สู่วิถีอมตะ - บทที่ 820 วิกฤติของศาลาเติงเซียนสาขาแคว้นชางหลาน
เมื่อฟังวาทะของพนักงานทั้งสอง เหมียวเสียกับพวกต้าเฮยล้วน
หันมองเจียงผิงอันเป็นตาเดียว
ต้าเฮยและเอ้อร์ไป๋เผยสีหน้าไม่อยากเชื่อ
เดิมที พวกมันคิดว่าเจียงผิงอันผู้มีร่างเช่นปุถุชนแต่ทัดเทียม
เซียนผู้นี้เป็นคนจากสำนักเซียนระดับสุดยอดสักแห่ง มิคาดว่าจะมา
จากภพล่าง!
เจียงผิงอันผู้นี้เติบโตเพียงนี้ในสถานที่ซึ่งกฎเต๋าเซียนไม่
สมบูรณ์ได้อย่างไรกัน? เจ้านี่ต้องมีความลับอยู่แน่ ๆ
เจียงผิงอันมิคาดเลยว่าหลังจากเจ้าเฒ่าชิวซื่อผิงหนีออกจาก
สำนักเซียนอวี่หวง เขาจะกลับมายังภพบุกเบิกแล้วล้อมโจมตีศาลา
เติงเซียนสาขาแคว้นชางหลาน
“เมืองนี้มีค่ายกลเคลื่อนย้ายสู่แคว้นชางหลานหรือไม่?” เจียงผิง
อันถามรัวเร็ว
หากศาลาเติงเซียนสาขาแคว้นชางหลานถูกทำลาย เสี่ยวเซียง
เป็นอะไรไป เขาจะทำให้ชีวิตของผู้ล้อมโจมตีทั้งหลายย ่าแย่กว่าตาย!
“มี… มีค่ายกลเคลื่อนย้ายขอรับ อยู่ตรงนั้น…” พนักงานชี้ทิศ
หนึ่งด้วยนิ้วสั่น ๆ
เจียงผิงอันปลาสนาการจากที่ในพริบตา
เมื่อเห็นความเร็วอันน่าสะพรึงกลัวของเจียงผิงอัน พนักงานทั้ง
สองก็ร่างสะท้านกันอีกครั้ง ปรากฏว่าชายผู้นี้ก็เป็นสุดยอดฝีมือ
เหมียวเสียตามเขาไปทันที
ก่อนจาก ต้าเฮยกลืนผลึกเซียนทั้งหมดที่เจียงผิงอันทิ้งไว้
“สามัญชนสวะ มีสิทธิ์อะไรได้ใช้ผลึกเซียน”
มันดูแคลนมนุษย์อยู่ในใจ และแน่นอนว่าดูแคลนตัวตนใด ๆ ใน
ภพเซียนด้วย
ใช้เวลาเนิ่นนานกว่าพนักงานทั้งสองซึ่งคุกเข่าบนพื้นจะกล้าลุก
ขึ้น อาภรณ์ด้านหลังของพวกเขาชุ่มโชกด้วยเหงื่อ
ทั้งสองมองโต๊ะอันว่างเปล่าอย่างแสนเสียดาย
พวกเขาควรได้ผลึกแร่ล ้าค่าหนึ่งชิ้น ไร้กังวลเรื่องเสื้อผ้าอาหาร
ต่อไป แต่ก็ยังโลภมากจนลาภหาย
โชคยังดีที่รักษาชีวิตไว้ได้
ศาลาเติงเซียนสาขาแคว้นชางหลาน
ค่ายกลพิทักษ์สำนักเปิดทำการ อักขระเซียนลึกลับก่อตัวเป็นโล่
พลัง ขวางเซียนมนุษย์สิบกว่าคนไว้ด้านนอก
หลัวซู่ถลึงตามองเซียนมนุษย์นอกค่ายกลพิทักษ์สำนักอย่าง
เดือดดาล “ต้องตายกันหมดก่อน พวกเจ้าจึงพอใจหรือ?”
แค่เพราะเจียงผิงอันล่วงเกินชิวซื่อผิงในภพเซียน ศาลาหลักเติง
เซียนจึงสั่งทำลายพวกนาง และเพื่อป้องกันปัญหาในภายหน้า จึงยก
โขยงเซียนมนุษย์มาเกือบหมด
สิ่งที่ศาลาสาขาของพวกนางสะสมไว้เกินนับปีถูกใช้เจียนสิ้นแล้ว
มิอาจยื้อเวลาไว้ได้อีก
“หากจะโทษใคร ก็โทษเด็กเวรนั่นเถอะ”
ใบหน้าของชิวซื่อผิงซีดขาวดุจกระดาษ ดวงตาเปี่ยมโทสะและ
จิตสังหาร
เดิมที เขาเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งของสำนักเซียนอวี่หวง ใช้ชีวิตสุข
สบาย แต่เจียงผิงอันก็ปรากฏตัว ทำให้เขาเสียทุกสิ่งที่ว่ามา กระทั่ง
ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสด้วย
หลังฟื้นตัวอยู่นาน เขาก็ฟื้นพลังได้เพียงครึ่งหนึ่ง แต่รากฐาน
เสียหาย หากไร้วาสนายิ่งใหญ่ ชั่วชีวิตนี้ก็อย่าหวังทะลวงขอบเขต
หลังแอบกลับมายังภพบุกเบิก เขาก็พบข้อมูลของเจียงผิงอัน
และสั่งทำลายสาขาแคว้นชางหลานทันที
แน่นอน เพื่อให้เซียนคนอื่น ๆ คล้อยตาม เขาจึงมอบศาสตรา
เซียน วรยุทธ์ โอสถและสิ่งอื่น ๆ ที่สั่งสมมาตลอดหลายปีให้เซียน
ทั้งหลายไปบางส่วน
สมบัติจากภพเซียนเหล่านี้ยั่วกิเลสเซียนจากภพล่างได้ดีนักแล
ทว่าสาขาแคว้นชางหลานก็ไม่ธรรมดา รากฐานลึกล ้า ยื้อเวลา
มาได้หลายปี
ทว่าค่ายกลพิทักษ์สำนักนี้สิ้นเปลืองมหาศาล ไม่นานก็จะหายไป
เซียนเหล่านี้ผนึกกำลัง เตรียมแบ่งผลประโยชน์ในศาลาสาขานี้กัน
แล้ว
วรยุทธ์ โอสถและอาวุธวิเศษมากมายในศาลาสาขาล้วนเป็นของ
ดี
เฉียนฮวั่นโหรวถามเสียงขรึม “ยามนี้ผิงอันอยู่ที่ใด?”
ทางเชื่อมระหว่างสองภพเปิดออกหลายปีแล้ว แต่เจียงผิงอันก็
มิได้กลับมา นางจึงอยากรู้สถานการณ์ปัจจุบันของเจียงผิงอัน
“เด็กเวรนั่นอยู่ที่ใดใครจะรู้ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็บรรลุเซียนไม่ได้
ช้าเร็วก็ตายอยู่ดี ฮ่า ๆ”
ยามชิวซื่อผิงรู้ว่าเจียงผิงอันจะต้องเผชิญทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เท
วา มิอาจบรรลุเซียนได้ เขาก็หัวเราะเกือบสิ้นใจ นี่แหละหนอเวรกรรม
ต่อให้เด็กนั่นมากสามารถ บรรลุเซียนมิได้ก็ไร้พิษภัย
“รู้จักล้างปากบ้างนะ”
ได้ยินชิวซื่อผิงพูดว่า ‘เด็กเวร’ ใบหน้าของเฉียนฮวั่นโหรวก็เย็น
เยียบ ผู้ใดได้ยินคนด่าคนที่ตนรักย่อมหงุดหงิดใจเป็นธรรมดา
“ดูเจ้าจะเกี่ยวพันลึกซึ้งกับเจียงผิงอันนะ เดี๋ยวเซียนผู้นี้จะให้เจ้า
มีความสุขก่อนตายเอง” ชิวซื่อผิงเห็นเฉียนฮวั่นโหรวเป็นห่วงเจียงผิง
อันนัก รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมก็ปรากฏบนใบหน้า
เฉียนฮวั่นโหรวขออภัยหลัวซู่ “น้องหญิงหลัวซู่ ขอโทษนะ”
ต้นเหตุของทุกสิ่งก็คือเจียงผิงอัน
หลัวซู่ยิ้มเศร้าพลางส่ายหน้า “พูดไปก็ไร้ประโยชน์ หากจะตายก็
ขอลากพวกนั้นไปด้วยบ้างแหละ”
นางไม่พอใจเจียงผิงอันสุดแสนจริงแท้ หากมิใช่เพราะเจียงผิงอัน
ศาลาสาขาคงมิต้องเผชิญวิกฤติเสี่ยงตายเช่นนี้
แต่ก่อนหน้านี้พวกนางก็เคยเผชิญวิกฤติเกือบสิ้นศาลา หาก
มิใช่เพราะเจียงผิงอันและเฉียนฮวั่นโหรวช่วยเหลือ ศาลาสาขานี้คง
ล่มสลายไปนานแล้ว สรุปยามนี้คือพวกนางศาลาเติงเซียนสาขา
แคว้นชางหลานสิ้นไร้ไม้ต่อ ไร้ความช่วยเหลือใด ๆ
เซียนมนุษย์สิบกว่ายามผนึกกำลัง เห็นได้ชัดว่าเพื่อป้องกัน
ปัญหาภายหน้า นางทั้งสองเผชิญยอดฝีมือระดับเซียนมากมายเพียง
นี้ ไร้หนทางรอดชีวิตใด ๆ
โดยเฉพาะชิวซื่อผิงซึ่งเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของภพบุกเบิก
เมื่อแสนปีก่อน กระทั่งในสำนักที่ภพเซียนยังมีพลังต่อสู้แข็งแกร่งยิ่ง
ในหมู่ยอดฝีมือขอบเขตเซียนมนุษย์ในภพบุกเบิก ไร้ผู้ใดเทียบชั้น
เขาได้เลย
เมื่อเห็นม่านพลังของค่ายกลพิทักษ์สำนักกำลังจะเสื่อมสลาย
หลัวซู่ก็กำกระบี่ยาว สูดหายใจลึก ๆ แล้วตวาดลั่น “ศิษย์ทุกนามฟัง
บัญชา ยามค่ายกลพังทลาย รีบหนีไปทันที!”
ทั้งสองหนีไม่ได้ แต่ศิษย์ทั่วไปยังมีโอกาสหนี
ยามค่ายกลแตก นางจะให้ศิษย์เหล่านี้ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายรีบ
ไปเสีย จะอยู่รอดได้หรือไม่ก็ขึ้นกับฟ้าลิขิตแล้ว
“คิดจะหนี? ฝันไปเถอะ! ใครก็ตามที่เกี่ยวข้องแม้เพียงเล็กน้อย
กับเด็กเวรนั่นต้องตาย!”
ชิวซื่อผิงใช้ธงค่ายกลระดับเซียนสี่ผืนปกคลุมทั่วฟ้าดิน อักขระ
เซียนบนธงค่ายกลทั้งสี่ลอยออกมาเชื่อมประสานกัน ผนึกศาลา
สาขาเติงเซียนเอาไว้ ต่อให้เป็นเซียนมนุษย์ก็เลิกหวังหลุดออกไปใน
ชั่วกาลสั้นๆ ได้เลย
เห็นเช่นนี้ ทุกดวงใจก็เปี่ยมล้นด้วยความสิ้นหวัง
“เจียงผิงอันสมควรตาย! ทุกอย่างเป็นเพราะเขา ข้าไม่เกี่ยวอะไร
กับเขาแท้ ๆ แต่ก็ต้องมารับเคราะห์เพราะเขาด้วย”
“ฮือ ข้ายังไม่อยากตาย ข้ายังมีคู่บำเพ็ญ ยังมีญาติมิตรพ่อแม่อยู่
นะ”
“ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ ข้าเป็นเพียงศิษย์ตาดำ ๆ ไม่รู้จักเจียง
ผิงอันเลยสักนิด!”
ศิษย์ทั่วไปมากมายขวัญผวาจนคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตา
พวกเขาหลายคนเพิ่งเข้าร่วมสำนักได้ไม่กี่ปี ไม่รู้จักสักนิดว่าใครคือ
เจียงผิงอันจนเมื่อครู่
จู่ ๆ ก็พลอยติดร่างแห เป็นใครล้วนขุ่นข้องไม่เต็มใจ
ทว่าเซียนเหล่านี้เฉยเมย ทำเหมือนไม่รู้เห็นถึงคำอ้อนวอน
เหล่านี้ ในสายตาเหล่าเซียน ผู้ฝึกตนเหล่านี้เป็นเพียงมดแมลง เพื่อ
ป้องกันมิให้มดเหล่านี้แว้งกัดในภายหน้า พวกเขาก็ต้องถูกจัดการ
ค่ายกลพิทักษ์สำนักเริ่มวูบไหว ม่านพลังกำลังจะสิ้นสูญ
เซียนสิบกว่าคนประสานใช้อาวุธวิเศษ ปราณชวนสะพรึงกวาด
กระหน ่าทั่วฟ้าดิน
เสียงโหยไห้เบื้องล่างเงียบกริบ ผลลัพธ์นั้นถูกกำหนดไว้แล้ว ไร้
สิ่งใดพลิกสถานการณ์ได้ เซียนสิบกว่าคนลงมือ หากมิใช่เซียนปฐพี
เข้าช่วย ใครมาก็ไร้ประโยชน์
ชิวซื่อผิงกวัดแกว่งกระบี่ในมือ ฟาดฟันใส่ม่านพลัง เร่งให้ม่าน
พลังเสื่อมสลาย
เปรี๊ยะ!
โล่พลังแหลกร้าว
ผู้ฝึกตนทั่วไปหลับตาลงรอความตาย
“หยุดนะ!!”
หนึ่งเสียงคำรามอย่างเดือดดาลดังก้องฟ้า กฎฟ้าดินสั่นสะท้าน
รุนแรง
เมื่อได้ยินเสียงอันคุ้นเคย มิเพียงเฉียนฮวั่นโหรวไม่ยินดี ยังหน้า
ถอดสีแผดเสียง “รีบไปเสีย! อย่ากลับมา!”
ชิวซื่อผิงผงะไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าซีดขาวจะเผยรอยยิ้มเจิด
จ้า เงยหน้าขึ้นมองฟ้า “สารเลวนี่กลับมาจริงด้วย!”
ชายร่างสูงใหญ่ ใบหน้าเคร่งขรึมผู้หนึ่งยืนอยู่นอกม่านพลัง
“ชิวซื่อผิง ผู้ที่เจ้าอยากฆ่าคือข้า ถอนค่ายกลแล้วมานี่!”
เจียงผิงอันเร่งกลับมาทันเวลา
หลัวซู่มองเจียงผิงอันด้วยสายตาราวมองคนโง่ ชายผู้นี้กลับมา
ยามนี้มีประโยชน์อะไร? คงไม่คิดกระมังว่าเซียนมนุษย์เหล่านี้ซึ่ง
เสียเวลาไปเนิ่นนานจนนึกแค้นจะปล่อยพวกนางไปง่าย ๆ?
จริงเช่นนั้น มิเพียงชิวซื่อผิงไม่ปลดค่ายกล ยังเผยสีหน้าชั่วร้าย
“ข้าฆ่าเจ้าแน่ แต่ก่อนหน้านี้ ข้าจะให้เจ้าเห็นคนเหล่านี้ถูกฆ่าเพราะ
เจ้าก่อน!”
ฆ่าคนนั้นไม่สำคัญ การเหยียบย ่าหัวใจต่างหากจึงเรียกว่าล้าง
แค้น
สายตาดุจคนตายของเจียงผิงอันจ้องมาที่ชิวซื่อผิง “เจ้าคิดหรือ
ว่าค่ายกลง่อย ๆ นี่จะหยุดข้าได้?”
“ฮ่า ๆ ต่อให้ค่ายกลนี้จะระดับต ่า มันก็ยังอยู่ในระดับเซียน
เหลือเฟือแล้วที่จะขวางขยะไร้หนทางบรรลุเซียนอย่างเจ้า” ชิวซื่อผิง
กล่าวเย้ยเจียงผิงอัน อีกฝ่ายไม่อาจบรรลุเซียน ไม่มีพิษภัยสำหรับ
เขาหรอก
เจียงผิงอันเงื้อหมัดชกใส่ค่ายกล
ยามพวกชิวซื่อผิงเห็นภาพนี้ สีหน้าของพวกเขาก็แปรเปลี่ยน
พิกล เจ้าโง่นี่จะทำอะไร? คิดจะทำลายค่ายกล? ผู้ฝึกตนที่ยังไม่บรรลุ
เซียนเนี่ยนะจะทะลวงค่ายกลระดับเซียนได้?
โทสะขึ้นสมองเสียล่ะกระมั-…
ตู้ม!
เมื่อหมัดของเจียงผิงอันกระทบค่ายกล คลื่นเสียงชวนผวาก็
สะท้านสั่นทั่วฟ้าดิน พลังอันยิ่งใหญ่กระจายตามการระเบิดของค่าย
กล สาดคลื่นลมพัดเส้นผมเจียงผิงอันปลิวสะบัด
ขณะนี้ ทุกคู่เนตรเบิกกว้าง หัวใจดุจถูกพายุโหมกระหน ่า มิอาจ
สงบสติกันได้เลย
“ค่ายกลนี่ระดับเซียนใช่ไหม? เจียงผิงอันผู้นี้ก็ยังไม่บรรลุเซียน
ถูกหรือไม่?”
คนมากมายคิดว่าตนเห็นผิดไป ผู้ฝึกตนซึ่งยังไม่บรรลุเซียนจะ
ทลายค่ายกลเซียนในหมัดเดียวได้อย่างไร!
“เซียนมนุษย์ทั้งหลาย พวกเจ้าต้องตาย”
สายตาของเจียงผิงอันเย็นเยียบดุจโลกันตร์ชั้นเก้า ไร้อุณหภูมิ
ใด ๆ
“ผิงอัน! รีบไปเสีย!” เฉียนฮวั่นโหรวผู้เยือกเย็นเสมอตะโกนอย่าง
ร้อนใจ
แม้หมัดของเจียงผิงอันจะแข็งแกร่งจนทำลายค่ายกลเซียนได้ น่า
ตกใจจริงแท้ แต่นี่น่าจะเป็นหมัดที่แข็งแกร่งสูงสุดของเจียงผิงอันแล้ว
มิต้องพูดถึงว่าเจียงผิงอันมิอาจบรรลุเซียน ต่อให้เขาบรรลุเซียน
ได้ ก็ยังไร้ประโยชน์ต่อหน้าเซียนมนุษย์สิบสี่คนเช่นนี้
ปวงชนฟื้นจากความตกใจ
“เด็กนี่ทำลายค่ายกลเซียนได้อย่างไรกัน? แข็งแกร่งเอาเรื่อง แต่
เมื่อครู่เขาว่าเช่นไรนะ เราทั้งหมดต้องตาย?”
“เป็นผู้น้อยที่กร่างกำแหงเสียจริง หากหาที่ซ่อนลอบฝึกฝน ก็จะ
เป็นภัยต่อเราจริง ๆ แต่เขาก็ออกมาตายเอง”
“ยามนี้ออกมาแล้ว ก็อย่าหวังอยู่รอดต่อไป”
เซียนสิบกว่าคนจ้องมองเจียงผิงอันอย่างเย็นชาราวมองคนตาย
ยิ่งเจียงผิงอันทำตัวแข็งแกร่ง จิตสังหารของพวกเขายิ่งรุนแรง
แต่ไม่ว่าเจียงผิงอันจะแข็งแกร่งแค่ไหน เขาจะยังฆ่าพวกเขาสิบสี่
คนได้หรือ? ล้อกันเล่นน่า