สู่วิถีอมตะ - บทที่ 841 เริ่มเผชิญทัณฑ์
บทที่ 841 เริ่มเผชิญทัณฑ์
เมื่อเหินขึ้นสู่เบื้องลึกของจักรวาล เจียงผิงอันพลันนึกอะไรได้ แล้วหันมามองผู้อาวุโสเต่าเทวะที่ตามมา
“ผู้อาวุโส ภพแห่งนี้มีกำแพงกั้นภพที่มหาจักรพรรดิทิ้งไว้ หากข้ามิอาจข้ามพิบัติบรรลุเซียนได้ มันจะเกิดผลกระทบใดต่อข้าหรือไม่ขอรับ?”
เรื่องนี้แหละที่ทำให้คนอื่น ๆ มิอาจบรรลุเป็นเซียนกันได้
“เต๋าของเจ้าแตกต่างจากเซียนทั่วไป ข้อจำกัดนี้ไม่มีผลกับเจ้าหรอก” เต่าเทวะแปรลักษณ์เป็นชายชราผู้แบกกระดองเต่าไว้เบื้องหลัง ร่างของเขาผอมแห้งง่อนแง่น
เมื่อกังวลสุดท้ายปลาสนาการ เจียงผิงอันก็ยืนกลางสุญตาเวิ้งว้าง เส้นผมพลิ้วสะบัด สายตามั่นคง
หลังจากเตรียมตัวมาพันปี เขาหาที่พัฒนาตัวเองไม่ได้แล้ว รอคอยก็เพียงโอกาส
ผู้คนกล่าวกันว่าโลกหล้าไร้สิ่งใดมืดแปดด้าน ทุกสิ่งล้วนมีโอกาสรอดอยู่เสมอ แต่โอกาสรอดนี้มันคว้ายากเท่านั้นเอง
เจียงผิงอันคาดเดาว่าภพแร้นแค้นคือโอกาสรอดสุดท้ายของเขา
อีกสิบปีให้หลัง ยอดฝีมือจากภพเซียนจะมาถึง หากเขาพ้นทัณฑ์สำเร็จ จากวาทะของผู้อาวุโสเต่าเทวะ เขาจะปกป้องภพแร้นแค้นได้
หากเขาเผชิญทัณฑ์ล้มเหลว เขาก็เชื่อว่าด้วยไพ่ตายที่มี เขาจะยังมีโอกาสรอดชีวิต แม้จะมิอาจบรรลุเซียน เขาก็ยังเป็นเดนเซียน อยู่กับครอบครัวได้โดยไร้กังวล
“มาเลย!”
เจียงผิงอันผ่อนลมหายใจ พลังยิ่งใหญ่ทะลักจากกาย อาภรณ์ดำส่ายไสวบ้าคลั่ง ปราณในตัวเขาแปรเปลี่ยนไปอย่างสะท้านสะเทือน กฎฟ้าดินหลีกลี้ พันหมื่นรัศมีล้อมร่าง เจิดจรัสเกินดาราดวงใด
แม้เขาจะอยู่แสนไกลจากแดนดิน แต่ปราณทรงพลังของเขายังคงเป็นที่สัมผัสได้ของตัวตนสารพัด
“เอาอีกแล้ว! ช่วงนี้มีแต่เรื่องให้ขวัญผวา รู้สึกเหมือนจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเลย”
ช่วงกาลนี้มีปราณทรงพลังปรากฏโดยไม่มีปี่ขลุ่ยอยู่บ่อยครั้ง สั่นประสาทเหล่าผู้ฝึกตนจนมิอาจฝึกฝนกันได้แล้ว
ตัวตนมีสติปัญญาบางส่วนพอเดาได้ว่าบางอย่างไม่ชอบมาพากล
“นี่คือปราณของทัณฑ์สวรรค์ เหมือนมีใครกำลังเผชิญทัณฑ์อยู่เลย”
“ใครมันโง่เง่าเช่นนี้ ยุคสมัยนี้มีโอกาสบรรลุเซียนที่ไหน ไปเผชิญทัณฑ์ก็เสียเวลากับทรัพยากรเปล่า”
“นั่นสิ เจ้านิกายเจียงมีหนทางไปยังภพเซียน ไปหาเจ้านิกายเจียงยังดีกว่าเลย”
การบรรลุเซียนในยุคสมัยนี้เป็นไปไม่ได้ เรื่องนี้ทราบดีกันทั่ว เมื่อเร็ว ๆ นี้ เจ้านิกายเทวมารเจียงผิงอันประกาศว่าขอเพียงจ่ายยอดสมบัติ คนผู้นั้นจะมีโอกาสไปสู่ภพเซียน ปวงชนจึงล้วนคาดหวังอยากไป
แทนที่จะมัวเสียเวลาในแดนปุถุชน สู้สะสมทรัพยากรไปหาเจ้านิกายเจียงยังดีกว่า
เมฆสายฟ้าไร้ขอบเขตก่อตัวเหนือศีรษะเจียงผิงอัน อัสนีเลื่อนแลบแปลบปลาบเช่นมังกรท่ามกลางกลีบเมฆทมิฬ แต่ละสายล้วนแผ่ปราณชวนขนลุก มังกรอัสนีเหล่านี้คลับคล้ายเรืองฤทธิ์ทลายได้ทุกสิ่ง
เจียงผิงอันมองอัสนีเหนือหัวพลางพึมพำ “อัสนีเซียนเหล่านี้เข้าท่า บางทีอาจมีประโยชน์กับเสี่ยวจิง”
ว่าแล้ว หลุมดำขนาดมหึมาก็ปรากฏเบื้องหลังเจียงผิงอัน กลืนเมฆาทมิฬเหล่านี้ไปในคราวเดียว
เขาเก็บมังกรอัสนีเหล่านี้ไว้ ภายหลังจะได้ให้เมิ่งจิงไปศึกษา
หากคนทั่วไปทำลายเมฆสายฟ้านี้ได้ เขาก็จะได้บรรลุเซียนแล้ว
แต่สำหรับเจียงผิงอัน นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
หลังจากเมฆดำหายไป เมฆาสีเลือดก็ก่อตัว
เพลิงกรรมสายแล้วสายเล่าผลิบานบนสุญตา แผ่รัศมีประหลาดย้อมสุญตามืดดำแดงฉาน ปราณชวนขนลุกหนาแน่นเสียจนทำให้สรรพชีวิตมากมายอกสั่นขวัญแขวน
ทัณฑ์รอบที่สอง ทัณฑ์เพลิงกรรม
ผู้ใดที่เคยตัดชีวิตมามากมายล้วนต้องเผชิญทัณฑ์เพลิงกรรมจากสวรรค์
เพลิงกรรมสายเดียวก็ผลาญผู้ฝึกตนระดับเขตแดนทั่วไปเป็นจุณได้แล้ว
คนชั่วมากมายมักทำความดีเพื่อลดความรุนแรงของเพลิงกรรม เอาตัวรอดจากทัณฑ์
“ไสหัวไป เจ้าไม่คู่ควรมาตัดสินข้า”
เจียงผิงอันปรามาสเสียงเย็น
หากเพลิงกรรมตัดสินคนชั่วได้จริง ก็ไปฆ่าพวกคนชั่วเลยสิ แทนที่จะปรี่มาขวางเขามิให้เป็นเซียน
ทัณฑ์เพลิงกรรมที่กำลังก่อตัวสลายไปทันที
สองมหันตภัยอันเป็นเงาในใจตัวตนเกินคณานับ มิอาจส่งผลใดต่อเจียงผิงอันได้เลย
ตัวตนที่พ้นสองพิบัตินี้มาได้จะเป็นตัวตนระดับยอดอัจฉริยะ แต่สำหรับเจียงผิงอัน ทัณฑ์สวรรค์ของแท้เพิ่งเปิดฉากเท่านั้น
ตู้ม!
เต๋าสวรรค์กู่ก้อง กฎเกณฑ์ทั่วทั้งภพแร้นแค้นสั่นสะท้านรุนแรง เมฆาทองควบตัว กฎเต๋าเซียนเรืองรองทั่วจักรวาลพร่างพราว ย้อมทั่วโลกาทองสว่าง
ตัวตนนับไม่ถ้วนแหงนมอง
“ทัณฑ์เซียนมันน่ากลัวเพียงนี้เลยหรือ?”
หลายบุคคลเคยเห็นทัณฑ์ของผู้อื่นกันมาแล้ว บางผู้กระทั่งเคยเผชิญมากับตัว แต่เทียบกับทัณฑ์สวรรค์ครั้งนี้แล้ว สองเหตุการณ์มิได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย
ผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนตกตะลึง เหินสู่จักรวาลเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ แต่นอกจากเมฆาทองไร้ขอบเขตก็ไม่พบสิ่งใด
ปราณอันน่าสะพรึงกลัวทำให้พวกเขาหวาดหวั่นมิกล้าเข้าใกล้
“ใครกันเผชิญทัณฑ์อยู่ เหตุใดทัณฑ์สวรรค์ของเขาจึงน่ากลัวนัก?”
“นี่เรียกเผชิญทัณฑ์หรือ? เต๋าสวรรค์สั่งตายชัด ๆ! ให้เซียนมาเจอเซียนก็ตาย!”
“ไม่รู้ใครกันแสนอับโชค หากเป็นทัณฑ์สวรรค์ทั่วไปก็ยังมีโอกาสรอด แต่ทัณฑ์สวรรค์ระดับนี้ ตายแน่ไม่ต้องสืบ!”
แม้ตัวตนในภพแร้นแค้นจะไม่รู้ว่านี่คือทัณฑ์สวรรค์อะไร แต่ก็ยังสัมผัสปราณน่าสะพรึงกลัวของทัณฑ์เซียนนี้ได้ เพียงเสี้ยวพลังแผ่ออกมาก็ทำให้พวกเขาขวัญหนีดีฝ่อสุดขีดแล้ว หากเจอทัณฑ์เซียนพรรค์นี้เข้าไป ต่อให้ใช้ศาสตราเซียนก็ไร้ประโยชน์
ในเขตหวงห้ามโกลาหล หนึ่งยอดฝีมือที่หลับใหลพลันลืมตาขึ้น
“ในยุคอวสานกฎเกณฑ์ของภพภูมินี้ ยังมีผู้ชักนำบททดสอบของเต๋าเซียนมาได้อีกหรือ… แต่โอกาสสำเร็จก็แทบเป็นศูนย์”
ในเขตหวงห้ามกาลเวลา หนึ่งเงาร่างสีเขียวเร่งพลังกาลเวลาคาดการณ์เวลาของเจียงผิงอันในทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา
เนิ่นนานจากนั้น การทำลายจบลง ร่างสีเขียวพบผลลัพธ์
“มีสองจุดจบ หนึ่งคือตกตาย หนึ่งคือบาดเจ็บสาหัสเจียนตาย รอดมาได้หวุดหวิด ทำข้าใจหายใจคว่ำหมด นึกว่าจะมีผู้หยุดความพินาศของภพแร้นแค้นได้เสียแล้ว…”
ในหมู่เมฆาทองบนจักรวาลพร่างพราว เจียงผิงอันได้พบประตูสีทองบานใหญ่อันประหลาดแต่ก็คุ้นตาบานนั้นอีกครั้ง
ประตูสีทองดูจะมีขนาดเทียบสุญตา อักขระเต๋าเซียนลึกลับไหลเวียน บานประตูปิดอยู่ ราวเบื้องหลังมีความลับบางอย่าง
เหตุใดจึงมีประตูอยู่ในทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา และสิ่งใดอยู่เบื้องหลังประตูนี้? เจียงผิงอันเคยตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องแล้วแต่ก็ไม่พบสิ่งใด ทว่าก็สังหรณ์ว่าหากพ้นทัณฑ์สำเร็จ ประตูเซียนเปิดออก จะมีการค้นพบครั้งมหึมารออยู่อย่างแน่นอน
หน้าประตูเซียน หนึ่งเงาร่างสีทองยืนอยู่
ขณะมองมายังเงาร่างสีทองนี้ หัวใจของเจียงผิงอันก็เกิดความรู้สึกกดดันเกินครั้งใด
ความกดดันขณะเผชิญผู้ฝึกตนร่วมระดับนั้นเล็กจ้อย แต่ต่อหน้าผู้มีพลังแบบเดียวกับตนนี่ช่างตึงเครียดจริงแท้
ร่างสีทองลืมตาขึ้น ใช้งานวิชาเทียมเทพสงคราม เกราะวิญญาณศึกปกคลุมทั้งกาย ความเชื่อมั่นไร้สั่นคลอนเสริมฤทธิ์ เพิ่มขนาดขึ้นดุจดวงดาวในทันที
กฎแห่งกำลัง แรงโน้มถ่วง ทำลายล้าง กลืนกินและจำนงสัประยุทธ์กระจายออกมาพร้อมกัน ทะเลโลหิตคลุมฟ้าบังตะวันสาดคลื่น ประหนึ่งจะกลืนกินทั่วทั้งฟ้าดิน
เห็นเช่นนี้ เจียงผิงอันก็หน้าง้ำถึงขีดสุด เหมือนคราวก่อนไม่ผิด ร่างสีทองนี้ลอกพรสวรรค์และกฎเกณฑ์ของเขาได้
ร่างสีทองกางปีกเทวะ เร่งอักขระศักดิ์สิทธิ์สายความเร็ว พุ่งประชิดตรงหน้าเจียงผิงอันแล้วออกหมัดทำลายล้างกระบวนท่าที่สาม ‘ไร้จำนน’ เข้าใส่ทันทีราวจะโยกนภา
เจียงผิงอันมิกล้าลังเล เงื้อหมัดขึ้นรับทันที
สองหมัดปะทะกัน ทะเลโลหิตและเมฆาทัณฑ์สีทองใต้เท้าเขาสั่นสะท้านรุนแรง ดวงดาวใกล้เคียงแตกสลายด้วยอิทธิพลของพลังนี้
ศึกดวลกับตัวเองของเจียงผิงอันเปิดฉากขึ้น