พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 124 ต้อนรับพี่น้องวัง
ไส้กรอกรมควันแปดเก้าชิ้นที่แตกต่างกัน แต่กลับส่งกลิ่นหอม
อยู่บนโต๊ะ
ไม่เพียงเจียงเซิงเท่านั้นที่ประหลาดใจ วังเสี่ยวซงก็เช่นกัน
เพราะมารดาของเขาทิ้งสูตรไว้เพียงสูตรเดียวเท่านั้น
จางเซียงเหลียนอธิบายเสียงเบาว่า “วันนั้นข้าลืมใส่เม็ดฮวาเจียว
และพริกไทย จึงพบว่าเครื่องปรุงที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อไส้กรอก
รมควันมาก”
แต่ตราบใดที่วิธีการทำไม่มีปัญหาและรสชาติเค็มพอดี ไส้กรอก
รมควันก็ไม่น่าจะรสชาติแย่
เครื่องปรุงเพียงกำหนดรสชาติของมันเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น ชิ้นที่เจียงเซิงกำลังคีบอยู่ตอนนี้ เป็นไส้กรอก
รมควันที่ใส่แต่พริกไทยโดยไม่ใส่เม็ดฮวาเจียวและน ้าตาล มีเผ็ดร้อน
พร้อมกับมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของไส้กรอกรมควัน เมื่อทานเข้าไป
แล้วจะรู้สึกแสบคอเล็กน้อย แต่พอกินหมดก็จะอยากกินอีก
ยังมีชิ้นที่ไม่ใส่พริกอะไรเลย แต่เพิ่มน ้าตาลให้มากขึ้น หลังจาก
ตากแห้งแล้ว ไส้กรอกรมควันจะมีกลิ่นหอมหวานในตัว เมื่อหุง
กับข้าวแล้วจะอร่อยเกินบรรยาย
หรืออาจจะเป็นชิ้นที่ใส่ทั้งเม็ดฮวาเจียวและพริกไทยแต่ไม่ใส่
น ้าตาล…
แม้กระทั่งมีชิ้นที่เพิ่มน ้ากระเทียมและขิงหอม ไส้กรอกรมควันก็จะ
มีกลิ่นกระเทียม ทำให้ผู้ที่ได้ลิ้มลองแล้วยากจะลืมเลือน
อาหารหลากหลายแบบเช่นนี้ หากชาวแคว้นสู่มาเห็นคงต้อง
โมโหจนสิ้นสติเป็นแน่
แต่ในสายตาของเจียงเซิง มันกลับเป็นสูตรที่ล ้าค่า แม้จะโดดเด่น
เพียงสามอย่าง แต่ผู้ใดจะรังเกียจรสชาติที่หลากหลายเล่า
“ป้าจางเก่งกาจยิ่งนัก!” นางไม่ลืมหันกลับไปชื่นชมอีกฝ่าย “มี
ป้าจางอยู่ โรงผลิตจะไม่ใหญ่โตได้อย่างไร”
จางเซียงเหลียนยิ้มขวยเขิน
นางยังคงเป็นนางที่พูดจาอ่อนหวาน ทำสิ่งใดก็จะละเอียดอ่อน
แต่เหมือนจะมีบางสิ่งที่เปลี่ยนไปแล้ว อย่างน้อยเมื่อได้รับคำชมเชย
จากเจียงเซิง นางไม่หลบเลี่ยงหรือหวาดกลัวอีกต่อไป แต่กล้าที่จะรับ
มันเอาไว้
จางฉีเฉวียนแอบสะกิดหลิวซุ่ยที่อยู่ด้านข้าง พลางกระซิบ
กระซาบ “ข้าจำได้ว่าเจียงเซิงเคยกล่าวไว้ว่าโรงผลิตต้องพึ่งพาข้า”
หลิวซุ่ยมองเขาเขม็ง ก่อนจะบิดเอวสามีอย่างแรง
จางฉีเฉวียนจึงสงบปากทันที
ตั้งแต่เดือนห้าถึงเดือนหก เขาช่วยเจิ้งหรูเชียนซื้อที่ดินและจ้าง
งานคนปลูกถั่วฝักยาว
ช่วงเวลานั้น หัวใจของเขาล่องลอยไปยังโรงผลิตในเขตเสมอ
แม้ว่ากิจการหมูรมควันจะถูกบังคับให้หยุดชะงักไป แต่โรงผลิตมี
ความสำคัญต่อพวกเขาสามีภรรยามาก
มันคือจุดเปลี่ยนในชีวิตของพวกเขาและเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิต
ใหม่ หลังจากต้องจากบ้านเกิดด้วยเหตุผลนานัปการ เขตอันสุ่ยได้ก
ลายเป็นบ้านใหม่ของพวกเขา
ตอนนี้ถั่วฝักยาวได้ถูกปลูกลงดินหมดแล้ว พวกคนงานเองก็
ได้รับค่าจ้างและกลับบ้านกันหมด
จางฉีเฉวียนไอสองครั้ง แล้วฝืนเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ท่านเถ้า
แก่ พวกเราจะกลับเขตอันสุ่ยเมื่อไหร่เล่า”
เจียงเซิงและเจิ้งหรูเชียนหันกลับมาพร้อมกัน
ว่ากันตามตรง เด็กทั้งสองคนนี้ล้วนเป็นเจ้านายของจางฉีเฉวียน
เจิ้งหรูเชียนได้ลงนามจ้างงานเขาด้วยส่วนแบ่งกำไรหนึ่งในสิบ
ของโรงผลิต แต่หลังจากสูตรหมูรมควันรั่วไหลและโรงผลิตถูกปิดไป
เขาก็เปลี่ยนกลับมาปลูกถั่วฝักยาวที่อำเภอเซี่ยหยาง
ภายหลังเรือนดอกไม้ก็ถูกมอบให้กับเจียงเซิง เด็กหญิงไม่ยอม
ปิดตัวโรงผลิตไปง่าย ๆ กระทั่งยังคิดหาวิธีจนสุดความสามารถเพื่อ
หาสูตรหมูรมควันใหม่มาฟื้นฟูโรงผลิตอีกครั้ง
จางฉีเฉวียนไม่รู้ว่าใครคือเจ้านายที่แท้จริงของตนแล้ว จึงได้แต่
มองสบตาพวกเขาสองคนสลับไปมา
เจิ้งหรูเชียนมีสีหน้าประหลาดใจ ราวกับไม่คาดคิดว่าโรงผลิตที่
ล้มเหลวจะสามารถเปิดดำเนินการได้อีกครั้ง
ส่วนเจียงเซิงก็ดีอกดีใจ นางผงกศีรษะน้อย ๆ “ได้เจ้าค่ะ ได้เจ้า
ค่ะ ไส้กรอกรมควันของป้าจางอร่อยเช่นนี้ รับรองว่าต้องขายดีกว่า
หมูรมควันแน่”
เพียงแต่สูตรไส้กรอกรมควันนี้ต้องปิดเป็นความลับยิ่งกว่าเดิม ไม่
อาจให้ผู้อื่นล่วงรู้ได้โดยง่าย
“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวล” จางฉีเฉวียนหัวเราะอย่างยินดี “คนเรา
ไม่ลื่นล้มในหลุมเดิมหรอก สูตรครั้งนี้หากรั่วไหลออกไปอีก ข้าจาง
เหล่าซานจะขอลาออกและกลับบ้านเอง”
ทุกคนต่างพากันวางแผนอย่างคึกคัก ทั้งวิธีเก็บรักษาสูตรลับและ
วิธีขายไส้กรอกรมควันนี้
เมื่อมีหมูรมควันปูทางไว้ให้ แม้ไส้กรอกรมควันจะเป็นสินค้าใหม่
ก็ต้องมีผู้สนใจอยากลิ้มลองบ้าง
ทว่าก่อนหน้านั้นต้องส่งไปให้เถ้าแก่ไป๋ ท่านนายอำเภอผัง ท่าน
นายอำเภอเปียน และท่านผู้ว่าการเขตก่อน
“ตอนนี้ถั่วฝักยาวก็ปลูกเสร็จแล้ว ข้าจะยอมลำบากพาเจียงเซิง
น้อยไปเขตอันสุ่ยสักหน่อยก็แล้วกัน หากโรงผลิตยังเปิดกิจการไม่ได้
คงต้องอาศัยเส้นสายและอ้อนวอนข้าสักสองสามคำแล้วล่ะ” เจิ้งหรู
เชียนกล่าวอย่างองอาจไม่อายฟ้าดิน
หากเป็นฟางเหิงคงต่อยเขาไปแล้วสองหมัด
แต่เจียงเซิงกลับรีบพุ่งเข้าไปกอดแขนเขา แสร้งออดอ้อนพี่ชาย
ว่า “พี่รองดีที่สุด! พี่รองช่วยข้าไปขายมันถึงหออี๋หงย่วนได้หรือไม่”
ผู้ใดเล่าจะต้านทานน้องสาวตัวนุ่มนิ่มเช่นนี้ได้
เจิ้งหรูเชียนกล่าวอย่างยอมแพ้ “เอาเถอะ ๆ ๆ เจ้าจะขายก็ขาย
เจ้าอยากขายที่ไหนก็ขายไปเถอะ ขอเพียงเป็นที่ที่ข้าส่งผักไป เจ้าก็
ขายไปที่นั่นได้เลย”
เจียงเซิงดีใจยิ่งนัก นางเขย่งปลายเท้าขึ้นจุมพิตแก้มพี่รองอย่าง
รวดเร็ว
ภาพนี้ทำเอาพี่น้องคนอื่น ๆ อิจฉาตาร้อน จนอยากจะมีคนรู้จัก
เยอะแยะเหมือนอย่างพี่รองบ้าง
พี่น้องบ้านนี้แม้แต่ละคนจะมีชื่อไม่ซ ้ากัน แต่ความรักใคร่กลม
เกลียวของพวกเขานั้นช่างลึกซึ้งจริง ๆ
วังเสี่ยวซงกำมือน้องสาวของตนแน่น พลางครุ่นคิดอย่างลังเลใจ
ว่าควรจะจากไปอย่างเงียบ ๆ หรือว่าจะกล่าวลาสักหน่อยก่อนไป
พวกเขาอาศัยอยู่ในเรือนเล็กแห่งนี้มากว่าครึ่งเดือน เห็นทีการ
จากไปโดยกะทันหันคงไม่ค่อยเหมาะสมนัก
ทว่าตอนนี้ไส้กรอกรมควันก็ทำสำเร็จแล้ว ดูเหมือนพวกเขาพี่
น้องจะไม่มีเหตุผลอะไรให้อยู่ที่นี่ต่อไป
“พี่ชาย ข้าชอบที่นี่” วังเสี่ยวจูเงยหน้าขึ้น ดวงตากระจ่างใสราว
ผืนน ้า “พวกเราไม่ไปได้หรือไม่”
หัวใจของวังเสี่ยวซงสั่นไหว
หากไม่ไปแล้วจะมีเหตุผลใดมาอ้างเล่า
ราวกับผู้คนได้ยินถ้อยคำในใจเขา เจิ้งหรูเชียนถูกเจียงเซิงผลัก
ออกมา เขาพูดพลางขยี้จมูกว่า “ข้ายังขาดคนส่งของ หรือพวกเจ้า
จะอยู่ในโรงผลิตเพื่อทำไส้กรอกรมควันก็ได้”
วังเสี่ยวซงเงยหน้าอย่างตกตะลึง
“เจ้ามาส่งของกับข้า ปีหนึ่งก็ได้เงินสองตำลึง หากทำงานในโรง
ผลิตก็ได้ค่าแรงวันละห้าเหวิน พวกเจ้าสามารถเลือกได้ แต่อย่างไรก็
ต้องเซ็นสัญญาจ้างงาน” เจิ้งหรูเชียนเอ่ยด้วยความอดทน
วังเสี่ยวซงไม่พูด มองเจียงเซิงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนก้มหน้าลงเอ่ย
“ความจริงข้าจำรสชาติไส้กรอกรมควันไม่ได้แล้ว การที่ข้าไม่ออกไป
เป็นเพราะข้าไม่อยากร่อนเร่ไปพร้อมกับน้องสาว ข้าหลอกลวงพวก
ท่าน ข้า…ขอโทษ”
เมื่อได้เอ่ยถ้อยคำเหล่านี้ออกมา เขาก็รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่
ถูก
เขานึกว่าเจียงเซิงจะโกรธหรืออย่างน้อยก็ต้องตำหนิเขาสักคำ
สองคำ
ไม่นึกว่าคุณหนูคนนี้จะแค่ยิ้มน้อย ๆ มองเขาแล้วพูดว่า “พี่ชาย
เสี่ยวซงมอบสูตรไส้กรอกรมควันนี้ให้ข้าโดยไม่รับเงินทอง ข้าให้พวก
ท่านกินอยู่กับข้าสักสองสามวันจะนับเป็นอะไร”
วังเสี่ยวซงถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่าง
โล่งอก
เจียงเซิงพาหมอมาช่วยชีวิตมารดาของเขา ด้วยความซาบซึ้งใจ
นี้ เขาจึงมอบสูตรไส้กรอกรมควันให้ นางตอบแทนน ้าใจด้วยการให้
เขาและน้องสาวอยู่พักอาศัยด้วยกัน นี่เป็นวัฏจักรแห่งน ้าใจไมตรี
ยามนี้เจียงเซิงและพวกพี่ชายยังมอบโอกาสให้เขาและน้องสาว
ได้ทำงานหาเงิน ภายใต้ไมตรีเช่นนี้ เขาต้องทำงานให้ดี จึงจะเป็น
การตอบแทนน ้าใจของพวกเขาได้
“คุณหนู”
วังเสี่ยวซงพาน้องสาวโค้งคำนับ “ต่อไปนี้ พวกข้าสองพี่น้องขอ
ฝากตัวด้วย”