สู่วิถีอมตะ - บทที่ 836 ยอดฝีมือระดับเซียนปฐพี ความสิ้นหวัง
เจียงผิงอันมิคาดเลยว่าบรรพชนจระเข้จะมีไม้เท้าระดับเซียน
ปฐพีอยู่ด้ามหนึ่ง และในวาระสุดท้าย มันก็ควบคุมไม้เท้าให้ฟาดใส่
หมึกสิบแปดกรในเขตหวงห้ามเหวลึก
หมึกสิบแปดกรหลับอยู่ดี ๆ ไม้เท้าก็ฟาดลงกลางหัว แสน
เจ็บปวดจนมันตื่น เผยปราณอันน่าสะพรึงกลัวของเซียนปฐพีออกมา
ทันที
เจียงผิงอันกลืนกินบรรพชนจระเข้แล้วรีบฉีกมิติเหินไปหา
ตะโกนบอกเส้นหนวดมหึมา “ผู้อาวุโส โปรดรีบสะกดปราณเถิด หา
ไม่ ยอดฝีมือจากภพเซียนจะพบตัวได้นะ!”
“เจ้าโจมตีข้าหรือ?”
ศีรษะกลมขนาดมหึมาปรากฏเหนือผิวสมุทร บนศีรษะมีไม้เท้า
ด้ามหนึ่งทุบคา โลหิตสีเทาพรั่งพรู คู่เนตรสีเทาจ้องมองเจียงผิงอัน
อย่างสุดเคืองแค้น
“ข้ามิได้ลงมือกับผู้อาวุโส เป็นฝีมือจระเข้กลืนสวรรค์ที่อยาก
ตายไปกับภพแร้นแค้นต่างหาก มันจึงลอบโจมตีผู้อาวุโส! ผู้อาวุโส
รีบเก็บปราณเถิด หาไม่ ยอดฝีมือจากภพเซียนได้มาแน่เชียว!”
เจียงผิงอันพูดเร่งรัวเร็ว
ทว่าหมึกสิบแปดกรกลับไม่สะกดปราณ พูดอย่างสุขุมขึ้นแทน
“ไม่เป็นไรหรอก ตลอดหลายปีมานี้ ข้าส่งอวตารมากมายออกหาภพ
ภูมิอื่น หาภพเซียนเจอแล้ว ข้าไปได้แล้ว”
แม้มันจะจำศีลเสมอมา ก็ยังปล่อยอวตารมากมายออกสู่ห้วง
จักรวาลเพื่อหาถิ่นอาศัยอื่น และเมื่อกาลผ่าน อวตารมากมายก็พบ
พิกัดภพเซียน
อันที่จริง มันหาภพเซียนเจอนานแล้ว แต่อวตารไปเพื่อทำความ
เข้าใจสถานการณ์ จึงมิได้ไปทันที
เจียงผิงอันกล่าวเสียงขรึม “ผู้อาวุโส นี่คือบ้านเกิดท่านนะ
ท่าน…”
ยังพูดไม่ทันจบ หมึกสิบแปดกรพลันเงื้อเส้นหนวดมหึมาฟาดเข้า
ใส่
ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ภพเซียนได้ หมึกสิบแปดกรต้องเติมปราณให้
เพียงพอ
และเจียงผิงอันตรงหน้ากับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ก็จะเป็นอาหารของมัน
เจียงผิงอันหน้าถอดสี ต่อหน้ายอดฝีมือระดับเซียนปฐพี การ
เอาชนะนั้นเป็นไปไม่ได้เลย เขาจึงรีบฉีกมิติหนี
แต่หมึกสิบแปดกรหรือจะให้โอกาสเจียงผิงอันหนี มันโบกหนวด
อย่างเรียบเฉย มิติรอบข้างถูกทลายลงทันที เจียงผิงอันผู้คิดจะหนี
กระเด็นออกมา
หลักการของการเคลื่อนย้ายมิติคือเปิดทางเชื่อมมิติขึ้น แต่อีก
ฝ่ายทำลายทุกสถานที่ซึ่งเปิดทางเชื่อมได้ลง
หนนี้ไร้โอกาสหนีแล้ว
หมึกสิบแปดกรเหวี่ยงเส้นหนวดใส่เจียงผิงอันอีกครั้ง
เจียงผิงอันสิ้นหวังแล้ว ต่างกันสองขอบเขต เขาจะแข็งแกร่งแค่
ไหนก็ไร้หนทางเทียบชั้น
แต่ต่อให้ต้องตาย เขาก็ขอสู้ยิบตา
สามร่างผสาน เปิดใช้วิชาเทียมเทพสงคราม กางเขตแดนทะเล
โลหิต ใช้ลักษณ์วิญญาณศึก ผสานความเชื่อมั่นไร้สั่นคลอนกับวิชา
หมัด ออกหมัดอันแข็งแกร่งสูงสุดในชีวิต พลังอันกล้าแกร่งทำให้ทั้ง
ทะเลบูรพาตลบคลื่นสูงดุจพายุโหม ปราณอันน่าสะพรึงกลัวทำให้ทุก
ตัวตนทั่วทั้งโลกหล้าผู้ฝึกตนรับรู้ได้
เปรี้ยง!
เมื่อการโจมตีปะทะเข้ากับหนวดอันบรรจุเต๋าเซียนทำลายล้าง
ทั่วทั้งแดนดินก็สั่นคลอนกระเทือนเทิ้ม ทะเลบูรพาสาดคลื่นมหึมา
มวลกฎเกณฑ์แหลกกระจาย
เจียงผิงอันถูกอำนาจทรงพลังผลักกระเด็น ขณะที่หนวดอันเต็ม
ไปด้วยกรงเล็บของหมึกสิบแปดกรก็ถูกดีดกลับ
“เป็นแค่สามัญชนตัวจ้อย แต่ถึงกับหยุดการโจมตีของข้าได้หรือ
นี่”
ดวงตาไร้แววของหมึกสิบแปดกรเปี่ยมความตกใจ
หากเป็นปกติแล้ว กระทั่งยอดฝีมือระดับเซียนมนุษย์ทั่วไปยังรับ
การโจมตีของมันมิได้ แต่คนผู้นี้ มองเช่นไรก็ยังมิใช่เซียน แต่กลับ
หยุดการโจมตีของมันได้
“ดูเหมือนเจ้าจะมีความลับบางอย่าง เดี๋ยวฆ่าได้ก็คงรู้”
หมึกสิบแปดกรเห็นความไม่ปกติของเจียงผิงอันก็เงื้อเส้นหนวด
ขึ้นอีกครั้ง เร่งกฎเต๋าทำลายล้างอันแข็งแกร่งขึ้นกว่าครั้งก่อนเข้า
โจมตี
เมื่อครู่มันแค่โจมตีปัดสวะ แต่หนนี้ของจริงแล้ว
อวัยวะภายในของเจียงผิงอันฉีกขาด เจ็ดทวารหลั่งโลหิต แหงน
มองยักษ์ใหญ่ตรงหน้าด้วยใบหน้าซีดขาวสิ้นหวัง
เผชิญหน้ายอดฝีมือระดับนี้ ทำอะไรไปก็ไร้ประโยชน์ โอกาสชนะ
ไม่มีเลย
จบสิ้นแน่แล้ว
การมิอาจได้ใช้ชีวิตกับญาติมิตรอย่างสงบจนช่วงเวลาสุดท้าย
คือความเสียใจที่สุดของเขา
ขณะที่เส้นหนวดกำลังจะถึงตัวเจียงผิงอันนั้นเอง จู่ ๆ เกาะมหึมา
เกาะหนึ่งก็ปรากฏขวางตรงหน้า
เปรี้ยง!
เส้นหนวดฟาดเข้าใส่ ‘เกาะ’ แห่งนี้จนฝุ่นทรายและพฤกษาบน
เกาะปลิวกระจาย เผยให้เห็นเต่าสีดำสนิทตัวหนึ่ง
เต่าเทวะตัวนี้ใหญ่มโหฬาร กระดองบนหลังมันเรืองรัศมีลึกลับ
ทรงพลัง ขวางอำนาจทำลายล้างนี้ไว้
เจียงผิงอันผู้รอความตายอยู่มองเต่าเทวะตรงหน้าอย่างตกตะลึง
เหตุใดจึงมียอดฝีมือระดับเซียนปฐพีอยู่ที่นี่อีก?
ผู้ใดกัน? ไฉนจึงช่วยเขารับการโจมตี?
ดวงตาของหมึกสิบแปดกรหรี่ลง “เต่าเฒ่านี่ยังไม่ตายอีกหรือ
อย่ามายุ่งแล้วไสหัวไป”
เต่าเฒ่าตัวนี้อยู่มาตั้งแต่มันยังไม่โต และจนบัดนี้ก็ยังอยู่
เต่าเทวะกล่าวเสียงเรียบ “ผู้ต้องไสหัวน่ะเจ้าต่างหาก อยากให้ข้า
เรียกกู่ตี้กลับมาไหมเล่า?”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘กู่ตี้’ ร่างของหมึกสิบแปดกรก็สะท้านเทิ้ม
กาลก่อนยามมันหลับใหล มันสัมผัสคลื่นพลังพิเศษยิ่งสายหนึ่ง
ได้ใกล้ ๆ มัน และเมื่อลืมตาขึ้น ก็พบมนุษย์ผู้หนึ่ง
เหตุการณ์นี้ทำให้มันแสนเดือดดาล มนุษย์ผู้นี้กล้ารบกวนการ
หลับใหลของมัน จึงคิดกลืนกินเสีย แต่แค่อีกฝ่ายมองมาเพียงหน มัน
ก็สัมผัสวิกฤติถึงตายได้ ขวัญผวาจนอยากหนีไปให้ไกล แต่ก็ถูก
อำนาจน่าสะพรึงกลัวจากตัวอีกฝ่ายตรึงร่างมิอาจขยับ
มนุษย์ผู้เรียกตัวเองว่า ‘กู่ตี้’ นี้แค่มาทัศนาจรประเดี๋ยวแล้วก็ไป
เหตุการณ์นี้ฝังใจมันอย่างใหญ่หลวง เกิดเป็นความกลัวต่อ
มนุษย์ผู้นี้อย่างลึกล ้า
ภายหลัง กู่ตี้ผนึกภพแร้นแค้นแล้วจากจร ทิ้งคำเตือนมิให้มันลง
มือใด ๆ กับมนุษย์ หาไม่แล้ว มันจะต้องรับผลที่ตามมา
กระทั่งเนิ่นนานจนบัดนี้ มันก็ยังรู้สึกกลัวยามหวนนึกถึง
“ข้าไม่ทำอะไรมนุษย์ผู้อื่น แค่จะกลืนมันคนเดียวแล้วไป เจ้าถอย
ไปเสีย” หมึกสิบแปดกรกล่าว อยากรู้เต็มทีว่าไฉนมนุษย์ผู้นี้จึง
แข็งแกร่งนัก
“ไสหัวไป”
เต่าเทวะกล่าวเสียงเรียบ
สีหน้าของหมึกสิบแปดกรแปรเปลี่ยนไปมาอยู่สองสามหน ก่อน
จะกล่าวกับเจียงผิงอันอย่างไม่เต็มใจ “ถือว่าเจ้าดวงดี ภพแร้นแค้นบ้า
ๆ นี่ ข้าไม่อยู่แล้ว”
มีเต่าเทวะขวางตรงหน้า มันก็ทำอะไรเจียงผิงอันมิได้
ร่างมหึมาของมันทะยานขึ้นจากทะเล เหินสู่จักรวาลพร่างพราว
ปราณของภพแร้นแค้นรั่วไหลแล้ว มีโอกาสสูงที่ยอดฝีมือจะ
ค้นพบมัน จึงต้องหนีโดยเร็วที่สุด
มันสืบเจอทางไปภพเซียนแล้ว สามารถไปเอาตัวรอดที่นั่นได้
เต่าเทวะเงยหน้า ชี้ไปทางที่ตั้งเขตหวงห้ามกาลเวลาและเขตหวง
ห้ามโกลาหลพลางตะโกน
“หากพวกเจ้าสองเขตหวงห้ามจะไปก็รีบเข้า ข้าจะให้พิกัดภพ
เซียนกับพวกเจ้า เลิกคิดระรานสิ่งมีชีวิตอื่นไปได้เลย”
การต่อสู้ที่นี่รุนแรงเพียงนี้ ตัวตนจากสองเขตหวงห้ามย่อมต้อง
สังเกตรู้ และเพื่อป้องกันมิให้เขตหวงห้ามทั้งสองโจมตีสิ่งมีชีวิตอื่น
เต่าเทวะจึงเตือนขึ้นล่วงหน้า
แต่สองเขตหวงห้ามมิได้จากไป ไร้ซึ่งการตอบสนอง เงียบกริบ
เช่นกาลก่อน
เมื่อเห็นอีกฝ่ายไร้ปฏิกิริยา เต่าเทวะก็เลิกมากความแล้วหัน
กลับมามองเจียงผิงอัน
“หากเจ้าไปได้ก็รีบไปเสีย ภพแร้นแค้นเผยปราณระดับเซียนแล้ว
ยอดฝีมือระดับเซียนน่าจะมาในไม่ช้า”
“ผู้อาวุโส ท่านคือ…”
เจียงผิงอันรู้สึกเสมอว่าเสียงของอีกฝ่ายคุ้น ๆ เหมือนเคยได้ยินที่
ไหน
“เมื่อพันปีก่อน เกาะเทวะ ข้าให้กระดูกมังกรมารกับเจ้า” เต่าเทวะ
กล่าวเบา ๆ
“ที่แท้ก็เป็นผู้อาวุโสนี่เอง!”
เจียงผิงอันกระจ่างแจ้งเสียทีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร กาลก่อนเพื่อช่วย
พี่หญิงเซี่ยชิงให้สร้างผลงานแก่วังหลวง เขาจึงมาแข่งขันกับเมืองห
ลิงไถเพื่อชิงเกาะเทวะ
เกาะเทวะแห่งนี้เป็นหนึ่งตัวตนที่มิเพียงมอบกระดูกมังกรมารให้
เขา ยังบอกวิธีใช้อ่างสัมฤทธิผลกับเขาด้วย
ปรากฏว่าผู้อาวุโสท่านนี้ก็คือเกาะเทวะ!
เจียงผิงอันปาดเลือดจากมุมปาก กุมกำปั้นคารวะ “ขอบคุณผู้
อาวุโสที่ช่วยชีวิต!”
หากมิได้ผู้อาวุโสท่านนี้ช่วยไว้ ป่านนี้เขาตายไปแล้ว
“แค่ช่วยเหลือเล็กน้อยน่า หลัก ๆ ก็เพราะข้าไม่อยากให้เจ้านี่อยู่
เรียกเซียนต่อในภพแร้นแค้นนั่นแหละ”
เต่าเทวะยังคงสุขุมเช่นกาลก่อน “รีบใช้ศาสตราเซียนของเจ้าไป
จากภพแร้นแค้นเสีย”
“ผู้อาวุโส ท่านมิได้พูดหรือขอรับว่าท่านเชิญมหาจักรพรรดิ
กลับมาได้ ขอเพียงมหาจักรพรรดิกลับมา วิกฤติของภพแร้นแค้นจะ
หมดไปได้แน่นอนขอรับ”
แม้เจียงผิงอันจะไม่รู้ว่ากู่ตี้แข็งแกร่งเพียงไร แต่เขารู้ว่าอีกฝ่าย
เป็นร่างเกิดใหม่ของ ‘เวิ่นชางเทียน’ และก่อตั้งสมาพันธ์แร้นแค้นอัน
โด่งดังยิ่งในภพเซียนอันโอฬาร
ยามใต้เท้าท่านนี้กลับมา วิกฤติใดก็ล้วนคลี่คลายได้
“ข้าพูดหลอกเจ้านั่นน่ะ กู่ตี้กลับมาไม่ได้หรอก” ดวงตาของเต่า
เทวะเรืองประกายกังวลระคนเคร่งขรึม