สู่วิถีอมตะ - บทที่ 823 ทรมาน
ความกลัวกระตุ้นสัญชาตญาณเอาตัวรอดของชิวซื่อผิง ใช้วิชา
ต้องห้ามเพิ่มความเร็วหนีไปทันที
เขาสังหรณ์ว่าหากไปสู้กับเจียงผิงอัน ผู้ตกตายคือตัวเขา
แน่นอน!
ยามนี้ ทางเดียวที่จะมีชีวิตรอดก็คือเสี่ยงหนี
ภายใต้ผลของวิชาต้องห้าม ความเร็วของชิวซื่อผิงเร่งสูงลิ่วจน
น่ากลัว ทิ้งห่างจากเจียงผิงอันอย่างรวดเร็ว
“เด็กเวรสมควรตาย บังคับตาเฒ่าผู้นี้จนต้องใช้วิชาต้องห้าม
ฝากไว้ก่อนเถอะ ร่างกายตาเฒ่าผู้นี้ฟื้นตัวดีเมื่อไหร่…”
ทันใดนั้น ดวงตาของชิวซื่อผิงพลันสั่นสะท้านรุนแรง ร่างชะงัก
แข็ง มองไปตรงหน้าอย่างเหลือเชื่อ
เจียงผิงอันปรากฏตัวตรงหน้าเขาตั้งแต่ยามใดมิอาจทราบอีก
แล้ว!
เขาใช้วิชาต้องห้ามแล้วแท้ ๆ ความเร็วเพิ่มพูนมหาศาล ไฉนอีก
ฝ่ายจึงยังตามเขาทัน!
“ช้าเกินไป ข้าให้โอกาสเจ้าหนีอีกทีแล้วกัน” เจียงผิงอันยืน
กอดอก กล่าวกับอีกฝ่ายอย่างเฉื่อยชา
ฆ่าชิวซื่อผิงทันทีนั้นง่ายเกินไป ยามตาเฒ่านี่ไล่ล่าเขา เขาต้อง
ทนทุกข์ทรมานเจียนตายอยู่นาน เขาจึงต้องให้เจ้าเฒ่านี่ได้ประสบซึ้ง
ถึงความรู้สึกของการถูกไล่ล่าด้วยเช่นกัน
ชิวซื่อผิงเปลี่ยนทิศหนีอีกครั้ง หนนี้เขาใช้วิชาเคลื่อนย้ายมิติส่ง
ตัวเองไปไกลในพริบตา ต่อให้เจียงผิงอันจะรวดเร็ว ก็ไม่มีทางตาม
เขาได้ทัน
ทว่า ทันทีที่ชิวซื่อผิงเคลื่อนย้ายมิติ เขาก็ต้องขวัญผวาเมื่อ
พบว่าเจียงผิงอันปรากฏดักหน้าเขาอีกแล้ว!
ยามนี้เอง เขาจึงสังเกตว่าเจียงผิงอันสวมกำไลวงหนึ่งที่แขน ซึ่งมี
คลื่นพลังมิติจากมัน
ศาสตราเซียนสายมิติ!
หัวใจของชิวซื่อผิงสะท้านเทิ้ม หากเจียงผิงอันมีศาสตราเซียน
สายมิติ เขาจะเร็วแค่ไหน อีกฝ่ายก็ตามเขาทันอยู่ดี
“เด็กเวรสมควรตายนี่คิดทรมานข้า แต่ก็กำเริบเกินไป ศาสตรา
เซียนสายมิติเช่นนี้เปลืองพลังมหาศาล เขายังไม่บรรลุเซียน พลังใน
กายมีจำกัด ขอเพียงข้าหนีต่อไป ให้เขาเสียปราณเซียนไปให้หมด
ข้าก็จะมีโอกาสตอบโต้!”
ชิวซื่อผิงก็มีฝีมือ กระทั่งยามนี้ก็ยังสามารถวิเคราะห์ได้อย่างใจ
เย็น และคิดใช้ความโอหังของเจียงผิงอันริดรอนพลังอีกฝ่าย
ชิวซื่อผิงทำทีเป็นตื่นกลัวแล้วหนีเตลิดต่อไป
เจียงผิงอันไล่ตามเขาได้ทุกครั้งไป
สองฝ่ายไล่ล่ากันเช่นนั้นอยู่หลายวัน ชิวซื่อผิงเห็นเจียงผิงอันใช้
ศาสตราเซียนสายมิติกำไลทลายมิติอยู่หลายครั้ง ก็คิดว่าเจียงผิงอัน
น่าจะใช้ปราณไปเกือบหมดแล้ว จึงหยุดลงกะทันหัน
ความกลัวบนใบหน้าชิวซื่อผิงหายไป มุมปากยกยิ้ม “ไอ้หนู พลัง
ในตัวจะหมดแล้วล่ะสิ?”
เจียงผิงอันสีหน้าเปลี่ยน
เมื่อเห็นเจียงผิงอันหน้าเสีย ชิวซื่อผิงก็แค่นยิ้มเย้ย “ไอ้โง่ ข้าจง
ใจให้เจ้าไล่ตามข้าให้เปลืองปราณต่างหาก ถึงได้แกล้งทำเป็นกลัว
ก่อนหน้านี้! เตรียมตัวตายซะ!”
ยามนั้นเอง ทะเลโลหิตอันชวนขนลุกก็หลากจากตัวเจียงผิงอัน
คลุมตัวชิวซื่อผิงไว้ทันที
ทะเลโลหิตบรรจุพลังกลืนกินชวนสะท้าน พลังในตัวชิวซื่อผิงถูก
ดูดออกจากร่างอย่างเกินควบคุม
เจียงผิงอันกล่าวเสียงเรียบ “บังเอิญนัก ที่ข้าเปลี่ยนสีหน้าเมื่อครู่
ก็แกล้งทำ ไฉนเจ้าไม่สนใจศึกษาศัตรูตัวเองสักนิดหนอ ข้ามีพลัง
กลืนกินแข็งแกร่ง เติมปราณได้รวดเร็ว การลิดรอนพลังของเจ้าใช้
ไม่ได้กับข้า”
เมื่อสัมผัสความน่าสะพรึงกลัวของทะเลโลหิตกลืนกินนี้ได้ ชิวซื่อ
ผิงก็ตื่นตะลึง
แน่นอน เขารู้ว่าเจียงผิงอันมีพลังกลืนกิน แต่มิคาดว่าพลังกลืน
กินจะน่ากลัวขนาดสูบพลังจากยอดฝีมือระดับเซียนได้โดยตรงเช่นนี้!
ปรากฏว่าเจียงผิงอันรู้แผนของเขามาแต่แรก และรอเล่นงานเขา
สู่ขุมนรกยามพร้อมตอบโต้อยู่
โทสะและความพรั่นพรึงกระจายตัวในอกเขา ชิวซื่อผิงมิคาดเลย
ว่าจะมีวันที่เขาต้องกลัวผู้ฝึกตนซึ่งยังไม่บรรลุเซียนผู้หนึ่งด้วย
นี่แหละจุดประสงค์ของเจียงผิงอัน ทรมานเขาทีละน้อย ปล่อยให้
เขาพังทลายท่ามกลางความเจ็บปวด
มีแต่ต้องทำเช่นนี้ เขาจึงล้างแค้นชิวซื่อผิงที่ไล่ล่าเขาในกาล
ก่อน ล้างแค้นให้พี่ใหญ่อวี๋เปย ทวงความยุติธรรมให้รากเซียนอัสนีห
ยินที่เสียไปได้
เดิมที เจียงผิงอันมีหกรากเซียนหกพรสวรรค์ แต่เพื่อช่วยชีวิตพี่
ใหญ่อวี๋เปย เขาจึงสังเวยหนึ่งพรสวรรค์
สีหน้าของชิวซื่อผิงแปรเปลี่ยนไปมา ภายใต้พลังกลืนกินชวน
ขวัญผวานี้ หากเลือดเนื้อถูกกลืนกินไป ก็ไม่มีแม้แต่โอกาสหวนคืน
เขากำหมัดแน่น “ข้าเต็มใจจำนน เป็นผู้อารักขาให้เจ้า”
การที่เซียนอย่างเขายอมจำนนแก่ปุถุชนได้นั้นต้องใช้ความกล้า
มหาศาล อย่าว่าแต่เซียนมนุษย์เลย แค่ให้ใครสักคนจำนนต่อศัตรูก็
ยากยิ่งแล้ว
ชิวซื่อผิงรู้ว่าตัวเขาขณะนี้มิอาจพิชิตเจียงผิงอันได้ ต้องทน
อัปยศไปก่อนสักพักเพื่อหาโอกาสจัดการกับเด็กเวรนี่
“ผู้อารักขา? เจ้ามิคู่ควรหรอก กระทั่งสุนัขที่ข้าจับมายังแข็งแกร่ง
กว่าเลย” เจียงผิงอันแค่นเสียงเย้ย
สีหน้าของชิวซื่อผิงแข็งค้าง ศักดิ์ศรีถูกเหยียบขยี้สาหัสจนเดือด
ดาล “เจ้าบีบให้ข้าตกตายตามเจ้าอยู่นะ?”
“ตกตายตามกัน? เจ้าควรค่าที่ไหน?”
เจียงผิงอันล้อเลียนอีกฝ่ายต่อไป การฆ่าอีกฝ่ายนั้นง่าย แต่เรื่อง
สำคัญที่สุดคือต้องทรมานอีกฝ่าย
“สารเลวสมควรตาย! เจ้าประมาทเซียนมากไปแล้ว!” ชิวซื่อผิง
เห็นว่าอีกฝ่ายจะไม่ปล่อยเขาไป ก็ตัดสินใจสู้ยิบตา
แม้เจียงผิงอันจะแข็งแกร่ง สุดท้ายเขาก็มีร่างกายเพียงสามัญชน
ขอเพียงเขาสบโอกาส ก็ยังฆ่าอีกฝ่ายได้
ชิวซื่อผิงโอบล้อมด้วยกฎเต๋าเซียน ปราณทรงพลังกวาดพัด
ทะเลโลหิตรายล้อมกระจายไป เหยียบย่างเหนือดวงดาวเข้าโจมตี
ทันที
ในฐานะอัจฉริยะอันดับหนึ่งในรอบแสนปีของภพบุกเบิก เขา
ปราชัยมิง่ายแน่
หนึ่งวันต่อมา เจียงผิงอันเหยียบบนศีรษะซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่
หลงเหลือของชิวซื่อผิง นั่งลงบนดาวร้างดวงหนึ่งอย่างดูว้าเหว่
แม้เขาจะได้ล้างแค้น เขาก็ไร้ยินดีมากนัก พี่ใหญ่อวี๋เปยที่ตายไป
รากเซียนอัสนีหยินที่เสียไปจะไม่มีวันหวนคืน
ชิวซื่อผิงเหลือเพียงศีรษะ แต่ก็มิได้ตาย เซียนมิตกตายง่าย
เช่นนั้น
แต่สติของเขาเจียนเสื่อมสลาย แม้จะรู้ว่าเจียงผิงอันแข็งแกร่ง
มาก แต่ก็มิคาดว่าจะแข็งแกร่งเพียงนี้ ยอดฝีมือขอบเขตเซียนมนุษย์
อย่างเขายังยื้อเวลาเพิ่มสักวันไม่ไหว
“ฮ่า ๆ”
ชิวซื่อผิงแผดเสียงหัวเราะลั่น “ตัวข้าชิวซื่อผิง อัจฉริยะอันดับ
หนึ่งในรอบแสนปีของภพบุกเบิก เป็นเลิศเหนืออัจฉริยะใดทั่วภพ
บุกเบิก บรรลุถึงภพเซียนก็ยิ่งเหมือนมัจฉาคืนวารี ได้เป็นผู้อาวุโสใน
สำนักเซียนอวี่หวง มิคาดเลยว่าสุดท้าย ข้าจะมาพ่ายผู้ฝึกตนซึ่งยัง
ไม่บรรลุเซียนคนหนึ่ง เจ้าเป็นใครกันแน่? เป็นเซียนกลับชาติหรือ
ไร?”
เขาตรวจสอบข้อมูลของเจียงผิงอันมาแล้ว เจียงผิงอันผู้นี้เหมือน
ปรากฏตัวจากอากาศธาตุ ไม่มีอดีตให้สืบค้น ปรากฏตัวก็เผยฤทธิ์
แข็งแกร่งทันที
เขาสงสัยว่าเจียงผิงอันจะมิได้มาจากภพบุกเบิก แต่เป็นเซียน
กลับชาติสักนาม
เจียงผิงอันไม่ตอบ เหยียบขยี้บนหน้าอีกฝ่าย “เจ้าเหลวไหลมาก
ไปแล้ว”
หลังจากรู้ว่าตนกำลังจะตาย ชิวซื่อผิงก็สงบใจเสสรวล
“ต่อให้เซียนผู้นี้ตกตาย ข้าก็ยังได้สำราญกับชีวิตนับหมื่น ๆ ปี
แต่เจ้าเล่า? เป็นแค่สวะมิอาจบรรลุเซียน อายุขัยไม่มีทางพ้นสามหมื่น
ไม่ช้าก็เร็วเจ้าก็ต้องตาย ฮ่า ๆ!”
เปรี้ยง!
เจียงผิงอันไม่ชอบฟังอะไรเช่นนี้ เท้าของเขาเพิ่มแรง ศีรษะของชิ
วซื่อผิงระเบิดแหลกไปพร้อมดาวร้างดวงน้อยใต้เท้าเขา
พลังกลืนกินหลากริน กลืนเลือดทุกหยดของชิวซื่อผิงเข้าไป มิ
ให้อีกฝ่ายได้ฟื้นคืน
เจียงผิงอันลุกขึ้น ผ่อนหายใจยาว กล่าวด้วยสายตาลึกล ้า “ข้ามิ
อาจเป็นเซียนแล้วเช่นไร ปุถุชนมีอายุขัยเพียงร้อยปี ข้ายังเหลือเวลา
หมื่นปีก็พอแล้ว จะเสียใจก็แค่มิอาจฟื้นชีพบุพการีด้วยตนเองก็
เท่านั้น”
ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาขวางหน้าเขาอยู่ เจียงผิงอันรู้ว่า
โอกาสบรรลุเซียนนั้นริบหรี่ยิ่ง ไม่ว่าจะศึกษาอะไร ยามเผชิญทัณฑ์
ในภายหน้า ตัวตนประหลาดสีทองนั้นก็จะลอกเลียนได้ทั้งหมด
เขาไม่แสวงการบรรลุเซียนแล้ว ปรารถนาก็เพียงใช้เวลาที่เหลือ
ให้ดี
ก่อนสิ้นอายุขัย ก็ขอเผชิญทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาสักครั้ง
หากสำเร็จได้ก็ประเสริฐ หาไม่ก็จนปัญญา สรรพสิ่งในหล้าไม่อาจ
สมหวังได้ตลอด
เขาฉีกมิติกลับสู่ศาลาเติงเซียนสาขาแคว้นชางหลานอย่างเฉย
ชา
การต่อสู้ที่นี่เพิ่งจบลง ต้าเฮยและเอ้อร์ไป๋กลืนเซียนทั้งสิบสาม
หมดสิ้น พลังต่อสู้กล้าแกร่งอย่างยิ่ง
“เจ็บใจนัก หนีไปได้คนหนึ่ง” เอ้อร์ไป๋บ่นอุบ
“หนีไม่พ้นหรอก คนวิปริดนั่นไล่ตามไปแล้ว” สุนัขต้าเฮยเห็น
เจียงผิงอันไล่ตามชิวซื่อผิงซึ่งแข็งแกร่งที่สุดไป
ประมุขศาลาเติงเซียนหลัวซู่มองร่างโชกเลือดทั้งสองแล้วร่าง
สะท้านอย่างช่วยไม่ได้ ยอดฝีมือจากภพเซียนเหล่านี้น่ากลัวเกินไป
แล้ว เซียนมนุษย์สิบสามคน ใช้เวลาไม่กี่วันก็ฆ่าเรียบ
หลัวซู่เก็บศาสตรา เข้ามากุมกำปั้นคารวะทั้งสอง “ขอบคุณ
สหายเซียนทั้งสองที่ช่วยเหลือ หากมิได้ทั้งสองท่าน เราอาจเผชิญ
เคราะห์มากกว่าโชค”
ต้าเฮยและเอ้อร์ไป๋ชำเลืองหลัวซู่แล้วเมินนางไป
พวกมันมิได้จะช่วยหลัวซู่ แค่อยากได้พลังมาฟื้นบาดแผล
เท่านั้น
เมื่อเห็นทั้งสองไม่สนใจตน หลัวซู่ก็อึดอัดใจเล็กน้อย ทว่านางก็
มิได้เผยโทสะ ยอดฝีมือจากภพเซียนจะเย่อหยิ่งก็เป็นธรรมดา
เจียงผิงอันเพิ่งกลับมา ก็กล่าวกับต้าเฮยและเอ้อร์ไป๋ “ส่งศาสตรา
เซียนและทรัพยากรที่พวกเจ้าเพิ่งรวบรวมไว้มานี่”
เซียนเหล่านั้นต้องมีทรัพยากรอยู่มากมายเป็นแน่
“เจ้าพวกนี้จนยิ่งนัก ไม่มีศาสตราเซียนกับทรัพยากรเลย เมื่อครู่
ข้าเขมือบไปหมดแล้ว” สุนัขต้าเฮยพูดด้วยสีหน้าใสซื่อ
เจียงผิงอันประเคนบาทาเตะหัวสุนัข “จะมอบมาหรือให้ข้าไป
หยิบเอง?”
เห็นเช่นนี้ หลัวซู่ก็สูดหายใจเฮือก “เจียงผิงอัน! เจ้าทำอะไรอยู่
รีบขอขมาสหายเซียนท่านนี้เร็วเข้า!”
เจียงผิงอันถึงกับกล้าเตะศีรษะยอดฝีมือระดับเซียนผู้หนึ่ง หาที่
ตายแท้ ๆ
แต่ภาพเหลือเชื่อยิ่งสำหรับหลัวซู่ก็ปรากฏ ยอดฝีมือระดับเซียน
ผู้ถูกเตะศีรษะรีบร้อนเผยท่าทีประจบประแจง
“ลูกพี่ ไฉนอารมณ์เสียนักเล่า ข้าแค่ล้อเล่นกับท่านเอง”
สุนัขต้าเฮยสบถด่าในใจพลางส่งศาสตราเซียนและโอสถ
มากมายให้เจียงผิงอันด้วยรอยยิ้ม
เปรี้ยง!
เจียงผิงอันเตะเข้าใส่อีกครั้ง “แค่นี้? คิดว่าข้าโง่นักหรือ?”
สุนัขต้าเฮยหน้ากระตุก แล้วรีบส่งทรัพยากรที่เหลือให้เจียงผิงอัน
เปรี้ยง!
เจียงผิงอันเตะซ ้าอีกครั้ง
สุนัขต้าเฮยโวยวายอย่างเดือดดาล “หมดแล้วจริง ๆ แค่นั้นแหละ!
ข้าฆ่าเซียนไปไม่กี่คนเองนะ!”
“ข้าแค่อยากเตะเจ้าเฉย ๆ น่ะ” เจียงผิงอันกล่าวเนิบ ๆ
สุนัขต้าเฮย: “…”
มนุษย์สมควรตาย ฝากไว้ก่อนเถอะ!
เจียงผิงอันหันไปทางเอ้อร์ไป๋
อสรพิษขาวที่เมื่อครู่ทำตัวสุดเกรี้ยวกราดพลันเปลี่ยนลักษณ์
เป็นมนุษย์ ส่งศาสตราเซียนและโอสถมากมายให้เจียงผิงอันด้วยท่าที
ประจบประแจง
“ลูกพี่ ฆ่ามารร้ายนี่ให้ตายเถอะ ไม่มีความจริงใจสักนิด ท่านดู
ข้าเป็นตัวอย่างได้ จริงใจไม่หมดเม็ดสักนิดเดียว”
อันที่จริง มันก็อยากแอบเม้มไว้บ้าง แต่เมื่อเห็นสุนัขต้าเฮยโดน
เตะเสียหลายที มันก็จริงใจขึ้นมาเลย
ข้างกันนั้น หลัวซู่ตะลึงจังงัง คิดว่าถูกภาพหลอนเข้าเสียแล้ว
เกิดอะไรขึ้น? ยอดฝีมือระดับเซียนผู้น่าสะพรึงกลัวทั้งสองไฉนจึง
ทำตัวพินอบพิเทาต่อหน้าเจียงผิงอันเช่นนี้? กระทั่งเรียกเจียงผิงอัน
เป็นลูกพี่!