สู่วิถีอมตะ - บทที่ 843 โจมตีสวน? ย้อนกลับ
บทที่ 843 โจมตีสวน? ย้อนกลับ
เมื่อวิชาต้องห้าม ‘ริบพรสวรรค์’ สำเร็จ รากเซียนในตัวเจียงผิงอันก็เริ่มเหี่ยวเฉา แสงดาวหม่นหมอง ทะเลโลหิตแตกสลายในพริบตา
ร่างสีทองก้มมองลงมายังเจียงผิงอัน อีกฝ่ายเสียพรสวรรค์ย้อนเวลาไปแล้ว นี่จะเป็นการโจมตีปิดฉาก
มันโคจรพลังทั้งหมดใช้งาน ‘ลักษณ์วิญญาณศึก’ ออกหมัดทำลายล้าง แผลงฤทธิ์ชวนสะพรึงสะท้านกฎฟ้าดิน ฟาดใส่เจียงผิงอันราวจะทำลายสรรพสิ่ง
เจียงผิงอันหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง
เปรี้ยง!
ร่างของเจียงผิงอันแหลกระเบิด
กระดูกสีทองสองชิ้นกระเด็นออกมาจากร่าง อักขระลึกลับสีทองวาวแสงบนท่อนกระดูก
ขณะที่อักขระสีทองบนกระดูกวูบไหว อำนาจกฎแห่งชีวิตและกฎมรณะก็แผ่ตัว
เปรี้ยง!
จู่ ๆ ร่างสีทองก็ระเบิดอย่างน่าประหลาด
พริบตาต่อมา เจียงผิงอันผู้ตกตายก็หวนปรากฏ ความสิ้นหวังหมดอาลัยบนใบหน้าจางหาย ดวงตาเปี่ยมความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้
“เจ้าลอกความสามารถทั้งหมดของข้าไปได้! แต่จะรู้หรือว่าข้าวาด ‘ยันต์คืนอาสัญ’ และ ‘ยันต์ตัวตายตัวแทน’ บนกระดูกข้าไว้ล่วงหน้า!”
ความสิ้นหวังเมื่อครู่นั้นแค่แกล้งทำเพื่อหลอกร่างสีทองเท่านั้น
กาลก่อน ยามเจียงผิงอันผ่าศิลา เขาผ่าคนผู้หนึ่งออกมาได้ ซึ่งก็คือเสินเฟิง ศิษย์ของราชันศักดิ์สิทธิ์
เสินเฟิงบรรลุกฎแห่งชีวิตและกฎมรณะ สร้างสามยันต์ช่วยชีวิตอันลือนาม ได้แก่ยันต์ตัวตายตัวแทน ยันต์คืนอาสัญและยันต์ขนานชีวิต
เมื่อนานมาแล้ว เจียงผิงอันสลักยันต์คืนอาสัญและยันต์ตัวตายตัวแทนไว้บนกระดูกตน
ยันต์คืนอาสัญสลับความตายให้ผู้ฆ่าได้ ความสามารถนี้วิปริตอย่างยิ่ง
แน่นอน มันใช้ได้เฉพาะกับตัวตนใต้ระดับเซียน
ความแข็งแกร่งของผู้อาวุโสเสินเฟิงมีจำกัด อักขระที่เขาวาดไร้ผลกับเซียน แต่ร่างสีทองที่เจียงผิงอันเผชิญหน้าอยู่หาได้อยู่ในระดับเซียนไม่
เมื่อร่างของเจียงผิงอันแหลกระเบิด ‘ตกตาย’ ยันต์ทั้งสองก็ทำงานโดยพร้อมเพรียงกัน
แลกความตายของเขาให้อีกฝ่าย จัดการร่างสีทองไป
ขณะเดียวกัน เจียงผิงอันก็ใช้งานลวดลายกาลเวลาบนมือซ้าย แสงสีเขียวเรืองรองทั่วฟ้าดิน ย้อนกาลเวลากลับไป
ลวดลายกาลเวลานี้มิใช่พรสวรรค์ของเขา แต่เป็นตราสลักจากกฎเกณฑ์พิเศษจากเขตหวงห้ามกาลเวลา มันจึงไม่สลายหายยามพรสวรรค์ของเขาดับสิ้น ขอเพียงจ่ายปราณให้มันก็ใช้งานได้
เมื่อกาลเวลาย้อนกลับไปสองสามอึดใจ รากเซียนอันเหี่ยวเฉาของเจียงผิงอันก็ฟื้นคืน
ทันทีที่เจียงผิงอันคืนพลัง ปราณทั้งหมดก็ถูกจ่ายสู่ดวงตา เร่งพลังกาลเวลาสุดชีวิต
“ผนึก!!”
ร่างสีทองหมดพลังไปกับการโจมตีสุดท้าย ขอเพียงหยุดมันมิให้ฟื้นพลังก็จัดการได้แล้ว
ร่างอันแหลกสลายของตัวตนสีทองถูกตรึงไว้ ดิ้นสะบัดอย่างบ้าคลั่ง
เจียงผิงอันหน้าเสีย อำนาจกาลเวลานั้นเหมือนวิชาต้องห้าม เพียงครู่สั้น ๆ ก็ทำให้ปราณของเขาหมดสิ้น ยามนี้สายเกินเติมปราณแล้ว
เจียงผิงอันกัดฟัน ดวงตาฉายประกายบ้าคลั่ง สังเวยอายุขัยที่เหลือหมื่นปี ใช้การเร่งเวลาเพิ่มความเร็วการสูญพลังและชีวิตของอีกฝ่าย
เพียงพริบตา เส้นผมของเจียงผิงอันก็หงอกขาว ไม่เหลือเวลาชีวิตมากนัก โลหิตหลากจากดวงตาเพราะใช้อำนาจกาลเวลาถึงขีดสุด สีหน้าบิดเบี้ยวสุดขีด
เมื่อกาลเวลาถูกเร่ง พลังชีวิตของร่างสีทองเสื่อมสลายอย่างเร่งเร็ว ไร้ความเป็นไปได้ที่จะสะบัดหลุด ร่างแหลกร้าวสลายเป็นแสงทอง ลับไปในมวลเมฆสีทอง
เมื่อสัมผัสตัวตนของอีกฝ่ายมิได้แล้ว ร่างอันแหว่งวิ่นของเจียงผิงอันก็หยุดโจมตีทันที ร่างของเขาแน่นิ่งในสุญตา ใบหน้าสุดเหนื่อยล้า ดวงตาปรือคล้ายจะปิด อยากจะหลับตาสู่นิทราเป็นยิ่งนัก
“ในที่สุด… ก็จบเสียที…”
สิบปี หนึ่งทศวรรษเต็ม ๆ ทุกช่วงเวลาล้วนใช้ไปกับศึกอันเข้มข้นสุดขั้ว เกินขีดจำกัดทั้งร่างกายและจิตใจไปแล้ว
ท้ายที่สุดเขาก็วางแผนเหนือชั้นกว่า ใช้ยันต์ตัวตายตัวแทนและยันต์คืนอาสัญหลอกทำลายพลังของอีกฝ่าย และสุดท้ายก็สังเวยอายุขัยใช้ผนึกกาลเวลาเอาชนะร่างสีทองลงได้
ยากเย็นเกินไปแล้ว
ไม่รู้ทำไมสวรรค์จึงให้เขามาผจญทัณฑ์เซียนน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้
แต่มันก็จบแล้ว
ในเมื่อผ่านทัณฑ์มาได้ ก็บรรลุเซียนได้แล้ว…
แอ๊ด~
เสียงประตูแง้มเปิดดังขึ้น
ประตูเซียนสีทองบรรจงแง้ม แสงทองเรืองรองเจิดจรัส สิบร่างอันทรงพลังเดินออกมาจากภายใน
เมื่อร่างทั้งสิบเดินออกมา สิบเขตแดนสีเลือดอันผสานห้าเขตแดนก็ปะทุออก จิตสังหารพวยพุ่งรุนแรงประหนึ่งจะกลืนฟ้าดินสูญสิ้น ปราณอันทรงพลังปกคลุมไปทั่วทั้งจักรวาล
ดวงตาอันเจียนปิดเต็มทีของเจียงผิงอันเบิกกว้างกะทันหัน ร่างของเขาสั่นสะท้านรุนแรง
“เกิดอะไรขึ้นนี่! ทัณฑ์เซียนยังไม่หมดอีก!”
เอาชนะหนึ่งร่างสีทองได้ ก็โผล่มาอีกสิบ!
ศัตรูเดียวยังทำให้เขาผลาญชีวิตแทบสิ้น จะเอาชนะสิบตัวตนที่แข็งแกร่งเท่ากันได้อย่างไร!
เจียงผิงอันสัมผัสความสิ้นหวังได้อย่างสุดซึ้ง
ในกาลก่อน มหาจักรพรรดิพิชิตมันได้อย่างไรนี่?
“รีบไปเร็วเข้า! ทัณฑ์เซียนนี่มีบางอย่างไม่ปกติ! ไม่มีทางผ่านได้เลย!” เสียงเคร่งขรึมของอวิ๋นเหยาดังขึ้นในใจเจียงผิงอัน
เดิมที นางคิดว่าทัณฑ์เซียนนี้เป็นบททดสอบพิเศษ หากผ่านไปได้ก็จะได้รับพลังยิ่งใหญ่
แต่ดูเหมือนนางจะคิดไปเอง ทัณฑ์เซียนนี้หมายชีวิตกันชัด ๆ
เจียงผิงอันยิ้มขมขื่น นำกำไลทลายมิติออกมาเตรียมหนี ทัณฑ์เซียนเช่นนี้ไม่มีทางผ่านได้เลย
ทว่า ทันทีที่เขาคิดหนี ในใจก็ปรากฏภาพของสรรพชีวิตทั้งปวงในภพแร้นแค้นวาบขึ้นมา
หากเขาผ่านพิบัติไม่สำเร็จ ยามยอดฝีมือมาก ชีวิตเหล่านี้ก็มีแต่จะแย่มากกว่าดี
แม้เขาจะไม่อยากเป็นผู้กอบกู้ แต่ก็ยังทนเห็นคนมากมายเช่นนี้ตายไม่ไหว
เรื่องสำคัญคือ เขายังค้างคาใจ
“มีสิทธิ์อะไรมาห้ามข้ามิให้เป็นเซียน! มีสิทธิ์อะไร!”
เจียงผิงอันคำรามอย่างเดือดดาล เขาทุ่มเทหนักหนา ผู้อื่นบรรลุเซียนได้ แต่ไฉนเขาจึงเป็นเซียนไม่ได้?
เขาอยากคืนชีวิตบุพการีด้วยตนเอง และอยากอยู่กับครอบครัวมิตรสหายไปตราบนิรันดร์
เขาไม่เต็มใจเป็นแค่เดนเซียน!
“เจ้าทำอะไรอยู่! อย่าวู่วามนะ! เอาชนะไม่ได้หรอก!” อวิ๋นเหยาเห็นเจียงผิงอันระเบิดอารมณ์กะทันหันก็รีบตะโกนห้าม จากความเข้าใจที่นางมีต่อเจียงผิงอัน เจ้านี่ต้องทำอะไรสักอย่างแน่!
เจียงผิงอันเก็บกำไลทลายมิติ “เพื่อจัดการตัวตนแรกเมื่อครู่ ชีวิตข้ามาถึงจุดจบแล้ว ต่อให้หนีไปยามนี้ ข้าก็อยู่ได้ไม่นาน”
“ผู้อาวุโส ข้าหวังว่าท่านจะรักษาสัญญา ช่วยข้าฟื้นชีพพ่อแม่ในภายหน้า เพื่อที่พวกเขาจะได้อยู่อย่างเป็นสุข พ่อแม่ข้าไม่เคยกินอิ่มนอนสบาย ข้าอยากให้พวกเขาได้กินอะไรดี ๆ กันบ้าง”