สู่วิถีอมตะ - บทที่ 861 เจตนาอันเลวร้ายที่สุด
บทที่ 861 เจตนาอันเลวร้ายที่สุด
“จะมีการซุ่มโจมตีหรือไม่นั้นมิกระจ่าง แต่การประลองนี้ไม่มีทางธรรมดา เตรียมตัวรับสถานการณ์แย่ที่สุดไว้ล่วงหน้าจะดีที่สุด”
ในฐานะเจ้าสำนัก เซียวเหลียงเหยียนย่อมวางแผนหลากหลาย
“เจ้าสำนัก หากมีอันตราย การกระทำที่รอบคอบที่สุดคือไม่ไปก็ได้นี่ขอรับ” เจียงผิงอันเสนอ
“ต้องไปน่ะสิ”
สายตาของเซียวเหลียงเหยียนลึกล้ำ สีหน้าซับซ้อน “การประลองนี้น่าจะเป็นการลองเชิงจากราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย หากไม่ไปก็จะถูกมองว่าอ่อนแอ ในโลกหล้า หากแสดงความอ่อนแอแม้เพียงน้อยก็จะถูกกลืนกินทันที”
“นอกจากนั้น ห้าขุมกำลังใหญ่ของแดนจันทร์มายาประกาศผนึกกำลัง ขุมกำลังอื่น ๆ ล้วนไปพร้อมหน้า หากมีเราไม่ไปอยู่ฝ่ายเดียว แล้วแบบนี้สำนักเซียนอวี่หวงของเราหมายความเช่นไร? ขุมกำลังอื่น ๆ จะคิดอย่างไร?”
“สักวันยามเจ้ามานั่งบนบัลลังก์ข้า เจ้าจะเข้าใจว่ามีหลายเรื่องที่ถึงไม่อยากก็มิอาจเลี่ยง ต่อให้รู้ว่าอันตรายก็ยังต้องทำ”
“หากเกิดอันตรายขึ้นจริง ๆ ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ต้องหนีให้ได้ เจ้าจะต้องเติบโตเพื่อทิ้งสายมรดกของเราสำนักเซียนอวี่หวงไว้”
เซียวเหลียงเหยียนเตรียมตัวตายไว้แล้ว แต่อัจฉริยะอย่างเจียงผิงอันจะตายไม่ได้ เจียงผิงอันสามารถนำสำนักไปไกลกว่านี้
เจียงผิงอันเงียบไปเนิ่นนาน “เจ้าสำนัก ประเด็นนี้หนักหนาไปหน่อยนะขอรับ บางทีอาจไม่มีอันตรายก็ได้”
เซียวเหลียงเหยียนปรับอารมณ์ “ก็จริง ไม่มีอันตรายได้ก็ประเสริฐสุดแล้ว”
เจียงผิงอันถาม “เนื้อหาการประลองเป็นเช่นไรขอรับ?”
หากได้รู้เนื้อหาการประลองล่วงหน้า ก็อาจช่วยอะไรสำนักได้
“ยังไม่กระจ่างนะ ราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยยังไม่ประกาศออกมา หากเป็นปกติแล้วก็คือให้เลือกคนจากขอบเขตต่าง ๆ มาสู้กัน แต่ราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยยังไม่ยืนยันชัดเจน อาจมีแผนอื่นอยู่”
เซียวเหลียงเหยียนโบกมือ “เจ้ากลับไปก่อนเถอะ หากไม่จำเป็น การประลองนี้จะไม่ส่งเจ้าไปลงมือ ข้าพูดแค่เพื่อเตรียมการล่วงหน้า จริงสิ ข้าจะให้ ‘โอสถเต๋าเซียน’ กับเจ้าอีกสามเม็ดด้วย”
ว่าพลาง เซียวเหลียงเหยียนก็นำขวดหยกขาวขนาดเท่าฝ่ามือออกมาส่งให้เจียงผิงอันขวดหนึ่ง
“เจ้าสำนัก ข้ายังมีทรัพยากรติดตัวอยู่เยอะ ไม่ต้องหรอกขอรับ”
เจียงผิงอันรู้ว่าโอสถเต๋าเซียนคืออะไร มันคือโอสถที่เซียนใช้กันเพื่อเพิ่มความเร็วการทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ ราคาต่อโอสถหนึ่งเม็ดสูงลิ่วจนน่าขนลุก ในหลักล้านผลึกเซียน เทียบได้กับศาสตราเซียนทั่วไปหนึ่งชิ้น
และนี่ก็เป็นราคาก่อนสงครามเกิด
ยามนี้เมื่อมีสงคราม ราคาของโอสถนี้ถีบตัวสูงอย่างรวดเร็วจนประมาณไม่ได้แล้ว
“มัวเสแสร้งอันใด รีบ ๆ ทำความเข้าใจกฎเต๋าเซียนกำลังให้ลุล่วงได้แล้ว ยามสำนักต้องการเจ้าจริง ๆ เจ้าจะได้เพิ่มโอกาสชนะได้”
เซียวเหลียงเหยียนยัดโอสถในมือเจียงผิงอัน และใช้ปราณเซียนผลักเขาออกนอกประตู ปิดประตูตามหลังทันทีโดยไม่รอให้เจียงผิงอันโต้แย้ง
เจียงผิงอันมองขวดหยกในมือเงียบ ๆ อยู่เนิ่นนาน สุดท้ายก็ก้มหัวคารวะหน้าประตู
การให้เกียรติและน้ำใจนั้นเชื่อมโยงสองทาง เมื่อสำนักดูแลเขาดี เขาย่อมตอบแทนพันเท่า
เหมียวเสียเห็นเจียงผิงอันออกมา ก็กอดแขนเจียงผิงอันลากเข้าห้องในเรือศึก “ยังไกลอยู่กว่าจะถึงที่หมาย ต้องใช้เวลาเดินทางอีกนาน ระหว่างนี้ชี้แนะกระบวนท่าให้ข้ากับพี่หญิงเฉียนไปก่อนเถอะ”
เจียงผิงอันเงียบไป กระบวนท่าที่ว่านี่คือกระบวนท่าอันใด?
ขณะเดียวกัน แดนเยี่ย ราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยในวังหลวง
ยอดฝีมือมากมายจากราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยยืนตรงหน้าชายชุดทองผู้หนึ่งอย่างนอบน้อม สัตว์ประหลาดเฒ่ามากมายซึ่งเก็บตัวฝึกฝนอยู่ต่างก็พากันออกมา
หากเหมียวจิ่งอยู่ที่นี่ เขาจะทราบทันทีว่าชายชุดทองผู้นี้คือยอดฝีมือล้ำเลิศที่ทำร้ายเขาในดินแดนลับจันทร์มายา
เพียงหนึ่งหมัด คนผู้นี้ก็ทำให้เซียนปฐพีอย่างเหมียวเสียบาดเจ็บสาหัสถึงรากฐาน
ยอดฝีมือระดับเซียนของราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยยืนตรงหน้าชายชุดทอง ร่างของพวกเขาสะท้านชุ่มเหงื่อ
หนึ่งในบุคคลเก่าแก่ผู้มีระดับสูงสุดเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง “ผู้อาวุโส ยอดฝีมือจากห้าขุมกำลังใหญ่ของแดนจันทร์มายาออกเดินทางแล้ว ท่านเรียกยอดฝีมือเหล่านี้มารวมตัวกันเพราะเหตุใดหรือขอรับ?”
เหตุที่ราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยเรียกห้าขุมกำลังใหญ่มาประลองกันนั้นมิใช่ด้วยเจตนาตน แต่เป็นความคิดของชายชุดทองผู้นี้
“ตามหาคนผู้หนึ่ง”
ชายชุดทองกล่าวเสียงเรียบ สองมือไพล่หลัง “กาลก่อน เราทำลายราชวงศ์เซียนจันทร์มายาลง แต่ก็หาสตรีผู้นั้นไม่เจอ ด้วยเบาะแสเมื่อกาลก่อน เซียนผู้นี้สงสัยว่าสตรีผู้นั้นก็น่าจะยังอยู่ในแดนจันทร์มายา แค่อยู่กับขุมกำลังหรือยอดฝีมือบางคนเท่านั้น”
“ขอเพียงขุมกำลังหรือเซียนผู้ใดใช้วรยุทธ์ระดับสูงอันผิดแปลกจากแดนจันทร์มายา นั่นก็น่าจะเป็นเป้าหมายที่ข้ามองหาอยู่!”
เมื่อพันกว่าปีก่อน โลงแก้วผลึกปรากฏขึ้น เขาออกตามหามันที่แดนจันทร์มายาแต่ก็ไม่พบ ทว่าบัดนี้ก็ยังไม่ยอมเลิกรา
สตรีผู้นั้นฝีมือเลิศล้ำอย่างยิ่ง จะปล่อยไว้ไม่ได้
เรื่องสำคัญที่สุดคือ ศาสตราเทพชิ้นสุดท้ายของตระกูลอวิ๋นอยู่กับอีกฝ่าย
เมื่อได้ยินวาทะของชายชุดทอง ร่างของยอดฝีมือทั้งหลายในราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยต่างสั่นเทิ้ม ความกลัวในใจเพิ่มพูนขึ้นกว่าเก่า
ปรากฏว่าที่ขุมกำลังสูงสุดอย่างราชวงศ์เซียนจันทร์มายาถูกทำลายไปในชั่วข้ามคืน ชายผู้นี้คือหนึ่งในบุคคลเบื้องหลัง!
คนจากราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยมิกล้าถามมากไปกว่านั้น ด้วยกลัวจะชักภัยหาตัวเอง
ชายชุดทองนำก้อนสสารสีดำออกมาก้อนหนึ่ง “นี่คืออาวุธวิเศษชนิดพิเศษที่ยอดฝีมือตระกูลข้าทุ่มเทพลังยิ่งใหญ่ ใช้ห้าภพภูมิเป็นรากฐานสร้างขึ้นมา”
“เมื่อถึงเวลา ก็ไปประลองกันในนั้น ขอเพียงสตรีผู้นั้นอยู่ในตัวคนผู้ใด แม้จะซ่อนอยู่ในโลกใบน้อยของคนผู้นั้น ข้าก็ยังสัมผัสได้”
ยอดฝีมือทั้งหลายมองก้อนวัตถุสีดำในมือชายชุดทองอย่างตกใจสุดขีด
‘น่ากลัวยิ่งนัก ตัวตนเช่นไรกันถึงหลอมห้าภพภูมิเป็นก้อนเดียวได้’
‘ชายผู้นี้ตามหาใครอยู่กันแน่? ถึงกับทำให้เขาต้องทำขนาดนี้’
แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายตามหาผู้ใด นี่ก็ยังเป็นโอกาสประจบพึ่งบารมีสำหรับพวกเขาราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย ขณะเดียวกัน พวกเขาก็สามารถยืมมือใต้เท้าผู้นี้ทำลายหนึ่งขุมกำลัง เพิ่มโอกาสรุกเข้ายึดแดนจันทร์มายาได้อีกด้วย
‘ไม่รู้เจ้าคนโชคร้ายหน้าไหนคือคนที่ผู้อาวุโสท่านนี้ตามหา รอความตายได้เลย’
หลายเดือนต่อมา สำนักเซียนอวี่หวงมาถึงชายแดนระหว่างแดนเยี่ยและแดนจันทร์มายา
แม้เรือศึกของพวกเขาสำนักเซียนอวี่หวงจะเร็วที่สุด แต่สำนักเซียนเป่ยฮวงอยู่ใกล้ที่สุด จึงมาถึงเป็นกลุ่มแรก
ระยะทางระหว่างสำนักเซียนอวี่หวงและสำนักเซียนเป่ยฮวงนั้นไกลลิบ ไม่มีข้อพิพาทมากมายนัก ความสัมพันธ์นับว่าใช้ได้ ก่อนหน้านี้หยางหลวน อัจฉริยะจากสำนักเซียนเป่ยฮวงก็มาฝึกฝนในสำนักเซียนอวี่หวง ภายหลังเมื่อเกิดสงครามระหว่างสำนักเซียนอวี่หวงและสำนักเซียนเทียนหลาน เขาก็ถูกครอบครัวมาลากกลับบ้านไป
“ความเร็วเรือศึกของสำนักเซียนอวี่หวงสมคำร่ำลือจริง ๆ มาเร็วได้ถึงเพียงนี้” เจ้าสำนักเซียนเป่ยฮวงซึ่งยืนบนหลังอินทรียักษ์ขนาดเท่าดวงดาวกุมกำปั้นคารวะ
เซียวเหลียงเหยียนคารวะตอบ “ที่ไหนกัน อินทรีเทวะโลหิตชาดของสำนักเซียนเป่ยฮวงต่างหากจึงเรียกอหังการ”
หลังสองฝ่ายพบหน้า ก็คารวะเสวนากันระหว่างรอคนมาครบ
“ลูกพี่! ลูกพี่!”
ขณะที่เจียงผิงอันกำลังยืนทำความเข้าใจกฎเกณฑ์อยู่ในแนวหลัง หนึ่งเสียงซึ่งคุ้นเคยเล็กน้อยพลันดังขึ้น
ไม่นาน ชายผู้พกมีดเล่มใหญ่คนหนึ่งก็โรยตัวลงตรงหน้า
ชายผู้นี้มีเส้นผมยุ่งเหยิง ใบหน้าใสซื่อ มีดที่เอวหนักจนแทบจะถ่วงเข็มขัดลงกองกับพื้น
หยางหลวน ในวันแรกที่เจียงผิงอันเข้าร่วมสำนักเซียนอวี่หวง เขาได้พบเจ้าเด็กทึ่มนี่ที่เรียกเขาเป็นลูกพี่
“บรรลุเซียนแล้ว ยินดีด้วยนะ” เจียงผิงอันกล่าวแสดงความยินดี
เจียงผิงอันประเมินหยางหลวนไว้ดีมาก แม้จะอยู่ทำความรู้จักกันเพียงไม่นาน แต่อีกฝ่ายก็ดีมาก ยามศิษย์สำนักเซียนอวี่หวงเผชิญอันตรายในดินแดนลับจันทร์มายา คนผู้นี้ก็มิได้หนีไปเพียงลำพัง ทว่าสู้ศึกละเลงโลหิตกับสำนักเซียนเทียนหลาน