สู่วิถีอมตะ - บทที่ 857 บททดสอบหลอมศาสตรา
บทที่ 857 บททดสอบหลอมศาสตรา
เจียงผิงอันติดตามจางเลี่ยง ผ่านชั้นเมฆหมอกมาถึงสำนักเซียนเทียนหลาน
บรรพตเซียนที่นี่ลดหลั่นเรียงซ้อนราวคลื่น ปราณเซียนคละคลุ้งหนาแน่น พบสัตว์ภูตกลายพันธุ์หายากได้ทั่วทุกทิศ
ทั้งสองมุ่งตรงไปยังยอดเขาสีแดงเพลิงแห่งหนึ่งซึ่งลอยค้างกลางอากาศดุจแท่งเหล็กมหึมาทิ่มแทงสู่สวรรค์ บนยอดเขามีเปลวเพลิงลุกโชน เสียงตีเหล็กดังมิขาดสาย สะท้อนเหนือนภาทั่วทั้งสำนักเซียนเทียนหลาน
เจียงผิงอันเงยหน้ามอง ยอดเขาหลอมศาสตราตระหง่านลับสู่เมฆา ดูประหนึ่งเชื่อมท้องนภาและแดนดิน ประกายไฟและพวยควันกระจายจากยอดเขา เรืองแสงสารพัดสีภายใต้ดวงตะวันเยี่ยงดอกไม้ไฟ
ยิ่งเขาเข้าใกล้ยอดเขาหลอมศาสตรา ยิ่งสัมผัสได้ถึงไอความร้อนพุ่งปะทะ เสียงค้อนตีโลหะทรงพลังกึกก้อง
“ยอดเขาหลอมศาสตราแบ่งเป็นสามชั้น บน กลาง และต่ำ ชั้นบนมีเพียงปรมาจารย์ช่างตีเหล็กหลักของสำนักเซียนเราเท่านั้นจะอยู่ได้ ส่วนชั้นล่างคือสถานที่อาศัยของศิษย์ในยอดเขาหลอมศาสตรา จุดหมายของเราคือชั้นกลาง”
จางเลี่ยงพาเจียงผิงอันร่อนลงหน้าสิ่งปลูกสร้างตระหง่านใหญ่โตกลางยอดเขาหลอมศาสตราหลังหนึ่ง
“บททดสอบเข้าร่วมสำนักเซียนของเราง่ายมาก คือหลอมศาสตราเซียนภายในห้าปี เราจะให้วัตถุดิบสามชุดและแบบร่างศาสตราเซียน หากมิอาจสร้างศาสตราเซียนด้วยทรัพยากรที่มีจำกัดนี้ เช่นนั้นสำนักเซียนของเรา…”
“วัตถุดิบสามชุดมากเกินไป”
ขณะที่จางเลี่ยงยังกล่าวไม่ทันจบ ร่างสีแดงร่างหนึ่งพลันปรากฏ คนผู้นี้ดูละม้ายจางเลี่ยงยิ่ง ต่างเพียงเส้นผมของเขาเป็นสีแดงดุจเปลวเพลิงระริกไหว
“ท่านพ่อ”
ยามจางเลี่ยงพบจางจื้อหยวน เขาก็รีบประสานมือคารวะ
จางจื้อหยวนเป็นปรมาจารย์ช่างตีเหล็กอันดับหนึ่งของสำนักเซียนเทียนหลาน เขาเป็นผู้เดียวที่หลอมศาสตราเซียนชั้นปฐพีได้
สีหน้าของจางจื้อหยวนเรียบเฉย “เนื่องจากเรามีสงครามกับสำนักเซียนอวี่หวง และวิกฤติคุกคามจากราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย ทรัพยากรในยอดเขาหลอมศาสตราของเราจึงขาดมือ การให้ทรัพยากรสามชุดกับผู้เข้าทดสอบนั้นไร้จำเป็น ให้สองชุดก็พอ”
จางเลี่ยงเอ่ยถาม “ท่านพ่อ สองชุดไม่น้อยไปหรือขอรับ?”
การสร้างศาสตราเซียนนั้นไม่ง่าย แม้จะเป็นการหลอมศาสตราเซียนที่ชำนาญแล้วก็ยังอาจผิดพลาด นับประสาอันใดกับหลอมศาสตราเซียนชนิดใหม่ ยิ่งยากกว่าเก่านัก
นี่เทียบได้กับการเรียนวรยุทธ์เซียนวิชาใหม่ ย่อมเดาได้ว่ายากเย็นเพียงไร
“สำนักเซียนเทียนหลานไม่ต้องการขยะ ทรัพยากรต้องใช้อย่างประหยัดที่สุด หากเขาทำไม่สำเร็จก็ไสหัวไปเสีย”
เสียงของจางจื้อหยวนไร้อารมณ์ ใช้น้ำเสียงสั่งการอย่างเบ็ดเสร็จ ในฐานะบุคคลสูงสุดของยอดเขาหลอมศาสตรา เขาย่อมมีสิทธิ์ตัดสินเรื่องเช่นนี้
อันที่จริง เหตุที่เขาทำเช่นนี้ หลัก ๆ แล้วก็เพราะต้องการสร้างอาวุธวิเศษระดับสูงเพื่อตามร่องรอยอักขระเซียนบนเศษศาสตราเทพที่เคยได้มา แต่เขาล้มเหลวมากเหลือเกิน ทรัพยากรส่วนใหญ่จากสำนักจึงร่อยหรอไปเพราะเขา
เขาจึงต้องคอยลดทรัพยากรจากที่ต่าง ๆ ในยอดเขาหลอมศาสตราเช่นนี้
เห็นบิดาตนออกปาก จางเลี่ยงก็หยุดมากความ กล่าวกับเจียงผิงอันว่า “ปรมาจารย์เซียนอันได้ยินแล้ว เราจะมีวัตถุดิบให้เพียงสองชุด แต่เราจะเพิ่มเวลาให้ปรมาจารย์เซียนอันเป็นสิบปีได้”
จางเลี่ยงรู้สึกว่า ‘อันผิง’ ผู้นี้มีแต่ต้องล้มเหลว เว้นแต่เขาจะโชคดีทำสำเร็จขึ้นมา
เจียงผิงอันสุขุมยิ่ง ตอบกลับเสียงเบา “ได้ แต่ข้าไม่ต้องการให้ผู้ใดมารบกวนข้ายามหลอมศาสตรา”
“ตำหนักนี้จะให้ปรมาจารย์เซียนอันใช้ จะไม่มีผู้ใดมารบกวนยามเจ้าหลอมศาสตรา”
จางเลี่ยงก็เป็นช่างตีเหล็ก ทราบดีว่าคนอย่างพวกเขาเกลียดนักยามมีผู้ใดมารบกวนขณะหลอมศาสตรา จึงเตรียมที่พักไว้เป็นสัดส่วน
เจียงผิงอันย่อมมิกลัวถูกรบกวน ทว่าวิชาหลอมศาสตราที่เขาใช้นั้นพิเศษ มันคือ ‘พันค้อนร้อยหล่อหลอม’ วิชาหลอมศาสตราเช่นนี้ กระทั่ง ‘สำนักร้อยศาสตรา’ สำนักหลอมศาสตราอันดับหนึ่งแห่งยุคสมัยนี้ ยังถือเป็นวิชาหายาก
หากคนจากสำนักเซียนเทียนหลานเห็นเข้า ปัญหาย่อมเกิดอย่างเลี่ยงมิได้
จางเลี่ยงส่งแหวนเก็บของวงหนึ่งให้เจียงผิงอัน “ในนี้คือแบบร่างศาสตราเซียน ทรัพยากรสองชุดและยันต์สื่อสาร หากหลอมศาสตราเซียนสำเร็จในสิบปี ก็ติดต่อข้าได้เลย”
“ระหว่างนี้ รบกวนปรมาจารย์เซียนอันอย่าออกจากตำหนักนี้ หากถูกกล่าวหาว่าเป็นไส้ศึก ผลที่ตามมาก็จะร้ายแรงยิ่ง”
“เข้าใจแล้ว”
เจียงผิงอันพยักหน้า รับแหวนเก็บของมาแล้วหันกายย่างเข้าตำหนักไป
จางเลี่ยงหันไปถามบิดา “ท่านพ่อเข้าใจสิ่งนั้นแล้วหรือขอรับ?”
“จะไปเข้าใจได้อย่างไร ถึงสิ่งนั้นจะเป็นเพียงเศษ แต่มิใช่สิ่งที่ขอบเขตอย่างเราจะทำความเข้าใจได้ เพียงคัดลอกอักขระได้นิดหน่อยเท่านั้น…”
จางจื้อหยวนถอนใจอย่างอับจน
ยามได้ยินบทสนทนาของทั้งสอง ดวงตาเจียงผิงอันก็หรี่ลงเล็กน้อย รู้สึกว่าเจ้าสิ่งที่สองพ่อลูกคุยกันน่าจะเป็นเศษศาสตราเทพ
‘เศษศาสตราเทพอยู่กับตาเฒ่านี่หรือ?’
คนผู้นี้เป็นเซียนปฐพี เขามิอาจลอบสังหารอย่างเงียบเชียบได้เลย
เจียงผิงอันยังอยากซักอะไรทั้งคู่เพิ่มเติม ทว่าพวกเขาไปจากที่นี่กันแล้ว
ยามนี้ยังคิดเรื่องนี้ต่อมิได้ เรื่องสำคัญที่สุดในขณะนี้คือหลอมสร้างศาสตราเซียน เพื่อที่เขาจะได้อยู่ต่อ มีเพียงอยู่ในสำนักเซียนเทียนหลานให้ได้ เขาจึงมีโอกาสเริ่มลงมือ
เขาเข้ามาในตำหนัก ภายในมีค่ายกลจัดวางไว้อยู่แล้ว ทว่าเจียงผิงอันก็มิอาจสงบใจ จัดค่ายกลใหม่ขึ้นมาเอง
เขานั่งลงบนพื้น นำแบบร่างศาสตราเซียนที่จางเลี่ยงให้ไว้ออกมา
เป็นแบบร่างกระบี่เซียนเล่มหนึ่ง
อาวุธส่วนใหญ่ในโลกผู้ฝึกตนคือกระบี่ ยามผู้อาวุโสอวิ๋นเหยาสอนเขาสร้างศาสตราเซียน ก็ใช้กระบี่เซียนเป็นตัวอย่างชี้แนะเช่นกัน
ทว่า ต่างกระบี่ ต่างคุณสมบัติ กลวิธีหล่อหลอมก็แตกต่างหลากหลาย
เจียงผิงอันเคยเรียนเพียงวิธีสร้างศาสตราเซียน แต่ยังไม่เคยหลอมมันเอง กล่าวได้ว่า นี่เป็นการหลอมศาสตราเซียนครั้งแรกของเขา
เพื่อความปลอดภัย ร่างจริงของเขาจึงติดต่ออวิ๋นเหยาในโลกใบน้อย ขอความช่วยเหลือจากปรมาจารย์ช่างตีเหล็กผู้นั้น
หากมีอวิ๋นเหยาช่วยเหลือ ไม่นานเขาก็จะตีกระบี่เซียนเล่มนี้ได้
ทว่าอวิ๋นเหยาตอบปฏิเสธ
“ข้าสอนวิธีหลอมศาสตราเซียนให้เจ้าแล้ว แต่นี้ต่อไปก็คลำทางเอาเอง ลองผิดลองถูกจะได้จำลึกล้ำขึ้น เช่นเดียวกับใช้เหตุผลนั่นแหละ ผู้ใดก็เข้าใจได้ แต่หากได้ประสบกับตัวก็จะซึ้งถึงความหมาย อย่าให้ข้าเคี้ยวข้าวป้อนไปตลอดเลย”
เจียงผิงอันจนใจยิ่ง ในเมื่ออวิ๋นเหยาไม่ช่วย เขาก็ได้แต่ต้องศึกษาเอง
เขามิได้รีบร้อน แต่พินิจแบบร่างกระบี่เซียนอย่างตั้งใจแล้ววิเคราะห์จำลองคุณสมบัติจากวัตถุดิบเซียนต่างชนิด
ใช้เวลาตระเตรียมการมิใช่เสียเวลาเปล่า เขามีโอกาสเพียงสอง หากร้อนใจเกินไป โอกาสผิดพลาดก็ง่ายนัก
ขณะที่เขากำลังทำความเข้าใจแบบร่างศาสตราเซียน แดนจันทร์มายาก็มีมรสุมจ่อเค้า ทุกขุมกำลังกักตุนทรัพยากร เกณฑ์ผู้ฝึกตนกันจ้าละหวั่น
ห้าขุมกำลังใหญ่ในแดนจันทร์มายาประกาศผนึกกำลังต่อต้านราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย ทว่าภายในหาได้เป็นปึกแผ่น สำนักเซียนอวี่หวงและสำนักเซียนเทียนหลานกระทบกระทั่งกันทุกที่ ผลประโยชน์ทุกฝ่ายขัดแย้งกันอย่างต่อเนื่อง
ราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยมิได้ลงมือโจมตีทันที แต่ก็มิได้ถอนกำลัง ราวแขวนกระบี่เหนือศีรษะ เป็นการยากที่แดนจันทร์มายาจะกินอิ่มนอนหลับ
กาลเวลาผ่านพ้นวันแล้ววันเล่า ร่างต้นของเจียงผิงอันทำความเข้าใจกฎเต๋าเซียนในสำนักเซียนอวี่หวง อวตารพลังศึกษาแบบร่างศาสตราเซียนในสำนักเซียนเทียนหลาน
อวิ๋นเหยาสอนเขาในเวิ้งจักรวาลอยู่หลายร้อยปี ระดับการหลอมศาสตราของเจียงผิงอันถูกขัดเกลาจนสมบูรณ์แบบ สามารถสร้างอาวุธวิเศษได้ง่าย ๆ โดยไร้โอกาสผิดพลาด
เขาจดจำขั้นตอนและข้อควรระวังในการสร้างศาสตราเซียน แล้วจึงเริ่มหลอมศาสตราเซียนอย่างเป็นทางการ
ขั้นตอนแรกคือกลั่นบริสุทธิ์และสกัดสิ่งเจือปน
แร่ใด ๆ ล้วนมีสิ่งเจือปนซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพของศาสตราเซียนและการผสานวัตถุดิบในภายหลัง
ขั้นตอนนี้มิได้ยากสำหรับเจียงผิงอัน เขาซึ่งบรรลุ ‘พันค้อนร้อยหล่อหลอม’ สามารถกลั่นบริสุทธิ์มันได้อย่างง่ายดาย
เขาตรึงวัตถุดิบเซียนไว้บนอากาศ แล้วเงื้อหมัดเริ่มชกออกไป
เสียงกัมปนาทดังเลื่อนลั่นในอาคาร วัตถุดิบเซียนส่วนใหญ่ล้วนแข็งยิ่ง ต้องใช้เวลาหนึ่งปีกว่าจะกลั่นบริสุทธิ์สำเร็จ
ขั้นที่สองคือผสานแร่
หากผสานวัตถุดิบเซียนได้ไม่ดี ศาสตราเซียนชิ้นนี้ก็มิอาจสำเร็จได้
ทั้งสัดส่วนการผสาน เวลา และขั้นตอนการหลอมวัตถุดิบเซียนจะผิดพลาดมิได้
ขั้นตอนนี้ใช้เวลามากที่สุด เจียงผิงอันใช้หมัดต่างค้อน กระหน่ำตีแร่เป็นพันหมื่นหน สร้างอุณหภูมิสูงลิบจากการโจมตีเพื่อหลอมวัตถุดิบเซียน ผสานพวกมันเข้าด้วยกัน
ภายในตำหนัก เจียงผิงอันไม่สวมเสื้อ เหวี่ยงหมัดครั้งแล้วครั้งเล่า หยาดเหงื่อชโลมผิวกายไร้ที่ติ
เขาออกหมัดต่อเนื่องสามปีราวไม่รู้จักเหนื่อย วัตถุดิบเซียนสิบกว่าชิ้นค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นโครงดาบภายใต้การกระหน่ำตี
ขั้นตอนสุดท้ายคือวาดอักขระเซียน มอบพลังแก่ศาสตราเซียน ยามวาดอักขระเซียนเสร็จสิ้น ก็เท่ากับศาสตราเซียนสมบูรณ์
ขั้นตอนสุดท้ายนั้นง่าย ขอเพียงระวังตั้งใจ ปัญหาใดก็จะไม่บังเกิด
เจียงผิงอันตื่นเต้นยิ่ง มิคาดว่าเขาจะสร้างศาสตราเซียนได้ในครั้งแรก และใช้เวลาไม่ถึงห้าปีก็เสร็จแล้ว
ทว่า เขามิอาจดีใจได้นานนัก เพราะยามวาดอักขระเซียน รอยร้าวก็ปรากฏขึ้นบนศาสตราทันใด
สีหน้าของเจียงผิงอันนิ่งค้าง
“แย่แล้ว! รีบไปหน่อยจนลืมไปว่าต้องตรวจสอบการลดอุณหภูมิบนโครงดาบก่อน! ผู้อาวุโสอวิ๋นเหยาบอกข้าไม่รู้กี่หนแล้วแท้ ๆ ว่าหลังตีอาวุธต้องตรวจสอบก่อน”
เจียงผิงอันอยากตบตัวเองสักป้าบนัก
บางครั้ง แม้จะรู้ว่าต้องทำอะไร แต่ก็ยังพลาดในยามสำคัญที่สุด
นี่น่าจะเป็น ‘ประสบการณ์’ ที่อวิ๋นเหยากล่าวถึง
ในขั้นตอนวาดอักขระนี้ไม่อาจหยุดได้เลย จึงมีแต่ต้องวาดต่อไป
หลังจากอักขระเซียนเสร็จสิ้น กระบี่เซียนก็แผ่รัศมีเจิดจ้า กระบี่เซียนระดับเซียนมนุษย์สำเร็จแล้ว
ทว่ารอยร้าวบนนั้นทำให้เจียงผิงอันรู้สึกไม่สบายใจยิ่ง
จะสำเร็จในคราเดียวก็ทำได้ แต่ดันใจร้อนลืมตรวจสอบโครงดาบ
เจียงผิงอันมิได้ซ่อมศาสตราเซียนเสียหายเล่มนี้ ทว่าใช้วัตถุดิบชุดที่สองหลอมศาสตราต่อ
ครานี้ เจียงผิงอันเยือกเย็นขึ้น เริ่มหลอมศาสตราใหม่อีกครั้ง
สิบปีสำหรับผู้คนทั่วไปคือหนึ่งส่วนของชีวิต แต่สำหรับเซียน มันคือช่วงเวลาเพียงประเดี๋ยว
สิ่งที่เซียนมีเหลือเฟือที่สุดก็คืออายุขัย
วันนี้ ขณะที่จางเลี่ยง ผู้อาวุโสในยอดเขาหลอมศาสตรากำลังสร้างเด็กกับคู่บำเพ็ญอยู่อย่างขะมักเขม้น ยันต์สื่อสารพลันส่งเสียง
“ผู้อาวุโสจาง ครบสิบปีแล้วนะ”
“สิบปีกระไร… อ้อ นึกออกแล้ว ช่างตีเหล็กเมื่อสิบปีก่อน อันผิงสินะ เจ้ารอเดี๋ยว ข้าจะไปหาเดี๋ยวนี้”
ช่วงนี้มีเรื่องมากมายจนจางเลี่ยงเกือบลืมอีกฝ่ายไปแล้ว
อันผิงผู้นี้ใช้เวลาสิบปีกว่าจะติดต่อมา เขาน่าจะหลอมศาสตราเซียนไม่สำเร็จ หากทำสำเร็จคงติดต่อเขาก่อนล่วงหน้า ไม่มีทางให้รอนานเพียงนี้
แต่ก็โทษอันผิงไม่ได้ ทรัพยากรมีน้อยเกินไป ไร้หนทางให้ฝึกฝนซ้ำ ๆ
ยามนี้สำนักเซียนเทียนหลานกำลังขาดคน ให้อันผิงสร้างอาวุธวิเศษระดับต่ำกว่าศาสตราเซียนแล้วลดผลประโยชน์ลงสักหน่อยก็ยังเป็นไปได้