สู่วิถีอมตะ - บทที่ 873 แผนสร้างสำนักขึ้นใหม่
บทที่ 873 แผนสร้างสำนักขึ้นใหม่
เขานึกว่าเมิ่งจิงกับหลี่เยว่เยว่ถูกลอบสังหารโดยสำนักเซียนเทียนหลานเสียอีก
แต่ยามนี้ ปัวซือกลับพูดว่ามิใช่ฝีมือสำนักเซียนเทียนหลาน
ปัวซือเก็บศพข้างตัวไป ยกมือลูบเครายุ่งเหยิงพลางกล่าวขึ้น
“ฝีมือผู้ใดข้าไม่รู้ ยามเจ้าไปตั้งคำถามที่สำนักเซียนเทียนหลาน สำนักเซียนเทียนหลานก็มิได้ออกมายอมรับ”
“จากสถานการณ์ทั่วไป เรากับสำนักเซียนเทียนหลานเป็นศัตรูคู่อาฆาต สถานการณ์คือมิอาจอยู่ร่วมโลกกันได้ ไร้เหตุผลให้อีกฝ่ายปฏิเสธการกระทำ”
“ดังนั้นจึงมีโอกาสสูงว่าจะมิใช่ฝีมือพวกเขา”
เจียงผิงอันขมวดคิ้ว ตกสู่ภวังค์ครุ่นคิดลึกล้ำ
สำนักเซียนเทียนหลานกล่าวเท็จ หรือมีผู้อื่นโจมตีพวกเมิ่งจิง?
หากเป็นฝีมือผู้อื่น แล้วไฉนจึงเล่นงานพวกเมิ่งจิงอย่างไร้สาเหตุ?
เป็นโจรที่บังเอิญผ่านมา? หรือเป็นแผนที่ผู้ใดวางไว้?
เจียงผิงอันรู้สึกว่าเรื่องนี้มิใช่ธรรมดา พวกเมิ่งจิงน่าจะบรรลุเซียนกันแล้วในยามนั้น ไม่มีทางที่คนทั่วไปจะวางแผนเล่นงานได้
ไม่ว่าอย่างไร เขาในยามนี้ก็ทราบแล้วว่าพวกเมิ่งจิงจะเผชิญภัย เขาเปลี่ยนอนาคตได้ จึงมิต้องเผชิญความเจ็บปวดนี้ในสัจธรรม
“ที่เจ้าบอกว่าสำนักเซียนเทียนหลานไม่มีแล้ว นี่หมายความเช่นไร?” เจียงผิงอันถาม
ปัวซือตอบด้วยน้ำเสียงซับซ้อน “หลังจากการต่อสู้ครานั้น แม้เจ้าสำนักเซียนเทียนหลานจะรอดไปได้ แต่เซียนในสำนักก็ถูกเจ้าฆ่า คนเหลือเพียงคนสองคน”
“หลังจากนั้น โอวหยางหงอวิ้นก็หายสาบสูญไปอย่างไม่มีปี่ขลุ่ย ไร้ซึ่งข่าวคราว สำนักเซียนเทียนหลานจึงไม่เหลือแล้ว”
“สาบสูญไปอย่างไม่มีปี่ขลุ่ย? หายไปไหนกัน?”
โอวหยางหงอวิ้นทำลายสำนักเซียนอวี่หวง เขาก็ควรสร้างสำนักเซียนเทียนหลานขึ้นใหม่
“เจ้าถามข้า ข้าจะไปถามใครได้ เขาพูดกันทั้งนั้นว่าอีกฝ่ายหายไปอย่างไร้ปี่ขลุ่ย”
ปัวซือชำเลืองเจียงผิงอัน “ยามเรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้น ข้ายังอ่อนแอมากและหนีไป พอมีความสำเร็จอะไรบ้าง พร้อมกลับมาลอบโจมตีสำนักเซียนเทียนหลาน ข้าก็ได้ยินว่าสำนักเซียนเทียนหลานและสำนักเซียนอวี่หวงดับสลายไปด้วยกันในมหาศึกนั้น”
การสาบสูญของสำนักเซียนเทียนหลานควรเป็นเรื่องแสนยินดี แต่เจียงผิงอันกลับจุกแน่นในใจ
เขาอยากไปล้างแค้นที่สำนักเซียนเทียนหลาน ทว่าศัตรูกลับไม่อยู่เสียแล้ว
“บุตรีข้าเล่า?”
พวกนางมิได้ตายกันหมด ยังมีบางคนเหลือชีวิตรอด และเจียงผิงอันก็ยังอยากรู้ว่าพวกเขายังอยู่ดีหรือไม่
ปัวซือส่ายหัว “ข้าไม่รู้”
“ยามนั้นวิกฤติคับขัน เจ้าก็น่าจะรู้ว่าเพื่อให้สำนักยังเหลือเชื้อสาย คนต่างกลุ่มจึงหนีกระจายเอาตัวรอด มิได้ทิ้งช่องทางติดต่อเพื่อมิให้สำนักเซียนเทียนหลานหาเจอ”
ในภพเซียนมีวิชาค้นวิญญาณ แม้จะไม่ทรยศ ก็ยังมีโอกาสปล่อยข้อมูลที่อยู่รั่วไหล เพื่อมิให้เกิดเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น ที่อยู่ของคนแต่ละกลุ่มจึงไม่ถูกแพร่งพรายให้ผู้อื่นทราบ
ทำเช่นนี้ ภายหน้าจึงมีโอกาสล้างแค้น
ขณะที่เจียงผิงอันกำลังจะพูดอะไร เขาพลันสังเกตเห็นบางสิ่งแล้วแหงนมองฟ้า
ผู้ฝึกตนกลุ่มหนึ่งเร่งตะบึงเข้ามา
คนเหล่านี้เหน็บกระบี่ยาวบนหลัง ปราณกระบี่จากกายแผ่ซ่านฉวัดเฉวียน ยิ่งใหญ่ชวนสะพรึง
“ที่นี่มีโลกใบน้อยอยู่!”
“เป็นสุสาน! ที่นี่มีสุสานเบ้อเริ่มเลย!”
“ที่นี่เคยเป็นถิ่นของสำนักเซียนอวี่หวง ต้องเป็นสุสานของสำนักเซียนอวี่หวงแน่ ๆ! ที่นี่ต้องมีสมบัติอยู่!”
ยามผู้ฝึกตนเหล่านี้เห็นสุสานที่นี่ พวกเขาก็สุดแสนตื่นเต้น นำยันต์สื่อสารออกมาติดต่อบุคคลระดับสูงทันที
คนบางส่วนก็สังเกตเห็นเจียงผิงอันกับปัวซือ
“พวกเจ้าเป็นใคร รีบออกไปจากถิ่นของสำนักเซียนกระบี่เสีย!”
สำนักเซียนอวี่หวงเคยเป็นหนึ่งในห้าขุมกำลังใหญ่ มีรากฐานลึกล้ำ ในสุสานต้องมีของดี ๆ อยู่แน่ และต้องมิให้ผู้อื่นได้มันไป
“ถิ่นของสำนักเซียนกระบี่?”
เจียงผิงอันขมวดคิ้ว
ข้างกันนั้น ปัวซือรีบอธิบาย “หลังจากสำนักเซียนอวี่หวงและสำนักเซียนเทียนหลานถูกทำลาย ถิ่นของสองสำนักก็ถูกอีกสามขุมกำลังในแดนจันทร์มายาแบ่งกัน ที่นี่ในขณะนี้อยู่ในควบคุมของสำนักเซียนกระบี่”
“โจรปล้นสุสานสองคนเมื่อครู่มีฝีมือไม่น้อย ทำลายค่ายกลที่ซ่อนที่นี่ไว้แล้วให้ปราณรั่วไหลออกไป จึงดึงดูดข้ากับคนเหล่านี้มา”
“เรารีบไปเถอะ จิตสัมผัสของข้าตรวจสอบที่นี่แล้ว ไม่มีของดีอะไรเลย ทุกซากศพล้วนเสื่อมสภาพ ใช้ไม่ได้”
ปัวซือไม่อยากมีปัญหากับขุมกำลังใหญ่อย่างสำนักเซียนกระบี่
ทรัพยากรสำคัญของสำนักเซียนอวี่หวงถูกส่งกระจายออกไปแล้ว ที่นี่ไม่มีอะไรเลย
เจียงผิงอันครุ่นคิดครู่หนึ่งก็ไม่ไปไหน แต่กล่าวกับคนเหล่านี้ว่า
“ข้าคือเจียงผิงอันจากสำนักเซียนอวี่หวง กำลังจะสร้างสำนักเซียนอวี่หวงขึ้นใหม่ นี่คือสุสานสำนักข้า โปรดรีบไปเถิด”
นี่เป็นสถานที่นิทราของศิษย์ร่วมสำนักเขา แม้จะไม่มีทรัพยากรใดอยู่ เขาก็ไม่อยากให้คนนอกเข้ามาเหยียบย่ำ
สิ่งที่เขาเผชิญอยู่ยามนี้มิใช่มายา แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในช่วงเวลาหนึ่ง ในภพเซียนก็ยังมีสหายร่วมสำนักเซียนอวี่หวงที่ร่อนเร่อยู่เช่นกัน
เสี่ยวเซียง เมี่ยวอีและเสียวเสวี่ยล้วนยังมีชีวิต ศิษย์ร่วมสำนักหลายคนก็ยังอยู่
เจียงผิงอันตั้งใจตสร้างสำนักเซียนอวี่หวงขึ้นใหม่ นำเหล่าผู้ร่อนเร่หวนเหย้า คืนสำนักเซียนอวี่หวงสู่ความรุ่งเรือง
แม้มิอาจหวนคืนมิติเวลาเดิมได้ แต่ก็ไม่เป็นไร ในมิติเวลาสัจธรรมยังมีเจียงผิงอันอีกสองร่าง
เจียงผิงอันเหล่านี้ล้วนเป็น ‘อวตารดารา’ เป็นร่างจริงที่มีดวงดาวพรสวรรค์ ขอเพียงเป็น ‘อวตารดารา’ ก็แยกมิได้แล้วว่าร่างใดเป็นอวตาร
หากสามารถชดเชยโศกอนาฏกรรมสำหรับเหล่าญาติมิตรในมิติเวลานี้ได้ ก็คุ้มค่าแล้ว
“เจียงผิงอันบ้าบออะไร รีบไสหัวไปซะ หาไม่แล้ว ยามผู้อาวุโสจากสำนักเซียนกระบี่ของข้ามา พวกเจ้าไม่ได้ไปจากที่นี่ตลอดกาลแน่!”
ศิษย์สำนักเซียนกรtบี่เหล่านี้ล้วนเป็นผู้น้อยที่ยังไม่บรรลุเซียน อายุเพียงหลักสิบหลักร้อย ไม่เคยได้ยินชื่อเจียงผิงอันมาก่อน
มีสำนักเซียนกระบี่หนุนหลัง ต่อให้อีกฝ่ายเป็นเซียนก็ยังต้องกริ่งเกรง
ชื่อ ‘เจียงผิงอัน’ นี้ไม่เคยได้ยินมาก่อน ต้องมิใช่ยอดฝีมือโด่งดัง ไร้ค่าให้สนใจ
เจียงผิงอันมองพวกเขาอย่างสุขุม ไร้อารมณ์เปลี่ยนผันใด ๆ “รอผู้อาวุโสของเจ้ามาแล้วกัน”
ผู้น้อยเหล่านี้ ไร้จำเป็นต้องเหลวไหลมากความ
ยามปัวซือได้ยินเจียงผิงอันพูดว่าจะสร้างสำนักขึ้นใหม่ ร่างของเขาก็สะท้านน้อย ๆ
เขารอนแรมมาหลายปี มีเพียงซากศพเป็นสหาย รู้สึกกระทั่งว่าเป็นเซียนช่างแสนน่าเบื่อ สู้ตายเสียดีกว่า
หากเขาไม่ได้คิดล้างแค้น คงฆ่าตัวตายไปแล้ว
หากสร้างสำนักเซียนอวี่หวงขึ้นใหม่ได้ ได้พบเหล่าสหายเก่าแก่ ก็ย่อมเป็นเรื่องน่ายินดี
ในที่สุดเขาก็จะได้มีบ้านเสียที
เมื่อเห็นคนทั้งสองไม่ไปไหน เหล่าศิษย์สำนักเซียนกระบี่ก็ยิ้มเย้ย รู้สึกว่าอีกฝ่ายช่างโง่เง่า
“หากพวกเจ้าไม่ไปกันยามนี้ เดี๋ยวพวกเจ้าอยากไปก็ไร้โอกาสแล้ว”
ไม่นานนัก ลำแสงสามสายก็ทะยานมา เซียนจากสำนักเซียนกระบี่ซึ่งอยู่ใกล้เคียงเหยียบยืนบนกระบี่ตน
บุคคลที่นำหน้าสุดเป็นเซียนปฐพี ตามมาด้วยเซียนมนุษย์สองคน
ศิษย์สำนักเซียนกระบี่คารวะเซียนปฐพีซึ่งยืนตรงกลาง
“ผู้อาวุโสซ่างกวน”
ซ่างกวนจิ้วซู่ดูเยาว์วัยดุจเด็กหนุ่ม ทว่าสายตากลับเปี่ยมความกร้านชีวิต กระบี่เซียนสีฟ้าใต้เท้าเขาเรืองรอง
ซ่างกวนจิ้วซู่เมินศิษย์เหล่านี้ ดวงตาจ้องตรงที่เจียงผิงอัน ใบหน้าเปี่ยมความตกตะลึงไม่อยากเชื่อ
“เจียงผิงอัน! เจ้ายังอยู่หรือนี่!”
สามพันปีก่อน การต่อสู้ระหว่างเจียงผิงอันและเยี่ยหมิง เซียนโดยกำเนิดจากราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยตราตรึงในใจเขาอย่างลึกล้ำ แม้ผ่านกาลแสนนานก็ยังลืมไม่ลง
‘เจียงผิงอัน’ ถูกโอวหยางหงอวิ้น เจ้าสำนักเซียนเทียนหลานสังหารจนกระดูกยังไม่เหลือไปแล้ว ไฉนเขาจึงยังมีชีวิตอยู่ได้?
ยามศิษย์สำนักเซียนกระบี่เห็นปฏิกิริยาของผู้อาวุโสตน พวกเขาก็สุดสับสน เจียงผิงอันผู้นี้เป็นใคร ถึงกับทำให้ผู้อาวุโสซ่างกวนตกใจได้เพียงนี้?