สู่วิถีอมตะ - บทที่ 834 ช่วยเซี่ยชิงล้างแค้น
เพียะ!
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งคิดว่าตนถูกวิชามายาเข้า จึงตบหน้าปลุกตัวเอง
หนึ่งฉาด ส่งเสียงดังกังวานทั่วภูเขาจักรพรรดิ ปลุกสติปวงชนผู้ตะลึง
งัน
“ผู้ใดใช้วิชามายากับข้า รีบปล่อยข้าออกไปนะ!”
“ไม่มีทาง ของปลอม เป็นของปลอมแน่ ๆ ไม่ว่าเจ้านิกายเจียงจะ
แข็งแกร่งแค่ไหน เขาจะพิชิตยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติสองคนใน
หมัดเดียวได้อย่างไร?”
“ยามนี้เจ้านิกายเจียงอยู่ในขอบเขตใดกัน ไฉนจึงแข็งแกร่งเพียง
นี้!”
ความแข็งแกร่งของเจียงผิงอันอยู่เหนือคาดหมายของปวงชน
หลายบุคคลมิอาจทำใจเชื่อสิ่งที่เห็นได้ลง
ในฐานะจุดยอดของโลกหล้าผู้ฝึกตน ขอบเขตพ้นพิบัติคือ
จุดหมายอันเกินเอื้อมคว้าชั่วชีวิตของใครหลายคน ในสายตาพวก
เขา นี่คือตัวตนไร้เทียมทานแล้ว นอกจากเซียน สามัญชนหรือจะมี
พลังน่าสะพรึงขนาดนี้
“เจ้าท่อนไม้… เจ้าบรรลุเซียนแล้วหรือ?”
ใบหน้าของเมิ่งจิงนิ่งตะลึง ถามคำถามคาใจแทนปวงชน
“เปล่า แค่ยอดสุดของขอบเขตมหายานน่ะ”
ระดับเขตแดนในภพเซียน ทางฝั่งภพแร้นแค้นเรียกว่าขอบเขต
มหายาน
“เช่นนั้น เจ้าก็แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
คู่เนตรพริ้งพราวของเมิ่งจิงเปี่ยมความชื่นชม บางที นอกจากพี่
หญิงเฉียนและยอดฝีมือในเขตหวงห้าม คงไม่มีผู้ใดในหล้าเป็นคู่มือ
ของเจียงผิงอันได้อีกแล้ว เขาคือตัวตนอันดับหนึ่งในหล้ารองจาก
เซียน!
เมิ่งจิงหารู้ไม่ว่าต่อให้เป็นเซียนมนุษย์ทั่วไป ก็มิใช่คู่มือของเจียง
ผิงอันอยู่ดี
ยามปวงชนทราบขอบเขตของเจียงผิงอัน พวกเขาก็ยิ่งรู้สึก
เหลือเชื่อ
มิใช่พูดกันหรือว่าเจียงผิงอันฝึกฝนมิได้? เหตุใดผ่านไปแค่พันปี
เขาก็มาถึงขั้นสมบูรณ์แบบขอบเขตมหายานแล้วเล่า?
นอกจากนั้น เหตุใดตัวเขาในขั้นสมบูรณ์แบบขอบเขตมหายาน
จึงสามารถสังหารยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติได้ง่าย ๆ? นี่มันห่างกัน
หนึ่งขอบเขตเต็ม ๆ เลยนะ!
ทุกดวงใจสั่นสะท้านดุจทะเลเมฆาเคลื่อนทะยาน มิอาจสงบลงได้
เลย
เจียงผิงอันหันไปมองเหล่าผู้ฝึกตนจากแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ
ทันใดนั้น ผู้ฝึกตนเหล่านั้นก็ขนลุกซู่ ร่างเกร็งนิ่งมิกล้าขยับ หนี
ไปก็ไร้ประโยชน์ กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติยังฆ่าได้ง่าย ๆ คน
เหล่านี้จะเหลืออะไร
เจียงผิงอันเอ่ยเบา ๆ “ช่วงนี้ข้าไม่ชอบฆ่าคน พวกเจ้าแดน
ศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋ออย่ายุ่งกับข้าอีกดีกว่า หาไม่ หากพวกเจ้าแดน
ศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อยั่วโมโหข้าอีก ก็ไร้จำเป็นต้องอยู่ต่อไปแล้ว ไสหัว
ไปเสีย”
เมื่อได้ยินวาทะช่วงท้าย นอกจากผู้ฝึกตนเหล่านี้จะไม่รู้สึกถูก
หยามเกียรติ ยังสุดแสนยินดีแล้วหนีกันอย่างรวดเร็ว ผู้ใดมีวิชา
ต้องห้ามก็แทบใช้ออกมา กลัวว่าเจียงผิงอันจะเปลี่ยนใจ
ปวงชนที่เหลือเงยหน้ามองเจียงผิงอัน คนผู้นี้เก็บตัวเงียบไปพันปี
ยามนี้หวนคืนก็สะท้านสะเทือนโลกหล้าอีกครั้ง
หากเซียนไม่ปรากฏ ยังมีผู้ใดต่อกรเขาได้อีก?
“พอแข็งแกร่งขึ้นนี่ก็กำแหง พี่หญิงยืนอยู่ทนโท่ก็ไม่ทักทาย
เสวนาด้วยเลยนะ”
หนึ่งเสียงดังค่อนขอด เซี่ยชิงจ้องมองเจียงผิงอันดุจจะปรามาส
เจียงผิงอันหันไปยิ้มเจื่อน ๆ ให้นาง “ข้าจะลืมพี่หญิงเซี่ยชิงได้
อย่างไร แต่เมื่อครู่ไร้โอกาสให้ทักทายต่างหาก”
กาลก่อน เซี่ยชิงพาเขาออกจากแดนดินชนบท ประจักษ์โลก
กว้าง ช่วยเหลือเขามากมาย จนเขามาถึงจุดนี้ได้
‘ร่างเต๋า’ ที่ต้าเซี่ยให้มา ทุกวันนี้เขาก็ยังใช้มันอยู่ มีบทบาท
สำคัญในการพัฒนาพลังต่อสู้ของเขา
“ฮึ นับว่าเจ้ายังรู้จักสำนึก มาให้พี่หญิงกอดที”
เซี่ยชิงสวมอาภรณ์วิหคอมตะ ขมวดเรือนผมดกดำ ปิ่นวิหค
อมตะส่ายไหวแผ่วเบา ร่างรายล้อมด้วยอำนาจสุดขั้วหยิน ทำให้นาง
ดูลึกลับขึ้นกว่าเก่าเล็กน้อย
“พี่หญิงเซี่ยชิง คนมองอยู่ตั้งเยอะแยะ อย่าสร้างปัญหาสิ”
เจียงผิงอันรู้สึกเสมอว่าเหล่าสตรีรอบตัวเขา มีแต่ผู้ชอบทำตัว
เป็นเด็ก ๆ
แต่หารู้ไม่ว่าสตรีเหล่านี้แค่ทำทะเล้นต่อหน้าเขา
“พี่หญิงเซี่ยชิง ในเทวนิกายจันทรามีผู้ใดรังแกเจ้าหรือไม่?”
เจียงผิงอันรู้ว่าเป้าหมายของเซี่ยชิงคือการขึ้นเป็นจักรพรรดิ
แห่งต้าเซี่ย แต่นางก็เข้าร่วมกับเทวนิกายจันทราเพื่อแลกกับการ
สนับสนุนของนิกาย
หากหลายปีมานี้เซี่ยชิงถูกรังแก เขาจะโทษตัวเองไม่น้อยเลย
ยามคนจากเทวนิกายจันทราได้ยินเช่นนี้ สันหลังพวกเขาก็ชา
วาบ พวกเขาเห็นฤทธิ์เจียงผิงอันเต็มสองตา หากคนผู้นี้ลงมือกับ
พวกเขา ผู้ใดก็หยุดมิได้
เซี่ยชิงเห็นเจียงผิงอันเป็นห่วงตน ริมฝีปากแดงก็ยกยิ้ม “แม้จะมี
ขัดอกขัดใจกันบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันใหญ่โตหรอก”
“เรื่องเดียวที่ข้าขุ่นเคืองคือบรรพชนจระเข้กลืนสวรรค์ที่โจมตีข้า
อยู่หลายครั้ง เกือบฆ่าข้าได้หลายหน เสียกำลังคนไปมากเลย”
เมื่อกล่าวถึงช่วงหลัง มุมปากที่ยกยิ้มของเซี่ยชิงก็ตกกลับลงไป
ดวงตาเจือความแค้นต่อเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์และความรู้สึกผิดต่อผู้
เสียสละ
เจียงผิงอันย่นคิ้ว บรรพชนจระเข้กลืนสวรรค์ถึงกับลงมือกับพี่
หญิงเซี่ยชิง ครั้งนี้พวกมันต้องถูกจัดการ
แต่ทำไมเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์จึงจ้องเล่นงานพี่หญิงเซี่ยชิงซ ้า ๆ?
มีความขัดแย้งอะไรกันหรือ?
ขณะนั้น เสียงของอวิ๋นเหยาก็ดังขึ้นอย่างเกินคาดในใจเจียงผิง
อัน “แม่หนูนี่ถึงกับมีเมล็ดต้นโลกาอยู่ในตัว!”
“เมล็ดพันธุ์ในตัวพี่หญิงเซี่ยชิงคือเมล็ดต้นโลกาหรือ?” หัวใจ
เจียงผิงอันเต้นกระตุก
เขาเห็นเมล็ดพันธุ์ประหลาดเมล็ดหนึ่งในร่างของเซี่ยชิงเมื่อนาน
มาแล้ว ยามเขาเดิมพันศิลา เซี่ยชิงไม่เชื่อว่าเขามีวิชาเนตร เพื่อ
ยืนยัน เขาจึงใช้วิชาเนตรกับเซี่ยชิงและเห็นเมล็ดพันธุ์ในร่างอีกฝ่าย
แต่เขาหารู้ไม่ว่าเมล็ดพันธุ์นี้คืออะไร เพิ่งทราบวันนี้เองว่าแท้จริง
มันคือเมล็ดต้นโลกา!
เมล็ดต้นโลกา หนึ่งจุลภพมีเพียงหนึ่งเมล็ด เป็นของหายากอย่าง
ยิ่ง มูลค่าของมันสูงล ้าเหนือศาสตราเซียนทั่วไปมากนัก บรรจุพลัง
รากฐานอันแข็งแกร่งสุดขั้ว
ปรากฏว่าสมบัติเช่นนี้อยู่กับพี่หญิงเซี่ยชิง
เจียงผิงอันประจักษ์เสียทีว่าเหตุใดบรรพชนจระเข้กลืนสวรรค์จึง
หมายหัวเซี่ยชิง
หากได้เมล็ดพันธุ์นี้ไป บรรพชนจระเข้กลืนสวรรค์ก็น่าจะหวนสู่
จุดสูงสุด หรือกระทั่งก้าวข้ามขอบเขตเดิมของตนได้
เจียงผิงอันกล่าวกับเซี่ยชิง “ข้าจะไปถล่มเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์
ล้างแค้นให้ พี่หญิงเซี่ยชิงหารือธุระต่อไปเถิด เดี๋ยวข้าจะกลับมา”
“อย่าวู่วามนะ! ถึงจะไปล้างแค้น เจ้าก็ควรเตรียมตัวให้พร้อม และ
ต้องไปด้วยกัน เจ้าไปคนเดียวอันตรายเกินไป!”
เซี่ยชิงยินดียิ่งที่เห็นว่าเจียงผิงอันใส่ใจตน แต่การให้เจียงผิงอัน
ไปลำพังนั้นอันตรายเกินไป
เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์เป็นเผ่ายักษ์ใหญ่ที่มิได้ด้อยฤทธิ์ไปกว่า
แดนศักดิ์สิทธิ์ มียอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติอยู่มิใช่น้อย
โดยเฉพาะหลังจากบรรพชนจระเข้กลืนสวรรค์ฟื้นคืนชีพ การ
ฝึกฝนของมันพัฒนาอย่างรวดเร็วสุดขั้ว ยามนี้มิได้อ่อนแอไปกว่า
เจียงผิงอันเลย
เจียงผิงอันส่ายหัว “มิต้องให้ใครไปกับข้าหรอก หากข้าจัดการ
มิได้ คนอื่นไปก็ตายเปล่า รอข้าอยู่นี่แหละ”
สิ้นคำ เขาก็ฉีกมิติหายตัวไป
“เจ้าซื่อบื้อนี่!”
เมื่อเห็นว่าเจียงผิงอันยังคงไม่ฟังคำกันเช่นเก่า เซี่ยชิงก็ขบเขี้ยว
ด้วยโทสะ เจ้าเด็กนี่ตั้งแต่เด็กแล้วนะ ไม่เคยฟังนางเลย
เมื่อเห็นเจียงผิงอันมุ่งหน้าสู่อาณาเขตของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์
คนอื่น ๆ ก็ลอบเสวนา “เจ้านิกายเจียงแข็งแกร่งมากจริงแท้ แต่เขา
วู่วามเกินไป ถึงกับกล้าบุกเดี่ยวสู่ถิ่นเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์”
“เจ้านิกายเจียงอาจแข็งแกร่งระดับนั้นจริง ๆ ก็ได้ มิเห็นหรือว่า
เมื่อครู่เขาบดขยี้ยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติสองคนได้ในหมัดเดียว?”
“แต่สุดท้ายเจ้านิกายเจียงก็มิใช่เซียน ขอบเขตของเขาแค่
มหายาน ยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติในเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์น้อยสุด
ก็หลักสิบ เขาเอาชนะยอดฝีมือคนสองคนได้ แต่จะล้มยอดฝีมือ
ทั้งหมดได้หรือ?”
เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์เป็นเผ่าสูงสุดก่อนการปรากฏตัวของเผ่า
มนุษย์ กระทั่งมหาจักรพรรดิยังต้องทุ่มเทมหาศาลเพื่อจัดการกับ
บรรพชนจระเข้กลืนสวรรค์
ยามนี้เมื่อเจียงผิงอันจะบุกเดี่ยวถึงถิ่นอีกฝ่าย หลายคนก็คิดว่า
เขากำเริบเหลิงฤทธิ์
“โง่เอ๊ย คิดจริง ๆ หรือว่าตัวเองไร้เทียมทาน? นับวันตายได้เลย”
บางบุคคลที่เกลียดแค้นเจียงผิงอันสาปแช่งในใจ คนเหล่านี้มิได้
มีความแค้นอะไรกับเจียงผิงอัน แต่พวกเขาริษยาขุ่นเคือง ทนเห็นเขา
ยอดเยี่ยมเลิศล ้ามิได้
ไม่ว่าคนเหล่านี้จะริษยาหรือไม่ ความแข็งแกร่งของเจียงผิงอันก็
เกินกังขา พลังที่เขาแสดงในวันนี้ ไม่ในช้าจะขจรไกลทั่วทั้งโลกหล้า
ผู้ฝึกตนอย่างแน่นอน
ชายผู้นั้นกลับมาแล้ว
เจียงผิงอันเร่งรุดสู่อาณาเขตของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์
อาจารย์เขาหวังเหรินเกือบถูกเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์สังหาร เสี่ยว
เซียงก็เคยถูกเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ลอบทำร้ายจนต้องทำลาย
รากฐานเกือบสิ้นฤทธิ์ เฉิงเซวียน จิตศาสตราในกิ่งมารสะเทือนสรวง
และเมืองของนางก็ถูกเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์กลืนกิน… ยามนี้ยังเล่น
งานพี่หญิงเซี่ยชิงไม่เลิกรา
วันนี้ หนี้แค้นทั้งเก่าใหม่จะต้องคิดบัญชีรวบยอด
นอกจากหนี้แค้นเหล่านี้ บรรพชนจระเข้กลืนสวรรค์ยังเป็นตัวตน
แข็งแกร่งสุดขั้วซึ่งเคยเป็นใหญ่ในหนึ่งยุคสมัย หากปล่อยให้ฟื้นคืน
พลัง จะเป็นหายนะสำหรับเผ่ามนุษย์อย่างแน่แท้
เจ้าเฒ่าไม่ยอมตายนี่ต้องถูกกำจัดโดยเร็วที่สุด จะได้เลี่ยงพ้น
วิกฤติไป
ไม่นานจากนั้น เจียงผิงอันก็มาถึงถิ่นของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์
แต่ภาพตรงหน้าทำให้เขาประหลาดใจยิ่งนัก ป่าเก่าแก่ซึ่งเดิม
เขียวชอุ่มบัดนี้แห้งเหี่ยววังเวง ต้นไม้กรอบเหลืองไร้ชีวิต สกุณาสัตว์
ป่าไร้สำเนียง เงียบเสียจนน่าสะพรึงกลัว
เจียงผิงอันขมวดคิ้ว แผ่จิตสัมผัสไปตรวจสอบ เห็นหลุมมหึมาที่
เขาใช้กิ่งมารสะเทือนสรวงสร้างไว้เมื่อพันปีก่อน
แต่กลับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดให้เห็น
เมื่อจิตสัมผัสของเขาแผ่ไปถึงเผ่าย่อยทั้งหลายในเผ่าจระเข้กลืน
สวรรค์ ภาพที่เห็นก็ทำให้สีหน้าของเจียงผิงอันเคร่งขรึมสุดขั้ว
สมาชิกทั้งหมดของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ต่างตกตายอย่างอนาถ
กลายเป็นซากศพแห้งกรังถ้วนหน้า!