สู่วิถีอมตะ - บทที่ 867 วิชามายา ผลการประชัน
บทที่ 867 วิชามายา ผลการประชัน
เยี่ยหมิงช่างมากเล่ห์ เขาใช้วิชาต้องห้ามเพียงเพื่อลวงตา โจมตีเท็จ ทว่าแท้จริงแล้วใช้ ‘ดาบพลังวิญญาณ’ โจมตี
ดาบพลังวิญญาณฟันลงบนร่างของเจียงผิงอัน ร่างกายไม่ได้รับบาดเจ็บ ทว่าวิญญาณกลับถูกฉีกกระชาก ทั้งร่างร่วงลงสู่พื้น
ใบหน้าอ่อนล้าของเยี่ยหมิงแย้มยิ้มเย้ย “ฮ่า ๆ เจียงผิงอันอะไรกัน ข้าเยี่ยหมิงยังแข็งแกร่งกว่า!”
เยี่ยหมิงเช็ดเลือดที่มุมปาก มองผู้คนในแดนจันทร์มายาด้วยสายตาดูแคลน “ยังมีผู้ใดอีก!”
ผู้ที่มีตัวตนเยี่ยงเจียงผิงอัน ไม่มีทางปรากฏเป็นคนที่สองได้
สีหน้าของผู้คนในแดนจันทร์มายาซีดเผือดบิดเบี้ยว
“จบกัน แม้แต่เจียงผิงอันยังตกตาย ยังจะมีผู้ใดเอาชนะเขาได้อีก”
“เยี่ยหมิงแข็งแกร่งเกินไปแล้ว ราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยมีคนเช่นนี้ ย่อมจะยิ่งรุ่งเรืองสืบไป”
“พวกเราแดนจันทร์มายายอมสวามิภักดิ์เลยดีกว่า”
“ข้ายินดียอมจำนนต่อท่าน และกลายเป็นสาวใช้ของท่าน” หยางจิ่นอวี๋บินมาคุกเข่าลงกับพื้น
“ข้า เมืองหลิงเยว่ ยินดีที่จะมอบภพบริวารในปกครองทั้งหมดให้แก่เยี่ยหมิง หวังว่าความขัดแย้งในกาลก่อนจะถูกลบล้าง มิต้องคำนึงถึงอีกต่อไป” เจ้าเมืองหลิงเยว่ออกมากล่าว
“สำนักเซียนกระบี่เต็มใจจำนน”
“สำนักเซียนอวี่หวงเต็มใจจำนน”
เยี่ยหมิงมองดูสำนักต่าง ๆ ที่ยอมจำนนต่อตนทีละแห่ง รู้สึกพึงพอใจ ฮึกเหิมอย่างยิ่ง
เขาเป็นเซียนโดยกำเนิด อยู่ในอารักขาของเต๋าเซียน เป็นตัวตนที่สมบูรณ์แบบที่สุดในใต้หล้า โลกใบนี้ดำรงอยู่เพื่อเขา เขาจะนำพาราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยให้โดดเด่นในภพเซียน
“ฮ่า ๆ”
เยี่ยหมิงหัวร่ออย่างสุขสม ยุคสมัยของเขาเพิ่งอุบัติขึ้นเท่านั้น
ภาพทั้งหมดข้างต้น ล้วนเป็นสิ่งที่เยี่ยหมิงเห็นเอง ทว่าในสายตาของผู้อื่น เขาถูกเจียงผิงอันเหยียบอยู่ใต้เท้า แต่ยังคงหัวเราะเบิกบาน ราวกับวิกลจริตไปแล้ว
ผู้ที่ถูกโจมตีวิญญาณไม่ใช่เจียงผิงอัน ทว่าเป็นตัวเยี่ยหมิงเอง เขาตกอยู่ภายใต้วิชามายาโดยไม่รู้ตัวเลย
สีหน้าของปวงชนดำมืดราวก้นหม้อ เจียงผิงอันผู้นี้กลับชำนาญวิชาวิญญาณด้วย!
แม้แต่หยางจิ่นอวี๋ผู้เป็นเซียนพลังวิญญาณ ยังมิอาจทำให้เยี่ยหมิงติดกล ทว่าเจียงผิงอันกลับทำได้ พลังวิญญาณของเจียงผิงอันผู้นี้เหนือกว่าหยางจิ่นอวี๋มากนัก!
เจียงผิงอันเตะเยี่ยหมิงกลับไปด้วยเท้าเดียว
ความเจ็บปวดบนร่างทำให้เสียงหัวเราะของเยี่ยหมิงหยุดชะงัก ภาพมายาแตกสลาย กลับคืนสู่ความเป็นจริง
เมื่อเห็นเจียงผิงอัน ‘ฟื้นคืนชีพ’ เยี่ยหมิงก็อึ้งงันไปครู่ใหญ่ก่อนจะตั้งสติได้
“บัดซบ! ข้าติดกลมายาตั้งแต่เมื่อใด!”
จักรพรรดิราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยอยากจะดุด่าเยี่ยหมิง ทว่าเมื่อเอื้อนเอ่ยออกมากลับไม่รุนแรงเท่าใด “เจียงผิงอันมีความมุ่งมั่นแกร่งกล้า ศรัทธามั่นคง อย่าว่าแต่เจ้าเลย แม้แต่เซียนพลังวิญญาณระดับเซียนปฐพียังยากจะสร้างผลกระทบต่อวิญญาณของเขาได้”
“เจ้ายังเยาว์วัยเกินไป เพิ่งยี่สิบห้าปี ประสบการณ์น้อยนิด พลังใจไม่แข็งแกร่งพอ การได้รับผลกระทบจากพลังวิญญาณเป็นเรื่องปกติ”
เยี่ยหมิงรู้สึกอับอายยิ่ง การแสดงออกของตนในภาพมายาเมื่อครู่ คงถูกทุกคนเห็นหมดแล้ว ช่างน่าขายหน้าเหลือเกิน
“ข้ายังไม่แพ้! ข้ายังสู้ต่อได้! ข้าเกิดมาเพื่อเป็นเซียน จะยอมแพ้ง่าย ๆ ได้เยี่ยงไร!”
เยี่ยหมิงพุ่งเข้าโจมตีเจียงผิงอันอีกครา อัตตาไม่ยอมรับผลลัพธ์นี้ เขากำเนิดมาเป็นเซียน เป็นไปได้อย่างไรที่จะพ่ายแพ้ให้กับเซียนจากภพเล็ก ๆ เช่นนี้
หลุมดำกลืนกินด้านหลังเจียงผิงอันพุ่งออกมาเป็นตรวนประกาศิต ทะลวงผ่านดวงดาราน้อยสองดวงที่เยี่ยหมิงปล่อยออกมา ดึงเข้าสู่หลุมดำกลืนกินของตน
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
จักรพรรดิแห่งราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยเห็นภาพนั้นแล้วตกใจร้องลั่นในบัดดล
ดวงดาวเหล่านี้เป็นตัวแทนพรสวรรค์ของเยี่ยหมิง หากถูกกลืนกินไป พรสวรรค์ของเขาก็จะได้รับความเสียหาย
แม้จะปราชัย ก็มิอาจปล่อยให้เยี่ยหมิงเป็นอันตรายได้
เจียงผิงอันสะบัดดวงดาวสองดวงคืนไป จ้องมองจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยแล้วกล่าวเสียงเรียบว่า “ให้คนต่อไปออกมาเถิด เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า”
เจียงผิงอันมิได้หมายจะกลืนกินดาราสองดวงนี้ เพียงแค่ต้องการขู่ให้อีกฝ่ายกลัวเท่านั้น เยี่ยหมิงผู้นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย หากทำให้เขาพิการไป ราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยจะต้องคลุ้มคลั่งแน่นอน
เจียงผิงอันรู้จักตัวเอง ในฐานะเซียนมนุษย์ เขามิอาจทนรับความโกรธแค้นของราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยได้ ความหุนหันพลันแล่นจะนำมาซึ่งหายนะแก่ตนเองและผู้คนรอบข้างเท่านั้น
“ข้าไม่ได้แพ้!”
เยี่ยหมิงคำรามอย่างเกรี้ยวกราด ยังคงต้องการสังหารเจียงผิงอันต่อไป
จักรพรรดิราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยคว้าตัวเขากลับมาทันที โยนเข้าไปในโลกใบน้อยภายในร่างกาย แล้วหันไปส่งเสียงถามหานอวิ๋นจ่าน
“ท่านผู้อาวุโส วิชาเซียนที่เจียงผิงอันใช้นั้น มีความเกี่ยวข้องกับผู้ที่ท่านกำลังตามหาหรือไม่?”
หานอวิ๋นจ่านจ้องมองเจียงผิงอันครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ส่ายหน้า “ไม่มี”
แม้เจียงผิงอันผู้นี้จะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ได้ใช้วิชาเซียนของสกุลอวิ๋น
เมื่อได้ยินวาทะนี้ ความหวังสุดท้ายของจักรพรรดิ์ราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยก็พังทลาย
หากเจียงผิงอันผู้นี้มีความเกี่ยวข้องกับผู้ที่ท่านผู้อาวุโสกำลังตามหา เช่นนั้นท่านผู้อาวุโสก็จะลงมือจัดการเจียงผิงอัน เปลี่ยนผลการประลอง
พวกเขาราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยมิได้เตรียมผู้ฝึกตนผู้อื่นไว้ ในระดับเดียวกันนี้ไม่มีผู้ใดเหนือกว่าเยี่ยหมิง
เดิมทีคิดว่าเยี่ยหมิงจะกำชัย ทว่ากลับพ่ายแพ้เสียนี่
หากเยี่ยหมิงมีประสบการณ์มากกว่านี้สักหน่อย เรียนรู้วิชาเซียนมากกว่านี้อีกหน่อย ก็คงมิปราชัยอย่างแน่นอน
“เสียเวลาเตรียมการมานานแสน ทั้งหมดกลับถูกทำลายโดยเจ้าบ้าเจียงผิงอันนี่”
“ไป!”
จักรพรรดิราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยกวาดตามองเจียงผิงอันอย่างดุดัน จดจำใบหน้าของเขาไว้ แล้วเก็บดวงแก้วจักรวาลเซียน พาผู้คนของราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยจากไป
ก่อนหน้านี้ได้สาบานต่อเต๋าเซียนไปแล้ว ก่อเกิดเป็นพันธสัญญาเซียน ห้ามบุกรุกแดนจันทร์มายาภายในหนึ่งหมื่นปี
เว้นเสียแต่ว่าเขาจะสามารถบรรลุถึงขั้นเซียนแท้ได้ เมื่อนั้นก็ไร้จำเป็นต้องสนใจคำสาบานที่เคยให้ไว้อีกต่อไป
เมื่อเห็นราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยถอยทัพ ผู้คนในแดนจันทร์มายาจึงค่อย ๆ ตั้งสติได้
“ชะ… ชนะแล้วหรือ?”
“ฮ่า ๆ พวกเราแดนจันทร์มายาชนะแล้ว! ดีจริง ๆ ไม่ต้องยกภพบริวารให้พวกเขาแล้ว!”
“ขอบคุณสหายเซียนเจียง! หากมิใช่เพราะสหายเซียนเจียง พวกเราแดนจันทร์มายาคงถูกราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยเฉือนเนื้อไปแน่!”
ปวงชนล้วนไม่สนใจภาพลักษณ์อีกต่อไป ต่างโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นยินดี
ภายใต้การกดขี่ของราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย แดนจันทร์มายาจำต้องยอมรับการประชันยุทธ์ หากแพ้จำต้องมอบภพบริวารใต้ปกครองหนึ่งแห่งให้
ภพบริวารใต้ปกครองเช่นนี้มีทรัพยากรมากมาย สำหรับฝ่ายต่าง ๆ แล้วล้วนเป็นรากฐาน หากต้องมอบให้ไป ย่อมกระทบถึงรากฐานอย่างแน่นอน
เมื่อเยี่ยหมิงปรากฏตัว พวกเขาล้วนเกือบสิ้นหวังแล้ว ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเจียงผิงอันแห่งสำนักเซียนอวี่หวงจะแกร่งกล้าถึงเพียงนี้ ช่วยแดนจันทร์มายากำชัย
“โอวหยางหงอวิ้น เจ้ากำลังทำอันใดอยู่!”
เซียวเหลียงเหยียนเจ้านิกายแห่งสำนักเซียนอวี่หวง จู่ ๆ ก็มาขวางหน้าโอวหยางหงอวิ้นเจ้าสำนักเซียนเทียนหลาน ห้ามไม่ให้อีกฝ่ายไปหยิบศาสตราเซียนที่ลอยอยู่บนฟ้า
โอวหยางหงอวิ้นกล่าวเสียงเย็นชา “เมื่อการประลองจบลงแล้ว ย่อมเป็นธรรมดาที่จะนำศาสตราเซียนของพวกข้าเคหาสน์เซียนเทียนหลานกลับคืนมา”
ก่อนการแข่งขัน แต่ละสำนักต่างนำศาสตราเซียนชั้นเซียนสวรรค์ออกมาเป็นเดิมพันหนึ่งชิ้น
โอวหยางหงอวิ้นย่อมไม่อยากเห็นศาสตราเซียนตกไปอยู่ในมือของสำนักเซียนอวี่หวง เพิ่มพูนกำลังให้ศัตรู
เซียวเหลียงเหยียนกล่าวเนิบช้า ให้เสียงดังเข้าโสตประสาททุกคนที่อยู่ในที่นั้น
“ตามกฎการประลอง ผู้ใดสามารถต่อสู้จนถึงที่สุดได้ ศาสตราเซียนเหล่านี้ก็ตกเป็นของผู้นั้น ศิษย์ของข้าสำนักเซียนอวี่หวงสู้จนตายแล้วยังจะไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรเลยหรือ?”
เจียงผิงอันได้รับชัยชนะ ผู้ที่อาจจะมิค่อยเปรมปรีเท่าใดก็คงจะเป็นสำนักเซียนเทียนหลานเท่านั้น
ขณะที่โอวหยางหงอวิ้นกำลังจะกล่าวโต้อะไรบางอย่าง เจ้าสำนักเซียนเป่ยฮวงที่อยู่ข้าง ๆ ก็โพล่งขึ้นก่อน “สหายน้อยเจียงต่อสู้สุดชีวิตมาเป็นเวลานาน สมควรได้รับศนาสตราเซียนเหล่านี้”
“ใช่แล้ว เมื่อเทียบกับภพบริวารหนึ่ง ศาสตราเซียนสวรรค์ชิ้นหนึ่งก็มิได้มีค่ามากนัก”
“สหายน้อยเจียงแลกมาด้วยสันติภาพหมื่นปี พวกเรามิได้ลงมือช่วยเลย นี่เป็นสิ่งที่เขาสมควรได้รับ”
สามสำนักใหญ่อื่น ๆ ต่างพากันเอ่ยปาก มอบน้ำใจให้แก่เจียงผิงอัน
อย่างไรเสียพวกเขาก็มิได้มีความขัดแย้งใหญ่โตอันใดกับสำนักเซียนอวี่หวง บัดนี้การสร้างความประทับใจที่ดีให้กับเจียงผิงอัน เมื่อเจียงผิงอันเติบโตขึ้น หากเกิดเรื่องอันใดขึ้นก็จะง่ายต่อการเจรจา
เจียงผิงอันผู้นี้คืออัจฉริยะล้ำฟ้า ขอเพียงมิล้มหายตายจาก ภายหน้าจะต้องเลื่องลือไปทั่วภพเซียนอย่างแน่นอน
โอวหยางหงอวิ้นราวกับได้เรียนวิชาเซียนลี้ลับอะไรมา สีหน้าเปลี่ยนไปมาระหว่างดำกับม่วง อึดอัดจนแทบทนไม่ไหว
เมื่อสำนักอื่น ๆ ต่างกล่าวเช่นนี้ หากเขายืนกรานจะเอาศาสตราเซียนคืน ก็จะทำให้สำนักเซียนเทียนหลานของพวกเขาดูอยุติธรรม
ชื่อเสียงและหน้าตาเป็นสิ่งที่ต้องรักษาไว้ มิฉะนั้นต่อไป ผู้ใดจะมาฝึกฝนที่สำนักของพวกเขาอีก นี่เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อรากฐาน
โอวหยางหงอวิ้นไม่กล่าวอันใดอีก เพียงกำหมัดแน่นใต้แขนเสื้อ แล้วหมุนตัวจากไป
‘ข้าต้องหาทางกำจัดเจียงผิงอันให้ได้ มิเช่นนั้นพวกข้าที่เคหาสน์เซียนเทียนหลานจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากยิ่งนัก’
เจียงผิงอันรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เยี่ยหมิงผู้นี้ยังเยาว์วัยเกินไป แม้จะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่อาจสร้างแรงกดดันถึงขั้นเป็นตายให้เขาได้
อย่างไรก็ตาม การชนะการประลองก็นับเป็นเรื่องดี วิกฤตได้คลี่คลายแล้ว เหล่าศิษย์ร่วมสำนักเซียนอวี่หวงและเมิ่งจิงจะมีเวลาเติบโตขึ้น
เจียงผิงอันเงยหน้าขึ้น จ้องมองอาวุธวิเศษบนท้องนภา ความสงสัยผุดขึ้นในใจ
ท่านผู้อาวุโสอวิ๋นเหยากล่าวว่า ศาสตราเซียนขั้นเซียนสวรรค์หนึ่งชิ้น สามารถเปลี่ยนอนาคตได้หนึ่งครั้ง นี่หมายความว่าอย่างไร?