สู่วิถีอมตะ - บทที่ 832 เมิ่งจิงปะทะเหลียงเซียวหง
เมื่อได้ยินวาทะหลี่เยว่เยว่ ซ่งฮุ่ยก็เผยสีหน้าซับซ้อน
กาลก่อน นางผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งถูกโจรป่าปล้นฆ่า เหลือ
เด็กน้อยรอดมาเพียงสอง
เมื่อเห็นเด็กทั้งสอง นางก็สะเทือนใจเผยเมตตา ตรวจพรสวรรค์
ของทั้งคู่
พรสวรรค์ของเด็กหญิงไม่เลว นางจึงรับไว้เป็นศิษย์ ซึ่งก็คือหลี่
เยว่เยว่ในยามนี้
ขณะที่เด็กชายอีกคนพรสวรรค์สุดดาษดื่น ซ่งฮุ่ยคิดว่าหากพา
เขากลับสำนักเพียวเหมี่ยว เด็กชายผู้นี้จะถูกรังแก ไร้จำเป็นต้องเดิน
บนเส้นทางการฝึกฝน จึงให้หินวิญญาณสามชิ้นพร้อมตำราเล่มหนึ่ง
หากเรียนอะไรได้บ้าง ก็เอาตัวรอดในแดนมนุษย์ต่อไปได้
แต่มิคาดเลยว่าเด็กชายผู้นั้น หรือก็คือเจียงผิงอัน มิเพียงได้
สัญจรบนเส้นทางการฝึกฝน ยังกระทั่งกลายเป็นเจ้านิกายเทวมาร
เจียงผิงอันพลิกความเป็นไปไม่ได้สู่เป็นไปได้ สร้างตำนานขึ้นมา
หรือเสี่ยวเยว่จะพูดจริง เจียงผิงอันสามารถเปลี่ยนศาสตราเซียน
ครึ่งขั้นสู่ศาสตราเซียนได้จริง ๆ? นี่เป็นวิชาเซียน แต่เจียงผิงอันมิอาจ
บรรลุเซียน เขาทำได้อย่างไรกันแน่?
“เอาล่ะ พวกเจ้ารีบจัดการเรื่องการประลองของสำนักเถอะ ข้ายัง
ต้องคุยกับพี่ผิงอันต่อ” หลี่เยว่เยว่เมินเหล่าผู้อาวุโส ปิดประตูกลับไป
ที่หน้าประตู ผู้อาวุโสทั้งหลายมองหน้ากัน ทั้งตกใจ ตื่นเต้นระคน
งุนงง
ศาสตราเซียนชิ้นหนึ่งมาปรากฏในสำนักเพียวเหมี่ยวของพวก
เขา ย่อมเป็นข่าวประเสริฐสำหรับสำนักเพียวเหมี่ยว
แม้จะไม่รู้ว่าเจียงผิงอันทำได้เช่นไร แต่ก็ไม่เป็นไร เรื่องสำคัญอยู่
ตรงที่สถานะของพวกเขาสำนักเพียวเหมี่ยวจะพุ่งทะยานเหินฟ้า
เหตุผลที่พวกเขาสำนักเพียวเหมี่ยวพัฒนาได้อย่างรวดเร็วตลอด
หลายปี มิอาจแยกจากเจียงผิงอันได้เลย
เพราะเหตุนี้ด้วย พวกเขาจึงเลือกแม่หนู ‘ความรักขึ้นสมอง’ หลี่
เยว่เยว่เป็นเจ้าสำนัก เพื่อให้เจียงผิงอันช่วยเหลือพวกเขามากกว่านี้
และปรากฏว่าพวกเขาเลือกถูก
ในโถงตำหนัก หลี่เยว่เยว่รับหอคอยสยบเซียนซึ่งกลายเป็น
ศาสตราเซียนคืนมา ตะโกนขึ้นอย่างแสนยินดีทันที “หอคอยน้อย
สะกดพี่ผิงอันให้ข้าที!”
หอคอยน้อยมิกล้ากระดิกแม้แต่น้อย หลังจากบรรลุเป็นศาสตรา
เซียน สัมผัสรับรู้ของมันก็ได้รับการยกระดับ ทราบความน่ากลัวของ
ชายผู้นี้ชัดเจน
ชายผู้นี้ยกระดับมันเป็นศาสตราเซียนได้ ขณะเดียวกันก็ทำให้
มันกลายเป็นกองขยะได้
“เจ้าเป็นถึงศาสตราเซียน ไฉนขลาดเขลานัก!” หลี่เยว่เยว่ไม่
พอใจกับการกระทำของหอคอยน้อยยิ่ง และเมื่อเห็นหอคอยสยบ
เซียนมิกล้าเขยื้อน นางเลยกระโจนเข้าไปเอง
ชั่วกาลต่อจากนั้น หลี่เยว่เยว่เกาะติดเจียงผิงอันไม่ไปไหน ไม่
ยอมจัดการเรื่องภายในของสำนักเพียวเหมี่ยว แน่นอน สำนักก็ทราบ
ว่านางทำอะไรไม่ได้ และมิได้ให้นางยุ่งกับเรื่องของสำนักมากนัก
จุดประสงค์ที่ตั้งนางเป็นเจ้าสำนักก็เพื่อเอาใจเจียงผิงอันล้วน ๆ
ทำให้เจียงผิงอันมีความสุขเข้าไว้ นั่นคือเรื่องใหญ่ที่สุด
วันนี้ หลี่เยว่เยว่นอนในอ้อมแขนเจียงผิงอัน จู่ ๆ ก็พูดขึ้นว่า “พี่
ผิงอัน พี่หญิงเมิ่งจิงยังไม่รู้ว่าพี่กลับมาแล้วถูกหรือไม่?”
“อืม ข้าว่าจะส่งอวตารไปหานางอยู่” เจียงผิงอันมิคาดว่าหลี่เยว่
เยว่จะตัวติดกับเขาทั้งวัน จึงต้องส่งอวตารไปหาเมิ่งจิง
“อย่าส่งอวตาร เราไปด้วยกันเถอะ เมื่อไม่กี่วันก่อนพี่หญิงเมิ่งจิ
งบอกข้าว่านางจะท้าประลองเหลียงเซียวหง บุตรศักดิ์สิทธิ์จากแดน
ศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อเป็นหนที่สาม เราไปให้กำลังใจนางกันนะ” หลี่เยว่
เยว่ว่า
บิดาของเมิ่งจิงถูกเหลียงเซียวหงสังหาร และก่อนเจียงผิงอันจะไป
ยังภพเซียน เขาก็อยากหาโอกาสจัดการกับคนผู้นี้ แต่เมิ่งจิงบอกว่า
นางจะล้างแค้นด้วยตนเอง
ตลอดหลายปีมานี้ เมิ่งจิงกับเหลียงเซียวหงประชันกันมาสองหน
ครั้งแรกเมิ่งจิงชนะหวุดหวิด หนที่สองเมิ่งจิงพ่ายราบคาบ ครั้งนี้คือ
การประลองหนที่สาม
เหลียงเซียวหงได้รับมรดกส่วนหนึ่งของมหาจักรพรรดิ เรื่องนี้
ทราบกันดี และเมื่อกาลเวลาผ่านไป เขาก็ยิ่งทวีความแข็งแกร่ง ลือ
นามทั่วโลกหล้า
อายุพันกว่าปี เขาก็บรรลุขอบเขตมหายาน ได้พลังเขตแดน
‘หมัดจักรพรรดิ’ ของเขาไร้เทียมทาน บุคคลร่วมขอบเขตน้อยนักจะ
ประชันได้
“สองคนนั้นประชันกันที่ใด?” เจียงผิงอันถาม
เหลียงเซียวหงผู้นี้จะปล่อยให้รอดต่อไปมิได้ ต้องจัดการโดยเร็ว
ที่สุด หาไม่แล้ว ไม่ช้าก็เร็วเขาจะกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจ
หลี่เยว่เยว่ตอบ “สองคนนั้นอยู่ในหอตำราเทียนเต้าที่หทัย
แผ่นดิน เมื่อกาลก่อน ขุมกำลังใหญ่ต่าง ๆ ประชุมกันที่อาณาเขต
เก่าของหอตำราเทียนเต้า หารือเรื่องตั้งหอตำราเทียนเต้าแห่งใหม่
เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวรยุทธ์”
“เราไปดูกันเถอะ”
แล้วเจียงผิงอันก็ฉีกมิติ มุ่งหน้าสู่หอตำราเทียนเต้า ณ หทัย
แผ่นดิน
นับแต่คราวก่อนที่หอตำราเทียนเต้าถูกเจียงผิงอันถล่มราบ
สถานที่ฝึกฝนอันล ้าค่านี้ก็กลายเป็นสถานที่รกร้าง ขุมกำลังใหญ่
มากมายอยากใช้ทรัพยากรฝึกฝนที่นี่ จึงตั้งใจเปิดหอตำราเทียนเต้า
ขึ้นใหม่ จึงมาหารือเจรจากัน ต่างฝ่ายล้วนอยากได้ทรัพยากรฝึกฝน
บางส่วน
เมิ่งจิงและเหลียงเซียวหงก็รวมอยู่ในนั้น หลังจากฝ่ายพบหน้าก็มี
ปากเสียงกัน จนเกิดเป็นการประลอง
บนภูเขาจักรพรรดิ อัสนีลูกแล้วลูกเล่าโปรยปรายไม่ยั้งหยุด
เสียงกึกก้องคำรามลั่นทั่วฟ้าดิน และท่ามกลางสนามอัสนี หนึ่งบุรุษ
หนึ่งสตรีต่อสู้กันอย่างดุเดือด
ฝ่ายชายเผยบรรยากาศเช่นจักรพรรดิ สวมอาภรณ์ม่วงทอง ดู
อหังการสุดแสน
ฝ่ายหญิงสวมชุดผู้ฝึกยุทธ์สีดำ เรือนผมยาวพลิ้วสะบัด ห้อม
ล้อมด้วยอัสนีโปรยปราย งดงามสะท้านจิตดุจนางเซียนเดินดิน
สองบุคคลนั้นก็คือเหลียงเซียวหงและเมิ่งจิงที่เปิดศึกกันอยู่
ยามผู้คนที่ตีนเขาเห็นการต่อสู้นี้ พวกเขาล้วนหลุดอุทาน
“สมเป็นร่างเซียนอัสนี อัสนีน่าสะพรึงกลัวนัก หากมิใช่ยอดฝีมือ
ขอบเขตพ้นพิบัติก็มิอาจขัดขืนได้เลย”
“ใช่เลย ธิดาเทพของตระกูลเหลยโบราณ ไม่ว่าจะด้วยความเร็ว
พละกำลังหรือพลังป้องกันล้วนห่างไกลเกินผู้ฝึกตนขอบเขตเดียวกัน
เทียบชั้น ในหมู่คนขอบเขตเดียวกัน พลังต่อสู้ของนางต้องติดห้า
อันดับแรกแน่นอน”
“แต่ทางฝั่งเหลียงเซียวหงแข็งแกร่งกว่า รับการโจมตีน่า
สะพรึงกลัวเช่นนี้ได้ หากไร้สิ่งใดผิดพลาด ศึกนี้ก็คงยังเป็นชัยชนะ
ของบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ”
เหลียงเซียวหงยืนท่ามกลางอัสนี แผ่รัศมีทองสว่างดุจดวงตะวัน
เจิดจ้าจนผู้คนมิกล้ามองตรง ๆ ‘หมัดจักรพรรดิ’ อหังการคลับคล้าย
จะทลายสรรพสิ่ง
เขาสวมหน้ากากพิเศษสีทองบดบังหน้าไว้เสี้ยวหนึ่ง ดวงตาขวา
ในหน้ากากเรืองประกายลี้ลับ
“เจ้าก็ไร้ค่ามิต่างจากมารดา เลือกหนทางที่ไม่ควรเดิน เป็นศัตรู
ของบุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ เจ้ากับข้าหาอยู่ในระดับเดียวกันไม่” เหลียง
เซียวหงพูดเสียงเย็น
ยามเมิ่งจิงได้ยินว่ามารดาตนถูกหยาม ใบหน้างดงามพลันบึ้งตึง
ยกมือขึ้นวาดขยับรวดเร็ว อักขระลึกลับทะยานขึ้นดึงอัสนีลงจากฟ้า
วิหคสายฟ้ามังกรอัสนีเรืองฤทธิ์ พุ่งเข้าใส่เหลียงเซียวหรงด้วยอำนาจ
ทรงพลังเหนือใด
อำนาจทรงพลังจากวิหคสายฟ้ามังกรอัสนีนี้ทำให้ปวงชนทั่วทิศ
ร่างสะท้าน สัตว์ประหลาดเฒ่าบางคนกระทั่งตกใจจังงัง
นี่คือพลังที่ผู้ฝึกตนขอบเขตนี้เผยออกมาได้จริงหรือ?
สีหน้าของเหลียงเซียวหงพลันแปรเปลี่ยนสุดเคร่งขรึม แม้เขาจะ
แสนเย่อหยิ่ง แต่ก็ต้องยอมรับว่าการโจมตีของอีกฝ่ายทรงพลังยิ่ง
หากโดนเข้าไป เขากลายเป็นเถ้าแน่นอน!
เขาถีบร่างถอยทันที ดวงตาขวาในหน้ากากพลันแผ่พลังลึกลับ
ยิ่งใหญ่ วิหคสายฟ้ามังกรอัสนีที่พุ่งเข้ามารวมถึงสุญตารอบข้างเริ่ม
พังทลาย ประหนึ่งมิติถูกบดขยี้แหลกสลาย
เหลียงเซียวหงเงื้อหมัด ออก ‘หมัดจักรพรรดิ’ สุดกำลัง คลื่นพลัง
ชวนสะท้านหลากทะลัก แสงทองเรืองโรจน์ดุจแววตาสัตว์ร้าย ทลาย
วิหคสายฟ้ามังกรอัสนีลงสิ้น
หมัดจักรพรรดิเป็นวิชาหมัดที่มหาจักรพรรดิสร้าง วิชาหมัด
อันดับหนึ่งของโลกหล้าผู้ฝึกตนอันไร้สิ่งใดโต้แย้ง
กระทั่งในหมู่วิชาโจมตีทั่วภพแร้นแค้น ระดับพลังทำลายล้างของ
มันยังติดสามอันดับแรก
“น ้าหน้าอย่างเจ้าชนะบุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ได้ที่ไหน!” เท้าของเหลี
ยงเซียวหงใช้วิชาลับมิติย่นธรณีเหลือเพียงชุ่น พุ่งประชิดเมิ่งจิงแล้ว
โจมตีด้วยหมัดจักรพรรดิ
เมิ่งจิงกัดฟันฟาดฟันมีดสายฟ้าเข้าขัดขวาง มิคาดว่าเคล็ดวิชา
ที่นางฝึกปรือแทบตายจะถูกอีกฝ่ายทำลายได้ง่าย ๆ เช่นนี้
แม้ไม่อยากยอมรับ แต่นางก็มิอาจก้าวข้ามศัตรูได้จริง ๆ
ขณะมองพลังชวนสะพรึงจากการปะทะบนภูเขาจักรพรรดิ หัวใจ
ปวงชนที่มองอยู่ก็สั่นสะท้าน
“ธิดาเทพตระกูลเหลยแข็งแกร่งขนาดนี้ยังเอาชนะเหลียงเซียวหง
มิได้ ผลลัพธ์ชัดเจนแล้วล่ะ”
“บุตรศักดิ์สิทธิ์จากแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อใช้วรยุทธ์อะไรกัน
ไฉนวิหคสายฟ้ามังกรอัสนีจึงพังทลายไปกะทันหัน?”
“ไม่รู้สิ ข้าไม่เคยเห็นวรยุทธ์นั่นมาก่อน น่าจะเป็นวรยุทธ์
บางอย่างที่มหาจักรพรรดิสร้างกระมัง เขาได้มรดกของมหา
จักรพรรดิ ต้องมีวิชาลับแข็งแกร่งมากมายรวมอยู่แน่ ๆ”
วรยุทธ์ที่คนทั้งสองใช้ทำให้ปวงชนตกตะลึงถ้วนหน้า โดย
เฉพาะวรยุทธ์ลึกลับที่เหลียงเซียวหงใช้ทำลายวิหคสายฟ้ามังกรอัสนี
ลงง่าย ๆ ซึ่งตราตรึงใจปวงชนยิ่ง
“ในโลกนี้ บางทีคงมีเพียงเจ้านิกายเทวมารที่มีโอกาสพิชิตเหลี
ยงเซียวหงได้ แต่น่าเสียดาย เจ้านิกายเจียงเงียบหายไปพันปีแล้ว”
คนเก่าคนแก่ผู้หนึ่งรำพึง
ยามผู้ฝึกตนคนหนึ่งจากแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อได้ยิน ก็ก่นด่า
ขึ้นทันที “เจียงผิงอันนั่นมันชื่อขยะ สวะที่ฝึกฝนไม่ได้อย่างเจียงผิงอัน
ลองปรากฏตัวที่นี่สิ บุตรศักดิ์สิทธิ์จากแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อของข้า
จะขยี้ในหมัดเดียวให้ดู!”
“นั่นสิ บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อของข้าเป็นบุตร
ของยุคสมัยนี้ เจียงผิงอันนั่นก็แค่ไม้ประดับ”
“แน่จริงก็ให้เจียงผิงอันไสหัวออกมาประลองกับบุตรศักดิ์สิทธิ์
แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อของเราสิ เดี๋ยวก็รู้ว่าใครแน่กว่ากัน”
หลายปีมานี้ แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อถูกนิกายเทวมารและขุม
กำลังมากมายกดดันจนไม่รุ่งเรืองเช่นกาลก่อน ปวงชนทั้งแดน
ศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อเกลียดแค้นนิกายเทวมารและเจ้านิกายเจียงผิงอัน
ยิ่ง
เมื่อเห็นเหล่าศิษย์แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อเหิมเกริมกันเช่นนี้ แม้
คนมากมายจะไม่พอใจ แต่ก็มิกล้าพูดอะไร สุดท้ายแดนศักดิ์สิทธิ์
เทียนเจ๋อก็ยังเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่ง ความแข็งแกร่งมีมากพอให้
กร่างกำแหง
โดยเฉพาะหลังจากเหลียงเซียวหงเติบโต พรสวรรค์แข็งแกร่ง
ของเขาก็ทำให้ผู้คนมากมายเห็นอนาคตในแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ
และพากันเข้าผูกมิตร
เปรี๊ยะ!
มีดในมือเมิ่งจิงแตกสลาย คลื่นปราณรุนแรงกระจายออกผลัก
นางกระเด็นชนภูเขาจักรพรรดิทันที
“อั้ก!”
เมิ่งจิงกระอักเลือด
“เสี่ยวจิง!”
เซี่ยชิงซึ่งชมการต่อสู้อยู่ด้านนอกและคณะของมารดานางเหลย
หลานต่างตกใจ
ขณะที่พวกนางจะเข้าไปหา เมิ่งจิงก็ตะโกนขึ้น “อย่าเข้ามา ข้า
ยังไม่แพ้!”
นางทิ้งซากมีด ชักมีดเล่มใหม่ออกมาแล้วโซเซลุกขึ้น พร้อม
ต่อสู้ต่อไป
“พอแล้ว”
หนึ่งเสียงนุ่มนวลอันคุ้นหูดังขึ้น เมิ่งจิงร่างสะดุ้ง หันขวับไปยังทิศ
หนึ่งอย่างกะทันหัน
ปวงชนล้วนหันตามโดยทั่วกัน เห็นชายร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่งเหยียบ
ย่างบนเวหา