พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 201 สาเหตุที่ทำถังหูลู่ไม่สำเร็จ
ชั่วขณะที่นางกำล้มหงายหลังลงไปนั้น เจียงเซิงก็คิดถึงหลายสิ่ง
หลายอย่าง
อย่างเช่น หากนางตายไป ใครจะดูแลพวกพี่ชายต่อไป
อย่างเช่น พี่รองคงร้องไห้หนักที่สุด พี่สี่ร้องไห้จนน ้าตานองหน้า
พี่ใหญ่กับพี่ห้าดื้อดึงไม่ยอมร้องไห้ สุดท้ายพี่สามก็เป็นคนใช้ไม้ทุบตี
จนทุกคนร้องไห้
หรืออย่างเช่น นางยังกินถังหูลู่ไม่พอ และสิ่งที่นางชอบกินไม่ใช่
ผลพุทรา แต่เป็นชั้นน ้าตาลหวานหอมที่เคลือบอยู่ด้านนอกของผล
พุทรา
และสิ่งสุดท้ายที่คิดคือ พวกพี่ชายยังไม่ได้แต่งภรรยาเลยสักคน
นี่ช่างน่าเสียดายจริง ๆ
เด็กหญิงตัวน้อยผู้อวบอ้วนแก้มกลมหลับตาลงกลางอากาศ รอ
คอยความตายด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
อย่างไรก็ตาม
ทันทีที่ร่างกายกำลังจะกระทบกับพื้น นางพลันรู้สึกได้ถึงความ
นุ่มนวลใต้ร่าง ไม่มีความเจ็บปวดจากศีรษะที่กระแทกหรือแขนขาที่
หัก แต่กลับรู้สึกนุ่มสบายราวกับผ้าห่มผืนใหม่ที่ป้าจางปูไว้ให้นาง
แม้แต่เสียงของพี่น้องทั้งหลายที่พากันตกใจก็ยังเงียบหายไป
หรือว่านางจะถูกส่งกลับเข้าไปในท้องของมารดาอย่างกะทันหัน?
หากเป็นเช่นนั้น นางก็ต้องจดจำใบหน้าของมารดาให้ได้ก่อนจะ
กลายเป็นเด็กขอทานเร่ร่อน
เจียงเซิงรีบลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว ทว่ากลับไม่เห็นสตรีผู้อ่อนโยน
แต่เป็นใบหน้าใหญ่สามใบหน้าที่โน้มเข้ามาใกล้
พี่ใหญ่สวี่โม่ งดงามดั่งสายลมและแสงจันทรา
พี่รองเจิ้งหรูเชียน ซื่อตรงและใจกว้าง
พี่สี่เวินจืออวิ่น ในแววตาเอ่อล้นไปด้วยความรู้สึกผิด
หือ? ยังขาดพี่ชายอีกคนนี่ พี่ห้าหายไปไหน?
ก่อนที่เจียงเซิงจะทันได้เอ่ยถาม เสียงโอดครวญด้วยความ
เจ็บปวดก็ดังขึ้นมาจากใต้ร่างนาง “เจียงเซิง…เจ้า…ต่อไป…เจ้ากิน
ให้…น้อยลง…หน่อย…”
ที่แท้พี่ห้าจ่างเยี่ยนเสียสละตัวเองกลายเป็นแผ่นเบาะรองรับ
น้องสาว แต่ยามนี้เขาแทบจะหายใจไม่ออกแล้ว
เมื่อเหล่าพี่ชายได้สติ พวกเขาก็ช่วยกันดึงร่างอ้วนกลมของ
น้องสาว ถึงได้ช่วยชีวิตของจ่างเยี่ยนเอาไว้ได้ทัน
เจียงเซิงรู้สึกละอายใจยิ่งนัก “พี่ห้า ท่านช่วยชีวิตข้าไว้ ต่อไปข้า
จะแบ่งน ้าตาลเคลือบของถังหูลู่ให้ท่านกินนะเจ้าคะ ส่วนข้าจะกินเนื้อ
ที่เป็นพุทราเอง”
จ่างเยี่ยน “…”
เพียงนึกถึงภาพเจ้าห้าแทะน ้าตาลเคลือบจนหมด แล้วส่งต่อให้
น้องสาว สีหน้าของพี่ชายทั้งหลายก็แสดงความไม่เต็มใจออกมา
“เจียงเซิงน้อย” เจิ้งหรูเชียนกระแอมเบา ๆ “ต่อไปพวกเราก็จะ
ขายถังหูลู่ ท่านป้าบอกว่านางสามารถเรียนรู้วิธีทำได้ ทีนี่เจ้าอยาก
กินเท่าไหร่ก็กินได้เท่านั้น”
“จริงหรือ” ดวงตาของเจียงเซิงเปล่งประกาย
“จริงสิ” เจิ้งหรูเชียนพยักหน้า “ตอนนี้ท่านป้ากำลังเคี่ยวน ้าตาล
อยู่ด้วย”
ความจริงแล้วจางเซียงเหลียนรู้สึกตกใจกับการที่ต้องรับหน้าที่
เป็นแม่ครัวใหญ่ของร้าน นางจึงตัดสินใจทำขนมทุกอย่างที่เคยเห็น
มา การทำถังหูลู่เป็นเพียงความพยายามครั้งแรกเท่านั้น
แต่สำหรับเจียงเซิงแล้ว นี่นับเป็นสิ่งล่อตาล่อใจที่มากพอ ทันทีที่
เจิ้งหรูเชียนพูดจบ เด็กหญิงก็แทบจะกลิ้งตัวและรีบออกไป
พี่ชายบางคนยิ้มจนตาหยี บางคนมีคำจะพูดแต่ติดอยู่ปลายลิ้น
ส่วนบางคนถอนหายใจเบา ๆ
ก่อนที่เจียงเซิงจะก้าวออกจากห้อง นางยังได้ยินเสียงพี่ใหญ่
ตักเตือนมาแว่ว ๆ “น ้าตาลไม่ดีต่อฟัน กินให้น้อยหน่อย…”
อา ห้ามฟัง ๆ พระกำลังสวดมนต์อยู่
แม้ว่าพี่ใหญ่จะเป็นคนรักษาคำพูด ฉลาดหลักแหลม เด็ดขาด
มั่นคง หนักแน่น แต่กลับมีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่ง เขามักจะคอยห้าม
นางไม่ให้กินขนมหวาน ยังบอกอีกว่านางลำบากมามากตั้งแต่เด็ก
ทำให้ร่างกายเติบโตไม่เต็มที่ อายุสิบเอ็ดปีแล้วแต่ฟันแท้ยังขึ้นไม่ครบ
หากกินขนมหวานมากอีกสักหน่อย ต่อไปจะต้องฟันผุแน่นอน
ตอนแรกเจียงเซิงก็ตกใจเหมือนกัน นางฝันว่าตัวเองยืนอย่างสง่า
งาม แต่พอเปิดปากกลับเป็นสีดำและมีกลิ่นเหม็น ยังมีแมงกินฟันจอม
เกเรไม่กี่ตัวเดินไปมาบนปลายลิ้น พาให้นางกลัวจนตื่นขึ้นมา
หลังจากนั้นนางก็ไม่แตะต้องขนมหวานอยู่นานทีเดียว
กระทั่งได้พบกับท่านลุงขายถังหูลู่อีกครั้ง ผลไม้สีแดงสดใส
เคลือบน ้าตาลกำลังโบกมือเรียกนาง ความหวานและความหวังเพียง
อย่างเดียวท่ามกลางวันเวลาอันขมขื่นเหล่านั้นกลับมาท่วมท้นใน
หัวใจอีกครั้ง เด็กหญิงจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่
กิน!
ของอย่างอื่นทิ้งได้ แต่ทิ้งถังหูลู่ไม่ได้!
เจียงเซิงก็เตรียมใจไว้แล้วสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด
หากฟันผุจนเต็มปากจริง ๆ นางก็…นางก็จะไม่แต่งงาน!
แม้ว่ามันจะหมายถึงการละทิ้งสามีในอนาคต แต่นางจะไม่มีวันละ
ทิ้งถังหูลู่!
เจียงเซิงรู้สึกภูมิใจในความเฉลียวฉลาดของตัวเอง วิ่งเข้าไปใน
ห้องครัวและเห็นป้าจางกำลังกวนน ้าเชื่อมอยู่ เด็กหญิงดีใจจนทำ
อะไรไม่ถูก จึงเกาะหน้าต่างคอยมองดู
น ้าเชื่อมที่เคี่ยวจากน ้าตาลทรายแดงกับน ้าในอัตราส่วนเท่ากันมี
สีแดงสดใส พอเคลือบกับพุทราก็จะกรอบนอกนุ่มใน หอมหวานน่า
กิน
แต่หลังป้าจางกวนไปได้สักพัก น ้าเชื่อมสีแดงก็หายไป ถูกแทนที่
ด้วยน ้าตาลทรายสีเหลืองเข้มที่เคลือบบนผลพุทราอย่างไม่สม ่าเสมอ
เจียงเซิงที่ยืนอยู่นอกหน้าต่างเอามือปิดปากน้อย ๆ
ป้าจางซึ่งอยู่ข้างเตาขมวดคิ้ว
“มันไม่น่าจะเป็นแบบนี้นะ” นางพึมพำอย่างสงสัย “ข้าเคี่ยว
น ้าตาลกับน ้าสัดส่วนเท่ากันแท้ ๆ ตอนแรกก็เป็นน ้าเชื่อม แล้วทำไม
ถึงกลายเป็นน ้าตาลทรายไปได้”
จางเซียงเหลียนยกมือขึ้นเตรียมจะล้างน ้าตาลทรายออกจากผล
พุทรา แต่ถูกเจียงเซิงที่วิ่งเข้ามาห้ามไว้
“ท่านป้าช้าก่อน บางทีมันอาจจะกินได้นะเจ้าคะ” เด็กหญิงอ้า
ปากกัดไปครึ่งหนึ่ง พอเข้าปากก็รู้สึกได้ถึงความละเอียดนุ่มของเม็ด
น ้าตาล ตามด้วยรสเปรี้ยวหวานของพุทรา หลังจากนั้นเม็ดน ้าตาล
นุ่ม ๆ ก็เคลือบเนื้อพุทรา ขับไล่รสเปรี้ยวออกไป เหลือไว้เพียงความ
หวานที่อบอวลเต็มปาก
จางเซียงเหลียนเริ่มกังวล “อร่อยหรือไม่เจียงเซิงน้อย”
เจียงเซิงพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้าตอบ “อร่อยมากเจ้าค่ะท่าน
ป้า มันอร่อยจริง ๆ”
กระทั่งถังหูลู่ที่ทำออกมาไปไม่สำเร็จ รสชาติก็ยอดเยี่ยมขนาดนี้
หัวใจที่ตื่นตระหนกและไม่สบายใจของจางเซียงเหลียนจางสงบ
ลงทันที นางลูบผมจุกสองจุกของเด็กหญิง ความคิดอันกล้าหาญผุด
ขึ้นมาในใจ
คืนนั้น ลูกพุทราเคลือบน ้าตาลทรายก็ถูกนำขึ้นโต๊ะอาหาร
สวี่โม่จ้องมองครู่หนึ่งแล้วถามทันทีว่า “ท่านป้า ท่านกวนน ้าตาล
เชื่อมหรือขอรับ”
จางเซียงเหลียนประหลาดใจยิ่งนัก “เหตุใดเสี่ยวโม่ถึงรู้เล่า”
“การทำน ้าตาลเชื่อมสำหรับถังหูลู่นั้น ห้ามกวนเด็ดขาด ถ้ากวน
แล้วน ้าตาลจะเป็นเม็ด” สวี่โม่หยิบลูกพุทราเชื่อมน ้าตาลทรายขึ้นมา
ชิ้นหนึ่ง “ในตำราโบราณมีคนรุ่นก่อนกล่าวถึง แต่เป็นเพียงข้อความ
สั้น ๆ ไม่ได้อธิบายรายละเอียดอะไร”
แต่เท่านี้ก็เพียงพอสำหรับจางเซียงเหลียนที่ติดอยู่ในความไม่
แน่ใจแล้ว
การทำถังหูลู่ไม่ได้ซับซ้อน ชาวบ้านบอกต่อ ๆ กันมาก็รู้ว่า
อัตราส่วนของน ้าและน ้าตาลต้องเท่ากัน แต่ใครจะคิดว่า ขั้นตอน
สำคัญที่สุดในการเคี่ยวน ้าตาลเชื่อมคือห้ามกวน
เหมือนกับคำกล่าวที่ว่า การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุดและสิ่งที่อยู่ใน
หนังสือย่อมมีค่าดั่งทองคำนั้นคงเป็นความจริง
จางเซียงเหลียนรู้สึกตื่นเต้นถึงขนาดไม่ยอมกินข้าว นางลุกขึ้น
ไปทำน ้าตาลเชื่อมอีกครั้ง คราวนี้ไม่นานนัก นางก็ยกถังหูลู่สีแดง
สดใสมาวางบนโต๊ะ
แม้ว่าเรื่องที่ต้องเป็นแม่ครัวใหญ่นางจะยังไม่มั่นใจ แต่
ความสำเร็จของถังหูลู่และพุทราเคลือมน ้าตาลที่ทำได้โดยบังเอิญ ทำ
ให้นางมีความมั่นใจ และทำให้นางศึกษาการทำขนมอย่างจริงจังมาก
ขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นคนจากทางใต้หรือทางเหนือ จากตำนานหรือใน
หนังสือ ขอเพียงมีสูตรและขั้นตอนคร่าว ๆ ป้าจางก็พร้อมจะลองทำ
ถ้าล้มเหลวก็ไม่เป็นไร เพราะนางมีเจียงเซิงน้อยคอยดูอยู่ที่ขอบ
หน้าต่าง
ในเรือน ผู้หญิงสองคนร่วมมือกันทำงาน
ส่วนนอกเรือนเจิ้งหรูเชียนก็ไม่ได้หยุดพัก เขามีร้านค้าทั้งหมดสี่
ห้องที่ต้องจัดการทำความสะอาด ต้องทำป้ายรวมถึงซื้อวัตถุดิบ มี
งานมากมายจนล้นมือ
น่าเสียดายที่เงินที่เหลืออยู่แปดร้อยตำลึงถูกใช้ไปกับค่าเช่า
ทั้งหมด
สวี่โม่รู้สึกกังวล จึงตัดสินใจจะยืมเงินสองร้อยตำลึงจากจูซือหวน
เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายภายในร้าน
เจิ้งหรูเชียนส่ายหน้า เอ่ยห้ามเขา “พี่ใหญ่ ถ้าข้ากล้าเช่าร้าน
ราคาแปดร้อยตำลึง ก็ไม่กลัวว่าจะไม่มีเงินใช้หรอกขอรับ”
เพราะคนที่เดินทางไปแดนเหนือน่าจะกลับมาแล้วพร้อมกับของ
ฝากจากที่นั่น ผลกำไรของเขตอันสุ่ยในปีนี้ และจดหมายตอบกลับ
จากญาติสนิทมิตรสหายทั้งหลาย