสานตัวเป็นอักขระศักดิ์สิทธิ์ทันที
เหมียวเสียมองการกระทำของเจียงผิงอันอย่างงุนงงสุดขีด เจ้าบื้อ
ทำอะไรอยู่?
อักขระเหล่านี้ดูลึกลับและทรงพลัง แต่ไม่ว่าอักขระจากมือปุถุชน
จะแข็งแกร่งเช่นไร ไปสู้กับเซียนสวรรค์ก็เสียแรงเปล่า
เหมียวเสียกอดเจียงผิงอันไว้อย่างเงียบเชียบ อยากสัมผัสความ
อบอุ่นจากกายชายผู้นี้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนดับขัย
เจียงผิงอันไม่มีเวลาอธิบายให้เหมียวเสียฟัง เขาตั้งหน้าตั้งตา
วาดอักขระเซียน มือซึ่งวาดอักขระวูบไหวรัวเร็วจนปรากฏภาพติดตา
แล้ว
เซียนสวรรค์ร่างผอมแห้งประชิดใกล้เรือศึกเข้าไปทุกที สามสี่
ตัวตนบนนาวาก้มหน้ารับชะตาแล้ว
“แมลงน่าสมเพช ทำเซียนผู้นี้เสียเวลา จับได้เมื่อไหร่ เซียนผู้นี้จะ
ย ่ายีผู้หญิงของเจ้าต่อหน้าเลย”
กู่เฉิงเปี่ยมความคับแค้นต่อเจียงผิงอันที่ทำให้ปราณเซียนของ
เขาเสียเปล่า
พริบตาต่อมา เขาก็กัดฟัน ปะทุปราณเซียนทั้งหมดในกาย เดี๋ยว
เขาก็กลืนกินตัวตนบนเรือเติมพลังได้อยู่แล้ว ยามนี้เสียไปสักหน่อยก็
ไม่เป็นไร
ความเร็วของเขาทะยานสูง พุ่งเข้าใส่ท้ายเรือศึกอย่างรวดเร็ว
ทว่า ขณะที่เขากำลังจะเหยียบลงบนเรือศึกได้นั้นเอง หนึ่งรอย
แตกมิติพลันปรากฏ กู่เฉิงหายกลับไปปรากฏ ณ จุดที่ตนทิ้งกระบี่
เซียนไว้ทันที
“บัดซบ!!”
ใบหน้าผอมซูบของกู่เฉิงเสียความสุขุมก่อนหน้านี้ เปี่ยมล้นด้วย
โทสะและจิตสังหาร เขาเป็นเซียนสวรรค์แท้ ๆ แต่กลับถูกอุบายตลบ
หลัง มิคาดว่าแมลงจ้อยร่อยนี่จะเปิดประตูมิติได้
หากมิใช่เพราะเขาเลินเล่อ เรื่องพรรค์นี้ไม่มีทางเกิดขึ้น
หากเซียนสวรรค์อย่างเขาปล่อยคนระดับนี้หนีพ้นสายตาได้
ความอับอายก็จะเป็นของเขา
เขาไล่ล่าทางเดิมด้วยความเร็วเต็มกำลัง
เมื่อเวลาผ่านไป กู่เฉิงก็หวนปรากฏในสายตา
สุนัขต้าเฮยตะโกนบอกเจียงผิงอันในเรือศึก “พี่ใหญ่ เลิกหนี
เถอะ ปล่อยเขากินเราไปนั่นแหละ รอความตายน่าอึดอัดใจกว่าตาย
อีกนะ!”
ความตายนั้นเกิดขึ้นในชั่วประเดี๋ยว แต่ยามรอความตายนั้นใน
ใจทรมานนัก
การถูกเซียนสวรรค์ไล่ล่า มิอาจหนีพ้นได้เลย แล้วจะหนีไป
ทำไม?
แม้เจียงผิงอันจะใช้ศาสตราเซียนมิติหลอกเล่นงานอีกฝ่ายเมื่อ
ครู่ แต่วิธีนี้ก็ใช้กับเซียนสวรรค์ได้เพียงหน
ขณะที่กู่เฉิงกำลังจะไล่ตามมาทันนั้นเอง อักขระทรงพลังชุดหนึ่ง
พลันหลากออกจากเรือศึก ปกคลุมปีกทั้งสองของเรือ เรืองรองรัศมี
ทองสว่างทั่วทั้งจักรวาลอันหม่นหมอง
เรือศึกพลันระเบิดความเร็วชวนสะพรึงสุดขั้ว สูสีกับเซียนสวรรค์
ที่ไล่ตามมา ทำให้อีกฝ่ายมิอาจตามทัน
“นี่… พลังนี่ใช้กับเรือศึกก็ได้หรือ?” สีหน้าของสุนัขต้าเฮยเปี่ยม
ความหวาดผวา
มันจำอักขระนี้ได้ ก่อนหน้านี้ยามประมือเจียงผิงอัน จะฆ่าเจียง
ผิงอันได้อยู่แล้ว อีกฝ่ายก็ใช้อักขระนี้เสริมพลังตัวเองจนน่า
สะพรึงกลัวสุดขั้ว
แต่มันไม่คาดคิดเลยว่าพลังนี้ใช้กับเรือศึกก็ได้ด้วย ทำให้
ความเร็วของเรือศึกพุ่งทะยานสูงลิ่ว
เซียนสวรรค์กู่เฉิงก็เผยสีหน้าตกใจ ยามอักขระเซียนลึกลับนั่น
ปรากฏ เซียนสวรรค์อย่างเขากลับมิอาจเข้าใจ!
นี่เป็นอักขระที่ปุถุชนวาดได้จริง ๆ หรือ?