พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 148 ท่านผู้ว่าการเขตเฮ่อเดือดร้อน
จ่างเยี่ยนกำลังเลือกบ้านให้เวินจืออวิ่นอยู่
ในอดีต เหตุผลที่เรือนดอกไม้สามารถเช่าได้ในราคายี่สิบห้า
ตำลึงเป็นเพราะมันทรุดโทรมมาก การซ่อมแซมในภายหลังจึง
ค่อนข้างยุ่งยาก อีกทั้งตอนนั้นหวังฝูเฟิงก็ไม่ใส่ใจจัดการถึงขั้น
ค่อนข้างไม่เอาใจใส่
แต่บ้านหลังอื่น ๆ ในละแวกนี้ไม่มีข้อบกพร่องเหล่านั้น ทุกหลัง
ล้วนสะอาดสะอ้าน กำแพงสีชาดหลังคาสีเขียว และมีบางสิ่งซ่อนอยู่
ข้างใน
อีกทั้งราคาก็ดีมากเช่นเดียวกัน
หากพูดถึงเรือนสองหลังทางฝั่งซ้ายของเรือนดอกไม้ แม้มันจะมี
พื้นที่เพียงหนึ่งในห้าของเรือนดอกไม้ แต่ก็ต้องจ่ายแปดสิบตำลึงต่อปี
ส่วนอีกเรือนด้านหลังก็ต้องจ่ายถึงห้าสิบตำลึงต่อปี
แม้ว่าในบ้านจะมีเงินเก็บอยู่บ้าง แต่ก็ใช้จ่ายไปมากแล้ว ไม่อาจ
สิ้นเปลืองเช่นนี้ได้อีก
สีหน้าของจ่างเยี่ยนหม่นหมองลงเล็กน้อย เมื่อกลับมาถึงเรือน
ดอกไม้ ข้าก็เห็นบ่าวรับใช้คนหนึ่งของตระกูลหวังกำลังยืนรออยู่
พอเห็นเขามา บ่าวรับใช้ก็คำนับแล้วล้วงสัญญาซื้อขายที่ดิน
ออกมาจากอกเสื้อ “ตระกูลหลิวส่งของขวัญมาขอบคุณขอรับ
หลังจากนายท่านพิจารณาแล้ว ก็เก็บสัญญาซื้อขายที่ดินผืนนี้ไว้
หวังว่าคุณชายจะชอบ”
จ่างเยี่ยนรับมาดู มันคือเรือนเล็กที่เขาเห็นก่อนหน้านี้ซึ่งอยู่ติด
กำแพงกับเรือนดอกไม้ แม้จะไม่ใหญ่โต แต่ก็ประณีตงดงาม คิดไม่ถึง
เลยว่าจะเป็นเรือนของตระกูลหลิว
อีกทั้งไม่คิดว่าหวังฝูเฟิงจะเป็นคนส่งมาให้เขา
เป็นครั้งแรกที่จ่างเยี่ยนรู้สึกว่าสิ่งใดคือ ‘หัวใจอันปราดเปรื่องมี
เจ็ดห้อง’ คุณชายฝูเฟิงเฉลียวฉลาดเช่นนี้ ทำให้ผู้คนอดชื่นชมไม่ได้
จริง ๆ
เขาวางสัญญาซื้อขายที่ดินลง แล้วถอนหายใจพลางกล่าวอย่าง
จริงใจ “ขอบคุณพี่ชายฝูเฟิงมาก”
ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากไปกว่านี้ แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสอง
ก้าวหน้าขึ้นอีกขั้นแล้ว หากต่อไปต้องการความช่วยเหลืออีก ก็เพียง
เอ่ยพูดคำเดียวเท่านั้น
“คุณชายจ่างเยี่ยนไม่ต้องเกรงใจ” บ่าวโค้งคำนับลา “เรื่องของ
ตระกูลหวัง ขอท่านอย่าได้กังวล แต่ต้องระวังตระกูลซุนให้มาก”
ครั้งนี้ที่หวังฝูเฟิงถูกนายท่านสามหวังวางแผนร้าย แท้จริงแล้ว
เป็นการแก้แค้นตระกูลหวังของท่านผู้ว่าการเขตเฮ่อ
ในความเข้าใจของท่านผู้ว่าการเขตเฮ่อคือตระกูลหวังเป็นคนคิด
ส่วนตระกูลซุนเป็นฝ่ายลงมือ
ฝ่ายแรกทำให้เขาไม่พอใจ ฝ่ายหลังทำให้เขาโกรธแค้น
ดังนั้น ผู้ที่แบกรับอารมณ์ของท่านผู้ว่าการเขตเฮ่อมากกว่าคือ
ตระกูลซุน พี่ชายของซุนอวี้ ซุนหนิง
เขาจะก่อเรื่องวุ่นวายอะไร?
หรือว่าเขาค้นพบความจริงเรื่องการวางแผนของตระกูลหวังต่อ
ตระกูลซุน?
เดิมทีทุกคนคิดว่า ท่านผู้ว่าการเขตเฮ่อมาเพื่อสนับสนุนตระกูล
ซุนและเป็นที่พึ่งพิงของตระกูลหวังบ้านใหญ่
แต่ผ่านมาหลายเดือนแล้ว เขาเพียงหาเรื่องจัดการกับเรือน
ดอกไม้เท่านั้น ไม่ได้ให้ประโยชน์พิเศษอะไรแก่ตระกูลซุนเลย แม้แต่
ซุนซื่อของบ้านใหญ่ก็ยังไม่เคยพบกัน
ท่านผู้ว่าการเขตคนนี้เป็นเหมือนหัวไชเท้าลูกใหญ่แสนโดด
เดี่ยวบนแปลงผัก ดูมีอิทธิพลอำนาจและสง่าผ่าเผย แต่กลับไม่เข้า
กลุ่มหรือร่วมมือกับผู้อื่น
จ่างเยี่ยนรู้สึกสงสัยแกมระแวดระวัง รอให้เจิ้งหรูเชียนกลับมา
ก่อน เขาจะสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดของเรือนโยวหราน
กับเถ้าแก่ฮ่าว
“เจ้าถามถึงเถ้าแก่ฮ่าวหรือ” เจิ้งหรูเชียนที่เพิ่งกลับมาอย่าง
เหนื่อยล้า ยกถ้วยชาขึ้นดื่มรวดเดียวหมด “วันนี้ข้าเพิ่งส่งถั่วฝักยาว
กลับมา เขายังสุขสบายดี ได้ยินว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนภรรยาและ
บุตรสาวจะกลับไปเยี่ยมญาติที่เมืองหลวง ช่วงสองวันนี้คงไม่ได้
กลับมา อาจจะเป็นเพราะเห็นว่าเกวียนเล่มเดียวบรรทุกข้าวของไม่
ไหว”
มุมปากจ่างเยี่ยนยกยิ้ม เมื่อรู้ว่าตระกูลซุนไม่ได้ค้นพบแผนการ
ของตระกูลหวังจึงวางใจลงได้
แล้วพวกเขาจะมีการเคลื่อนไหวอะไรต่อไปกัน?
และในไม่ช้าทุกคนก็จะรู้
หลังเรื่องวุ่นวายของตระกูลหวังในเดือนสิบจบลง หวังฮ่าวหรานก็
หมั้นหมายกับโจวหว่าน และตกลงว่าจะแต่งงานกันหลังฝ่ายชายสอบ
ได้ตำแหน่งในการสอบระดับแคว้น
นี่แสดงให้เห็นว่าหวังฮ่าวหรานมั่นใจในความสามารถของตนเอง
มาก
รวมไปถึงความพยายามของตระกูลโจวที่จะกู้ศักดิ์ศรีคืนมาด้วย
เมื่อถึงปลายเดือนสิบ เขตอันสุ่ยก็เงียบสงบได้ชั่วครู่ ทุกคนต่าง
ยุ่งอยู่กับกิจธุระของตนเอง ล้วนดิ้นรนเพื่ออนาคตวันหน้า
แต่แล้วในคืนอันมืดมิดและลมพัดแรง โจรสองคนก็แอบเข้ามาใน
จวนท่านผู้ว่าการเขต ก่อความวุ่นวายในเรือนหลังก่อนจะหลบหนีไป
ทุกคนในจวนต่างโกรธแค้นไม่หาย
ที่นั่นเป็นจวนของท่านผู้ว่าการเขต แต่กลับถูกโจรขโมยของไป
ได้ หากรู้ไปถึงหูคนอื่น พวกชาวบ้านจะคิดอย่างไร พวกเขาคงสงสัย
ในความปลอดภัยของเขตอันสุ่ยแน่นอน
คืนนั้น ทั่วทั้งเรือนหลังของจวนท่านผู้ว่าการเขตสว่างไสวด้วย
แสงโคม ทุกคนกำลังตรวจสอบอย่างละเอียดว่าสิ่งใดหายไปบ้าง
ขอบคุณฟ้าดินที่ไม่มีของมีค่าใดสูญหายไป
ผู้คนในจวนต่างโล่งอกไปตาม ๆ กัน พลางค้นหาหีบห่อสุดท้าย
เมื่อตรวจสอบถึงหีบส่วนตัวของฮูหยินท่านผู้ว่าการเขต สาวใช้ก็ต้อง
ตกใจเพราะตู้โตว*[1]ของฮูหยินหายไปถึงสามตัว
แม้มันจะไม่ใช่เนื้อผ้าราคาแพง แต่ก็สวมใส่มาหลายครั้งแล้ว ทั้ง
ยังปักชื่อของฮูหยินไว้บนนั้นด้วย
เหตุใดพวกโจรจึงขโมยสิ่งนี้ไป?
สาวใช้ไม่เข้าใจจึงรายงานต่อเฮ่อเฉิงจาง เมื่อเห็นใต้เท้าโกรธจัด
ถึงขั้นทุบถ้วยชาแตก นางจึงรับรู้ได้ถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้
“ปิดข่าวทั้งหมดไว้ อย่าให้แพร่งพรายออกไปเด็ดขาด!” เฮ่อเฉิง
จางกำชับพลางพยายามข่มความกรุ่นโกรธ
เมื่อสาวใช้ออกไป เขาจึงสะบัดแขนเสื้อ กวาดถ้วยชาและข้าว
ของทั้งหมดลงกับพื้น
น่าชังนัก ช่างน่าขยะแขยงเหลือเกิน
อีกฝ่ายรู้อยู่แก่ใจว่าฮูหยินคือจุดอ่อนของเขา แต่กลับยังกล้าลง
มือกับฮูหยินของเขาอีก
หรือคิดว่า เขาเฮ่อเฉิงจางเอาแต่กินดื่มสุราไปวัน ๆ ?
ท่ามกลางราตรีมืดมิด ชายวัยกลางคนอายุราวสามสิบปีหัวเราะ
ด้วยความโกรธแค้น เขาหัวเราะไปมาแล้วหุบยิ้มลงอย่างเยือกเย็น
…
วันรุ่งขึ้น
แม้ว่าผู้คนในจวนผู้ว่าการเขตจะพยายามปิดบังเรื่องไว้ แต่ก็ยังมี
ข่าวลือแพร่สะพัดออกไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
มีคนกล่าวว่าจวนผู้ว่าการเขตถูกโจรขโมยของ อีกทั้งโจรยัง
ขโมยของใช้ส่วนตัวของฮูหยินท่านผู้ว่าการเขตไปด้วย
ยังมีคนกล่าวอีกว่าภายนอกอาจดูเหมือนถูกโจรขโมย แต่อาจ
เป็นไปได้ว่าฮูหยินท่านผู้ว่าการเขตทำเรื่องไม่เหมาะสม ทำให้
ท่านผู้ว่าการเขตจับได้ แต่เพราะกลัวเสียหน้าจึงต้องใช้วิธีนี้ปิดบัง
ความจริง
บางคนถึงกับปั้นเรื่องใส่ความประพฤติของฮูหยินท่านผู้ว่าการ
เรื่องลือเหล่านี้เฮ่อเฉิงจางสกัดกั้นไว้ทั้งหมดไม่ให้รู้ไปถึงนาง
แต่เขาไม่อาจปิดปากคนอื่นได้ว่าพวกเขาจะพูดอย่างไร
ในเรือนดอกไม้เองก็กำลังถกเถียงกันถึงปัญหานี้
แม้ว่าจะเป็นศัตรูกับท่านผู้ว่าการเขตเฮ่อ และเขาก็เคยวางแผน
ร้ายพวกเขาพี่น้อง แต่เมื่อเห็นฮูหยินท่านผู้ว่าการถูกใส่ร้ายเช่นนี้ ก็
ไม่มีใครในเรือนหัวเราะออกมาได้แล้ว
สวี่โม่เอ่ยเสียงทุ้มต ่าว่า “การเอาชื่อเสียงของสตรีผู้หนึ่งมา
ล้อเล่น คนที่อยู่เบื้องหลังช่างใช้วิธีการต ่าทรามนัก น่ารังเกียจเสีย
จริง!”
เวินจืออวิ่นพยักหน้าเห็นด้วย “พี่สาวเสี่ยวจูเล่าให้ข้าฟังว่า ฮู
หยินท่านผู้ว่าการเขตเป็นคนดีมาก”
เจียงเซิงกำลังพุ้ยข้าว
วันนี้อาหารถือว่าหรูหรามาก มีทั้งไก่ เป็ด ปลาและเนื้อ รวมถึง
ซี่โครงหมูตากแห้งที่ป้าจางทำเสร็จใหม่ ๆ มันรสชาติอร่อยมาก
แต่หลังจากกินไปได้สองสามคำ เจียงเซิงก็หยุดมือ แล้วถามเสียง
เบาว่า “ทำไมการต่อสู้ระหว่างบุรุษถึงต้องลากสตรีเข้ามาเกี่ยวข้อง
ด้วยเล่า?”
เพราะสตรีให้ความสำคัญกับชื่อเสียงมากกว่า เพราะสตรีอ่อนแอ
มากกว่า หรือเพราะสตรีตกเป็นเป้าได้ง่ายกว่า
ขนบธรรมเนียมและแนวคิดที่สืบทอดมาจากบรรพชนของ
ราชวงศ์ต้าอวี๋เต็มไปด้วยข้อจำกัดสำหรับสตรี แต่กลับมีข้อเรียกร้อง
อันน้อยนิดสำหรับบุรุษ
อย่างเช่นเรื่องอื้อฉาวของตระกูลหวัง หวังฮ่าวหรานเพียงแค่ถูก
วิพากษ์วิจารณ์สองสามประโยคเท่านั้น แต่ชื่อเสียงของโจวหว่าน
กลับเสียหายย่อยยับ
บุรุษสามารถมีภรรยาน้อยได้ สามารถนับว่าการเป็นคนเจ้าชู้คือ
เรื่องที่งดงาม แต่สตรีกลับต้องดูแลสามี สั่งสอนบุตรและจงรักภักดีกับ
ครอบครัว
พูดง่าย ๆ ก็คือโลกใบนี้ไม่ได้ยอมรับผู้หญิงมากนัก ถึงขนาดที่
ชื่อเสียงของสตรีเปราะบางราวกับผลึกแก้ว หากผู้ใดคิดจะทำลายก็
สามารถทำได้โดยง่าย
ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ช่างมีจิตใจโหดร้ายนัก ถึงขั้นสร้างข่าวลือ
เกี่ยวกับฮูหยินท่านผู้ว่าการเขต แล้วยังขโมยของใช้ส่วนตัวแบบนั้น
ไปอีก
หากเรื่องตู้โตวนั้นหลุดออกไป ชื่อเสียงของฮูหยินท่านผู้ว่าการก็
จะแปดเปื้อนมลทิน ไม่ว่าจะใช้อะไรมาแก้ไขก็ลบล้างไม่ออกแล้ว
“หากข้าเป็นคนที่คอยชักใย จะต้องใช้เรื่องนี้สร้างปัญหาใหญ่
แน่นอน” จ่างเยี่ยนกล่าวช้า ๆ “และข้าจะต้องนำมันไปวางไว้ในบ้าน
ของคนที่ข้าเกลียดชังที่สุด”
ด้วยวิธีนี้ ท่านผู้ว่าการเขตก็จะแก้แค้นให้ภรรยาโดยไม่คำนึงถึง
สิ่งใด เหมือนที่เคยจัดการกับตระกูลซุนและตระกูลหวังครั้งก่อน
พอจ่างเยี่ยนกล่าวจบ ทุกคนในเรือนดอกไม้ต่างตกตะลึง
หลังจากนั้นพวกเขาทั้งหมดลุกขึ้นยืน ไม่สนใจจะกินอาหารอีก
ต่อ และเริ่มค้นหาไปทั่วทั้งเรือนอย่างเร่งด่วน
ไม่ว่าจะในห้องนอน โรงผลิต หรือในลานบ้านก็หาไม่พบ
ขณะที่ทุกคนกำลังถอนหายใจด้วยความโล่งอก เจิ้งหรูเชียนก็ดึง
ผ้าสองชิ้นออกมาจากเกวียนลาที่เพิ่งขนของกลับมา “หือ? นี่มันอะไร
กัน”
[1] ตู้โตว : เป็นเสื้อชั้นในของหญิงจีนในยุคโบราณ และ
แม้กระทั่งผู้ชายที่มีฐานะก็สามารถใส่ได้ มีลักษณะเป็นผืนผ้าคล้าย
ผ้ากันเปื้อน สำหรับคาดรอบอกและมีสายผ้าผูกที่คอกับเอว