สู่วิถีอมตะ - บทที่ 833 ศาสตราเซียนของเหลียงเซียวหง
“คนผู้นี้ใครกัน มีสิทธิ์อะไรมายุ่งกับการประลอง”
“เจ้านิกายเจียง!”
“เจ้านิกายเจียงถึงกับปรากฏตัว เขาดูจะไม่ค่อยปรากฏตัวต่อ
หน้าคนนอกนี่ ไฉนวันนี้จึงมาได้เล่า”
เหล่าบุคคลรุ่นหลังแทบไร้ผู้ใดเคยเห็นเจียงผิงอัน ทว่าผู้ฝึกตน
อาวุโสทั้งหลายคุ้นเคยกับเจียงผิงอันยิ่ง
ไล่ต้อนเผ่าปีศาจทะเลบูรพา ประชันเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ ถล่ม
เผ่ามารแดนอุดร สยบอัจฉริยะทั้งปวงในยุคสมัย กระทั่งประหารร่าง
โกลาหล เป็นผู้นำขุมกำลังสูงสุดในเผ่ามนุษย์ตั้งแต่อายุน้อยนิด
ตลอดกาลมานี้ ไม่รู้เขาไปสรรหาทรัพยากรมากมายมาขายให้
ขุมกำลังหลักต่าง ๆ จากที่ใด เผ่ามนุษย์จึงเติบโตจนเผ่าปีศาจมิกล้า
โจมตี
ความสำเร็จทั้งหลายทำให้เจียงผิงอันกลายเป็นตำนาน แม้เหล่า
ชนรุ่นหลังมากมายจะไม่เคยพบเขา แต่ก็เคยฟังตำนานของเขามา
กันถ้วนหน้า
ทว่ายอดฝีมือจากเขตแดนมารมืดทมิฬเคยบอกไว้ ว่าเจียงผิงอัน
ฝึกฝนวรยุทธ์จากเขตแดนมารมืดทมิฬของพวกมัน หากไม่มีเคล็ด
วิชาของเขตหวงห้าม เขาก็ไม่อาจฝึกฝนต่อไป
เมื่อกาลผันผ่าน เจียงผิงอันก็ไม่ค่อยปรากฏตัว บางคนกล่าวว่า
เขารับเรื่องมิอาจทะลวงขอบเขตไม่ได้ ความแตกต่างจากตัวเขาใน
กาลก่อนมหาศาลเกินไป เขาจึงมิได้ฝึกฝนต่อ บ้างก็บอกว่าเขากำลัง
ตั้งอกตั้งใจศึกษาวิถีทะลวงขอบเขต
มิคาดว่าเขาจะปรากฏตัวที่นี่
“มิต้องประลองแล้ว” เจียงผิงอันกล่าวกับเมิ่งจิงด้วยน ้าเสียง
นุ่มนวล
เมื่อเห็นเจียงผิงอัน เมิ่งจิงที่เมื่อครู่ยังดูขึงขังพลันทรุดฮวบใน
อ้อมแขนเจียงผิงอัน ใบหน้าสุดแสนเหนื่อยอ่อน คิ้วขมวดแน่นด้วย
ความเจ็บปวด สีหน้าเจือความเศร้าหมอง
“เจ้าท่อนไม้ เขาแข็งแกร่งเกินไป ข้าพิชิตเขาไม่ได้ มิอาจล้าง
แค้นให้ท่านพ่อแล้ว”
เมิ่งจิงอยากเอาชนะเหลียงเซียวหงด้วยกำลังตน แต่ไม่ว่าจะ
พยายามเพียงไร แม้จะเป็นบุคคลอันดับหนึ่งในประวัติศาสตร์ของ
ตระกูลเหลยโบราณแล้ว นางก็ยังเอาชนะอีกฝ่ายมิได้
“ไม่เป็นไร ข้าจะล้างแค้นให้เอง” เจียงผิงอันกล่าวเสียงแผ่วเบา
“เจ้านิกายเจียงจะล้างแค้นข้า บุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้กลั๊วหลัวแหละ”
หนึ่งเสียงเย้ยดังมาจากฟ้า
เหลียงเซียวหงยืนกลางเวหา สองมือกอดอก ร่างรายล้อมด้วย
เขตแดน ให้บรรยากาศอหังการไร้คู่เปรียบ จ้องมองเจียงผิงอันด้วย
สายตาเปี่ยมความแค้น
“เจ้านิกายเจียง เราประลองตัดสินเป็นตายกันอยู่ หากยังตัดสิน
เป็นตายมิได้ ผู้อื่นก็ห้ามเข้าแทรก ช่วยไสหัวไปห่าง ๆ ทีได้หรือไม่?
หากเจ้านิกายเจียงจะประลองกับบุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ ก็รอจนกว่า
ประลองเสร็จแล้วค่อยว่ากัน”
เหลียงเซียวหงอยากฆ่าเจียงผิงอันเหลือเกิน เพราะอีกฝ่ายฆ่า
บิดาเขา สร้างความเสียหายแก่พวกเขาแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ
มหาศาล
นอกจากนั้น หากเจียงผิงอันยังอยู่หนึ่งวัน เขาเหลียงเซียวหงทำ
อะไร ปวงชนก็จะเทียบเขากับเจียงผิงอันเสมอ บอกว่าหากเจียงผิงอัน
ฝึกฝนต่อได้ เจียงผิงอันก็จะยังเป็นหนึ่งในยุคสมัย
เจียงผิงอันไร้ประโยชน์ เลือนหายไปกับกาลเวลาแล้วแท้ ๆ ยุค
สมัยนี้เป็นของเขา เหลียงเซียวหงต่างหาก
เจียงผิงอันกล่าวกับเหลียงเซียวหงอย่างสุขุม “การประลองตัดสิน
เป็นตายควรเป็นไปอย่างยุติธรรม เจ้าใช้ศาสตราเซียนชิ้นหนึ่ง ยังมี
หน้ามาพูดเรื่องกฎเกณฑ์อีกหรือ?”
ได้ยินเช่นนี้ ปวงชนล้วนตะลึงนิ่ง
“บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อใช้ศาสตราเซียนชิ้น
หนึ่ง?”
“ไม่สิ ไม่มีใครสัมผัสคลื่นพลังของศาสตราเซียนได้เลย หากใช้
จริงต้องสัมผัสได้สิ แต่นี่ไม่มีเลย”
“แล้วเหตุใดเจ้านิกายเจียงจึงพูดว่าเหลียงเซียวหงใช้ศาสตรา
เซียนเล่า?”
เหลียงเซียวหงกล่าวเสียงเย็น “เจ้านิกายเจียง อย่าปรักปรำกันสิ
ศาสตราเซียนของแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อยังอยู่ในแดนศักดิ์สิทธิ์ เอา
ศาสตราเซียนมาใช้ที่ไหนกัน? ยอดฝีมือที่นี่ตาบอด เจ้าตาดีอยู่คน
เดียวหรือไร?”
เมิ่งจิงในอ้อมแขนเจียงผิงอันกระซิบ “เจ้าท่อนไม้ เจ้าคิดมากไป
แล้ว หากอีกฝ่ายใช้ศาสตราเซียน ข้าก็คงตายไปแล้วล่ะ”
ผู้คนมากมายรู้สึกเหมือนเจียงผิงอันพูดเพ้อเจ้อหน้าตาย
ยอดฝีมือจากแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อเย้ย “เจ้านิกายเจียง เป็นถึง
เจ้านิกาย พูดอะไรต้องมีหลักฐานสิ หาไม่ คนจะดูแคลนเอานา”
เจียงผิงอันคร้านจะโต้เถียง เงื้อหมัดชกออกไป
มันดูเป็นหมัดแสนธรรมดา แต่บรรจุอำนาจยิ่งใหญ่ กฎฟ้าดินสั่น
สะท้านรุนแรง โผนทะยานเข้าหาเหลียงเซียวหง
เมื่อสัมผัสพลังของหมัดนี้ ใบหน้าสุขุมของเหลียงเซียวหงพลัน
ปรากฏความพรั่นพรึง คิดจะหลบแต่ก็ถูกปกคลุมด้วยสนามโน้มถ่วง
มิอาจกระดิกตัวได้เลย!
เป็นไปได้เช่นไร! เจียงผิงอันค้างอยู่ในขอบเขตบูรณาการแท้ ๆ
เหตุใดจึงออกหมัดน่ากลัวเช่นนี้ได้!
แม้เหลียงเซียวหงจะตกใจ ยามนี้ก็มิใช่เวลาให้มัวคิด เขามิอาจ
มัวระแวง รวมพลังทั้งหมดเข้าที่หน้ากากทองของตนทันที
คลื่นพลังเต๋าเซียนระเบิดออกจากหน้ากากราวคลื่นถาโถม สาด
แสงทองเรืองรองทั่วฟ้าดิน หมัดของเจียงผิงอันเริ่มเสื่อมสลาย
ประหนึ่งคันฉ่องแหลกร้าว
เห็นเช่นนี้ ทุกสายตาก็เบิกกว้าง
“ศาสตราเซียน! ปรากฏว่าหน้ากากนั่นคือศาสตราเซียน!”
“มิใช่นี่คือสิ่งที่เขาใช้รับการโจมตีของธิดาเทพตระกูลเหลย
โบราณหรอกหรือ ข้านึกว่ามันเป็นวรยุทธ์ไร้นามอะไร ที่แท้ก็เป็น
ฝีมือศาสตราเซียน!”
“หน้าไม่อาย! ถึงกับใช้ศาสตราเซียนเข้าประลอง!”
ศาสตราเซียนถูกเปิดโปง เสียงก่นด่าเหลียงเซียวหงดังระงม
คนจากตระกูลเหลยเดือดดาลเกือบสรรเสริญโคตรเหง้าของเหลี
ยงเซียวหงยกสาแหรก
ดวลกันอย่างยุติธรรมแท้ ๆ แต่เหลียงเซียวหงใช้ศาสตราเซียน
ทำร้ายธิดาเทพตระกูลเหลยของพวกเขา หากเจียงผิงอันไม่ค้นพบ
มัน ใครจะทราบได้
“ผู้อื่นคนใดก็หาศาสตราเซียนไม่พบ เจ้านิกายเจียงพบได้เช่น
ไร?”
“หมัดเมื่อครู่ของเจ้านิกายเจียงน่าสะพรึงยิ่งนัก มันเหมือนหมัดที่
ยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติชกออกมาเฉย ๆ เลย มิใช่พูดกันหรือว่า
เขาฝึกฝนมิได้แล้ว?”
“หรือจะหมายความว่า… เจ้านิกายเจียงทะลวงข้อจำกัดการ
ฝึกฝน กลับมาฝึกฝนได้แล้ว?”
ยามนี้เอง ปวงชนจึงตระหนักว่าตนมิอาจมองทะลุการฝึกฝนของ
เจียงผิงอันได้เลย
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกินคาดสำหรับปวงชน หัวใจมิอาจสงบได้
หน้ากากมิอาจบดบังใบหน้าถมึงทึงของเหลียงเซียวหง หน้ากาก
ของเขามีพลังซ่อนเร้น ตราบใดที่มิได้ใช้พลังขอบเขตพ้นพิบัติ ผู้อื่น
ก็ไร้หนทางประจักษ์แจ้ง เจียงผิงอันรู้ได้อย่างไร?
เรื่องสำคัญที่สุดคือ เหตุใดหมัดเมื่อครู่ของเจียงผิงอันจึง
แข็งแกร่งนัก และยามนี้อีกฝ่ายอยู่ในขอบเขตใด?
สีหน้าของเจียงผิงอันสุขุมไร้แตกต่าง ถามเหลียงเซียวหงอย่างไร้
อารมณ์ “ก่อนจัดการกับเจ้า มีบางเรื่องที่ต้องยืนยันก่อน กาลก่อน
เรื่องที่ข้ามีศาสตราเซียนของมหาจักรพรรดิ เจ้าเป็นคนปล่อยข่าวถูก
หรือไม่?”
ชั่วขณะนั้น เรื่องที่เขามีศาสตราเซียนของมหาจักรพรรดิอยู่กับ
ตัวก่อเกิดเสียงฮือฮามากมาย มือสังหารหลายต่อหลายคนบุกโจมตี
เขา
ผู้ปล่อยข่าวนี้ กระทั่งหน่วยข่าวกรองอันดับหนึ่งของภพแร้นแค้น
อย่างหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลยังหาตัวไม่เจอ
กาลก่อน มหาจักรพรรดิทิ้งศาสตราเซียนลับไว้สามชิ้น เป็นเรื่อง
ที่โลกภายนอกหารู้ไม่ มีเพียงผู้ได้ศาสตราเซียนลับทั้งสามเท่านั้นจะ
ทราบ
เห็นได้ชัดว่าเหลียงเซียวหงผู้นี้คือหนึ่งในนั้น
ดวงตาของเหลียงเซียวหงวูบไหวเล็กน้อย ก่อนจะพูดอย่างแสน
สุขุม “ใช่ ข้าปล่อยข่าวเอง”
ต่อให้บอกเจียงผิงอันไปก็เท่านั้น ศาสตราเซียนอยู่กับตัว ยอด
ฝีมือจากแดนศักดิ์สิทธิ์ก็อยู่ที่นี่พร้อมหน้า เจียงผิงอันจะยังฆ่าเขาได้
หรือ?
“แค่นั้นแหละ เจ้าตายได้แล้ว”
เมื่อรู้ว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือเหลียงเซียวหงจริง เจียงผิงอันก็ใช้หนึ่งมือ
ประคองเมิ่งจิง ยกมืออีกข้างขึ้นออกหมัดทำลายล้างกระบวนท่าแรก
สยบปีศาจ
พลังรุนแรงรวนกฎฟ้าดิน หมัดสีเลือดพุ่งตรงเข้าใส่เหลียงเซียว
หง
“หยุดนะ!” ยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติสองคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์
เทียนเจ๋อพุ่งเข้าขวางทันที พวกเขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าพลังจากหมัด
นี้แข็งแกร่งสุดขั้ว หากมิใช่ยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติก็ไม่มีทางหยุด
ได้
ไม่จะไม่รู้ว่าเหตุใดเจียงผิงอันจึงใช้พลังแข็งแกร่งเช่นนี้ได้ เหลียง
เซียวหงก็เป็นความหวังของแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา ตราบใดที่
พวกเขายังอยู่ ก็มิอาจให้เหลียงเซียวหงมีอันเป็นไป
ยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติทั้งสองใช้วรยุทธ์ป้องกันเข้ารับทันที
แต่พวกเขาก็ยังประเมินฤทธิ์หมัดของเจียงผิงอันต ่าเกินไป
พริบตาที่หมัดสีเลือดกระทบชั้นพลังป้องกัน จิตสังหารไร้สิ้นสุด
บนหมัดก็แผ่กระจาย แสงสีเลือดเรืองโรจน์ดุจกระบี่ไร้เทียมทาน
สลายแนวป้องกันของคนทั้งสองพร้อมร่างพวกเขา
และตะบึงต่อเข้าใส่เหลียงเซียวหง
เหลียงเซียวหงขนลุกซู่ ใบหน้าเปี่ยมความผวา หมัดนี้ถึงกับบด
ขยี้สองยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติแหลกเละ!!
เขานำยันต์ช่วยชีวิตออกมา เร่งฤทธิ์ศาสตราเซียนคุ้มกายทันที
เปรี้ยง!
หมัดสีเลือดกระแทกสู่กาย ยันต์ช่วยชีวิตแหลกเละ เหลียงเซียว
หงถูกอำนาจทรงพลังกระแทกกระอักเลือด
หากมิใช่เพราะศาสตราเซียน เขาคงตายไปแล้ว!
ทว่า เขายังไม่ทันได้เหินหนี พลังวิญญาณอันกล้าแข็งสายหนึ่งก็
คว้าตัวเขาไว้
“ให้เจ้าตายไปเช่นนี้ง่ายเกินไป ลิ้มรสความเจ็บปวดเสียบ้างนะ”
เจียงผิงอันใช้วิชาลับจิตวิญญาณ ‘สังสารวัฏ’
ด้วยพลังวิญญาณปัจจุบันของเขา ตัวตนใด ๆ ใต้ระดับเซียน
ล้วนมิอาจหลุดพ้นจากวิชาลับจิตวิญญาณได้เลย
สังสารวัฏมอบความเจ็บปวดซ ้าแล้วซ ้าเล่าแก่ผู้เผชิญมันจนตก
ตาย ล้างแค้นได้สมน ้าสมเนื้อยิ่งกว่าฆ่ากันตรง ๆ
ร่างของเหลียงเซียวหงเริ่มกระตุกเกร็ง สีหน้าของเขาบิดเบี้ยว ไม่
นาน วิญญาณก็ถูกลบหาย ใบหน้านิ่งค้าง ไม่เหลือพลังชีวิต
ยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติทั้งสองซึ่งแหลกเละไปหวนประกอบ
ร่าง ใบหน้าไม่เหลือความทะนงเช่นเมื่อครู่ แต่หวาดสะพรึงเกินครั้งใด
พวกเขาอยากจะหนี ทว่าหลุมดำกลืนกินเบื้องหลังเจียงผิงอัน
ปรากฏขึ้น ตรวนประกาศิตกลืนกินทะยานออกมารัดพัน ลากทั้งคู่
เข้าสู่หลุมดำทันที
ยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติทั้งสองปลาสนาการเช่นนั้น
เพียงหนึ่งโบกมือ เจียงผิงอันก็ลากศพของเหลียงเซียวหงมาหา
ถอดศาสตราเซียนบนใบหน้า เช็ดคราบเลือดบนนั้น แล้วสวมลงบน
ใบหน้าตกตะลึงของเมิ่งจิง
“ข้าขอโทษที่กลับมาช้าไปจนเจ้าต้องเจ็บตัว ศาสตราเซียนชิ้นนี้
ถือเป็นสิ่งชดเชยเล็กน้อยจากข้านะ”
เมิ่งจิงและปวงชนดุจถูกตรึงกับที่ นิ่งงันไม่ขยับ ภูเขาจักรพรรดิ
อันอึกทึกไร้วจี กระทั่งเสียงใบไม้ไหวยังเด่นชัด
ปวงชนมองเจียงผิงอันอย่างเหลือเชื่อ คิดว่าพวกตนถูกวิชามายา
เข้า
สองยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติและหนึ่งอัจฉริยะไร้เทียมทานล้วน
ตกตายในพริบตา!
เมื่อบรรลุขอบเขตพ้นพิบัติ ขอเพียงไม่สิ้นปราณ ไม่ถึงอายุขัย ก็
แทบมิอาจตาย แต่ยอดฝีมืออันเป็นจุดสูงสุดของโลกหล้าผู้ฝึกตน
เช่นนี้กลับตกตายในพริบตา ไม่มีแม้แต่โอกาสขัดขืน!
ศาสตราเซียนบนตัวเหลียงเซียวหงเหมือนกลายเป็นของเล่น
กระจอก ไม่อาจช่วยเหลืออันใด
ในโลกนี้ พลังเช่นนี้มีได้เพียงเซียน เจียงผิงอันบรรลุเซียนไปแล้ว
หรือ?