พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 105 การค้าถูกขโมย
ณ เรือนดอกไม้
แสงอาทิตย์ส่องเจิดจ้า หน้าโรงผลิตคึกคักไปด้วยผู้คน กองเนื้อ
หมูรมควันถูกนำไปรมควันจนได้ที่ ก่อนจะขนย้ายไปกองรวมกันใน
โรงเก็บจนสูงท่วมราวกับภูเขา
ด้วยมีเพียงเรือนโยวหรานสองแห่ง แม้จะสั่งสินค้าเข้าร้านครั้งละ
สามร้อยถึงห้าร้อยชั่ง ทุก ๆ สามเดือนก็ยังไม่เพียงพอต่อความ
ต้องการ
โชคดีที่ทุกคนบนโลกต่างก็เคลื่อนไหวจัดการเรื่องต่าง ๆ ขณะ
ที่สวี่โม่รับหน้าที่จัดการกับตระกูลซุน เจิ้งหรูเชียนเองก็ไม่ได้อยู่เฉย
นอกจากจะเดินทางไปอำเภออันหยางเพื่อส่งถั่วฝักยาวดองให้
เถ้าแก่ฮ่าว โดยรับซื้อมาเป็นจำนวนเงินยี่สิบห้าตำลึง แล้วขายออก
ไปห้าสิบตำลึง เขายังนำหมูรมควันไปยังอำเภออันหยางอีกด้วย เขา
ใช้วิธีการให้คนได้ลิ้มลองชิม จนมันกลายเป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดา
ร้านขายของหลายแห่ง
เจิ้งหรูเชียนจึงได้ทำข้อตกลงร่วมกัน นำหมูรมควันไปฝากขาย
ซึ่งแบ่งผลกำไรเป็นสองส่วน ร้านที่รับฝากขายจะได้สองส่วน และเจิ้ง
หรูเชียนจะได้แปดส่วน
เมื่อรวมกับความต้องการของเรือนโยวหรานในเขตอันสุ่ยกับ
เรือนโยวหรานในอำเภอเซี่ยหยาง ก็เท่ากับกำลังการผลิตของโรง
ผลิตพอดี
หากต้องการจะขายเพิ่มอีก เขาก็คงต้องขยับขยายโรงผลิตและ
เพิ่มจำนวนคนงาน ซึ่งมันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
สำหรับเจิ้งหรูเชียนแล้ว โรงผลิตเล็ก ๆ แบบนี้ ทำกำไรได้ปีละ
ร้อยตำลึงก็เพียงพอแล้ว
เมื่อสวี่โม่เอ่ยปากว่าจะกลับอำเภอเซี่ยหยาง เถ้าแก่เจิ้งก็กระโดด
โลดเต้นด้วยความยินดี เขารีบจัดแจงเตรียมถั่วฝักยาวดองสอง
เกวียนไปให้เถ้าแก่ไป๋ และสินค้าพิเศษของอำเภออันหยางอีกหลาย
กล่องเพื่อมอบให้ท่านนายอำเภอผัง
ระหว่างเดินผ่านเจียงเซิง เขาก็ยังไม่วายแกล้งน้องสาวคนเล็ก
ด้วยการยีผมเปียของนางจนยุ่งเหยิง
“พี่รองคนบ้า!” เจียงเซิงกำลังกระซิบกระซาบกับพี่สามอยู่ดี ๆ ก็
ถูกคนขัดจังหวะ จึงโมโหจนหน้าแดงก ่า นางยืนเท้าสะเอวราวกับเป็น
กาต้มน ้า “ท่านทำอะไรเนี่ย ต่อไปนี้ข้าจะไม่คุยกับพี่รองแล้ว”
ก่อนหน้านี้เจิ้งหรูเชียนยังกลัวน้องสาวจะโมโห แต่ตอนนี้้ขาไม่
กลัวแล้ว เพราะมีไม้ตายอย่างถังหูลู่อยู่
ทว่ายังไม่ทันจะหยิบถังหูลู่ออกมา เจียงซานก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้า
มาในลานบ้าน
“คุณชายรอง เกิดเรื่องใหญ่แล้ว เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!”
ทุกคนต่างชะงักไป
เป้าหมายที่ซุนอวี้คิดแย่งชิงตำแหน่งผู้ว่าการเขตอันสุ่ย ก็เพื่อ
ช่วยซุนซื่อจัดการกับฟางเหิง แม้ภายในตระกูลหวังจะมีความขัดแย้ง
กันเอง แต่เรื่องกำจัดฟางเหิงพวกเขาน่าจะมีความเห็นตรงกัน
ถ้าเช่นนั้น ต่อให้ซุนอวี้ไม่อยู่หรือตระกูลซุนกำลังวุ่นวาย ตระกูล
หวังก็ยังคงเล็งเป้ามาที่ฟางเหิง พวกตระกูลหวังคงไม่ยอมรามือแน่
สวี่โม่เตรียมรับมือกับมรสุมร้ายแรงที่กำลังจะมาเยือนนี้ไว้เต็มที่
แล้ว
พวกเขาเพียงคาดไม่ถึงว่าครั้งนี้ผู้ที่ประสบเรื่องร้ายจะเป็นเจิ้งหรู
เชียนไปเสียได้
“ข้าหรือ? ข้าจะไปมีเรื่องอะไรกับใครได้” เจิ้งหรูเชียนหัวเราะ “ข้า
ไม่ได้ไปสอบขุนนางและไม่ได้ออกไปที่ไหนคนเดียว จะมีเรื่องอะไรได้”
แม้แต่การไปอำเภออันหยางเพื่อขนส่งถั่วฝักยาวก็ล้วนเป็นเจียง
ซื่อที่ไป
หรือว่าจะเป็นเจียงซื่อที่เกิดเรื่อง?
หรือว่าเป็นพี่น้องของผังต้าซานที่อำเภออวิ๋นสุ่ยกัน?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ท่าทางของเจิ้งหรูเชียนก็เคร่งเครียดทันที “เป็น
ผู้ใดเกิดเรื่องขึ้น? ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่? หากยังมีชีวิตอยู่ รีบพาไป
สำนักแพทย์เถอะ หากตายแล้ว พวกเราก็จะต้องล้างแค้นให้เขา
แน่นอน”
กล่าวจบ เขาก็กำหมัดแน่น แผ่นหลังแลดูตั้งตรงเด็ดเดี่ยว เผย
ให้เห็นบุคลิกของวีรบุรุษผู้ผดุงความยุติธรรมแห่งยุทธภพ
เจียงเซิงที่ยืนอยู่ด้านข้างถึงกับน ้าตาคลอเบ้า นางเพิ่งรู้ว่าพี่รองมี
น ้าใจขนาดนี้ นางตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ตำหนิเรื่องที่เขาชอบมาเล่น
ผมเปียนางอีก นางจะปลอบโยนพี่รอง ให้เขาผ่านพ้นความเศร้าโศก
นี้ไปให้ได้โดยเร็ว
ขณะที่เด็กทั้งสองกำลังจะหลั่งน ้าตา เจียงซานก็เงียบไปครู่หนึ่ง
“ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ไม่มีผู้ใดตาย แต่การค้าของท่านถูกขโมยไป
แล้ว”
“โอ้! ถ้าไม่มีผู้ใดเป็นอันตรายก็ดีแล้ว” เจิ้งหรูเชียนตบอกตนเอง
เบา ๆ
เจียงเซิงก็ถอนหายใจยาว ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับ
น ้ามูก
แต่ในชั่วพริบตานั้น เจิ้งหรูเชียนก็ผุดลุกขึ้นยืนกะทันหัน เขา
กระโดดขึ้นสูงจนตัวลอยพลางตวาดลั่นว่า “อะไรนะ! เจ้าว่าอะไร!
การค้าอะไรถูกขโมยไป เจ้าชาติสุนัขตัวไหนกันที่กล้ามาขโมย
การค้าข้า! เจ้าคนสารเลว ข้าจะไม่ยอมจบเรื่องง่าย ๆ แน่ ข้าไม่ยอม!”
เจียงเซิงสะดุ้งสุดตัวหันขวับไปมองเขา
ส่วนสวีโม่ไอเบา ๆ เป็นเชิงเตือนเถ้าแก่เจิ้งว่าเขาจะโมโหก็ได้ แต่
อย่าพูดจาหยาบคาย ระวังจะซึมซับเข้าหูน้องสาว
ฟางเหิงไม่รอช้า รีบก้าวเข้ามาข้างหน้าแล้วเอามือปิดหูเจียงเซิง
ไว้ ไม่ให้นางได้ยิน
“@#¥@#¥ไอ้สารเลวเอ๊ย! @#¥#¥เจ้าหลานเต่า! #¥
%@#¥…”
กระทั่งเจิ้งหรูเชียนแผดเสียงจนพอใจ
สองปีมานี้ที่เขาออกไปทำการค้าข้างนอก ก็ไม่เคยได้เงินทองมา
มากมายนัก แต่กลับได้รับคำพูดหยาบคายติดตัวมาแทบทั้งหมด
เจียงซานมองด้วยสีหน้าเลื่อมใส เกือบจะยกนิ้วโป้งให้คุณชาย
รองอยู่รอมร่อ
“เป็นใคร? เจ้าบอกข้ามา มันเป็นใคร!” เจิ้งหรูเชียนตะคอกถาม
เสียงดัง
เจียงซานยังไม่ทันเอ่ยสิ่งใด จางฉีเฉวียนก็กลับจากโรงผลิตเดิน
เข้ามา ใบหน้าของเขาฉายแววโศกเศร้าพลางกล่าวว่า “เถ้าแก่น้อย
เจิ้ง เกิดเรื่องใหญ่แล้ว สูตรทำหมูรมควันของพวกเราถูกคนขโมยไป
เปิดเผย ตอนนี้พวกชาวบ้านพากันทำหมูรมควันออกขายกันเต็มไป
หมด”
คนที่ลักลอบขโมยสูตรไป คงไม่คิดจะทำอาหารต ่าต้อยเช่นนี้ จึง
ใช้วิธีเปิดเผยสูตรลับนี้ออกไปแทน
ด้วยเหตุนี้ ชาวบ้านในเขตอันสุ่ยที่พอมีฝีมือทำครัวก็ล้วนทำหมู
รมควันเป็นกันหมดแล้ว หมูรมควันจานละหลายร้อยเหวินของเรือน
โยวหรานต้องขายไม่ออกแน่ การค้ากับร้านเรือนโยวหรานย่อมพัง
พินาศไปด้วย
เดิมที สูตรหมูรมควันนี้ก็ไม่ใช่ความลับอะไร นานวันเข้าต้องมีวัน
รั่วไหลออกไปบ้าง
แต่จากการคาดคะเนของจางฉีเฉวียน อย่างน้อยเรื่องนี้ก็ต้องใช้
เวลาสองสามปีถึงจะเกิด และเป็นไปไม่ได้ที่จะเปิดเผยสูตรทั้งหมดได้
รสชาติจะผิดเพี้ยนไปบ้างไม่มากก็น้อย
เช่นนั้น แม้การผลิตของโรงผลิตจะแย่ลง แต่ก็ยังสามารถดำเนิน
ต่อไปได้
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน สูตรทั้งหมดถูกเปิดเผยออกไปแล้ว เพียง
ลองทำไม่กี่ครั้งก็สามารถเลียนแบบรสชาติของโรงผลิตได้แล้ว
“ข้าสั่งให้คนงานหยุดงานแล้ว แต่ยังไม่ได้ไล่พวกเขากลับไป”
ดวงตาของจางฉีเฉวียนฉายแววโหดเหี้ยม “สูตรนี้ต้องเป็นพวกเขาที่
นำไปเปิดเผยแน่นอน แต่จะเป็นใคร ข้าจะสืบดูให้ได้”
อย่างไรก็ตาม แม้วิธีทำหมูรมควันจะไม่ใช่ความลับ แต่การค้า
ของโรงผลิตก็จบสิ้นแล้ว
เจิ้งหรูเชียนมองไปรอบ ๆ อย่างเหม่อลอย เขาไม่ใช่คนที่มี
พรสวรรค์ในการค้ามากนัก ครั้งแรกที่เริ่มค้าขาย ล้วนเป็นเจียงเซิง
น้อยที่ดึงเขาไป สนับสนุนเขา และอยู่เคียงข้างเขา
ต่อมาเมื่อเขามีความกล้ามากขึ้น เกิดความทะเยอทะยานมาก
ขึ้น และได้ลิ้มรสความหอมหวานของความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ จึง
ก้าวมาถึงจุดนี้ได้เรื่อยมา
แต่เขายังไม่เคยพบเจอการขาดทุนมาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการ
เผชิญกับความเสียหายอันใหญ่หลวงเช่นนี้
ตอนนั้นเอง ดูเหมือนเจียงเซิงจะเดินมาอยู่ตรงหน้าเขา เสียงของ
เด็กหญิงดังเลือนรางอยู่ใกล้ ๆ “…พี่รอง ท่านอย่าเสียใจเลย โรงผลิต
แห่งนี้ไม่ได้ขาดทุน…ตอนแรกข้าก็เตรียมใจไว้แล้วว่าท่านต้อง
ขาดทุนแน่ ๆ แต่ความจริงแล้วไม่ได้ขาดทุนอะไร ท่านเก่งมากแล้ว…”
จริงหรือ เขาเก่งมากแล้วใช่หรือไม่
หากเขาเก่งจริง ๆ ก็ควรหาเงินให้ได้มากกว่านี้ ซื้อเรือนหลังใหญ่
ให้น้องสาว หรือทำให้น้องสาวได้สวมรองเท้าปักไข่มุกสิ
ข้าไม่ได้เก่งเลย เขาไม่ใช่พี่ชายที่ดี ไม่เก่งเรื่องการเรียน ไม่อาจ
สอบเป็นขุนนางได้ ไม่มีวรยุทธ์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงวิชาแพทย์ เขายังโง่
เขลาด้วย
ถ้าไม่สามารถหาเงินได้ ข้าก็ไม่นับเป็นอะไรเลย เป็นได้แค่คนที่
ใคร ๆ ก็อยากทิ้งขว้าง
เช่นเดียวกับท่านแม่เขาที่ถีบส่งให้ไปไกล ๆ
เหมือนพวกท่านป้าท่านน้าในหอนางโลมอี๋หงย่วน ที่คอยแต่จะ
เย้ยหยันเขาว่าไม่ใช่เด็กหญิง เยาะเย้ยรูปลักษณ์ว่าเขาไม่ได้งดงาม
และบอกว่าในอนาคตก็คงต้องอดตาย
แล้วอย่างไรเล่า หากผู้ใดจะมาดูถูกเขาอีกก็เข้ามาเลย เขาไม่
กลัว เขาอดทนได้!
“เจ้ารอง!”
“พี่รอง!”
เสียงคนเอ่ยเรียกเขาดังก้องอยู่ข้างหู พร้อมกับเสียงสะอื้นไห้
คลับคล้ายว่ามีคนกำลังเรียกเขาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะกระตุกชายเสื้อ
ที่แท้ก็เป็นพี่ใหญ่ พวกน้องชายทั้งสามคน กับน้องสาวที่น่ารัก
และเฉลียวฉลาด
พวกเขายังยืนอยู่เคียงข้าง คอกันเรียกวิญญาณที่หลุดลอยของ
เจิ้งหรูเชียน เรียกให้คนที่สูญสิ้นความมุ่งมั่นหวนคืนมา
“เจ้ารอง สิ่งที่พวกเราต้องเผชิญไม่ใช่แค่ตระกูลหวัง แต่ยังมี
ตระกูลฟางที่ยิ่งใหญ่ค ้าฟ้า ไม่ช้าก็เร็วเราจะต้องไปที่เมืองหลวง
อุปสรรคมากมายยังรออยู่ข้างหน้า แล้วอย่างนี้เจ้าจะยอมปล่อยให้
เรื่องเล็กน้อยอย่างสูตรหมูรมควันรั่วไหลออกไป มาทำให้เจ้าล้มลง
ความมุ่งมั่นได้เชียวหรือ”
น ้าเสียงสวี่โม่เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองที่เจิ้งหรูเชียนไม่เอาไหน
“พี่รอง หากโรงผลิตล้มเหลว พวกเราก็ยังทำอย่างอื่นได้ คราว
หน้าพวกเราจะคัดคนงานให้เข้มงวดมากขึ้น ไม่ลงนามสัญญาระยะ
สั้นอีก พวกเราจะลงนามสัญญาระยะยาวไปเลย หากยิ่งลงนาม
สัญญาเป็นตายพวกเขาก็ยังต้องทำตามสัญญา แล้วพวกเราก็จะตั้ง
ตัวได้อีกครั้ง”
เป็นฟางเหิง แต่ดูเหมือนเขาจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่ง
กว่าเจิ้งหรูเชียนเสียอีก เพราะเขายังถูกตระกูลฟางกับตระกูลหวังไล่
ล่าอยู่
“พี่รอง หากท่านไม่อยากหาเงิน ข้าก็จะเลี้ยงดูท่านเอง พวกเรา
ไม่อดตายหรอก”
เวินจืออวิ่นผู้อ่อนแอขี้ขลาดในอดีต ตอนนี้ลุกขึ้นยืนหยัดได้แล้ว
ดวงตาของเจิ้งหรูเชียนค่อย ๆ มองเห็นภาพชัดขึ้น โสตประสาท
การก็กลับมาเป็นปกติ
จ่างเยี่ยนกับเจียงเซิงกำลังเกาะแขนเขาไว้ทั้งซ้ายขวาพลางซบ
อยู่ข้างกาย ท่ามกลางอากาศช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิที่ยังคงหนาวอยู่
พวกเขาเป็นเหมือนเตาไฟเล็ก ๆ สองเตา คอยมอบความอบอุ่นให้
ร่างกายที่ไร้ไออุ่นของเขา
“พี่รอง ทำไมถึงไม่พูดอะไรเลยเล่า ท่านเป็นอะไรไปหรือเปล่า”
เจียงเซิงสะอื้นเบา ๆ “ข้าไม่อยากให้ท่านเป็นอะไร ขอแค่พี่รองไม่เป็น
อะไร ท่านจะขยี้ผมข้าอย่างไรก็ได้ ไม่เป็นไรจริง ๆ”
จ่างเยี่ยนเม้มริมฝีปากเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ในดวงตาเต็มไปด้วย
ความกังวล
เฮ้อ… เจิ้งหรูเชียน เจ้าที่มันคนไม่ดีจริง ๆ ทำให้คนในบ้านเป็น
ห่วงอีกแล้ว