สู่วิถีอมตะ - บทที่ 840 โอกาสบรรลุเซียน
ใช้เวลาไม่นาน ทั้งโลกหล้าผู้ฝึกตนซึ่งยังไม่ทันสงบก็เกิดคลื่น
อีกครั้ง
“ข่าวใหญ่ เจียงผิงอันมีทางไปยังภพเซียน! ขอเพียงมียอดสมบัติ
หนึ่งชิ้น ก็สามารถไปสู่ภพเซียนได้!”
“ไปภพเซียน? ไม่มีทาง ยังมีทางอื่นนอกจากข้ามพิบัติในการไป
ยังภพเซียนอีกหรือ? ข่าวนี้มาจากไหน?”
“ข้าไม่เชื่อ! ข่าวปลอมลวงโลกชัด ๆ ส่งข้าไปภพเซียนก่อนสิข้า
จึงเชื่อ”
“เจ้าอยากไปภพเซียนโดยไม่จ่ายต่างหากเล่า!”
“มิน่าเล่าเจ้านิกายเจียงถึงแข็งแกร่งนัก ที่แท้เขาก็ไปภพเซียน
ได้!”
แม้จะมีบางผู้เคลือบแคลงข่าวนี้ แต่คนส่วนใหญ่นั้นเชื่อ เหตุผลก็
แสนง่ายดาย เพราะความผิดปกติของเจียงผิงอัน
เขาทำลายเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์และเผ่าปีศาจทะเลบูรพาได้ใน
ครึ่งวัน แข็งแกร่งจนให้ความรู้สึกผิดสัจธรรม หากเจียงผิงอันไปยัง
ภพเซียนได้ ทุกสิ่งก็สมเหตุสมผลแล้ว
“เจียงผิงอันต้องได้เรียนวรยุทธ์เซียน ได้ทรัพยากรจากภพเซียน
มาแน่ ๆ เขาจึงแข็งแกร่งขนาดนี้!”
“ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ หากข้าได้ไปภพเซียน ข้าก็อาจมิแย่กว่า
เจียงผิงอันก็ได้!”
“รีบแจ้งบรรพชน ให้บรรพชนฟื้นกลับมา โอกาสไปยังภพเซียน
ปรากฏแล้ว!”
เนื่องจากประตูสู่ภพเซียนปิดตาย ผู้ฝึกตนที่มิอาจบรรลุเซียนใน
ภพเซียนได้และยอดฝีมือมากมายต่างใช้วิธีการพิเศษผนึกตนเอง
เพื่อเอาชีวิตรอด ยืดชีวิตตนเองรอโอกาสบรรลุเซียน
และเจียงผิงอันก็คือ ‘โอกาส’ นี้
หลังจากยอดฝีมือมากมายได้ข่าว พวกเขาก็คลายผนึก นำยอด
สมบัติเหินไปยังนิกายเทวมารแดนอุดร
ไม่นานนัก ยอดฝีมือก็แออัดกันเต็มหน้าตำหนักเจ้านิกายเทว
มาร ต่างผู้ล้วนแผ่ปราณทรงพลัง
“เฒ่าจ้าว! ผ่านมาหกหมื่นปีแล้ว เจ้ายังไม่ตายอีกหรือ!”
“เจ้ายังไม่ตาย ข้าจะตายได้เช่นไรเล่า?”
“จางเทียนคั่ว! อัจฉริยะไร้เทียมทานเมื่อห้าหมื่นปีก่อน บุคคล
อันดับหนึ่งเหนือเหล่าอัจฉริยะในขณะนั้นก็มาด้วย ยังแกร่งกล้ามิ
สร่างเลย”
“อย่าเอาข้าไปโพนทะนาสิ เทียบกับเจ้านิกายเจียงแล้ว ข้าจะ
นับเป็นอะไรได้”
ตัวตนสูงสุดมากมายของยุคสมัยปรากฏตัว พวกเขาล้วนถวิลหา
การบรรลุเซียน เพื่อชีวิตอมตะ เขียนตำนานของพวกเขาได้ต่อไป
แอ๊ด~
เมื่อประตูตำหนักเปิดออก ยอดฝีมือมากมายที่เสวนากันหน้า
ประตูก็หุบปากมองมา
ชายผู้ผึ่งผาย ใบหน้าหล่อเหลาเดินออกมา ร่างของเขาไร้ซึ่ง
ปราณใด ๆ ราวปุถุชนคนหนึ่ง
“เจ้านิกายเจียง!”
เหล่ายอดฝีมือกุมกำปั้นคารวะทันที
บุคคลเดียวที่พวกเขามิอาจสัมผัสปราณใด ๆ ได้ก็คือผู้ที่ก้าว
ข้ามพวกเขาไปแล้ว และผู้ที่มีการฝึกฝนก้าวล ้าพวกเขาได้ก็ต้องเป็น
เจียงผิงอัน
เจียงผิงอันมีเวลาจำกัด เขาจึงมิคิดเสวนามากความ “ขอข้าบอก
ก่อนล่วงหน้า ที่ที่พวกเจ้ากำลังจะได้ไปมิใช่ภพเซียน แต่พวกเจ้า
สามารถบรรลุเซียนกันที่นั่นได้ และมีช่องทางต่อไปยังภพเซียน
เช่นกัน”
“เจ้านิกายเจียง แน่ใจหรือว่ามิได้โกหกเรา?” ยังมีบางบุคคล
เคลือบแคลงใจ
เจียงผิงอันชำเลืองอีกฝ่ายผ่าน ๆ จิตสังหารน่าสะพรึงกลัวจากตัว
เขากระจายไปทั่วทิศ ชั่วขณะนั้น ปวงชนล้วนขนลุกซู่ ใบหน้าเปี่ยม
ความพรั่นพรึง เกิดความคิดอยากวิ่งหนี แต่ก็พบว่าพลังในกายแข็ง
ทื่อมิอาจขยับโคจร
พริบตาต่อมา เจียงผิงอันก็เก็บจิตสังหาร “พวกเจ้าไม่มีอะไรควร
ค่าให้ข้ามาหลอก หากข้าอยากได้สมบัติ แค่ฆ่าพวกเจ้าเสียไม่ง่าย
กว่าหรือ?”
อาภรณ์ปวงชนโชกเหงื่อ ดวงตาที่มองมายังเจียงผิงอันเปี่ยม
ความหวาดกลัว
พวกเขารู้ว่าเจียงผิงอันแข็งแกร่งมาก แต่คงมิคาดเป็นแน่ว่าอีก
ฝ่ายจะแข็งแกร่งเพียงนี้ เพียงจิตสังหารลำพังก็ทำให้พวกเขาไร้กำลัง
ตอบโต้แล้ว
บางทีอาจมีเพียงภพเซียนที่ฝึกฝนตัวตนทรงพลังอย่างเจียงผิง
อันได้
“เอาล่ะ เริ่มจ่ายยอดสมบัติได้ แล้วข้าจะส่งพวกเจ้าไปภพบุกเบิก
ให้” เจียงผิงอันกล่าวเบา ๆ
“รบกวนเจ้านิกายเจียงแล้ว”
ชายชราวัยใกล้ฝั่งผู้หนึ่งพูดอย่างรอไม่ไหว ก้าวเข้ามาส่งยอด
สมบัติให้เจียงผิงอัน
อายุขัยของเขาจวนสิ้นแล้ว หากไม่อาจบรรลุขอบเขต เขาก็จะ
ไม่เหลือโอกาส ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ เขาก็ต้องขอลองเสี่ยงเพื่ออนาคต
คนอื่น ๆ ก็จ่ายยอดสมบัติเช่นกัน
เจียงผิงอันมอบยอดสมบัติเหล่านี้ให้อ่างสัมฤทธิผล และให้อ่าง
สัมฤทธิผลส่งพวกเขาไปยังภพบุกเบิก
อัจฉริยะไร้เทียมทานในประวัติศาสตร์ของภพแร้นแค้นเหล่านี้
จากภพแร้นแค้นไปอย่างตื่นเต้นระคนหวาดหวั่น
เจียงผิงอันติดต่อหลัวซู่ ประมุขศาลาเติงเซียนพร้อมเล่าเรื่องของ
ที่นี่ให้นางฟังแล้ว และหลัวซู่จะรอนำทางพวกเขาอยู่ที่นั่น
ในที่สุดหลัวซู่ก็รู้ว่า ‘บ้าน’ ของเจียงผิงอันคือที่ใด มิน่าก่อนหน้า
นี้เขาจึงไม่พูดถึงมัน ที่แท้เจียงผิงอันก็มิใช่คนจากภพบุกเบิก แต่มา
จากภพแร้นแค้นเช่นเดียวกับมหาจักรพรรดิ!
หลัวซู่เต็มใจรับผู้ฝึกตนจากที่นี่ยิ่ง เซียนคนอื่น ๆ ในศาลาเติง
เซียนตายกันหมดแล้ว พวกนางต้องเพิ่มกำลังคน หากคนจากภพ
แร้นแค้นเหล่านี้เต็มใจอยู่ต่อที่ศาลาเติงเซียน ก็ให้อยู่ต่อในศาลาเติง
เซียน
โอกาสการบรรลุเซียนของคนเหล่านี้สูงอย่างยิ่ง หลังบรรลุเป็น
เซียน ก็จะช่วยศาลาเติงเซียนใหม่นี้ได้
หลายวันในขณะนั้น เจียงผิงอันส่งคนออกจากภพแร้นแค้นขณะ
อยู่เคียงข้างพวกเมิ่งจิง
ไม่มีใครแน่ใจว่าภายหน้าจะเป็นเช่นไร จึงต้องถนอมปัจจุบันไว้
ต่อให้ต้องตาย ก็จะมีอาวรณ์ให้เสียดายน้อยลง
เจียงผิงอันรู้ว่าเขามิใช่ผู้กอบกู้ มิอาจช่วยทุกชีวิตได้ มีแต่ช่วย
ได้ตามมีตามเกิด คงเชื้อสายของภพแร้นแค้นให้หลงเหลือไว้ในโลก
หล้า
ในวันนี้ ขณะที่เจียงผิงอันฝึกฝนกับเหล่าบุตรี เสียงของเต่าเทวะ
ก็ดังขึ้นในมโนสำนึกของเขา “รีบ ๆ ไปเสีย ข้าเกิดสังหรณ์แล้วว่า
ภายในสิบปี จะมีวิกฤติเกิดขึ้นในภพแร้นแค้น”
เจียงผิงอันหัวใจสะท้าน เขารู้ว่าวันนี้ต้องมาถึง แต่มิคาดว่าจะไว
เพียงนี้
“ผู้อาวุโสไม่ไปหรือขอรับ?”
ด้วยความแข็งแกร่งระดับอีกฝ่าย หากคิดจะไปก็ทำได้ง่ายดาย
แท้ ๆ
“นี่คือบ้านของข้า ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น” เสียงของเต่าเทวะซับซ้อน
เปี่ยมความอ้างว้างแห่งกาลเวลา
เจียงผิงอันเงียบไป เขามิอาจร่วมเป็นร่วมตายกับภพแร้นแค้นได้
หากคนที่เขารักมิอาจจาก เขาก็อาจสู้ตาย แต่ยามนี้ไร้จำเป็นแล้ว
เต่าเทวะพูดต่อ “ภพแร้นแค้นเป็นใบไม้แรกยามต้นโลกากำเนิด
ขึ้น แม้จะผ่านกาลมาเกินนับจนเสื่อมถอยทรุดโทรม แต่มันก็ยังมี
กลิ่นอายแห่งอดีต มีแก่นรากฐานปฐมกาล หากเจ้าอยากจะรอดจาก
ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา เจ้าก็ควรเผชิญทัณฑ์ในภพแร้นแค้น
โอกาสสำเร็จจะเพิ่มขึ้นห้าส่วน”
เจียงผิงอันซึ่งกำลังคิดจรจากได้ยินเช่นนี้ ม่านตาก็พลันหดตัว
“การเผชิญทัณฑ์ในภพแร้นแค้นเพิ่มโอกาสสำเร็จได้ด้วยหรือ
ขอรับ?”
แม้เขาจะพร้อมบรรลุเซียน แต่หากมีโอกาสเพิ่มความเป็นไปได้
ในการบรรลุเซียน เขาก็ยังอยากสู้
เต่าเทวะถ่ายทอดกระแสปราณพูดต่อ “หากเจ้ารอดทัณฑ์บรรลุ
เซียนได้ ข้าก็จะสามารถอำนวยพรพลังของทั้งภพภูมิให้แก่เจ้า ด้วย
พรสวรรค์ของเจ้า ต่อให้ผู้มาเป็นเซียนสวรรค์ เจ้าก็ไล่ไปได้”
ร่างของเจียงผิงอันสะท้าน ไม่มีใครอยากจากบ้านเกิด หากภพ
แร้นแค้นสงบสุข เขาก็ไม่ต้องจากไปก็ได้
“ผู้อาวุโสอวิ๋นเหยา เขาพูดถูกหรือไม่? การข้ามทัณฑ์ที่นี่จะเพิ่ม
โอกาสสำเร็จได้จริง ๆ หรือ?”
เจียงผิงอันอยากยืนยันอีกครั้ง
อวิ๋นเหยาเงียบไปเนิ่นนานจึงตอบกลับ “หากนี่เป็นใบแรกของต้น
โลกาจริง ๆ ภพแห่งนี้ก็ต้องมีพลังพิเศษอย่างหนึ่งอยู่ และอาจสามารถ
เพิ่มโอกาสรอดทัณฑ์ได้จริง ๆ”
เจียงผิงอันครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะพลันกัดฟันกรอด ดวงตาฉาย
ประกายเด็ดเดี่ยว
หนึ่งในเหตุผลที่เขาบรรลุได้เช่นทุกวันนี้ ก็เพราะเขากล้าสู้
บางที ภัยพิบัติของภพแร้นแค้นครั้งนี้อาจเป็นโอกาสบรรลุเซียน
ที่ใกล้ที่สุดของเขาแล้ว
แทนที่จะรอความตายหมื่นปี สู้ตายเอาดาบหน้า ลองฝ่าทัณฑ์
สวรรค์พิพากษ์เทวาดีกว่า
ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวามิใช่ทางตัน มหาจักรพรรดิก็เคยทำ
สำเร็จมาแล้ว บางทีนี่อาจเป็นเพราะมหาจักรพรรดิอยู่ในภพแร้นแค้น
เขาจึงรอดทัณฑ์มาได้
เจียงผิงอันมิใช่คนชอบเสียเวลา หลังจากตัดสินใจได้ เขาก็ส่ง
อ่างสัมฤทธิผลให้เสี่ยวเซียง ขอให้นางเริ่มเคลื่อนย้ายญาติมิตร
ขณะที่ตัวเขาพุ่งขึ้นสู่สุญตา
เขาเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่พันปีก่อน และไม่ต้องเตรียมตัวมากกว่านี้
แล้ว
เต่าเทวะมองเจียงผิงอันบนจักรวาลพร่างพราวพลางพึมพำ “ขอ
โทษนะ ถึงการลวงหลอกจะไม่ดี แต่นี่ก็คือทางเดียวที่จะช่วยภพ
แร้นแค้นไว้ได้…”
ที่ว่าเผชิญทัณฑ์ในภพแร้นแค้นจะช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จนั้น มัน
กุขึ้นมาเอง…