สู่วิถีอมตะ - บทที่ 835 บรรพชนจระเข้
ทั่วทั้งถิ่นฐานของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์เงียบกริบ
เจียงผิงอันตรวจสอบที่มั่นย่อยต่าง ๆ ของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์
หลายแห่ง ไม่มีจระเข้กลืนสวรรค์ตนใดเหลือรอด พวกมันล้วนถูกสูบ
พลังจนแห้งเหี่ยว ใบหน้าหวาดผวาไม่อยากเชื่อ
สายลมโชยพัดมา ร่างแห้งกรังสลายเป็นเถ้ากระจายปลิว ทำให้
ทั่วบริเวณดูเย็นยะเยือกสุดแสน
เจียงผิงอันมีข้อสันนิษฐานหนึ่งสำหรับการตายของจระเข้กลืน
สวรรค์เหล่านี้ และการคาดเดานี้ก็ทำให้เขารู้สึกขนลุกขนพอง
เจียงผิงอันเหินไปยังแดนบรรพชนของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ซึ่ง
อยู่บริเวณใจกลาง เป็นที่อยู่ของยอดฝีมือในเผ่า
แดนบรรพชนของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์เป็นโลกใบน้อยในมิติ
แยก ยากจะเข้าถึงในยามทั่วไป แต่หาใช่ปัญหาสำหรับเจียงผิงอันไม่
หลังจากเข้ามาในละแวก เขาก็ใช้กำไลทลายมิติฉีกมิติเข้าสู่
แดนบรรพชนของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ทันที
ภายในก็ยังวังเวงไร้ชีวิต มีซากศพของจระเข้กลืนสวรรค์เกลื่อน
กลาดทุกที่
และในจุดลึกสุดของแดนบรรพชนมีคลื่นพลังอันแข็งแกร่งสุดขั้ว
สายหนึ่ง
เมื่อสัมผัสถึงพลังนี้ สีหน้าของเจียงผิงอันก็นิ่งชะงัก
“เจียงผิงอัน บรรพชนผู้นี้ยังมิได้ออกไปหาเจ้า มิคาดว่าเจ้าจะมา
หาที่ตายเอง”
หนึ่งเสียงยะเยือกพลันดังขึ้น ศีรษะจระเข้ขนาดมหึมาหลายล้าน
ลี้ปรากฏขึ้น ผิวกายสีเทาหมอง ม่านตาเส้นขีดเย็นชาจับจ้องมาที่
เจียงผิงอัน ปราณปีศาจพวยพุ่งกดดันอย่างยิ่ง
บรรพชนจระเข้กลืนสวรรค์ หนึ่งตัวตนน่าสะพรึงกลัวซึ่งเคยเป็น
ใหญ่ในหนึ่งยุคสมัย ครั้งแรกที่เจียงผิงอันพบอีกฝ่าย เขาก็เกือบถูก
มันฆ่า
หากมิใช่เขาเพิ่งสร้างหมัดทำลายล้างกระบวนท่าแรก สยบปีศาจ
ขึ้นมา ยามนั้นคงได้ตายไปแล้วจริง ๆ
“เจ้ากินคนของเจ้าไปสินะ” เจียงผิงอันจ้องตรงที่บรรพชนจระเข้
พลางเอ่ยสิ่งที่คาดเดาในใจ
“ถูกต้อง บรรพชนผู้นี้กินเอง”
บรรพชนจระเข้ปริปากคาวคลุ้ง แม้จะแย้มยิ้มอยู่แต่ก็ดูน่าขนพอง
ขยะแขยง ร่างของมันแผ่ปราณน่าสะพรึงกลัว
“ช่างเลือดเย็นเสียจริง ถึงกับกลืนกินลูกหลานเพื่อตัวเอง” เจียง
ผิงอันดูพะอืดพะอม
“ฮ่า ๆ เลือดเย็น? พวกมันมีชีวิตก็เพราะบรรพชนผู้นี้ การช่วยข้า
ดูดซับพลังคือภารกิจของพวกมัน พวกมันควรรู้สึกเป็นเกียรติที่บรรลุ
หน้าที่ต่างหากเล่า”
บรรพชนจระเข้เย้ย “เจ้ายังมีอารมณ์มาสนใจความเป็นความ
ตายผู้อื่นอีก จะบอกข่าวร้ายให้นะ บรรพชนผู้นี้หวนคืนสู่ระดับเซียน
แล้ว และทั้งเจ้าและเผ่ามนุษย์ของเจ้าก็จะกลายเป็นอาหารของบรรพ
ชนผู้นี้!”
กฎเต๋าเซียนอันโอฬารระเบิดจากร่างบรรพชนจระเข้ ปราณ
ปีศาจคละคลุ้ง ทั่วทั้งแดนบรรพชนสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น แรงกดดัน
มหาศาลจนขยี้ร่างผู้ฝึกตนทั่วไปแหลกได้
“สุดท้ายแล้ว ยุคสมัยนี้ก็ยังเป็นของข้า บรรพชนกลืนสวรรค์!
กู่ตี้ไม่อยู่แล้ว จะยังมีใครในหล้าหยุดบรรพชนผู้นี้ได้!”
บรรพชนจระเข้อ้าปากหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง น ้าเสียงสุดแสนฮึก
เหิมอหังการ
ในยุคสมัยนี้ไร้ซึ่งเซียน มันแข็งแกร่งที่สุด ไร้ผู้ใดหยุดมันได้แล้ว
เจียงผิงอันกล่าวกับบรรพชนจระเข้อย่างสุขุม “ไม่มีใครบอกเจ้า
หรือว่าหากแผลงฤทธิ์ระดับเซียน ยอดฝีมือจากภพเซียนจะพบตัว
เจ้า? ยอดฝีมือจากภพเซียนมากันยามใด เจ้านั่นแหละจะถูกกลืน
กิน”
บรรพชนจระเข้ตอบอย่างเฉื่อยชา “ไม่มีปัญหา แดนบรรพชน
แห่งนี้ปิดกั้นการรับรู้จากโลกภายนอกได้ ตราบใดที่ไม่ไปแผลงฤทธิ์
เซียนข้างนอกก็ไม่ถูกจับได้หรอก อีกอย่าง ขยะอย่างเจ้ามิต้องให้ข้า
ใช้พลังเซียนสักนิด”
“เจียงผิงอัน เจ้าควรห่วงเรื่องจะเอาตัวรอดเช่นไรมากกว่านะ
บรรพชนผู้นี้ในกาลก่อนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ยามสู้กับเจ้าจึงเสียเปรียบ
แต่ยามนี้เจ้าจะเอาอะไรมาสู้บรรพชนผู้นี้ได้!”
บรรพชนจระเข้ขัดเคืองใจที่ปราชัยแก่เจียงผิงอันยิ่ง และคิดจะแก้
แค้นเสมอมา และในยามนี้ ในที่สุดมันก็กำลังจะสมหวัง
เจ้าโง่นี่ถึงกับพาตัวเองมาตายถึงที่
“เจ้าในยามนี้มีค่าเป็นเพียงอาหารของบรรพชนผู้นี้เท่านั้น กายา
ศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าเป็นของบรรพชนผู้นี้!!”
บรรพชนจระเข้ใช้กฎเต๋าเซียนกลืนกิน หลุมดำปรากฏเหนือ
ศีรษะเจียงผิงอันเตรียมเขมือบ
พลังกลืนกินของมันยึดพรสวรรค์ผู้อื่นได้ และมันก็อยากได้กายา
ศักดิ์สิทธิ์ของเจียงผิงอันมานานแล้ว ขอเพียงมันได้กายาศักดิ์สิทธิ์
มาพัฒนาตัว มันจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน
ยามบรรพชนจระเข้โจมตีเข้ามา เจียงผิงอันก็ฉีกมิติพุ่งประชิด
บรรพชนจระเข้ ใช้ ‘ลักษณ์วิญญาณศึก’ จากวิชาเทียมเทพสงคราม
เหวี่ยงหมัดทำลายล้างกระบวนท่าที่สาม ‘ไร้จำนน’ ซึ่งบีบอัดปราณ
สุดกำลังเข้าใส่อย่างรวดเร็ว
จระเข้ตัวนี้แข็งแกร่งมาก ต้องมิให้โอกาสมันตอบโต้ หาไม่ มัน
หนีจากแดนบรรพชนนี้ได้ยามใด ปราณจากตัวมันจะก่อปัญหา
ยุ่งยาก
บรรพชนจระเข้มิคาดว่าเจียงผิงอันจะเปิดฉากโจมตี และมิคาด
ว่าเจียงผิงอันในขณะนี้จะแข็งแกร่งจนออกหมัดใส่ตัวมันได้รวดเร็ว
จนไม่ทันตั้งตัว
ตู้ม!
ร่างแข็งแกร่งของบรรพชนจระเข้แหลกระเบิด เลือดเนื้อกระจาย
ว่อน
เจียงผิงอันกางเขตแดนทะเลโลหิต ดึงเลือดเนื้อเหล่านั้นจมลง
ดูดซับพวกมันอย่างเต็มกำลัง
เต๋าเซียนกลืนกินของจระเข้ตัวนี้เป็นสิ่งที่เขากำลังต้องการพอดี
การดูดซับมันอาจทำให้พลังกลืนกินของเขายิ่งทวีความแข็งแกร่ง
“เป็นไปไม่ได้! เหตุใดเจ้าจึงแข็งแกร่งเพียงนี้!”
บรรพชนจระเข้แผดเสียงโหยหวนอย่างเปี่ยมความสะพรึงระคน
ตกใจ
เพื่อให้ตนแข็งแกร่งขึ้น มันจึงกลืนกินสมาชิกเผ่าทั้งหมดจนฟื้น
สู่ระดับเซียน แต่เจียงผิงอันกลับขยี้ร่างมันได้ในหมัดเดียว!
ในเวลาเพียงพันปี ไฉนอีกฝ่ายจึงแข็งแกร่งได้เพียงนี้!
“ข้าไม่ยอม! ข้าไม่ยอม!”
บรรพชนจระเข้กระเสือกกระสนพลางแผดเสียงสุดคอ มันคิดว่า
ตนจะกลืนกินเจียงผิงอันได้ง่าย ๆ แต่กลับถูกเจียงผิงอันชกร่าง
กระจาย
ความผิดหวังครั้งมหึมานี้ยากยอมรับได้
บรรพชนจระเข้ไม่เต็มใจตกตายเช่นนี้ มันดิ้นรนอย่างสุดกำลัง
แต่ก็ไร้ผล
เจียงผิงอันโจมตีอย่างบ้าคลั่ง มิให้โอกาสอีกฝ่ายประกอบร่าง
ฉวยโอกาสนี้ดูดซับปราณในเลือดเนื้อของมัน
“จะตายก็ตายด้วยกัน! ภพแร้นแค้นจงบรรลัยไปกับบรรพชนผู้
นี้!”
บรรพชนจระเข้รู้ว่ามันไร้ทางหนี เลยจะให้ภพแร้นแค้นบรรลัยไป
กับมัน แดนบรรพชนแห่งนี้พลันเปิดออก เชื่อมต่อกับภพแร้นแค้น
สีหน้าของเจียงผิงอันพลันถอดสี มิคาดว่าโลกใบน้อยนี้จะ
เชื่อมต่อกับจิตสัมผัสของอีกฝ่าย สามารถควบคุมได้ด้วยความคิด
เขาสะกดปราณในกาย ลากบรรพชนจระเข้ด้วยทะเลโลหิตสู่มิติ
ภายในอ่างสัมฤทธิผลเพื่อป้องกันมิให้ปราณรั่วไหลทันที
เจียงผิงอันถอนหายใจโล่งอก โชคยังดีที่เขาไหวตัว ลากบรรพ
ชนจระเข้เข้ามากันปราณรั่วไหลทันเวลา
ยามปราณระดับเซียนรั่วไหล โอกาสการถูกพบก็จะสูงมาก
“ถึงเจ้าจะหยุดปราณของบรรพชนผู้นี้ได้… แต่… เจ้าก็มิได้หยุด
ศาสตราเซียนคู่ชีวิตของบรรพชนผู้นี้… ฮ่า ๆ~”
บรรพชนจระเข้หัวเราะกระท่อนกระแท่น
“ศาสตราเซียน?”
สีหน้าของเจียงผิงอันแข็งค้าง ศาสตราเซียนอะไร!
เขาแผ่จิตสัมผัสสุดกำลัง ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่บนแดนดิน
ก่อนจะเห็นศาสตราเซียนรูปร่างคล้ายไม้เท้าชิ้นหนึ่งพุ่งเข้าฟาดใส่
เขตหวงห้ามเหวลึกที่ทะเลบูรพาอย่างเต็มความเร็ว
เขตหวงห้ามเหวลึกคือเขตหวงห้ามอันโด่งดังที่สุดนอกเหนือจาก
สามเขตหวงห้ามใหญ่
กาลก่อน เจียงผิงอันถูกเผ่าปีศาจทะเลบูรพาเล่นงาน เคลื่อนย้าย
ไปยังเขตหวงห้ามเหวลึกซึ่งมีหมึกสิบแปดกร สิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงกลัว
อยู่มากมาย สิ่งมีชีวิตนี้มีพลังทำลายล้างแข็งแกร่งอย่างยิ่ง
กฎทำลายล้างของเจียงผิงอันก็บรรลุที่นั่น
ที่แห่งนั้นมีภาพวาดฝาผนังของหมึกสิบแปดกร เมื่อเห็นมันก็
บังเกิดนิมิตเป็นภาพหมึกสิบแปดกรอันทำลายมวลดาราในภพ
แร้นแค้นได้ง่ายดายเพียงโบกหนวดเฉย ๆ
แต่ตัวตนน่าสะพรึงกลัวเช่นนั้นกลับถูกกรงเล็บสีเขียวจากฟ้า
คว้าขยุ้มฉีกทึ้งจนเหลือเพียงหนึ่งเส้นหนวดหนีมายังทะเลบูรพา และ
หลับใหลอยู่ที่นั่น มิกล้าเผยตัวแต่นั้นมา
ในขณะนั้น ภาพนี้น่าตกใจสำหรับเจียงผิงอันยิ่ง มิอาจลืมเลือน
จนบัดนี้
เมื่อศาสตราเซียนของบรรพชนจระเข้ฟาดลงสู่เขตหวงห้ามเหว
ลึก ทะเลบูรพาก็สั่นสะท้านรุนแรง ตามมาด้วยเสียงคำรามประหลาด
เส้นหนวดยาวเชื่อมนภาเส้นแล้วเส้นเล่าแผ่ออกจากก้นทะเล พุ่ง
ทะลวงจักรวาลไปขยี้ดวงดาวมากมาย
ปราณระดับเซียนปฐพีแผ่ไปทั่วทั้งโลกหล้าผู้ฝึกตน
เจียงผิงอันแน่นิ่ง หัวใจร่วงถึงตาตุ่มโดยพลัน
ความพยายามทั้งปวงล้วนแล้วไร้ค่า