สู่วิถีอมตะ - บทที่ 818 ช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย
เรือศึกซึ่งถูกเสริมพลังมีความเร็วพุ่งทะยานอันน่าสะพรึงกลัว
รักษาระยะห่างระดับหนึ่งกับเซียนสวรรค์ที่ไล่ตามมาเบื้องหลัง
บนเรือศึก สุนัขต้าเฮยและอสรพิษขาวซึ่งเดิมสิ้นหวังประจักษ์
ความหวังอีกครั้ง
สุนัขต้าเฉยตะโกนอย่างร้อนใจ “พี่ใหญ่! เสริมพลังเรือศึกนี่อีก
หนเถอะ!”
ยามนี้ ความเร็วของเรือศึกเท่าเทียมกับเซียนสวรรค์ที่ตามมา
ต้องเพิ่มความเร็วอีกสักนิดจึงกำจัดการไล่ล่าของเซียนสวรรค์ผู้นี้ได้
พ้น
“ยกระดับต่อไม่ได้แล้ว วิชาเสริมพลังเช่นนี้ทับซ้อนไม่ได้”
เจียงผิงอันก็อยากเสริมพลังมันต่อ แต่เขาเรียนวิชาเสริมแกร่ง
ยุทธภัณฑ์บรรลุแค่ขั้นแรก ผลการเสริมพลังทับซ้อนไม่ได้ อย่างมาก
ก็ใช้ได้เพียงทบ เว้นแต่เขาจะบรรลุขั้นสอง
แต่กว่าจะบรรลุขั้นแรก เขาต้องใช้เวลาเป็นร้อย ๆ ปี ไหนเลยจะ
สำเร็จขั้นสองในทันทีได้
อสรพิษขาวกล่าว “เรือศึกเพิ่มความเร็วได้เช่นนี้ก็ดีมากแล้ว
เซียนสวรรค์ผู้นี้มิใช่ยอดฝีมือสายความเร็ว ขอเพียงอีกฝ่ายไม่ทุ่ม
หมดหน้าตักผลาญชีวิต ก็คงตามเราไม่ทัน…”
มันยังพูดไม่ทันจบ ปราณชวนขนลุกก็จี้มาเบื้องหลัง
ปราณโลหิตรากฐานของเซียนสวรรค์กู่เฉิงพลุ่งพล่านทั่วกาย
ร่างของเขาดุจแปรเปลี่ยนเป็นดวงตะวันสีเลือด ความเร็วเพิ่มพูน
มหาศาล ลดระยะห่างระหว่างตัวเขากับเรือศึกเข้ามาเรื่อย ๆ
หัวใจปวงชนบนเรือศึกสะท้าน
เซียนสวรรค์ผู้นี้ผลาญชีวิตตัวเองจริง ๆ!
ต้าเฮยกับเอ้อร์ไป๋ขวัญผวาอาจมแทบเล็ด
เจียงผิงอันกัดฟัน เปิดระบบสุดขั้วของเรือศึกทันที
การเปิดระบบสุดขั้วจะกระทบถึงอายุการใช้งานของเรือศึก
แต่ยามนี้เขามิอาจมัวสนใจ หากคนตายไป ต่อให้เรือศึกยังอยู่ก็
ไร้ประโยชน์ ไว้กลับไป เขาจะชดเชยสิ่งอื่นให้เจ้าสำนักแทน
อักขระทั้งหมดบนเรือศึกถูกกระตุ้น ความเร็วทะยานสูงขึ้นอีก
ครั้ง ปีกทั้งสองเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เรือศึกซึ่งยังใช้ได้อีกเกือบ
หมื่นปี บัดนี้เหลืออายุขัยเพียงไม่กี่ปี
ระหว่างนี้ หากพวกเขามิอาจทิ้งห่างเซียนสวรรค์ผู้นี้ได้ พวกเขา
ตายแน่ ๆ
ความเร็วของสองฝ่ายสูสีกันอีกครั้ง
หัวใจของเอ้อร์ไป๋เต้นระรัวอย่างหวาดหวั่น “โชคยังดีที่เรายังเร่ง
ความเร็วได้ หาไม่คือจบสิ้นแน่ ขอเพียงเซียนสวรรค์ผู้นี้ไม่โจมตีเรา
ก็คงไม่มีปัญหา…”
ขณะนั้นเอง รัศมีกระบี่ทำลายล้างสายหนึ่งฟาดฟันผ่านเวิ้ง
จักรวาลอันมืดมิดใส่เรือศึก ทะลวงตะวันทึ้งหมู่ดาวได้อย่างง่ายดาย
ดวงตาของต้าเฮยแดงฉาน ถีบขาสุนัขคู่ใส่หัวเอ้อร์ไป๋ “ปากหา
เรื่องชะมัด! เดี๋ยวปั๊ดฆ่าเสียหรอก!”
อสรพิษปากเน่านี่พูดอะไร สมพรปากไปหมดเลย
เอ้อร์ไป๋ผู้ถูกเตะทรุดลงบนดาดฟ้าเรือ กล่าวด้วยรอยยิ้มเจื่อน
“เกี่ยวอะไรกับข้าเล่า แค่บังเอิญเฉย ๆ เอง”
เจียงผิงอันเปลี่ยนทิศเรือศึกหลบกระบี่ทันที ขณะเดียวกันก็เท
ผลึกเซียนทั้งหมดเข้าสู่ ‘คลังพลังงาน’ เปิดโล่คุ้มกันเรือศึก
แม้ผลึกเซียนจะล ้าค่า แต่ก็เป็นของนอกกาย หากคนตายไป จะ
มีทรัพย์สินแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ รักษาชีวิตไว้สำคัญที่สุด
ปราณกระบี่อันทรงพลังฟาดฟันใส่โล่ข้างเรือศึกจนสั่นสะท้าน
รุนแรง
สองฝ่ายเปิดศึกไล่ล่า กู่เฉิงที่ตามหลังมาโจมตีอย่างบ้าระห ่า
เจียงผิงอันจดจ่อกับความปลอดภัย ควบคุมเรือเหาะหลบเลี่ยงสุด
ชีวิต
หากมิใช่เพราะเซียนสวรรค์ผู้นี้มีพลังติดตัวอยู่ไม่มาก พวกเขา
คงได้ตายตั้งแต่ยามอีกฝ่ายปรากฏตัวแล้ว
ยามนี้ขึ้นกับว่า ฝ่ายใดจะหมดพลังก่อนกัน
โชคยังดีที่ก่อนมา เจ้าสำนักและอาจารย์ให้ผลึกเซียนทั้งหมดกับ
เขา ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ก็ให้ผลึกเซียนกับเขามากมาย สามารถพยุง
ตัวรอดไปได้ชั่วระยะหนึ่ง
“เวรเอ๊ย! บัดซบ!”
เมื่อเห็นตนโจมตีเรือศึกไม่เข้า ดวงตาของกู่เฉิงก็แดงก ่า ยิ่งนาน
ยิ่งร้อนใจ เขากระทั่งผลาญรากฐานชีวิต เค้นพรสวรรค์รากฐาน
ออกมาเพื่อไล่ล่าอีกฝ่ายแล้วแท้ ๆ
แต่เรือลำนี้ก็ยังเร็วเกินไป
หากเป็นตัวเขายามสมบูรณ์พร้อม เขาก็จะสามารถตามอีกฝ่าย
ทันง่าย ๆ แต่ประเด็นคือยามนี้เขาหาได้สมบูรณ์พร้อมไม่
ไม่รู้อีกฝ่ายยังมีผลึกเซียนอีกกี่มากน้อย จะควบคุมเรือศึกได้อีก
นานเพียงไร หากอีกฝ่ายยังมีผลึกเซียนมากมาย ยืดเยื้อต่อไปเช่นนี้
คนตายจะเป็นเขาแน่
“ข้าเป็นเซียนสวรรค์ ผ่านความเป็นตาย เคราะห์พิบัติเกินนับหน
จะต้องมาตายที่นี่หรือ? เซียนผู้นี้ตายไม่ได้ พวกเขาต่างหากต้อง
ตาย!”
ดวงตาแห้งกรังของกู่เฉิงฉายประกายมุ่งมั่น รีดเร้นพลังชีวิต
ทั้งหมด ผิวกาย เลือดเนื้อและเส้นผมสลายเป็นเถ้า หลงเหลือแค่เพียง
โครงกระดูก
ยามนี้ เขาเหลือเวลาชีวิตเพียงครึ่งวัน
หากไม่สำเร็จ เขาก็ไร้หนทางแล้ว
ขอเพียงกลืนกินพวกนั้นเสีย ต่อให้เหลือเวลาชีวิตเพียงชั่วยาม
เดียวก็ยังฟื้นชีพได้
กู่เฉิงใช้พลังทั้งหมดที่รีดเร้นได้ทะยานเพิ่มความเร็ว
เปรี้ยง!
เพียงพริบตาเดียว กู่เฉิงก็พุ่งชนโล่ของเรือศึกจนทั้งลำสั่นสะท้าน
รุนแรง
ต้าเฮยและเอ้อร์ไป๋มองโครงกระดูกที่เกาะบนโล่อย่างสิ้นหวัง อีก
ฝ่ายตามมาทันจนได้
เซียนสวรรค์ก็คือเซียนสวรรค์ ดิ้นรนเช่นไรก็มีผลน้อยนิดต่อ
หน้ายอดฝีมือเช่นนี้ สุดท้ายก็มิอาจพ้นความตาย
ในห้องควบคุมเรือศึก เหมียวเสียกอดเจียงผิงอันไว้ มองชายผู้มี
ใบหน้าเด็ดเดี่ยวด้วยสายตาสุดอิดออดใจ “ชาติหน้าฉันใด ข้าจะขอ
เป็นผู้หญิงของเจ้าอีกนะ”
จบสิ้นไม่เหลือแล้ว
นางไม่อยากจากชายผู้นี้ แต่พวกนางก็หยุดเซียนสวรรค์มิได้เลย
ใบหน้าของเจียงผิงอันเคร่งขรึมอย่างยิ่ง ดวงตาเจือประกายบ้า
คลั่ง แผดเสียงใส่เซียนสวรรค์ข้างนอก “คิดว่าตัวเองสู้ตายถวายชีวิต
เป็นคนเดียวหรือ!”
เขารีบส่งเหมียวเสียสู่โลกใบน้อยของเขา แผ่เขตแดนกลืนกิน
ลากต้าเฮยกับเอ้อร์ไป๋เข้าไป แล้วกระตุ้นระบบทำลายตัวเองของเรือ
ศึก
“จะตายก็ตายด้วยกันเลย!”
เรือศึกซึ่งบรรจุผลึกเซียนมหาศาลระเบิดแหลก เรืองรัศมีเจิดจรัส
สาดส่องทั่วเวิ้งจักรวาลอันวังเวง
ไม่นานนัก ไกลออกไปในเวิ้งจักรวาล ร่างของเจียงผิงอันหวน
ปรากฏ กำไลทลายมิติบนแขนของเขาพริบพรายประกายเพริศพริ้ง
เขาจ่ายปราณเซียนทั้งหมดในตัวให้กับกำไลทลายมิติ หนีพ้น
จากใจกลางแรงระเบิด
ขณะมองซากเรือศึกอันเปล่งประกายวับวาม หัวใจของเจียงผิง
อันก็รากเลือด เรือศึกราคาแพงระเบิดพังไปเช่นนี้
เรือศึกเช่นนี้แพงกว่าศาสตราเซียนทั่วไปมากนัก กระทั่งแพงกว่า
อาวุธวิเศษระดับเซียนสวรรค์อีก
แม้จะเป็นสำนักเซียนอวี่หวงก็ยังมีเรือศึกเช่นนี้ไม่มากนัก และ
กว่าจะสร้างได้สักลำยังต้องใช้เวลาและผลึกเซียนมหาศาล
เจียงผิงอันรู้สึกเหมือนเป็นผู้แพ้ ทำอะไรไม่ได้จนต้องระเบิดของ
แพง คนทั่วไปทำอะไรแบบนี้มิได้เลย
เจียงผิงอันต้องมองใจกลางแรงระเบิด กลั้นใจไม่กะพริบตา
ทันใดนั้น ปราณอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งก็กวาดกระหน ่าในฟ้า
ดิน
“น ้าหน้าอย่างเจ้าคิดฆ่าเซียนผู้นี้! ข้าเป็นเซียนสวรรค์ สามัญชน
อย่างเจ้าจะเอาอะไรมาฆ่าเซียนผู้นี้!”
หนึ่งซากกระดูกเหินออกจากวงจรระเบิด พุ่งเข้าใส่เจียงผิงอัน
“ไปตายซะ!”
ซากกระดูกข้ามสุญตา ประชิดเจียงผิงอันในหนึ่งย่างก้าว ยก
แขนกระดูกขาวคว้าเข้าใส่เจียงผิงอัน
ขณะจะจับตัวเจียงผิงอันได้อยู่นั้น มือโครงกระดูกขาวก็ชะงักงัน
ห้อยตกอยู่ตรงหน้าเจียงผิงอันเช่นนั้น มิอาจขยับได้แล้ว
สุญตายังคงวังเวงเช่นกาลก่อน เจียงผิงอันมองฝ่ามือที่ชะงัก
ตรงหน้า แล้วเหงื่อขนาดเท่าเมล็ดถั่วก็ผุดออกจากหน้าผาก ลอยละ
ล่องกลางสุญตา
เซียนสวรรค์ผู้นี้ตายแล้ว
การระเบิดลบพลังที่หลงเหลือสุดท้ายในร่างนี้
เกือบไปแล้ว หากร่างเซียนสวรรค์ผู้นี้ยังเหลือปราณอีกสักนิด
เจียงผิงอันได้ตายแน่
เซียนสวรรค์ผู้นี้ จนตายก็คงมิคาดคิดว่าตนจะต้องจบชีวิตด้วย
น ้ามือสามัญชนผู้หนึ่ง
เจียงผิงอันโยนซากศพเข้าไปในขวดกลืนสวรรค์ ก่อนจะผ่อน
หายใจยาว
หากมิใช่เพราะอีกฝ่ายใกล้ตายมาแต่แรก ต่อให้เขาสามารถล้น
ฟ้า ระเบิดเรือศึกสักร้อยลำ ก็คงมิอาจฆ่าอีกฝ่ายได้
เจียงผิงอันหอบหายใจ หัวใจเต้นตุ้มต่อมอยู่เนิ่นนาน ยอดฝีมือ
ระดับนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว
เหมียวเสียและสัตว์เลี้ยงทั้งสองถูกปล่อยออกมาอีกครั้ง
เมื่อต้าเฮยและเอ้อร์ไป๋ถูกปล่อยตัว พวกมันก็มองไปรอบ ๆ อย่าง
ขวัญผวา
ต้าเฮยถามเสียงสั่น “ล… แล้วเซียนสวรรค์ล่ะ?”
มันจับสัมผัสปราณเซียนสวรรค์มิได้แล้ว
“ตายแล้ว” เจียงผิงอันตอบ
“อะไรนะ! ตายแล้ว?”
ทั้งต้าเฮย เหมียวเสียและเอ้อร์ไป๋ล้วนหัวใจสะท้านยามได้ยิน
เซียนสวรรค์ก็ตายได้หรือ?
ตัวตนน่าสะพรึงกลัวนี้แทบเป็นอมตะฆ่าไม่ตาย การสังหารแทบ
เป็นไปไม่ได้เลย
เนิ่นนานจากนั้น ไม่มีใครสัมผัสปราณเซียนสวรรค์ได้อีก จึงยอม
เชื่อวาทะเจียงผิงอันในที่สุด
คู่เนตรพริ้งพราวของเหมียวเสียมองเจียงผิงอันอย่างสุดชื่นชม
ชายผู้นี้แข็งแกร่งจนถึงขั้นสังหารยอดฝีมือระดับเซียนสวรรค์ได้ด้วย
หากส่งข่าวนี้กลับภพเซียน ทั่วทั้งภพเซียนได้สั่นสะเทือนแน่แท้
หากมิใช่เพราะที่นี่มีคนนอก เหมียวเสียคงอยากกระโจนรวบตัว
เจียงผิงอัน แล้ว ‘เปิดศึก’ กับเจียงผิงอันอย่างดุเดือดสักร้อย ๆ รอบ
เดี๋ยวนี้เลย
สีหน้าของต้าเฮยซับซ้อน “นับว่าเจ้าโชคดี หากมิใช่เพราะ
ปราณของเซียนสวรรค์ผู้นั้นจวนสิ้นเต็มที ผนวกกับเจ้าระเบิดเรือศึก
คงไร้โอกาสฆ่าอีกฝ่ายได้”
มันไม่อยากเชื่อว่าเซียนสวรรค์จะตายด้วยน ้ามือปุถุชน ใน
สายตามัน มนุษย์เป็นเพียงอาหาร และเจียงผิงอันก็แข็งแกร่งจนมันไม่
อยากยอมรับ
เอ้อร์ไป๋สะกดความตกใจไว้ในอก มองเจียงผิงอันอย่างสะเทือน
อารมณ์ “ลูกพี่ช่างดีเหลือเกิน จะหนีก็พาเราหนีด้วย”
หากพวกมันไม่ถูกเจียงผิงอันลากตัวเก็บไป ในการระเบิดเมื่อครู่
พวกมันได้ตายแน่
“เจ้าคิดมากไปแล้ว ข้ากลัวพลังไม่พอเลยพาพวกเจ้ามาด้วย ถึง
คราวคับขันจะได้ดูดซับพลังพวกเจ้า อีกอย่าง ข้าก็กลัวพวกเจ้าจะ
ถูกเซียนสวรรค์สูบพลังเหมือนกัน” เจียงผิงอันตอบเนิบ ๆ
“…”
ความซาบซึ้งในใจเอ้อร์ไป๋หายสิ้น
เฮอะ มนุษย์ใจดำ
เหมียวเสียค่อย ๆ ฟื้นสติจากภวังค์ ใบหน้างดงามปรากฏเค้า
กังวล “เรือศึกถูกทำลาย ไม่เหลือสิ่งใดนำทางกลับได้ เราจะยังกลับ
ภพเซียนได้หรือ?”
ยามมีเรือศึก พวกเขายังมีทิศทางคร่าว ๆ ในการกลับภพเซียน
แต่ยามนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว
ทันใดนั้น รอยยิ้มก็พลันปรากฏบนใบหน้านิ่งเฉยของเจียงผิงอัน