สู่วิถีอมตะ - บทที่ 819 ค้นพบภพภูมิ
“เจ้าบื้อ เรากลับบ้านไม่ได้แล้ว เจ้ายิ้มอะไรของเจ้า”
เมื่อเห็นเจียงผิงอันยังยิ้มออก เหมียวเสียก็งับหน้าเจียงผิงอันเข้า
ให้หนึ่งคำ
“ดูข้างบนสิ” เจียงผิงอันกล่าว
“ข้างบน?”
เหมียวเสีย ต้าเฮยและเอ้อร์ไป๋เงยหน้ามองตามอย่างเผลอตัว
จากแสงสว่างเจิดจ้าของการระเบิดเรือศึก พวกนางเห็นว่าลึก ๆ
ท่ามกลางความมืดปรากฏชั้นกำแพงสีดำคลับคล้ายใบไม้ขึ้นใบหนึ่ง
“เขตแดนกั้นภพ!!”
ร่างของทั้งสามสะท้านรุนแรง
สถานที่คล้ายใบไม้ตรงหน้านั่นคือหนึ่งภพภูมิ!
ภพเซียนเกิดอยู่บนใบต้นโลกาขนาดมหึมา ทุกแผ่นใบล้วนเป็น
หนึ่งแดนดิน
ใบไม้นี้มิได้อยู่บนต้นโลกา มันน่าจะเป็นใบที่ร่วงจากต้นโลกา ซึ่ง
ถูกเรียกว่าภพล่าง
แม้จะมิใช่แดนดินบนต้นโลกา แต่ก็มิห่างจากต้นโลกามากนัก
หากภพนี้อยู่ในควบคุมของขุมกำลังใหญ่ ก็สามารถเข้าค่ายกล
เคลื่อนย้ายกลับภพเซียนได้!
“กลับบ้านได้แล้ว! ข้ากลับบ้านได้แล้ว!”
เอ้อร์ไป๋บ่อน ้าตาแตก มันร่อนเร่ในเวิ้งจักรวาลมานับหมื่น ๆ ปีจน
จะสติแตกรอมร่อ คิดว่าชาตินี้คงตกตายในเวิ้งจักรวาล มิคาดว่าจะ
พบทางกลับ
“เยี่ยมไปเลย เรากลับไปได้แล้ว ฮือ~!” เหมียวเสียร ่าไห้อย่าง
ปรีดา กอดแขนเจียงผิงอันจนจมเข้าสู่ร่องผา
การละล่องลอยคอไม่จบสิ้นในเวิ้งจักรวาลนั้นป่วนประสาทอย่าง
ยิ่ง ไร้ผู้ใดไม่ยินดีที่ได้พบความหวังในการหวนคืน
สองบุคคลและสองสัตว์เลี้ยงเหินไปยังภพแห่งนั้นทันที
ภพแห่งนี้เหมือนอยู่ใกล้มาก ทว่าแท้จริงแสนไกลลับตา เพราะถึง
อย่างไร หนึ่งอาณาเขตภพภูมิก็กว้างใหญ่สุดแสน การเห็นทั่วทั้งภพ
ภูมิหมายความว่าระยะห่างไกลอย่างยิ่ง
เนิ่นนานจากนั้น คนทั้งหลายก็มาถึงภพแห่งนั้น
แม้จะมีเขตแดนกั้นภพขวางอยู่ แต่สำหรับยอดฝีมือระดับเซียน
เหล่านี้ การพุ่งเข้าไปง่ายดายนัก
เมื่อผ่านเขตแดนมาได้ ปราณและกฎเกณฑ์ของโลกหล้าก็พุ่ง
เข้าปะทะหน้า
“นี่เป็นภพระดับล่าง ไม่มีกฎเต๋าเซียน โอกาสปรากฏของยอด
ฝีมือระดับเซียนปฐพีมีน้อยนิด ข้าผู้เดียวก็เขมือบทั้งภพได้” สุนัขต้า
เฮยเผยสีหน้าดูแคลน
เจียงผิงอันเตะศีรษะสุนัขต้าเฮย “หากเจ้ากล้ากินเผ่ามนุษย์ของ
ข้า ข้าจะจับเจ้าไปตุ๋นเสีย”
ต้าเฮยรีบเก็บความละโมบออกนอกหน้าแล้วประจบยิ้ม ๆ “ลูกพี่
ข้าล้อเล่นหรอกน่า ข้ากลับใจแล้ว ไม่กินคนสุ่มสี่สุ่มห้าหรอก”
ข้างกันนั้น เอ้อร์ไป๋เอ่ยขึ้น “ระดับภพนี้ไม่สูง ข้าไม่รู้ว่ามันจะมี
ความเชื่อมโยงกับภพเซียนหรือไม่ หากไม่ เราก็ดีใจเสียเปล่า หามี
หนทางกลับภพเซียนไม่”
ต้าเฮยผู้ ‘กลับใจ’ กล่าว “หากกลับไม่ได้ เราก็กลืนกินสรรพชีวิต
ในภพนี้เสีย…”
เสียงของต้าเฮยหยุดลงกะทันหัน เมื่อเห็นเจียงผิงอันยกเท้า มันก็
รีบกอดศีรษะสุนัขของมันไว้ กลัวจะถูกเจียงผิงอันเตะเข้าให้อีก แล้ว
จึงยกอุ้งเท้าสุนัขชี้ไปยังทิศหนึ่ง
“ลูกพี่ ตรงนั้นมีเมืองใหญ่อยู่ เป็นเมืองมนุษย์!”
“ไม่ต้องให้เจ้าบอกหรอก ข้าเห็นแล้ว พวกเจ้าสะกดปราณก่อน
มิให้เกิดปัญหาเกินจำเป็น”
เจียงผิงอันกล่าวกับวิญญาณร้ายต้าเฮยและปีศาจงูเอ้อร์ไป๋
หากเป็นปกติทั่วไป ต่างเผ่าขัดแย้งลึกล ้า เจ้าสองตัวนี่มิใช่มนุษย์
ปราณที่แผ่ก็แข็งแกร่งเกินไป ปัญหาจะเกิดได้ง่ายนัก
เจียงผิงอันไม่อยากได้ปัญหา ยามนี้อยากรีบ ๆ กลับบ้านเท่านั้น
สืบเสียก่อนว่าภพแห่งนี้เป็นสถานที่เช่นไร เดี๋ยวก็รู้ว่ามีความ
เชื่อมต่อกับภพเซียนหรือไม่
ต้าเฮยสะกดปราณ มิต่างกับสุนัขทั่วไป ขณะที่เอ้อร์ไป๋กลายร่าง
เป็นชายเผ่ามนุษย์ ปราณปีศาจในตัวหายไปสิ้น
เหมียวเสียก็เก็บปราณเซียน แม้จะบรรลุเป็นเซียนมนุษย์แล้ว แต่
เก็บตัวเงียบไว้จะดีกว่า
สองบุคคลสองสัตว์เลี้ยงเหินลงสู่เมืองขนาดใหญ่เบื้องล่าง
เมืองแห่งนี้มีผู้คนพลุกพล่าน ร้านรวงขายอาวุธวิเศษและโอสถ
ปรากฏให้เห็นทั่วทุกที่ ต่างฝ่ายล้วนตะโกนเรียกลูกค้าเซ็งแซ่
“พวกนั้นพูดภาษาอะไรเนี่ย มิใช่ภาษาของภพเซียนสักนิด ฟังไม่
เห็นเข้าใจ” ต้าเฮยอดบ่นมิได้ยามได้ยินวาจาไม่ได้ศัพท์ของคน
เหล่านี้
ดวงตาของเอ้อร์ไป๋ฉายประกายเศร้าหมอง “นี่แสดงชัดเลยว่าภพ
แห่งนี้มิได้เกี่ยวพันใกล้ชิดกับภพเซียน เป็นไปได้สูงด้วยว่าจะไม่
เกี่ยวพันอะไรกันเลย”
เหมียวเสียก็กังวลในใจเรื่องเดียวกัน หากเป็นปกติแล้ว หากมี
ความเชื่อมต่อกับภพเซียน ก็จะต้องพูดภาษาเดียวกับภพเซียน
พ่อค้าผู้หนึ่งถือกระบี่เล่มหนึ่งเข้ามาทักทายยิ้ม ๆ “สหายเต๋า
ทั้งหลาย ข้ามีกระบี่ดี ๆ อยู่เล่มหนึ่ง อยากพินิจดูหน่อยหรือไม่?”
“มิต้องหรอก” เจียงผิงอันตอบกลับ
เมื่อได้ยินคำปฏิเสธของเจียงผิงอัน พ่อค้าก็เก็บรอยยิ้มหันกาย
จากไปทันที
เหมียวเสียและสัตว์เลี้ยงทั้งสองมองเจียงผิงอันอย่างตื่นตะลึง
เขา… เขาสื่อสารกับชนพื้นเมืองที่นี่ได้!
“เจ้าบื้อ เจ้า…”
“ที่นี่คือภพบุกเบิก!” เจียงผิงอันดวงตาแดงก ่าขึ้นเล็กน้อย มิอาจ
สะกดความตื่นเต้นไว้ได้
ภาษาที่พูดกันที่นี่เหมือนกับของภพแร้นแค้นและภพบุกเบิก!
จากแรงโน้มถ่วงอันรุนแรงของแดนดินนี้ ก็ตัดสินได้ว่าที่นี่คือภพ
บุกเบิกซึ่งเชื่อมต่อกับภพเซียน!
เกินคาดนัก เขาเหินหลุดเส้นทาง บังเอิญมาเจอภพภูมิเข้าก็กลับ
กลายเป็นภพบุกเบิกไปได้!
“ภพบุกเบิก!”
เหมียวเสียเบิกตากว้าง รู้สึกเหลือเชื่อเช่นกัน
ภพบุกเบิกเป็นภพในควบคุมของสำนักเซียนอวี่หวง เพราะ
สนธิสัญญาของสมาพันธ์แร้นแค้น พวกนางจึงมิได้รับอนุญาตให้
มายังภพล่าง สองฝ่ายจึงมิเกี่ยวพันใกล้ชิด แต่ทุกๆ พันปี ภพบุกเบิก
จะเลือกอัจฉริยะผู้โดดเด่นบางส่วนให้ไปฝึกฝนในภพเซียน
“ยอดเยี่ยมยิ่งนัก เช่นนี้เราก็มีทางกลับแล้ว!”
เมื่อได้ยินข่าวดีนี้ เหมียวเสียก็หลั่งน ้าตา คิดว่าจะมิได้กลับบ้าน
แล้วเสียอีก
เจียงผิงอันรีบนำยันต์สื่อสารออกมาติดต่อเสี่ยวเซียง
ก่อนจะเดินทางสู่ภพเซียน เขาส่งอ่างสัมฤทธิผลให้เฉียนฮวั่น
โหรว มอบหมายให้นางเดินทางระหว่างสองภพ
ไม่รู้ว่ายามนี้เสี่ยวเซียงอยู่ในภพบุกเบิกหรือไม่
เจียงผิงอันติดต่ออยู่สักครู่ แต่ก็ยังไร้การตอบสนองจากยันต์
สื่อสาร เสี่ยวเซียงกลับถึงภพแร้นแค้นแล้ว หรือเก็บยันต์สื่อสารนี้ไว้
ในมิติเก็บของแล้วไม่นำออกมาก็มิอาจทราบ
“เจ้าบื้อ ข้าอยากเรียนภาษาของพวกเจ้า” เหมียวเสียสะกดความ
ตื่นเต้นไว้
นางจะได้พบครอบครัวของเจียงผิงอันที่นี่แล้ว ต้องเรียนภาษาที่นี่
เสียก่อนจึงสื่อสารได้
เจียงผิงอันใช้พลังวิญญาณสร้างข้อมูลภาษา ชี้นิ้วที่หว่างคิ้ว
เหมียวเสีย ส่งข้อมูลภาษาให้นาง
นี่เป็นวิชายิบย่อยที่เจียงผิงอันเรียนจากอวิ๋นเหยา ใช้พลัง
วิญญาณควบแน่นข้อมูลแล้วส่งให้กับผู้อื่น ปกติแล้วจะใช้ในการ
สอนวรยุทธ์
ขณะเดียวกัน เขาก็ส่งข้อมูลภาษาให้กับสัตว์เลี้ยงทั้งสอง ต้าเฮย
และเอ้อร์ไป๋ด้วย
เจียงผิงอันเข้าไปในร้านขายโอสถข้าง ๆ ตัว เตรียมพร้อมถาม
ทิศทางไปยังศาลาเติงเซียนสาขาแคว้นชางหลาน
ขณะเข้าร้านมา เขาก็บังเอิญได้ยินคนในนั้นพูดถึงศาลาเติง
เซียนกันพอดี
“ฮ่า ๆ ข้าล่ะดีใจนัก ศาลาเติงเซียนเกิดศึกภายใน ทำให้ราคา
โอสถถีบตัวสูงตั้งหลายเท่าตัว กำไรเหนาะ ๆ แท้เทียว”
“นั่นสิ ช่วงนี้ข้ารายได้ท่วมท้น แต่สถานการณ์เช่นนี้คงอยู่ไม่
นานหรอก ข้าได้ยินว่าศาลาเติงเซียนสาขาแคว้นชางหลานถูกเซียน
สิบกว่าคนรุมล้อม จะถูกทำลายราบจบศึกภายในได้ทุกเมื่ออยู่แล้ว”
เจียงผิงอันหน้าถอดสี “เมื่อครู่พวกเจ้าพูดอะไรนะ? ศาลาเติง
เซียนสาขาแคว้นชางหลานถูกล้อมโจมตี? เกิดอะไรขึ้น!”
ศาลาเติงเซียนสาขาแคว้นชางหลานคือที่อยู่ของเสี่ยวเซียง!
“เจ้าเป็นใครฟะ หากไม่ซื้อของก็รีบ ๆ ไสหัวไป” พนักงานสองคน
ที่กำลังคุยกันอยู่มองเจียงผิงอันอย่างไม่รับแขก
เจียงผิงอันวางผลักเซียนชิ้นหนึ่งอย่างเฉยชา ถามขึ้นอย่างร้อน
ใจ “รีบบอกข้ามาว่าเกิดอะไรขึ้น!”
เมื่อเห็นหินผลึกอันอัดแน่นด้วยปราณเซียน พนักงานร้านทั้งสอง
ก็ดูตื่นตะลึง นี่มันหินผลึกอะไรกัน? ไฉนจึงมีคลื่นพลังน่ากลัวเพียงนี้?
สูดหายใจครั้งเดียวก็เหมือนถูกชำระล้างไปทั้งกาย
หินผลึกพิเศษนี้ ซื้อร้านพวกเขายังได้
ผลึกเซียนบรรจุปราณเซียน สำหรับคนทั่วไปอย่างพวกเขา ย่อม
เป็นผลักแร่ระดับสูง
ทั้งสองมองเจียงผิงอันด้วยสายตาพิกล เกรงว่าเจ้านี่สมองคงนิ่ม
หมดแล้ว ถึงกับนำสมบัติเช่นนี้มาถามเรื่องที่คนทั่วไปก็รู้กันทั่ว
สำหรับสองคนนี้ หนึ่งผลึกเซียนคือสมบัติ แต่สำหรับเจียงผิงอัน
มันเป็นเพียงสิ่งปกติที่สุดที่เขามี
หนึ่งในพนักงานกลอกตาพูดลองเชิง “หากเจ้าอยากรู้เรื่องของ
แคว้นชางหลาน ยังต้องให้แร่เช่นนี้กับเราเพิ่มอีกนะ”
เจียงผิงอันเทผลึกเซียนสิบกว่าชิ้นลงมาอย่างไร้ลังเล
ทั่วทั้งร้านอัดแน่นด้วยปราณเซียนเข้มข้น
พนักงานทั้งสองต่างผงะ เจ้านี่ยอมควักจริงด้วย
เจ้านี่ทึ่มเสียไม่มี!
ทั้งสองมองหน้ากัน หัวใจถูกปกคลุมด้วยความโลภ คาดว่าเจ้าโง่
นี่ต้องยังมีแร่ล ้าค่าอยู่อีกแน่
“ข้าพูดผิดไป มิใช่สองสามชิ้นเช่นนี้ แต่…”
“คุกเข่า!”
เหมียวเสียซึ่งตามหลังมาแผ่แรงกดดันมหาศาลจากตัว
เพียงแรงกดดันเสี้ยวเล็ก ๆ ก็ทำให้ทั้งสองเข่าทรุดกองกับพื้น
ในทันที
“ซ-… เซียนมนุษย์!”
พนักงานทั้งสองคุกเข่ากับพื้นอย่างขวัญผวา ไม่คิดฝันว่าจะมี
วันที่พวกเขาใกล้ชิดเซียนมนุษย์ถึงเพียงนี้ หนสุดท้ายที่พวกเขาได้
พบเซียนก็หลายสิบปีก่อน และเป็นการมองจากไกล ๆ
พวกเขาคิดว่าชายผู้นี้เป็นคนโง่ที่จะเอาสมบัติมากองได้ง่าย ๆ มิ
คาดว่าจะมีเซียนมนุษย์ผู้หนึ่งข้างหลังเขา!
ความหวาดกลัวเกาะกุมหัวใจของทั้งคู่
“เซียนมนุษย์ผู้ยิ่งใหญ่ เราผิดไปแล้ว เราผิดไปแล้ว!”
ทั้งสองโขกหัวขอความเมตตาอย่างบ้าคลั่งจนพื้นร้าว ตัวตน
ระดับนี้ เพียงคำนึงเดียวก็ปลิดชีพพวกเขาได้
พวกเขาหลงระเริงกับความโลภไปเมื่อครู่ ยามนี้เสียใจภายหลัง
ยิ่ง
“พวกงี่เง่า รีบเล่าสถานการณ์มาได้แล้ว” เหมียวเสียแค่นเสียง
เย็น
เซียนมนุษย์อย่างนางมีพลังวิญญาณกล้าแกร่ง ย่อยข้อมูลภาษา
ได้หมดสิ้นแล้ว ยามเห็นสองคนนี้ได้คืบจะเอาศอกจึงเดือดดาลยิ่ง
“ผ-… ผู้อาวุโส เมื่อครู่ท่านถาม… ถามอะไรนะขอรับ?”
คนทั้งสองกลัวจนสมองว่างโล่ง ลืมไปแล้วว่าเมื่อครู่เจียงผิงอันจะ
ถามอะไร
“ข้าถามพวกเจ้า ว่าเกิดอะไรขึ้นกับศาลาเติงเซียนสาขาแคว้น
ชางหลาน ไฉนจึงเกิดศึกภายใน” เจียงผิงอันร้อนใจอย่างยิ่ง
หนึ่งในนั้นรีบตอบ “เมื่อไม่กี่ปีก่อน ทางเข้าภพเซียนเปิดขึ้น
เซียนมนุษย์ผู้หนึ่งจากศาลาเติงเซียนกลับมาจากภพเซียน แล้วออก
คำสั่งให้ทำลายสาขาแคว้นชางหลานขอรับ”
อีกหนึ่งคนเสริม “เซียนผู้เพิ่งกลับมาจากภพเซียนชื่อชิวซื่อผิง
ส่วนอัจฉริยะที่มีเรื่องกับเซียนผู้นี้เหมือนจะชื่อเจียงผิงอันขอรับ”