พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 198 พี่รองกลับมา
คนที่ตามมาคือจูซือหวน
แม้ว่าตระกูลจูจะเป็นตระกูลใหญ่ แต่เมื่อเทียบกับตระกูลเจียงแล้ว
ก็ยังด้อยกว่าอยู่บ้าง ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นเพียงตระกูลจูสายรอง ไม่
ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ไม่ควรไปล่วงเกินตระกูลเจียง
การเตะบ่าวของตระกูลเจียงครั้งนั้นของจูซือหวน ทำให้สวี่โม่ตก
ตะลึงได้จริง ๆ และยิ่งทำให้สวี่โม่มองคนผู้นี้ไม่ออก
“หากข้าบอกว่าข้าทำไปเพื่อความยุติธรรม เจ้าจะเชื่อหรือไม่”
จูซือหวนหัวเราะ
แต่ไม่นานก็เก็บรอยยิ้มไป “ความจริงแล้วข้าทำไปเพื่อจะสร้าง
ชื่อเสียง แค่ชื่อเสียงจากการแต่งกวีและถกเถียงเรื่องปรัชญายังไม่
เพียงพอ ข้าจูซือหวนต้องการมีชื่อเสียงในฐานะผู้ที่กล้าพูดในสิ่งที่
ถูกต้อง และมีอุดมการณ์อันสูงส่งด้วย”
อย่างน้อยการเตะครั้งนี้ก็สร้างความประทับใจให้กับเหล่า
ปัญญาชนไปแล้ว
สวี่โม่เม้มปาก คำอธิบายนี้ของอีกฝ่ายฟังดูสมเหตุสมผลที่สุด
แต่เขากลับรู้สึกว่าจูซือหวนมีความจริงใจอยู่บ้าง ส่วนจะมีมากน้อย
เพียงใดก็คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
“อย่างไรก็ตาม ข้าก็ต้องขอขอบคุณคุณชายซือหวนแล้ว” เด็ก
หนุ่มผู้มีกิริยางดงามประสานมือคำนับ
จูซือหวนยิ้มบาง “ขอบคุณสำหรับคำขอบคุณของเจี้ยหยวน
หากความปรารถนาของข้าสำเร็จแล้ว ข้าจะต้องตอบแทนให้เจ้าอย่าง
งามแน่นอน”
มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาหน้าเรือนโยวหรานอีกครั้ง ที่แท้ก็คือ
น้องชายน้องสาวที่ถือเงินออกมา
สวี่โม่ไม่รั้งอยู่ต่อ พาครอบครัวขึ้นรถม้า แล้วรีบกลับไปยังเรือน
ทันที
เป็นไปตามที่ทั้งสองคนคาดการณ์ไว้
ในวันรุ่งขึ้น
จูซือหวนที่มีชื่อเสียงเพียงเล็กน้อยอยู่แล้ว กลับมีชื่อเสียงโด่งดัง
ยิ่งขึ้นในเมืองหลวง ภาพเขาปกป้องพี่น้องสามัญชนสามคนที่หน้า
ประตูหอเหวินชางนั้น ถูกบรรดาบัณฑิตพูดถึงด้วยความชื่นชม มี
หลายคนเดิมพันว่า การสอบจวี่เหรินในอีกสามปีข้างหน้า คุณชายซื
อหวนจะต้องสอบผ่านอย่างแน่นอน
พร้อมกันนั้นเอง ตระกูลจูสายหลักก็พากันตื่นตระหนกด้วย
เมื่อกล่าวถึงคนตระกูลจูสายหลัก ก็ต้องพูดถึงเรื่องการแต่งงาน
ระหว่างตระกูลจูกับตระกูลเถา
แต่เดิมตระกูลจูกำลังหาคู่ครองให้จูจื้อ แต่เลือกเฟ้นอยู่นานก็ยัง
ไม่มีใครที่เหมาะสม จนกระทั่งจูจื้อสอบผ่านจวี่เหริน จึงตรงตาม
ข้อกำหนดของตระกูลเถาพอดี ทั้งสองตระกูลจึงผูกสัมพันธ์กันตาม
โอกาสอันเหมาะสม กลายเป็นพันธมิตรที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
ในช่วงเวลาที่ลูกหลานของทั้งสองตระกูลกำลังหมั้นหมายกันนั้น
ตระกูลเถากับตระกูลจูได้ทำข้อตกลงทางการค้ากันหลายครั้ง
ความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองตระกูลที่ดูเหมือนจะเหนียวแน่นแล้ว
กลับถูกทำลายโดยบุตรชายนอกสมรสของจูจื้อเอง
ทว่าแม้การหมั้นหมายจะล้มเหลว แต่ข้อตกลงทางการค้าก็ยังคง
ดำเนินต่อไป ทั้งตระกูลจูและตระกูลเถาต่างตกอยู่ในสถานการณ์ที่
ยากลำบาก
หากแต่งงานกัน ตระกูลเถาก็จะเป็นฝ่ายเสียหน้า
จะไม่แต่งงานก็ไม่ได้อีก เนื้อที่อยู่ในปากแล้วพวกเขาคงไม่
อยากจะปล่อยไป
ในเวลานี้ การปรากฏตัวอย่างฉับพลันของจูซือหวน ในสายตา
ของคนตระกูลจูสายหลัก ถือเป็นดั่งคนที่สวรรค์ส่งลงมาช่วย เป็น
กุญแจสำคัญในการรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองตระกูล
เพียงสามถึงห้าวันนี้ ทางสายหลักก็ส่งคนมาบอกข่าวกับจูซือห
วน ถามเขาว่ายินดีจะแต่งงานกับบุตรสาวตระกูลเถาหรือไม่
จูซือหวนแสดงสีหน้าลังเล แต่ในใจกลับกำลังกรีดร้องด้วยความ
ยินดี
เขาแกล้งทำเป็นไม่เต็มใจนัก หลังครุ่นคิดอยู่นานก็เอ่ยอย่างน้อย
เนื้อต ่าใจว่า “ข้าจะไม่กลายเป็นผู้รับผิดแทนท่านน้าหรอกหรือ”
กระทั่งคนสายหลักยืนยันว่าจะไม่ทำให้เขาเสียประโยชน์ จูซือห
วนจึงยอมตอบรับการแต่งงานนี้อย่างเสียไม่ได้
วันรุ่งขึ้น ตระกูลจูกับตระกูลเถาก็เจรจากัน
แม้ว่าเงื่อนไขของตระกูลเถาจะเข้มงวด ยืนกรานว่าจะยก
บุตรสาวให้แต่งกับจวี่เหรินเท่านั้น แต่ตระกูลจูก็ไม่มีจวี่เหรินที่อยู่ใน
วัยออกเรือนแล้วจริง ๆ จูซือหวนก็มีความหวังที่จะสอบเป็นจวี่เหรินได้
และสำคัญที่สุดคือตระกูลเถาก็ไม่อยากสละความร่วมมือทางการค้า
กับตระกูลจู
หลังจากชั่งน ้าหนักทั้งสองฝ่ายแล้ว การแต่งงานครั้งนี้ก็ได้รับการ
ตกลง
เมื่อข่าวนี้ส่งมาถึงเรือนเล็ก พวกเขาต่างได้รับคำเชิญแล้ว และ
กำลังปรึกษาหารือกันเรื่องวันแต่งงาน
“ข้ายังคิดว่าตระกูลเถาจะรอไปอีกสามปีหลังสอบจวี่เหริน พวก
เขาถึงจะแต่งงานกัน” จ่างเยี่ยนกล่าวช้า ๆ “เหมือนหวังฮ่าวหรานของ
ตระกูลหวัง”
ปีที่แล้วหวังฮ่าวหรานได้หมั้นหมายกับบุตรสาวตระกูลโจว โดย
ตกลงกันว่าจะแต่งงานหลังเขาสอบจวี่เหรินผ่าน นายท่านหวังสามกับ
หวังฮ่าวหรานต่างมั่นใจเต็มที่ แต่ไม่คิดว่าสวี่โม่จะได้ตำแหน่งเจี้ย
หยวนไป ส่วนหวังฮ่าวหรานกลับไม่ติดอันดับด้วยซ ้า
การไม่ติดอันดับก็คือสอบตก สอบตกก็ไม่ใช่จวี่เหรินอีก จึงต้อง
เตรียมตัวสอบต่อในอีกสามปี
เขาได้ยินหวังฝูเฟิงบอกว่า ตระกูลโจวต้องการยกเลิกการหมั้น
หมาย แต่นายท่านหวังสามและบุตรชายกลับไม่ยินยอม ยืนกรานจะ
แต่งงานให้ได้ ตอนนี้ก็กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอม
กัน
“คุณชายซือฮวนอายุสิบหกแล้ว ข้าได้ยินว่าคุณหนูเถาอายุ
มากกว่าเขาถึงสองปี” สวี่โม่กล่าวเบา ๆ
เวลาสามปี พูดว่านานก็ไม่นาน พูดว่าสั้นก็ไม่สั้น ถึงแม้จูซือฮวน
จะยินดีรอ แต่คุณหนูเถาคงทนรอไม่ไหว
ดังนั้น หลังจากผ่านการเปลี่ยนแปลงไปมากมาย ในที่สุดเด็ก
หนุ่มก็สมใจหวัง
เขาวางแผนอย่างแยบยล เพียงเพื่อให้ได้สาวงามมาครอบครอง
แม้สวี่โม่จะระแวงความคิดของจูซือฮวน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชม
แผนการอันแยบยลของเขา
หวังเพียงว่าในยามที่เขาสมหวังดังใจแล้ว จะไม่ลืมข้อตกลง
ระหว่างพวกเราสองคนเท่านั้น
ภายในห้องเล็ก ๆ บานหน้าต่างส่องแสงสว่างไสว บนโต๊ะไม้เรียบ
ง่ายมีกระดาษสากำลังแผ่ออก
เด็กหนุ่มจุ่มพู่กันในหมึกสีเข้ม เขียนตัวอักษรสี่ตัว “สังหารครา
เดียว” ลงบนกระดาษอย่างเคร่งขรึม
ความเกลียดชังของสวี่โม่ที่มีต่อจูจื้อไม่เคยจางหายไปตลอด
หลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าจูจื้อจะเป็นคนในตระกูลหลัก มีพี่ชายซึ่งเป็น
ผู้นำตระกูลคอยหนุนหลัง และมีนายหญิงฟางคอยปกป้อง แต่ก็ไม่
อาจต้านทานความมุ่งมั่นที่จะสังหารคนของเขาได้
การร่วมมือกับจูซือหวนเป็นเพียงขั้นตอนแรก ต่อจากนี้ยังมี
ขั้นตอนที่สองและสาม
จู่ ๆ เสียงหัวเราะหวานใสราวกับกระดิ่งเงินก็ดังมาจากนอก
หน้าต่าง
สวี่โม่เงยหน้าขึ้น พบว่าน้องชายคนรองกลับมาแล้ว ส่วนน้องสาว
กำลังวนเวียนถามโน่นนี่ และได้รับของฝากมามากมาย
“เมืองหลวงช่างใหญ่โตจริง ๆ ข้าเดินทางอยู่ครึ่งเดือนกว่าจะ
ออกไปได้ พอผ่านเหอหนานจึงนำของอร่อยมาฝากพวกเจ้า” เจิ้งหรู
เชียนดูเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ร่างกายที่เพิ่งจะอ้วนขึ้นมาก็
หายไปครึ่งหนึ่งแล้ว
เจียงเซิงแกะห่อออกอย่างดีใจ แต่ก็ตกใจเมื่อเห็นผลไม้สีแดง
หล่นกระจายเต็มพื้น พอเก็บขึ้นมาจึงพบว่าเป็นพุทราแดงใหญ่
จ่างเยี่ยนที่อยู่ข้าง ๆ ทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้ “พี่รอง ใครเขาจะเอา
พุทรามาเป็นของฝากกัน”
“เจ้าอย่าดูถูกมันสิ นี่เป็นพุทราแดงใหญ่จากเจิ่งซิน เปลือกบาง
เนื้อหนา เมล็ดเล็ก ซ ้ารสชาติก็ดีด้วย” เจิ้งหรูเชียนกล่าวพลางเท้า
เอว “สำคัญที่สุดคือมันนำโชคดีมาให้”
ของแห้งจะไม่ดีได้อย่างไร แม้เก็บไว้ครึ่งปีก็ไม่เสีย
เจียงเซิงเบ้ปาก เปิดห่อต่อไป คราวนี้นางระวังมากขึ้น ผลไม้จึง
ไม่กระจัดกระจาย แต่ของข้างในยังคงสีแดงและกลมมน ทำให้นาง
เจ็บปวดรวดร้าว
“เป็นอะไรไป เจ้าไม่ชอบหรือ” เจิ้งหรูเชียนถามเสียงดัง “เจียงเซิง
น้อย นี่คือพุทราป่านะ ถังหูลู่ที่เจ้าชอบที่สุดก็ทำจากพุทราป่า ทำไม
ถึงทำหน้าแบบนั้นเล่า”
เจียงเซิงหมดคำจะพูด คนที่ชอบถังหูลู่ต้องชอบกินพุทราป่าด้วย
หรือ ใครบอกพี่รองกัน!
เด็กหญิงยอมแพ้ สุ่มเปิดห่อที่สาม แน่นอนว่าเป็นเกาลัดลูกใหญ่
อวบอ้วน มันดูดีทีเดียว แต่กลับกินไม่ได้
เจียงเซิงแทบจะร้องไห้แล้ว
ส่วนเจิ้งหรูเชียนที่อยู่ข้าง ๆ ยังคงมีสีหน้าภูมิใจ “เหอหนานเป็น
สถานที่ที่ดีจริง ๆ พุทราแดงอร่อยกว่าที่อื่นมาก พุทราป่าก็หวานกว่า
ที่อื่น แม้แต่เกาลัดก็ยังใหญ่กว่าที่อื่นอีก”
“ข้าขนพวกมันมามากพอสมควร เดี๋ยวจะส่งไปให้เรือนโยวหราน
ดูด้วย”
เด็กหนุ่มผู้มีความทะเยอทะยาน ในหัวกำลังเต็มไปด้วยความคิด
ว่าเรือนโยวหรานในเมืองหลวงคงไม่ต่างจากเขตอันสุ่ยเท่าไร พวก
เขาสามารถขึ้นราคาหมูรมควันได้ แน่นอนว่าต้องสามารถทำ
ข้อตกลงเพื่อส่งสินค้าใหม่ได้ด้วย
แต่คิดไม่ถึงว่าเมื่อขนของพื้นเมืองทั้งเกวียนไปที่เรือนโยวหราน
สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงการดูถูกจากเถ้าแก่ใหญ่
“คุณชายเจิ้ง เรือนโยวหรานของเราไม่ใช่สถานที่ที่จะรับซื้อของ
สกปรกทุกอย่างนะ”