สู่วิถีอมตะ - บทที่ 822 ไล่ล่าชิวซื่อผิง
“ผิงอัน อย่าวู่วาม เจ้าคนเดียวไม่ไหวหรอก ข้าจะไปด้วย”
เมื่อเห็นเจียงผิงอันจะไล่ล่าเซียนมนุษย์ตามลำพัง เฉียนฮวั่น
โหรวก็เตรียมตามไปด้วยอย่างกังวลใจ
เหมียวเสียยื่นมือคว้านางไว้ “ไม่ต้องหรอก เจ้าบื้อคนเดียวก็
พอแล้ว”
“ผิงอันยังไม่บรรลุเซียน จะสู้กับเซียนมนุษย์ตามลำพังได้
อย่างไร?” เฉียนฮวั่นโหรวประจักษ์แล้วว่าเจียงผิงอันยังไม่บรรลุเซียน
สองฝ่ายห่างกันหนึ่งขอบเขต ไม่มีทางที่ปุถุชนจะประมือเซียนไหว
“ข้าไม่โกหกเจ้าหรอก หากมีอันตราย ข้าจะพุ่งไปไวกว่าเจ้าอีก”
เจียงผิงอันสามารถพอประหารเดนเซียนในภพเซียนได้ตั้งแต่
หลายร้อยปีก่อน เดนเซียนในภพเซียนล้วนแข็งแกร่งกว่ายอดฝีมือ
ระดับเซียนมนุษย์ในภพบุกเบิกเป็นไหน ๆ
นอกจากนั้น แม้เจ้าเฒ่าชิวซื่อผิงจะแข็งแกร่ง แต่เขาก็ยังบาดเจ็บ
มิอาจหายดี พลังต่อสู้ถดถอยเสียหาย
เจียงผิงอันคนเดียวก็พอแล้ว
“ผิงอันแข็งแกร่งเพียงนั้นแล้วหรือ?” สายตาของเฉียนฮวั่นโหรว
วาบไหวอย่างตกใจระคนเหลือเชื่อ
“แข็งแกร่งจริงแหละ โดยเฉพาะความเร็วที่สูงยิ่ง ไว้เจ้าเผชิญกับ
ตัว เดี๋ยวก็รู้เองว่าดุแค่ไหน” รอยยิ้มพิกลปรากฏบนใบหน้าของ
เหมียวเสีย
เฉียนฮวั่นโหรว “…”
นางรู้สึกชอบกลว่า ‘ความเร็ว’ ที่เหมียวเสียว่าดูไม่เหมาะไม่ควร
ไปสักนิด
ชิวซื่อผิงสบโอกาสก็ทิ้งคนอื่น ๆ หนีออกจากสมรภูมิลำพัง “เด็ก
เวรสมควรตาย ถึงกับพายอดฝีมือระดับเซียนมาช่วย”
เขาคิดว่าหนนี้จะจัดการเจียงผิงอันได้แน่ มิคาดว่าเจียงผิงอันจะ
พายอดฝีมือระดับเซียนมาช่วยถึงสองตน
เซียนมนุษย์ในภพบุกเบิกของพวกเขาเป็นคู่มือให้ทั้งสองไม่ได้
เลย ไม่นานน่าจะตกตายกันหมด
ศาลาเติงเซียนจบสิ้นแล้ว
ชิวซื่อผิงยามนี้ต้องรีบกลับศาลาเติงเซียน กอบโกยทรัพยากร
ทั้งหมดแล้วหาที่ซ่อน รอจนฟื้นตัวสมบูรณ์ เซียนทั้งสองจากจร ค่อย
ออกมาล้างแค้น
เซียนผู้ไร้พันธะน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง สามารถออกมาล้างแค้น
ยามใดก็ได้ และไร้พันธะใดหน่วงรั้ง
เขาสาบานว่าทุกชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเจียงผิงอันต้องตาย!
หัวใจของชิวซื่อผิงเปี่ยมความแค้นไร้จุดจบ คิดหาวิธีล้างแค้น
แล้ว
ทันใดนั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่ง การเคลื่อนไหวของเขา
กระตุกชะงัก มองตรงไปเบื้องหน้าอย่างเหลือเชื่อ
ชายผู้หนึ่งยืนกลางสุญตาตรงหน้าเขา
เขาคือเจียงผิงอัน
เจ้านี่มาดักหน้าเขาแต่ยามใด
ชิวซื่อผิงขวัญผวาจนมองซ้ายมองขวาหาเซียนผู้อื่นทันที
“ไม่ต้องมองหาหรอก ไม่มีใครอื่นนอกจากข้า” เจียงผิงอันกล่าว
กับอีกฝ่ายเสียงเรียบ
ชิวซื่อผิงไม่เชื่อ อีกฝ่ายลำพังจะกล้าไล่ตามเขาหรือ? นี่ต่างอะไร
กับส่งตัวเองมาตาย? ต้องมีคนอื่นอยู่แน่
จิตสัมผัสของเขาแผ่กวาดทั่วทุกซอกมุม ตามหาเซียนที่หลบ
ซ่อนใกล้เคียง
เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่เชื่อ เจียงผิงอันก็ส่ายหัวอย่างจนใจ กระพือปีก
สีเลือดเบื้องหลังพุ่งประชิดชิวซื่อผิง เงื้อหมัดกระแทกเข้าใส่ทันที
เปรี้ยง!
ชิวซื่อผิงไม่คาดคิดว่าเจียงผิงอันจะฉวยโอกาสโจมตี เขาจึงไร้
ปฏิกิริยาไปชั่วขณะ อำนาจทรงพลังกระแทกตัวเขาปลิวสู่จักรวาล
พร่างดาวในบัดดล กระดูกแตกหัก อวัยวะภายในฉีกขาด
ชิวซื่อผิงประคองตัวอย่างรวดเร็ว มองเจียงผิงอันอย่างตกใจ
ปุถุชนมีความเร็วและพละกำลังมากพอทำร้ายเซียนอย่างเขาได้
อย่างไร!
“ต้องขอบคุณรากฐานเทพโบราณที่เจ้าให้มา ข้าจึงมีพลังเช่น
ยามนี้” เจียงผิงอันเห็นอีกฝ่ายตกใจ ก็กล่าวขอบคุณอย่างจริงจัง
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ชิวซื่อผิงก็เดือดดาลจนกระอักเลือด
ยามเขาและหลานชายไปหาเจียงผิงอันที่จุลภพเทพโบราณ พวก
เขาพบก้อนสสารประหลาดซึ่งบรรจุปราณภายใน คิดว่าเป็นเพียงแร่
ทั่วไป เลยยกมันให้เจียงผิงอันอย่างไม่ใส่ใจ
ภายหลังเมื่อได้ยินข่าวลือ จึงตระหนักเฉียบพลันว่านั่นอาจเป็น
รากฐานเทพโบราณ
รากฐานเทพโบราณนี้บรรจุอำนาจกฎเกณฑ์ของจุลภพเทพ
โบราณทั้งภพ ขอเพียงดูดซับพลังจากมัน ภายหน้าก็อาจบรรลุเป็น
เซียนสวรรค์ได้
แต่โอกาสใหญ่โตเช่นนี้ เขากลับยกให้ผู้อื่นไป
ทุกครั้งที่คิดเรื่องนี้ ชิวซื่อผิงก็อยากตีอกชกหัวตัวนัก
“ข้ารึก็นึกว่านี่คือการซุ่มโจมตี ที่แท้ก็แค่เจ้าบ้าบิ่นมาสู้กับข้า ไม่
ประมาณตน!”
ชิวซื่อผิงเช็ดโลหิตที่มุมปาก ดวงตาเรืองประกายกร้าว เปิดฉาก
จู่โจมกะทันหัน
รากฐานเทพโบราณบรรจุพลังแข็งแกร่งสุดขั้ว กระทั่งเซียน
มนุษย์ยังไม่มีทางย่อยสลายมันได้ในกาลอันสั้น นับประสาอะไรกับ
สามัญชนคนหนึ่ง ไม่มีทางเลยที่จะดูดซับได้มากมาย ดังนั้นเจียงผิง
อันต้องยังมีเศษรากฐานเทพโบราณเหลืออยู่แน่นอน
ขอเพียงชิงรากฐานเทพโบราณคืนมาได้ มิเพียงเขาจะฟื้นสภาพ
บาดแผลบนตัวได้อย่างรวดเร็ว ยังอาจยกระดับพรสวรรค์ยิ่งขึ้นไปอีก
ด้วย
ชิวซื่อผิงคลี่ปีกเทวะสีทองของตน กวัดแกว่งดาบเซียนในมือใส่
เจียงผิงอันอย่างเร็วสุดขั้ว สุญตาแหวกร้าวเป็นทาง
เจียงผิงอันกางเขตแดนกำลังและเขตแดนโน้มถ่วงออกมาทันที
ร่างของเขาทวีขนาดมหาศาล ใช้งานวิชาเทียมเทพสงคราม ออก
หมัดทำลายล้างเข้าประชัน
แรงกระแทกมหาศาลสาดประกายเจิดจ้ากลางสุญตา ดูเจิดจรัส
สุดขั้ว
แม้ชิวซื่อผิงจะบาดเจ็บอยู่ เขาก็ยังแข็งแกร่งมาก วรยุทธ์เซียน
ชั้นสูงที่เรียนมาในสำนักเซียนอวี่หวงทำให้เขาอยู่บนจุดยอดในหมู่
เซียนร่วมขอบเขตทั่วทั้งภพบุกเบิก
เจียงผิงอันถูกระดมโจมตีจนล่าถอยต่อเนื่อง
ชิวซื่อผิงมิได้ออมมือ จู่โจมอย่างเต็มกำลัง “ไอ้โง่อวดดี ไม่รู้คิด
อะไรอยู่ถึงกล้ามาไล่ตามข้าลำพัง ต่อให้เจ้าแข็งแกร่งก็ไม่มีทาง
ประชันเซียนอย่างเราได้หรอก ขยะที่มิอาจบรรลุเซียนได้อย่างเจ้า ไม่
มีทางเข้าใจฤทธิ์เซียนอย่างเราได้!”
ดาบเซียนเรืองรองด้วยกฎเต๋าเซียน แต่ละกฎเกณฑ์บรรจุพลังไร้
สิ้นสุด ประหนึ่งจะเบิกฟ้าแยกแดนดิน
ใบหน้าของเจียงผิงอันไม่ทุกข์ร้อน เหวี่ยงหมัดเข้ารับการโจมตี
ชิวซื่อผิงได้เปรียบ แต่ก็มิอาจพิชิตเจียงผิงอันได้ทันที
เมื่อการต่อสู้ดำเนินต่อ จู่ ๆ ชิวซื่อผิงก็พลันเอะใจ
หมัดของเจียงผิงอันแข็งแกร่งนัก ดาบเซียนของเขาฟันไม่เข้า
นอกจากนั้น ยังลือกันว่าเจียงผิงอันบรรลุห้าเขตแดน ผสานพวก
มันเข้าด้วยกันได้ แต่ยามนี้ เจียงผิงอันใช้เพียงเขตแดนกำลังและโน้ม
ถ่วง อีกสามเขตแดนเล่าไปไหน?
ชิวซื่อผิงคิดหนึ่งเรื่องอันน่าสะพรึงกลัวได้ เหงื่อกาฬก็แตกพลั่ก
ทันใด
หรือว่า… เจียงผิงอันกำลังซ่อนเขี้ยวเล็บอยู่!
“เจียงผิงอันผู้นี้ใช้แค่สองกฎเกณฑ์ก็ประมือกับข้าได้ตั้งเนิ่นนาน
หากเขาใช้ห้ากฎเกณฑ์ เขาจะประชันเซียนได้จริงหรือ? ไม่มีทาง!
ปุถุชนใดจะประมือเซียนได้!”
แม้ชิวซื่อผิงจะเอาแต่ปฏิเสธในใจ เจียงผิงอันมิอาจเทียบชั้น
เซียนได้ แต่เขาก็ยิ่งทวีความลนลาน ความหวาดกลัวงอกเงยในใจ
ชิวซื่อผิงใช้สารพัดวรยุทธ์ คิดเอาชนะเจียงผิงอันให้ได้ แต่ทุก
ครั้งที่คิดว่าจะกำจัดอีกฝ่ายได้แล้ว เจียงผิงอันก็พลิกวิกฤติพ้นภัยได้
ทุกคราไป
หลังจากประมือกันหลายกระบวนท่า ในที่สุดชิวซื่อผิงก็ประเมิน
ได้ว่าเจียงผิงอันซ่อนพลังต่อสู้ไว้มากมาย อีกฝ่ายกำลังทรมานเขา
เอาความหวังริบหรี่มาลวงเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะกระทืบเขาจม
ธรณีเรื่อยไป
เมื่อเวลาผ่านไปนานขึ้น ชิวซื่อผิงก็ยิ่งงุ่นง่านหงุดหงิด หากเป็น
เช่นนี้ต่อไป หากยอดฝีมือระดับเซียนทั้งสองไล่ตามมา เขาได้ตาย
จริงแน่
หลังครุ่นคิดอยู่นาน ชิวซื่อผิงก็ทนจิตสังหารในอก ข่มความ
ปรารถนาต่อรากฐานเทพโบราณแล้วกัดฟันหันหลังเหินจาก
ชิวซื่อผิงต้องยอมรับว่าเจียงผิงอันแข็งแกร่งมาก หากคิดฆ่าอีก
ฝ่ายต้องใช้เวลาและมีราคาต้องจ่าย และยามนี้ เขาก็ไม่มีเวลาให้ใช้
มากนัก
“ข้าปล่อยเจ้าไปหรือ?” เสียงของเจียงผิงอันเย็นเยียบสุดขั้ว
ชิวซื่อผิงคร้านจะสนใจอีกฝ่าย เซียนอย่างเขาคิดจะไป ปุถุชนที่
ไหนจะหยุดเขาได้ ขนาดผู้อาวุโสกลุ่มใหญ่จากสำนักเซียนอวี่หวงยัง
หยุดเขาในกาลก่อนไม่ได้ เจียงผิงอันจะหยุดเขาได้หรือ?
เขากระพือปีก ทะยานตัวผ่านสุญตา
ทว่า ยังบินไปได้ไม่ไกล ชิวซื่อผิงก็พลันชะงัก มองไปข้างหน้า
อย่างไม่อยากเชื่อ
ชายผู้หนึ่งยืนดักหน้าเขาอยู่ ซึ่งก็คือเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันมาดักหน้าเขาตั้งแต่เมื่อไหร่?
ชิวซื่อผิงเหินเบี่ยงไปอีกทาง ไม่นานก็ต้องชะงักเพราะเจียงผิงอัน
ปรากฏขวางหน้าอีกครั้ง
เปลี่ยนทิศทางอีกก็ถูกขวางอีก
ไม่ว่าเขาจะบินไปทางใด เจียงผิงอันก็ดักหน้าเขาได้ตลอด
ใบหน้าของชิวซื่อผิงเปี่ยมความผวา “เป็นไปไม่ได้! เจ้ายังไม่
บรรลุเซียนแท้ ๆ ไฉนจึงเร็วได้ถึงเพียงนี้!”
สองฝ่ายล้วนได้เรียนวิชาปีกเทวะ ว่ากันตามเหตุผลแล้ว ยิ่ง
ขอบเขตสูงยิ่งเร็วกว่า แต่ปุถุชนอย่างเจียงผิงอันกลับไวกว่าเขา!
เหตุที่ความเร็วของเจียงผิงอันน่าสะพรึงกลัวนักก็ย่อมเป็นผลงาน
ของ ‘ลวดลายศักดิ์สิทธิ์สายความเร็ว’ วิชาปีกเทวะนั้นแตกแขนงจาก
มัน ซึ่งทำให้ลวดลายศักดิ์สิทธิ์สายความเร็วเป็นต้นตอพลังของวิชา
ปีกเทวะ มีผลหนุนเสริมกันเมื่อใช้วิชาปีกเทวะออกมา
“เจ้าบีบบังคับให้ตาเฒ่าผู้นี้สู้ตายกับเจ้าเองนะ!” ชิวซื่อผิงแผด
เสียง เขาไม่อยากถูกถ่วงเวลา ด้วยกังวลว่าสองสุดยอดฝีมือจะไล่
ตามมา
“สู้ตาย?”
ใบหน้าของเจียงผิงอันเผยเค้าดูแคลน
ยามนี้ เจียงผิงอันไม่ซ่อนฤทธิ์แล้ว สามอวตารผสานกัน เกราะ
วิญญาณศึกปรากฏคลุมกาย ปราณไร้พ่ายและจิตสังหารชวนสะพรึง
ทิ่มทะลวงทั่วจักรวาล ปกคลุมฟ้าดินด้วยฤทธาอหังการ
“สู้ตาย? เจ้าเอาอะไรมาสู้ตายกับข้า!”
ปราณอันน่าสะพรึงกลัวทำให้การไหลเวียนโลหิตในตัวชิวซื่อผิง
ชะลอตัว หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น มองยักษ์ใหญ่ตรงหน้าอย่าง
ขวัญสะท้านไม่อยากเชื่อ
ป-… เป็นไปได้เช่นไร ไฉนปุถุชนคนหนึ่งจึงมีปราณน่ากลัวจน
ทำให้เซียนมนุษย์อย่างเขาสัมผัสลางมรณะได้!