สู่วิถีอมตะ - บทที่ 837 จะรอดพ้นทัณฑ์พิบัติได้เช่นไร?
คลื่นทะเลกระเพื่อมไหว หัวใจของเจียงผิงอันก็เกินสงบมิต่างกัน
“ผู้อาวุโส เซียนจากภพเซียนใช้เวลาเพียงไรจึงมาถึงที่นี่หรือ
ขอรับ? ยอดฝีมือระดับใดจะมากันได้บ้าง?”
เนื่องจากการตื่นขึ้นของหมึกสิบแปดกร ทุกความพยายามก่อน
หน้านี้จึงเสียเปล่า จึงต้องเตรียมตัวโดยเร็วที่สุด
เต่าเทวะส่ายหัว “ข้าไม่รู้ ขึ้นกับโชค หากโชคดี พวกเขาก็หาไม่
เจอ แต่โอกาสนั้นน้อยยิ่ง”
“หากมีคลื่นพลังระดับเซียนปรากฏในภพ มันจะเกิดปฏิกิริยา
พิเศษแผ่ออกมา สามารถตรวจจับได้ง่าย เมื่อครู่หมึกนั่นแผ่ปราณ
ระดับเซียนปฐพี คลื่นปฏิกิริยารุนแรงมาก น่าจะดึงยอดฝีมือเหนือ
ระดับปฐพีมา”
เมื่อได้ยินว่าจะมียอดฝีมือเหนือระดับเซียนปฐพีมา หัวใจของ
เจียงผิงอันก็สั่นสะท้าน
หากยอดฝีมือระดับนี้มา โอกาสที่ภพแร้นแค้นจะถูกทำลายก็สูง
มาก
เขาแค่อยากใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายอย่างเงียบเชียบ แต่ยามนี้
กลายเป็นเรื่องเกินเอื้อมไปเสียแล้ว
“ผู้อาวุโส หากเขตหวงห้ามกาลเวลาและเขตหวงห้ามโกลาหลไม่
จากไป ทุกผู้จะร่วมมือกันต้านการรุกรานได้หรือไม่ขอรับ?”
เจียงผิงอันไม่อยากเห็นความพินาศของภพแร้นแค้น เขาเกิดที่นี่
ญาติมิตรก็อยู่ที่นี่ และเขายังรู้สึกผูกพันกับภพแร้นแค้นมากด้วย
“ร่วมมือ? เจ้าคิดมากไปแล้ว เขตหวงห้ามทั้งสองอยากให้ภพ
แร้นแค้นพินาศใจจะขาด เพราะยามภพแร้นแค้นถูกทำลาย พวกมัน
จะได้ดูดซับ ‘แก่นรากฐานปฐมกาล’ มาช่วยพวกมันยกระดับได้
เต่าเทวะพลันแค่นเสียงหึ เงยหน้าขึ้น สายตามองทะลุมิติไปยัง
เขตหวงห้ามทั้งสอง “ด้วยความแข็งแกร่งของพวกมัน ก็ควรไปสู่ภพ
เซียนได้นานแล้ว แต่บางที พวกมันอาจแอบ ๆ ตั้งขุมกำลังในภพ
เซียนกันแล้วด้วยซ ้า แต่ที่พวกมันยังทิ้งญาติมิตรไว้ที่นี่ก็เพื่อรอความ
พินาศของภพแร้นแค้น”
“แค่พวกมันมิวางแผนร้ายลับหลังก็นับเป็นบุญแล้ว”
วาทะของเต่าเทวะทำให้เจียงผิงอันงุนงงเล็กน้อย “‘แก่นรากฐาน
ปฐมกาล’ คือสิ่งใดหรือขอรับ? หากพวกเขาแข็งแกร่งพอ ไฉนต้อง
รอให้ภพแร้นแค้นบรรลัยก่อนจึงดูดซับมันด้วย?”
เต่าเทวะมิได้อธิบาย แต่กล่าวว่า “เจ้าไปจากสถานที่ไม่น่าอยู่นี่
เถอะ เจ้ามีศาสตราเซียนที่กู่ตี้ทิ้งไว้ ไปจากภพแร้นแค้นได้”
“ข้าไปได้จริง ๆ ขอรับ แต่ผู้ที่ข้าพาไปด้วยได้นั้นมีจำกัด อีก
อย่าง ข้าเกิดในภพแร้นแค้น และไม่อยากจากไปง่าย ๆ เช่นนี้”
เจียงผิงอันจะใช้อ่างสัมฤทธิผลเคลื่อนย้ายญาติมิตรไปยังภพ
บุกเบิกก็ย่อมได้ แต่การเคลื่อนย้ายทุกครั้งต้องจ่ายด้วยหนึ่งยอด
สมบัติ และเคลื่อนย้ายได้เพียงครั้งละไม่กี่คน
การจะพาคนทั้งหมดไปต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล กระทั่งเขายัง
จ่ายไม่ไหว
เช่นเขาจะพาเมิ่งจิงไปก็ได้ แต่เมิ่งจิงจะทนมองมารดาของนาง
เหลยหลานรอความตายอยู่ที่นี่ได้หรือ? ไม่มีทาง เพราะเช่นนั้นจึงต้อง
พาเหลยหลานไปด้วย แต่เหลยหลานจะทนมองบิดาและญาติมิตร
ของนางรอความตายที่นี่ได้หรือ? บิดานางจะทิ้งลูกเมียคนอื่นไว้ที่นี่
ได้หรือ?
นี่นำไปสู่ความเป็นไปได้ ว่าสุดท้ายจะไร้ผู้ใดอยากจาก ขอตาย
ที่นี่เสียดีกว่า
เมื่อได้ยินวาทะของเจียงผิงอัน แววตาของเต่าเทวะก็พลันอ่อนลง
“เจ้าเหมือนเจ้าเด็กกู่ตี้นั่นเลย ให้ความสำคัญกับความรู้สึกมาก
เกินไป นี่จะเป็นจุดอ่อนของเจ้า แต่ก็จะเป็นแรงผลักดันให้เจ้า
ก้าวหน้าต่อเช่นกัน”
เจียงผิงอันผู้นี้แข็งแกร่งกว่าเขตหวงห้ามแฝงเจตนาเหล่านั้นมาก
“เจ้าแข็งแกร่งพอบรรลุเซียน แต่เจ้ายังไม่บรรลุเซียน น่าจะเผชิญ
สถานการณ์เดียวกับกู่ตี้ เจอทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาเข้าล่ะสิ” เต่า
เทวะถามขึ้นกะทันหัน
“ผู้อาวุโสกู่ตี้ก็ต้องเผชิญทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาหรือขอรับ?
ผู้อาวุโสกู่ตี้รอดจากทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาได้เช่นไรขอรับ!”
เจียงผิงอันตื่นเต้นขึ้นมาทันที จากข้อมูลที่เขามี ขอเพียงเผชิญ
ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา ความตายก็แทบถูกลิขิตแน่นอน ต่อให้
รอดมาได้ก็ยังเป็นได้เพียงเดนเซียน
มิคาดว่าผู้อาวุโสกู่ตี้ก็เผชิญทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาเช่นกัน
แต่ยามนี้กู่ตี้ก็ยังอยู่ สรุปก็คือทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวามิใช่ทางตัน!
สิ่งนี้มอบความหวังให้เจียงผิงอันอีกครั้ง
เต่าเทวะเอ่ยเนิบ ๆ “ข้าไม่รู้หรอกว่าเจ้าเด็กกู่ตี้นั่นทำได้อย่างไร
แต่หลังเขาพ้นพิบัติมาได้ ข้าก็เคยถาม แล้วเขาตอบข้าเพียง
‘ศรัทธา’ สองพยางค์”
“ศรัทธา? ความเชื่อมั่นไร้สั่นคลอนหรือขอรับ? หากข้ามีความ
เชื่อมั่นไร้สั่นคลอน ร่างสีทองในทัณฑ์สวรรค์ลอกความสามารถข้า
ได้ ก็น่าจะลอกความเชื่อมั่นไร้สั่นคลอนได้เหมือนกันมิใช่หรือ
ขอรับ?”
เจียงผิงอันไม่คิดว่านี่จะเป็นเคล็ดการเอาตัวรอดจากทัณฑ์
เต่าเทวะส่ายหัว “เรื่องนี้ข้าไม่รู้ ข้าบอกเจ้าทุกเรื่องที่ควรบอก
แล้ว ภายหน้าเจ้าจะเลือกเช่นไร จะอยู่หรือไป ก็เรื่องของเจ้า”
แล้วเต่าเทวะก็ไม่พูดอะไรอีก ร่างของมันปลาสนาการไป
เจียงผิงอันยืนครุ่นคิดกับที่ถึงความเป็นไปในภายหน้า
นับจากจัดการบรรพชนจระเข้จนเต่าเฒ่าจรจาก กินเวลาเพียง
ครู่สั้น ๆ
ปราณทรงพลังจากชั่วกาลนี้ทำให้ตัวตนทั่วทั้งโลกหล้าผู้ฝึกตน
อกสั่นขวัญแขวน
สิ่งมีชีวิตในละแวกทะเลบูรพาสัมผัสชัดเจนกว่าใคร ปราณน่า
สะพรึงกลัวทำให้ทั้งเผ่าปีศาจทะเลบูรพาและทัพขจัดปีศาจทะเลบูรพา
ร่างสะท้านอย่างเสียขวัญ
จนเมื่อปราณน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นจางหายไป ทุกตัวตนจึงคืน
สติ
“ยอดฝีมือระดับเซียน ต้องเป็นยอดฝีมือระดับเซียนแน่ ๆ! มีเพียง
ยอดฝีมือระดับเซียนเท่านั้นจึงน่ากลัวได้เพียงนี้!” ร่างของปีศาจ
สมุทรขอบเขตพ้นพิบัติตนหนึ่งสะท้านเทิ้มอย่างเกินควบคุม
“ตัวตนน่าสะพรึงกลัวในเขตหวงห้ามเหวลึกตื่นขึ้นมาแล้วหรือ?”
“เมื่อครู่ทั่วแดนดินสั่นสะท้าน มีคนสู้กับตัวตนจากเขตหวงห้าม
เหวลึกอยู่หรือไร? ใครกันแข็งแกร่งจนสู้กับตัวพรรค์นั้นได้?”
ทะเลบูรพาสาดซัดบ้าคลั่ง ทั้งปีศาจสมุทรและทัพขจัดปีศาจล้วน
ครั่นคร้าม
แม้ปราณน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นจะจางหาย พวกเขาก็ยังไม่กล้า
ไปตรวจสอบ เว้นแต่จะอยากตาย
ยอดฝีมือจากเผ่าปีศาจสมุทรกล่าวกับเจียงเมี่ยวอีผู้มาท้าทาย
เสียงเย็น
“ตกใจทำอะไรไม่ถูกแล้วล่ะสิ นี่คือเซียนของเราเผ่าปีศาจสมุทร
อย่าคิดว่าพวกเจ้าเผ่ามนุษย์มีเซียนแล้วจะย่ามใจได้ เราเผ่าปีศาจ
สมุทรก็มีเหมือนกัน แข็งแกร่งกว่าเฉียนฮวั่นโหรวผู้เพิ่งบรรลุเซียน
ของพวกเจ้าเผ่ามนุษย์ด้วย หากไม่อยากตายก็ไสหัวจากที่นี่เสีย”
เจียงเมี่ยวอี สตรีผู้นี้มาท้าทายพวกมันเผ่าปีศาจสมุทรเมื่อสองวัน
ก่อน พวกมันเผ่าปีศาจสมุทรทราบดีว่าสตรีผู้นี้แข็งแกร่งจึงไม่กล้าสู้
และถูกสตรีผู้นี้เยาะเย้ยมาสองวัน
มันจึงฉวยโอกาสจากปราณปีศาจทรงพลังของยอดฝีมือจาก
เขตหวงห้ามเหวลึกอวดอ้างกู้หน้า คิดจะข่มขวัญสตรีผู้นี้ไปเสีย
เจียงเมี่ยวอีสะพรึงจริงแท้ แต่นางไม่อาจแสดงอาการ “ยอดฝีมือ
จากเขตหวงห้ามเหวลึกเกี่ยวกับพวกเจ้าปีศาจสมุทรที่ไหน พูดจายก
หางตัวเองไม่อายบ้างหรือไร ข้ายังอายเลย อีกอย่าง ถึงจะแข็งแกร่ง
แค่ไหน ท่านพ่อข้าก็จัดการได้หมดอยู่ดี”
“ฮ่า ๆ บิดาสวะของเจ้าน่ะนะ? พูดมาได้ไม่อายปาก” ปีศาจสมุทร
เสสรวล “ขอบเขตระดับบิดาเจ้ายามนี้ ยอดฝีมือขอบเขตมหายานตน
ใดของเราเผ่าปีศาจสมุทรก็ฆ่าได้”
เมื่อได้ยินปีศาจสมุทรหยามบิดานางอีกแล้ว เจียงเมี่ยวอีพลัน
หน้าบูด “ยามนี้ หากไม่ขอขมาบิดาข้า ก็มาสู้กันเสีย ปากกล้าใจฝ่อ
ไม่อายบ้างหรือ? ไสหัวลงทะเลไปลึก ๆ เลยเถอะ!”
“หุบปากไปนางแพศยา ไม่ช้าก็เร็วเราจะฉีกปากเจ้า แล้วให้
ทหารปีศาจสมุทรเราเล่นด้วย…”
ปีศาจสมุทรยังพูดไม่ทันจบ จู่ ๆ มันก็สัมผัสปราณอันน่า
สะพรึงกลัวสายหนึ่งพุ่งเข้าโอบล้อม ทำให้ปราณทั้งกายมันเกือบจะ
ควบตัวแข็ง เสียงที่จะพูดจุกแน่นในคอทันที
อึดใจต่อมา มันก็เห็นบุคคลคุ้นหน้าปรากฏตัวตรงหน้า
เจียงผิงอัน!
เป็นไปได้เช่นไร มันเป็นยอดฝีมือขอบเขตมหายาน ไฉนอีกฝ่าย
จึงทำให้มันมิอาจกระดิกตัวได้จากเพียงปราณลำพัง!
ต่อให้เป็นยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติยังไม่มีทางมีพลังเช่นนี้!
“คิดว่าตัวเองเป็นใคร กล้าหยามหมิ่นบุตรีข้า!”
เจียงผิงอันกำลังอารมณ์เสีย พอได้ยินว่าบุตรีตนถูกหยาม โทสะ
ในใจก็ปะทุทันใด