พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 165 ความทุกข์ของเจิ้งหรูเชียน
เดินทางฝ่าพายุหิมะ
มีคำกล่าวว่าการเดินทางในฤดูหนาวเป็นเรื่องที่ยากลำบากที่สุด
แม้จะมีรถม้าคอยบังลม แต่ก็ต้องมีคนคอยควบคุมทิศทางอยู่ข้างนอก
แรกเริ่มเป็นวังเสี่ยวซง แต่เจิ้งหรูเชียนไม่ใช่คนใจดำที่ชอบกดขี่
ลูกน้อง จึงต้องออกไปบังคับม้าสลับกัน
เมื่อลมหนาวต้นฤดูใบไม้ผลิพัดมาปะทะใบหน้า ความเย็นยะ
เยือกพาให้ร่างกายสั่นสะท้าน เจิ้งหรูเชียนคิดถึงน้องสาวมาก คิดถึง
เรือนดอกไม้ คิดถึงผ้าห่มอุ่น ๆ คิดถึงขาหมูตุ๋นที่ป้าจางทำ
แต่จะทำอะไรได้ ในเมื่ออาชีพของพวกเขาต้องพึ่งพาสภาพ
อากาศ ยิ่งอากาศหนาวเย็นก็ยิ่งเก็บรักษาสินค้าได้ดี
หากนอนอยู่ในผ้าห่มแล้วเงินร่วงหล่นลงมาเอง คงไม่มีใครใน
ราชวงศ์ต้าอวี๋ยอมทนลำบากตรากตรำเช่นนี้
แต่พอคิดถึงใบหน้าเปี่ยมสุขของเจียงเซิงน้อยที่ได้กินอิ่มนอนอุ่น
คิดถึงเงินเก็บของบ้านที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เจิ้งหรูเชียนก็พ่นลม
หายใจสีขาว แล้วเร่งม้าเดินหน้าต่อไป
ม่านด้านหลังถูกเลิกขึ้น วังเสี่ยวซงสูดน ้ามูกพลางบ่น “ไม่ใช่ว่า
ยิ่งไปทางใต้อากาศจะอุ่นขึ้นหรือ ทำไมข้าถึงรู้สึกว่ามันไม่อุ่นขึ้นเลย
กลับยิ่งหนาวจนตัวสั่นหนักขึ้นด้วยซ ้า”
เจิ้งหรูเชียนครุ่นคิดอย่างละเอียด
พี่ใหญ่เคยพึมพำขณะอ่านหนังสือว่า แม้เขตอันสุ่ยจะอยู่ทาง
เหนือ แต่มีอากาศที่แห้งและไม่มีลมพัด ส่วนเขตตันหยางที่อยู่ทางใต้
อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย แต่อากาศจะชื้นและมีฝนตกชุก เมื่อลมพัด
มาก็จะทำให้คนหนาวเย็นจนสั่นสะท้าน
“เสี่ยวซง เจ้ารู้หรือไม่ บางครั้งความหนาวเย็นไม่ได้ขึ้นอยู่กับ
อุณหภูมิเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องดูความชื้นของฝนกับทิศทางลม
ด้วย” เขาโคลงหัวไปมา ทำท่าทางเหมือนเป็นผู้อาวุโสมาก
ประสบการณ์
วังเสี่ยวซงอ่านหนังสือมาน้อยจึงถูกหลอกได้ง่าย ในใจยิ่งเคารพ
นับถือคุณชายมากขึ้น
พวกเขาเดินทางจนมาถึงเขตตันหยางในที่สุด
เจิ้งหรูเชียนไม่ได้รีบร้อนซื้อเป็ดย่างกลับบ้าน แต่อาศัยใบหน้าใส
ซื่อที่พวกผู้ใหญ่มักชอบของตน สอบถามจากท่านป้าท่านน้าไปเรื่อย
ๆ จนพบกับร้านต้นตำรับ
เป็ดย่างขายเป็นชั่ง เป็ดทั้งตัวราคาประมาณห้าสิบเหวิน แม้ว่า
เขตตันหยางจะอุดมสมบูรณ์ แต่ราคานี้ก็ไม่นับว่าถูก ชาวบ้านส่วน
ใหญ่ชอบซื้อครึ่งตัวหรือหนึ่งในสี่ส่วนกลับบ้านเพื่อเป็นอาหารจาน
หลัก
เมื่อเจิ้งหรูเชียนบอกว่าจะซื้อเป็ดหนึ่งร้อยตัว เจ้าของร้านก็ตกใจ
มาก จ้องเขาแล้วถามเป็นภาษาตันหยางว่า “เจ้าหนุ่ม เป็ดหนึ่งร้อย
ตัวต้องใช้เงินมากนะ เจ้าต้องการจริง ๆ หรือ”
ต้องการจริง ๆ แน่นอน
แต่เจิ้งหรูเชียนไม่ได้ตั้งใจจะจ่ายเงินห้าตำลึงเพื่อซื้อเป็ดหนึ่งร้อย
ตัว เขาพับแขนเสื้อขึ้นแล้วพูดจาคล่องแคล่ว “ท่านเจ้าของร้าน พวก
ข้าซื้อครั้งเดียวเป็นร้อยตัว มีส่วนลดพิเศษบ้างหรือไม่ ทุกคนต่างรู้ว่า
การทำการค้าต้องเน้นกำไรได้น้อยค้าขายได้มาก พวกข้าช่วยท่าน
ขายของได้มากขนาดนี้ ท่านก็ลดราคาลงบ้างเถอะ”
การต่อรองราคาเป็นพรสวรรค์อย่างหนึ่ง และยังทำให้คนรู้สึกติด
ใจได้อีกด้วย
หลังจากอ้อนวอนและเกลี้ยกล่อมอยู่ครึ่งชั่วยาม เจิ้งหรูเชียนก็สม
ปรารถนา ได้เป็ดมาหนึ่งร้อยตัวในราคาสี่สิบเหวิน
แต่เพราะคนในร้านมีจำกัด ปกติขายเป็ดย่างเพียงวัดละสามสิบ
ถึงห้าสิบตัว จึงไม่สามารถย่างเป็ดให้ครบหนึ่งร้อยตัวได้
เจิ้งหรูเชียนจำต้องรออยู่ที่เขตตันหยางถึงสองวัน จึงได้เป็ดย่าง
ครบหนึ่งร้อยตัวพอดี
หลังจากจ่ายเงินสี่ตำลึงกับเจ้าของร้านไปเรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบ
พาวังเสี่ยวซงขึ้นรถม้าเร่งรีบมุ่งหน้ากลับสู่เขตอันสุ่ย
คิดตามราคาที่เถ้าแก่ฮ่าวแจ้งมาคือตัวละสองตำลึง เป็ดย่างหนึ่ง
ร้อยตัวก็เท่ากับเงินสองร้อยตำลึงชัด ๆ
กำไรมหาศาลเช่นนี้ทำให้หัวใจของเจิ้งหรูเชียนเต้นรัว เขาถึงกับ
ไม่คิดจะหยุดค้างคืน แต่ผลัดกันพักผ่อนบนรถกับวังเสี่ยวซง เพื่อย่น
เวลาเดินทางจากครึ่งเดือนให้เหลือเพียงหกเจ็ดวัน
แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเกิดเรื่องขึ้น
พอรถม้าเดินทางมาถึงอำเภออันหยาง วังเสี่ยวซงก็ได้กลิ่นเหม็น
เปรี้ยวภายในรถ เขาจึงลองเปิดห่อดู พบว่าเป็ดย่างที่ซื้อมาวันแรก
เน่าไปเสียแล้ว
พอเปิดดูเป็ดที่ย่างในวันที่สอง แม้สภาพจะยังดีอยู่ แต่ก็ไม่สด
ใหม่อีก
เขาเรียกเจิ้งหรูเชียนมาดู ทั้งสองคนรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งใจ
เขาเพิ่งมาถึงอำเภออันหยางเท่านั้น ยังห่างจากเขตอันสุ่ยไปอีก
อย่างน้อยก็สามวัน เป็ดย่างกลับเน่าเสียไปแล้ว หากนำไปส่งที่เรือน
โยวหราน จากเป็ดย่างร้อยตัวนี้จะเหลืออยู่สักกี่ตัวกัน
มิน่า เถ้าแก่ฮ่าวถึงยอมจ่ายถึงสองตำลึง เป็นเพราะเจ้าสิ่งนี้ไม่
อาจขนส่งไปถึงเขตอันสุ่ยได้เลย
“คุณชาย แม้ว่าสี่ตำลึงจะเป็นเงินจำนวนมาก แต่หากพวกเราทำ
ไม่ได้จริง ๆ ก็คงต้องยอมขาดทุนเท่านั้น” วังเสี่ยวซงเอ่ยด้วยน ้าเสียง
ขมขื่น “พวกเราถือว่าการมาครั้งนี้เสียเที่ยว สูญเสียเงินสี่ตำลึงไป
เปล่า ๆ”
แต่จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเงินสี่ตำลึงเท่านั้น แต่เป็นความหวังในการทำเงิน
ของเขา เป็นจุดเปลี่ยนในการขนส่งอาหารทางไกล เป็นกุญแจสำคัญ
ที่จะทำให้กิจการเติบโตและมั่นคงในอนาคต
เจิ้งหรูเชียนไม่ได้วางแผนจะขนส่งเพียงแค่เป็ดย่างเท่านั้น หาก
เป็นไปได้ เขายังอยากขนส่งปลาเปรี้ยวหวานจากเขตอวี๋หัง อยากกิน
อาหารอร่อย ๆ ที่หย่งเจียทางตอนใต้ของเขตอวี้หัง และแม้กระทั่ง
อยากนำกลับมาให้ชาวบ้านในเขตอันสุ่ยได้มีโอกาสลิ้มลองด้วย
คนทำการค้าไม่ควรยอมแพ้ง่าย ๆ
เจิ้งหรูเชียนครุ่นคิดอย่างหนักอยู่บนรถม้าอยู่นาน จนในที่สุดก็
ตัดสินใจแบ่งเป็ดย่างที่ยังกินได้ให้กับชาวบ้านในอำเภออันหยาง
จากนั้นก็หันหลังกลับไปที่เขตตันหยางอีกรอบ
ตลอดทางเขาครุ่นคิดว่าจะเก็บรักษาเป็ดย่างอย่างไรดี
สาเหตุที่พวกเขาเดินทางในช่วงก่อนและหลังเทศกาลข้ามปี ก็
เพราะจะอาศัยอากาศที่หนาวเย็นของฤดูหนาว เก็บรักษาอาหารให้
ได้นานขึ้นอีกสองวัน
แต่หลังจากเจ็ดวันที่อดทนไม่หลับไม่นอน เป็ดย่างกลับเน่าเสีย
แล้ว หมายความว่าอากาศยังไม่เย็นพอ อุณหภูมิยังไม่ต ่าพอ
ซ ้าร้ายเขตตันหยางยังอุ่นกว่าเขตอันสุ่ยเสียอีก กระทั่งหิมะก็แทบ
จะไม่ตก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเก็บรักษาไว้ในหิมะ
ดูท่าคงต้องใช้น ้าแข็งเท่านั้น
เจิ้งหรูเชียนนึกขึ้นได้ว่าฟางเหิงเคยพูดถึงพวกตระกูลใหญ่ใน
เมืองหลวงล้วนมีห้องเก็บน ้าแข็ง เพื่อทำน ้าแข็งเก็บไว้ในฤดูหนาว
แล้วนำออกมาใช้แก้ร้อนในช่วงฤดูร้อน
ความคิดของเขาเริ่มลื่นไหลมากขึ้น
ตอนนี้เป็นฤดูหนาว เป็นฤดูที่เหมาะจะทำน ้าแข็งพอดี ราคา
น ้าแข็งน่าจะถูกกว่าช่วงฤดูร้อนบ้าง ถึงแม้จะแพง แต่ตราบใดที่กำไร
ยังอยู่ในเงื่อนไขสองตำลึงตามที่เถ้าแก่ฮ่าวสัญญาเอาไว้ก็ยังสามารถ
ขนส่งเป็ดย่างไปได้
แต่เขตตันหยางอุณหภูมิค่อนข้างสูง เกรงว่าจะทำน ้าแข็งได้ยาก
พอเจิ้งหรูเชียนคิดถึงเรื่องนี้แล้ว ก็รีบสะบัดบังเหียนม้าภายใต้
สายตางุนงงของวังเสี่ยวซง แล้วเร่งม้ากลับไปยังอำเภออันหยางอีก
ครั้ง
หลังจากสอบถามอย่างละเอียด เขาพบว่ามีคนขายน ้าแข็งอยู่จริง
ๆ
เขาซื้อน ้าแข็งมาครึ่งคันรถปูลงไปในรถม้า จนทำเอาพี่ชายตัว
น้อยที่ขายน ้าแข็งให้ถึงกับตกตะลึง
“พวกเจ้าเป็นโรคที่ต้องนอนบนน ้าแข็งถึงจะรักษาหายหรือ?”
พี่ชายตัวน้อยถามอย่างงุนงง
เจิ้งหรูเชียนเกาศีรษะ “ข้าต้องขนสินค้าที่ต้องเก็บไว้ในที่เย็นน่ะ
พี่ชาย”
“เช่นนั้นเจ้าทำแบบนี้ไม่ได้หรอก” พี่ชายตัวน้อยเตือนด้วย
ความหวังดี “น ้าแข็งที่วางในรถม้าจะละลายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ
ตอนนี้อากาศเริ่มอุ่นขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว หากต้องการเก็บรักษาน ้าแข็ง
เจ้าต้องใช้ผ้าฝ้ายผืนหนา ๆ มาห่อไว้”
ผ้าฝ้ายมีหน้าที่รักษาอุณหภูมิ สามารถกักเก็บความอบอุ่นและ
ความเย็นได้เช่นกัน
เจิ้งหรูเชียนเข้าใจในทันที รีบไปซื้อผ้าห่มผืนหนาสองผืนใหญ่
แล้วห่อน ้าแข็งทั้งหมดวางไว้ข้างใน
หลังจากกล่าวลาพี่ชายตัวน้อย ทั้งสองก็มุ่งหน้าไปยังเขต
ตันหยาง ซื้อเป็ดย่างหนึ่งร้อยตัวอีกหน
เขาจ่ายเงินสี่ตำลึงเช่นเดิม เร่งม้าให้ไวเช่นเดิม เดินทางทั้งวันทั้ง
คืนโดยไม่หยุดพักเช่นเดิม และด้วยการป้องกันของน ้าแข็ง เป็ดย่าง
หนึ่งร้อยตัวจึงถูกขนส่งกลับเขตอันสุ่ยได้อย่างปลอดภัย
สายลมฤดูใบไม้ผลิในเดือนสามไม่หนาวเหน็บอีกแล้ว เมื่อพัดมา
ปะทะกับใบหน้าก็ราวกับถูกมือของมารดาลูบไล้อย่างอ่อนโยน
บ้านเมืองที่คุ้นเคย ผู้คนที่คุ้นเคย เสียงร้องเรียกที่คุ้นเคยดังเข้าโสต
ประสาท
หลังจากผ่านการเดินทางไปมาหลายครั้ง เงินสี่ตำลึงหายไปกับ
สายลม เขาต้องตัดใจซื้อน ้าแข็งเพื่อขนส่งสินค้า เจิ้งหรูเชียนทั้งคล ้า
ทั้งผอม และสำคัญที่สุดคือจิตใจของเขาเหนื่อยล้ามาก
เกือบสองเดือนแล้วที่เขาไม่ได้นอนหลับให้เต็มอิ่ม ทุกวันต้องขด
ตัวอยู่ในมุมของรถม้า นั่งนอนแนบชิดกับก้อนน ้าแข็งและยังกังวล
เรื่องเป็ดย่างอีก
หากไม่ใช่เพราะพลังใจอันแข็งแกร่งคอยค ้าจุนไว้ บางทีเขา
อาจจะอ่อนแอล้มลงไปแล้ว
แต่แรงค ้าจุนเช่นนี้ เมื่อได้เห็นน้องสาวยืนอย่างสง่างามรออยู่
หน้าประตูเรือน เพียงชั่วพริบตาความแจ่มชัดก็กลายเป็นความ
วิงเวียนตาลาย
เขาถึงกับไม่ทันเอ่ยเรียกนางว่าเจียงเซิงน้อย คนทั้งคนก็อ่อน
ระทวยจนล้มลงไปกองกับพื้นเสียแล้ว