พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 162 ตระกูลเจียงตามหาบุตรสาว
เวินจืออวิ่นชะงักงัน
เขาไม่ค่อยเข้าใจความหมายของจ่างเยี่ยน เหตุใดจึงต้องขวาง
ไม่ให้เขาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง
แต่เพราะการเข้าใจกันระหว่างพี่น้องที่มีมานาน ทำให้เขาปล่อย
มือจากสิ่งของในแขนเสื้อ แล้วหันไปมองท่านผู้ว่าการเขตเฮ่อ “ข้าไม่
มีอะไรจะพูดขอรับ”
นั่นหมายความว่าเขาไม่มีใบอนุญาตรักษาจริงๆ
เฮ่อเฉิงจางถอนหายใจเบา ๆ โบกมือเรียกคนให้มาจับตัวเวินจื
ออวิ่นพาไปที่ศาลเขต
หวังอวี้เหยาในฐานะผู้ร้องเรียนก็ถูกบ่าวหามตามหลังมาเช่นกัน
ขบวนคนเดินผ่านถนนสองเส้นไปอย่างยิ่งใหญ่ หลีกเลี่ยงการ
ดึงดูดความสนใจจากผู้คนที่สัญจรไปมาไม่ได้ คนที่ใจกล้าสักหน่อย
ก็จะเข้ามาถามว่า “เกิดอะไรขึ้นหรือ”
เจียงซานกับเจียงซื่อได้รับคำสั่งมาจากจ่างเยี่ยนแล้ว ต่างพากัน
ตีหน้าเศร้าพูดไปว่า “ท่านหมอน้อยของสำนักแพทย์เวินคนนั้น ได้
ยินว่าใบอนุญาตรักษา เป็นเพียงหมอเถื่อนเร่ร่อน ตอนนี้ท่านผู้ว่า
การก็กำลังจะลงโทษเขา”
เขตอันสุ่ยไม่ได้เกิดเรื่องวุ่นวายเช่นนี้มานานแล้ว
ผู้ที่เคยมารับยาจากสำนักแพทย์เวินต่างพากันอุทานด้วยความ
ตกใจ “สวรรค์! ไม่มีใบอนุญาตรักษา เช่นนั้นก็คงเป็นหมอเถื่อนที่ทำ
ร้ายคนอื่นสินะ?”
ทว่าก็มีคนไข้ที่รักษาจนหายป่วยแล้วไม่พอใจขึ้นมา “ผู้ที่
สามารถรักษาโรคได้ก็คือหมอที่ดี เหตุใดจึงกล่าวหาว่าเขาเป็นหมอ
เถื่อน เจ้าไม่เห็นพูดเช่นนี้บ้างตอนมารักษากับเขา”
ทั้งสองฝ่ายต่างไม่ยอมกัน โต้เถียงไปมาจนเกือบจะเกิดเรื่อง
วุ่นวายขึ้นอีก
เฮ่อเฉิงจางที่อยู่ด้านหน้าสังเกตเห็นความวุ่นวายนี้ เขามองด้วย
หางตา แต่กลับไม่ได้ห้ามปรามอะไร
เมื่อกลุ่มคนเข้าไปในศาลเขต ชาวบ้านที่ถูกเรื่องวุ่นวายดึงดูดมา
ก็เพิ่มจำนวนจากสามคนห้าคน เป็นสามสิบห้าสิบคนจนถึงร้อยกว่า
คน พวกเขาถกเถียงกันอย่างดุเดือดว่าหมอที่ไม่มีใบอนุญาตนั้นจะ
ถือว่าเป็นหมอเถื่อนหรือไม่ และท่านหมอน้อยเวินสมควรได้รับโทษ
หรือควรปล่อยตัวไปโดยไร้ความผิด
ในขณะเดียวกัน
ภายในห้องโถงใหญ่ของศาลเขต ท่านผู้ว่าการเขตเฮ่อเคาะไม้
เริ่มการพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการ “ราชวงศ์ต้าอวี๋มีกฎหมาย
กำหนดไว้ ใบอนุญาตรักษานอกเหนือจากการสืบทอดทางสายเลือด
ได้แล้ว ยังต้องสอบเพื่อรับใบอนุญาตและลงทะเบียนกับทางการ จึงจะ
สามารถรักษาผู้ป่วยได้ มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดกฎหมาย ต้องโทษ
จำคุกห้าปีถึงจะได้รับการปล่อยตัว!”
“ท่านหมอเวิน” เขาเคาะไม้อีกครั้ง “ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย
เจ้ามีใบอนุญาตรักษาหรือไม่? หากไม่มี ข้าก็คงต้องตัดสินว่าเจ้าทำ
การรักษาคนโดยไม่มีใบอนุญาต ต้องจำคุกห้าปี!”
หวังอวี้เหยาที่อยู่ข้าง ๆ ยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ความอิจฉาที่
ไม่อาจกล่าวออกมาได้รับการบรรเทาแล้ว
ทว่าพริบตาถัดมา เวินจืออวิ่นก็หยิบหนังสือฉบับหนึ่งออกมา
จากอกเสื้อ ยื่นให้คนตรงหน้าอย่างนอบน้อม “เรียนท่านผู้ว่าการเขต
ข้าไม่ได้สอบใบอนุญาตรักษามาด้วยตนเอง แต่ท่านปู่ของข้าเคย
สอบได้มาแล้ว”
ซึ่งใบอนุญาตรักษาของเขาเป็นของที่ได้รับสืบทอดมาจากบรรพ
ชน
แต่เดิมในอำเภอเซี่ยหยาง นอกจากสวี่โม่แล้ว น้องชายน้องสาว
ทุกคนต่างก็ลงทะเบียนราษฎร์กันใหม่ มีเพียงเวินจืออวิ่นเท่านั้นที่ไม่
จำเป็นต้องทำ เพราะเขามีทะเบียนราษฎร์อยู่ในอำเภอเซี่ยหยาง เขา
มีบิดามารดา มีบรรพบุรุษ และยังมีใบอนุญาตรักษาที่สืบทอดกันมา
อีกด้วย
กฎหมายของราชวงศ์ต้าอวี๋กำหนดไว้ คนในตระกูลสามารถสืบ
ทอดวิชาชีพกันได้ เมื่อจะประกอบอาชีพก็เพียงไปลงทะเบียน ณ ที่ว่า
การก็พอแล้ว
หรือหากต้องการเปลี่ยนอาชีพ ก็ต้องถอนชื่อออกจากทะเบียน
ก่อน จึงค่อยไปสอบเพื่อรับใบอนุญาตสำหรับอาชีพใหม่
เวินจืออวิ่นไม่เพียงมีใบอนุญาตเท่านั้น แต่ยังเป็นของที่รับสืบ
ทอดมาจากวงศ์ตระกูล เป็นอาชีพที่มั่นคงเกินกว่าทุกคนจะ
จินตนาการได้
เมื่อเขายื่นมันออกมา เสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหมดก็หายไปทันที
สีหน้าของหวังอวี้เหยาแข็งค้างไปเช่นกัน
เฮ่อเฉิงจางตรวจสอบเนื้อหาในหนังสือซ ้าแล้วซ ้าอีก ก่อนจะพยัก
หน้าด้วยความพอใจ “ในเมื่อเป็นใบอนุญาตที่ได้รับสืบทอดมา ก็ไม่มี
ปัญหาเรื่องการรักษาโดยไม่มีใบอนุญาต เอาล่ะ ปล่อยตัวท่านหมอ
เวินเสีย”
จากนั้นเขาก็หันไปมองหน้าหวังอวี้เหยาด้วยสีหน้าเย็นชา
“คุณหนูหวัง การร้องเรียนนั้นถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ข้าหวังว่าครั้งหน้า
เจ้าจะสืบเรื่องให้ชัดเจนก่อน อย่าได้ใส่ร้ายคนอื่นส่งเดชเช่นนี้อีก”
ใบหน้าหวังอวี้เหยาแดงก ่า นางพูดอะไรไม่ออก
จ่างเยี่ยนเหลือบมองนางอย่างเย็นชา หากไม่ใช่เพื่อพี่ชายฝูเฟิง
เขาคงไม่ปล่อยหวังอวี้เหยาไปอย่างง่ายดายเช่นนี้
เขาหันหน้าไปทางกลุ่มคนที่อยู่ด้านหน้าศาลเขต สีหน้ากลับมา
มียิ้มแย้มอีกครั้ง
“ทุกท่าน ข้าต้องขออภัยที่ทำให้พวกท่านต้องเห็นเรื่องน่าขัน
เช่นนี้ สำนักแพทย์เวินรักษาคนไข้อย่างจริงจัง ท่านลุง ท่านป้า ท่าน
อาทั้งหลายโปรดวางใจได้” เขาประสานมือคำนับแล้วหันมองเวินจืออ
วิ่น “ข้าได้ยินท่านหมอเวินบอกว่า สำนักแพทย์กำลังรับสมัครหมอ
หญิงอยู่ใช่หรือไม่?”
เวินจืออวิ่นเพิ่งรู้สึกตัวจากภวังค์ “ใช่แล้ว สำนักแพทย์กำลังรับ
สมัครหมอหญิง หญิงสาวอายุสิบถึงสิบห้าปีที่มีภูมิหลังดีสามารถ
สมัครได้ ค่าจ้างวันละห้าถึงห้าสิบเหวิน”
การคาดการณ์เดิมของเขา หากสามารถรับหมอหญิงได้สักสอง
คนภายในสิบวันหรือครึ่งเดือนก็ถือว่าดีมากแล้ว
แต่ไม่คิดว่าจะมีผู้คนมาดูการพิจารณาคดีที่หน้าศาลเขต
มากมายเช่นนี้ ประกอบกับความประทับใจที่มีต่อสำนักแพทย์เวินเมื่อ
ครู่กับค่าจ้างที่เพียงพอ ทำให้มีสาวน้อยบอกความต้องการจะสมัคร
เป็นหมอหญิงทันทีถึงเจ็ดแปดคน
ยังมีบางคนบอกว่าจะไปถามหลานสาวของญาติมาและจะช่วย
แจ้งข่าวให้อีกด้วย
กระทั่งกลุ่มชนที่หน้าศาลเขตต่างแยกย้ายกันไป เวินจืออวิ่นก็ยัง
รู้สึกเหมือนติดอยู่ในความฝัน
“พี่สี่วางใจได้เถอะ หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ สำนักแพทย์เวิน
ของท่านก็นับว่ามีชื่อเสียงในเขตอันสุ่ยแล้ว” จ่างเยี่ยนยกยิ้มมุมปาก
ไม่มีความตั้งใจจะเรียกร้องความดีความชอบเลยสักนิด
แต่เวินจืออวิ่นรู้ดีแก่ใจ หากขาดแผนการของเจ้าห้า ข้าก็อาจทำ
ได้แค่หลีกเลี่ยงการถูกจำคุกเท่านั้น แต่ไม่อาจฉวยโอกาสนี้ประกาศ
จ้างงานหมอหญิงและยกระดับชื่อเสียงของสำนักแพทย์เวินได้
“เจ้าห้า ขอบใจเจ้ามาก” เด็กหนุ่มจับมือน้องชาย “โชคดีจริง ๆ
ที่ข้ามีเจ้าอยู่”
สองพี่น้องสบตากันแย้มยิ้ม ต่างเข้าใจกันได้โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย
อะไร
เจียงเซิงที่ยืนดูอยู่ก็ไอหนัก ๆ ขึ้นมา
เวินจืออวิ่นรีบปล่อยมือจ่างเยี่ยน คิดจะเข้าไปจับชีพจรของ
น้องสาวดูว่าป่วยหรือไม่
ทันใดนั้น สุ้มเสียงอันน่าเกรงขามของท่านผู้ว่าการเขตเฮ่อก็ดัง
ขึ้นมาจากด้านหลัง “ท่านหมอน้อยฝึกฝนหมอหญิงน้อยได้ไม่เลว ฮู
หยินของข้าชอบใจมาก หากมีเวลาว่างก็แวะมาที่จวนของข้าบ่อย ๆ
ได้”
สีหน้าของสองพี่น้องชะงักไป สันหลังเย็นวาบขึ้นพร้อมกัน
พวกเขาวางแผนมาตั้งมากมาย ถึงขนาดจัดหาบ้านให้เวินจืออ
วิ่นอยู่ใกล้ ๆ กับเรือนดอกไม้ เพื่อตบตาไม่ให้ผู้คนเชื่อมโยงเรื่องหมอ
หญิงน้อยกับเรือนดอกไม้
แต่ไม่คิดว่าท่านผู้ว่าการจะรู้เรื่องทั้งหมดมานานแล้ว
เขาปล่อยให้หมอหญิงน้อยเข้าใกล้ฮูหยินของตนเอง ต่อสู้กับ
พวกเขาพี่น้อง แม้จะเป็นพ่ายแพ้ก็ยอมรับผลอย่างสง่างาม
ทันใดนั้นจ่างเยี่ยนรีบเรียกท่านผู้ว่าการเฮ่อไว้แล้วถามว่า “ใต้
เท้าเคยไปอำเภอเซี่ยหยางและพบกับหญิงในหอนางโลมบ้างหรือไม่
ขอรับ”
เฮ่อเฉิงจางหยุดฝีเท้าด้วยความแปลกใจ “เจ้าอย่าพูดจา
เหลวไหล ข้าจะไปพบหญิงนางโลมตามลำพังได้อย่างไร อย่าเอา
คำพูดพวกนี้ไปพูดจาที่อื่นเป็นอันขาด”
มิเช่นนั้นคืนนี้เขาคงจะต้องวุ่นวายใจอีกแน่
……
จ่างเยี่ยนกลั้นหัวเราะ รู้ว่ามารดาของพี่รองที่มาหาบุตรชายนั้น
คงเป็นเรื่องบังเอิญ และเข้าใจนิสัยของท่านผู้ว่าการผู้นี้อย่างลึกซึ้ง
ยิ่งขึ้น
แต่วันนี้สำนักแพทย์เวินคงเปิดทำการไม่ได้แล้ว
เวินจืออวิ่นจึงพาน้องชายน้องสาวกลับเรือนดอกไม้ รอให้สวี่โม่
กลับมาจากสำนักศึกษา พวกเขาพี่น้องต่างปรึกษากันถึงความหยิ่ง
ผยองของหวังอวี้เหยาก็รู้สึกโกรธแค้นขึ้นมา
“พวกเราไม่ใช่เทพเซียน ไม่อาจเฝ้าระวังนางได้ตลอด” สวี่โม่
กล่าวเสียงเข้ม
วันนี้จ่างเยี่ยนฉลาดหลักแหลม สามารถเปลี่ยนสถานการณ์อัน
เลวร้ายให้กลายเป็นฝ่ายได้เปรียบ และยังหาหมอหญิงมาทำงานได้
อีก
แต่หากพวกเขาไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้เล่า?
หากเวินจืออวิ่นไม่มีใบอนุญาตในการรักษาคนไข้จริง ๆ เล่า?
ไม่มีใครชอบความรู้สึกที่ถูกจับจ้องตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งจากคนชั่วร้ายที่ไม่เลือกวิธีการเช่นนี้
หลังจากการปรึกษากันอย่างง่าย ๆ สวี่โม่และจ่างเยี่ยนก็เดินทาง
ไปยังตระกูลหวัง โดยหวังว่าจะได้พบกับหวังฝูเฟิงเพื่อหารือเกี่ยวกับ
วิธีควบคุมหวังอวี้เหยา
เนื่องจากความคุ้นเคย บ่าวรับใช้ของตระกูลหวังถึงกับไม่ได้แจ้ง
ให้ใครทราบ ปล่อยให้เด็กทั้งสองก้าวเข้าไปโดยตรง
ด้วยเหตุนี้ ทั้งคู่จึงได้ยินข่าวเกี่ยวกับเมืองหลวงที่บ่าวรับใช้
ตระกูลหวังกำลังรายงานอยู่
“หลังจากแม่ทัพฟางสิ้นชีพในสนามรบ ตระกูลฟางก็ไม่
เหมือนเดิมอีกต่อไป คุณชายฟางหยวนกำลังเตรียมตัวสอบจวี่เหริน
หวังจะได้เข้าสู่เส้นทางขุนนางผ่านการสอบ”
“ตระกูลเจียงซึ่งเป็นตระกูลแม่ทัพเช่นกันก็ก่อเรื่องวุ่นวายไม่น้อย
ข้าได้ยินมาว่าตัวตนของบุตรสาวคนโตของพวกเขาน่าสงสัย นาย
หญิงผู้เฒ่าแห่งตระกูลเจียงได้ออกคำสั่งให้ค้นหาเด็กหญิงอายุสิบ
ขวบคนหนึ่งทั่วทั้งแผ่นดินต้าอวี๋แล้วขอรับ…”