พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 204 เปิดกิจการใหม่
ในเมืองหลวง ตระกูลเจียงเป็นตระกูลใหญ่ที่ไม่อาจโต้แย้งได้
แม้ว่าเมื่อก่อนจะเกิดความขัดแย้งกันเล็กน้อยจนทำให้ต้องแยกบ้าน
แต่บรรยากาศโดยรวมของตระกูลเจียงก็ยังคงอบอุ่นกลมเกลียวกันดี
เจียงเฉิงเยวี่ยนพอใจมากที่ตนเกิดมาในตระกูลเช่นนี้
บิดามารดารักใคร่กัน ท่านย่าก็เมตตา บรรดาพี่น้องเป็นมิตรต่อ
กัน
แม้ว่าต่อมาจะมีปริศนาเกี่ยวกับชาติกำเนิดของน้องสาว จึงทำให้
ท่านย่าไม่พอใจอยู่บ้าง แต่คนอื่น ๆ ก็ยังคงสนิทสนมกัน น้องสาวของ
เขายิ่งเกาะติดและคอยเอาใจพี่ชาย ในใจและสายตาของนางมีแต่เขา
ผู้เป็นพี่ชายเท่านั้น
เวลาเจียงเฉิงเยวี่ยนเขียนอักษร เจียงเฉิงฮวนก็จะฝนหมึก
เวลาเจียงเฉิงเยวี่ยนฝึกวรยุทธ์ เจียงเฉิงฮวนก็จะนำชามาให้
เวลาเจียงเฉิงเยวี่ยนออกไปประลองแข่งขันกับผู้อื่น เจียงเฉิงฮวน
ก็จะตามไปสนับสนุนและให้กำลังใจพี่ชายอย่างไม่ลังเล
ในใจของเจียงเฉิงเยวี่ยน เจียงเฉิงฮวนเป็นน้องสาวที่ดีที่สุด และ
เป็นบุตรสาวของคนตระกูลใหญ่ที่ดีที่สุด แม้แต่ในเมืองหลวงก็มีไม่กี่
คนที่จะมีคุณสมบัติเหนือกว่านาง
การมีน้องสาวเช่นนี้ ทำให้เจียงเฉิงเยวี่ยนมีความสุขมาก
กระทั่งเขาได้พบกับขิงน้อย เด็กหญิงแก้มกลม พอเห็นภาพเจียง
เซิงกับพวกพี่ชายของนางอยู่ด้วยกัน โดยเฉพาะเวลานางกับพี่ชาย
คนรองทั้งหยอกล้อ วิ่งไล่และโต้เถียงกัน แต่มันกลับไม่อาจปิดบัง
ความสนิทสนมนั้นได้
จากนั้นเจียงเฉิงเยวี่ยนจึงเพิ่งตระหนักว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพี่
น้องสามารถเป็นแบบนี้ได้
เขาไม่สามารถอธิบายความรู้สึกนี้ได้ แต่ราวกับมีอำนาจลึกลับ
บางอย่าง ทำให้เขาหยุดอยู่ตรงหัวมุม เฝ้ามองขิงน้อยกับพี่ชายของ
นางอย่างเงียบ ๆ
ราวกับว่า…เขาอิจฉาเล็กน้อย?
เจียงเฉิงเยวี่ยนไม่อยากยอมรับนัก
แต่หากให้เขาหันหลังกลับ เขายังคงรู้สึกไม่อยากจากไปสัก
เท่าไร
จนกระทั่งเจียงเฉิงฮวนเลือกของเสร็จแล้ว นางจึงค่อย ๆ เดินเข้า
มา แล้วเอ่ยเสียงอ่อนหวานว่า “พี่ชาย เราไปกันเถอะเจ้าค่ะ”
เจียงเฉิงเยวี่ยนถึงได้มีสติกลับมา “เจ้าเลือกของเสร็จแล้วหรือ?
อยากจะเดินเที่ยวต่อหรือจะกลับจวนดีเล่า”
เจียงเฉิงฮวนกะพริบตา “หากท่านเหนื่อยแล้ว พวกเราก็กลับจวน
กันเถอะ แต่หากยังอยากเดินเที่ยวเล่นต่ออีก ข้าก็จะอยู่เป็นเพื่อน
พี่ชาย”
หัวใจของเจียงเฉิงเยวี่ยนรู้สึกอบอุ่น โชคดีที่น้องสาวของเขาช่าง
เอาใจใส่ ความเอาใจใส่นี้ไม่มีใครเทียบได้ทั้งนั้น
“ไม่เที่ยวเล่นแล้ว” เขากล่าวอย่างร่าเริง “เหมือนว่าทางโน้นจะมี
ร้านใหม่เปิด รอให้เปิดแล้วข้าจะพาเจ้ามาดู”
ในใจของเขาเจียงเฉิงเยวี่ยนอยากจะช่วยสนับสนุนเจียงเซิงสัก
หน่อย จะได้ไม่เสียแรงที่พวกเขารู้จักกันมาตั้งแต่ตอนอยู่ที่เขตอันสุ่ย
แต่ไม่คิดว่าเจียงเฉิงฮวนจะหันมาเห็นเจียงเซิงพอดี สีหน้านางจึง
เปลี่ยนไปเล็กน้อย “เป็นพวกเขาเองหรือ? เปิดร้านบนถนนที่ผู้คน
พลุกพล่านเช่นนี้ ไม่กลัวขาดทุนย่อยยับหรืออย่างไร ซ ้ายังไม่มีฐานะ
หรือภูมิหลังอะไร ข้าว่าพวกเขาคงจะต้องปิดร้านในเร็ววันแน่”
คำพูดร้ายกาจเช่นนี้ ไม่เหมือนน้องสาวที่อบอุ่นอ่อนโยนเช่นทุก
วัน
แต่เมื่อคำนึงถึงการขัดแย้งกันในบ้านก่อนหน้านี้ เจียงเฉิงเยวี่ยน
จึงปลอบน้องสาวด้วยความเข้าอกเข้าใจว่า “พวกเราแค่ไปดูเท่านั้น
หากมีของแปลกใหม่อะไร ก็จะได้ซื้อให้เจ้ากับท่านแม่”
ดูท่าเขายังคงให้ความสำคัญกับมารดาและน้องสาวเป็นอันดับ
แรก
เจียงเฉิงฮวนจึงยิ้มออกมาในที่สุด นางกระทืบเท้าเบา ๆ และทำ
ท่าทางน่ารัก “พี่ชายว่าอย่างไรก็เอาตามนั้นเจ้าค่ะ”
ทั้งสองก้าวขึ้นรถม้า นั่งลงคนละฝั่ง แล้วเดินทางกลับจวนตระกูล
เจียง
หน้าร้านใหม่
เจียงเซิงวิ่งไล่คนจนเหนื่อยแต่ก็ตามไม่ทันเจิ้งหรูเชียน จึงโกรธ
จัดยกมือเท้าเอว “พี่รองคนบ้า ข้าไม่สนใจท่านแล้ว”
นางหันหลังกลับให้อย่างโมโห คิดจะไปดูป้าจางทำขนมที่ครัว
ด้านหลัง
เจิ้งหรูเชียนรีบเข้ามาปลอบน้องสาวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ข้าล้อ
เจ้าเล่นต่างหาก ข้าจะใช้เงินตั้งห้าสิบตำลึงซื้อเสื้อผ้าได้อย่างไร นี่
เป็นผ้าที่ข้าตัดเอง ท่านป้าเป็นคนเย็บให้ ใช้เงินแค่สิบตำลึงเท่านั้น”
แม้ว่าสิบตำลึงจะไม่ใช่เงินถูก ๆ แต่เมื่อเทียบกับห้าสิบตำลึงแล้ว
ก็ถือว่ายังพอรับได้
“จริง ๆ นะ ถ้าข้าโกหกเจ้าอีก ขอให้ข้ากลายเป็นหมูน้อยเลย”
เจิ้งหรูเชียนยกจมูกขึ้น ทำท่าทางเลียนแบบจมูกหมู
เจียงเซิงหัวเราะจนน ้าตาเล็ด ไม่พูดอะไรต่ออีก
ส่วนวังเสี่ยวจูที่กำลังคัดแยกสมุนไพรแห้งอยู่ในสำนักแพทย์โผล่
หน้าออกมาอย่างสงสัย “คุณชายรองเรียกข้าหรือ”
“ไม่ ๆ ๆ” เจิ้งหรูเชียนตกใจรีบโบกมือปฏิเสธ
เจียงเซิงยิ่งหัวเราะชอบใจอยู่ข้าง ๆ สองพี่น้องกลับมาสนิทสนม
กลมเกลียวกันอีกครั้ง
มีคนซึ่งเดินผ่านมาสอบถามเกี่ยวกับร้านแห่งใหม่ด้วยความ
อยากรู้อยากเห็น เจิ้งหรูเชียนก็แนะนำไปอย่างภาคภูมิใจ ส่วนเจียง
เซิงคอยพูดเสริม คนทั้งคู่ทำงานสอดประสานกัน
ส่วนอีกมุมหนึ่ง
จ่างเยี่ยนดึงตัวเวินจืออวิ่นมากระซิบกระซาบ “ถ้าพี่รองบอกไป
ตรง ๆ ว่าเสื้อผ้ามาในราคาสิบตำลึง น้องสาวจอมงกคนนี้คงต้อง
ระเบิดอารมณ์แน่ ๆ เขาจึงต้องโกหกว่าเป็นเงินห้าสิบตำลึงก่อน แล้ว
ค่อยลดลงมาเหลือสิบตำลึง”
ด้วยความรู้สึกที่ขึ้น ๆ ลง ๆ เช่นนี้ แม้แต่เสื้อผ้าจะราคาสิบตำลึง
ก็ยังสามารถเป็นที่ยอมรับได้
มันสมองของพี่รองนั้น เหมาะจะเปิดร้านทำการค้าจริง ๆ
เวินจืออวิ่นเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่เมื่อนึกถึงวิชาแพทย์ของตนที่ยัง
ไม่เชี่ยวชาญนัก รวมถึงสำนักแพทย์ที่กำลังจะเปิดใหม่ เขายิ่งก็ขมวด
คิ้วแน่น
บางครั้งข้าก็คิดอิจฉาพี่รอง อีกฝ่ายมั่นใจในตัวเองเสมอ และ
เหมือนจะ…ทำอะไรได้อย่างง่ายดาย
คืนนั้น
หลังจากสวี่โม่กลับมา พวกเขาพี่น้องก็ตกลงกันเลือกวันเปิด
กิจการ คือในอีกสามวันข้างหน้า
วัตถุดิบสำหรับร้านขนมเตรียมพร้อมแล้ว
ยาสมุนไพรของสำนักแพทย์ก็พร้อมเช่นกัน
ทุกอย่างดูจะสมบูรณ์แบบ เหลือเพียงรอเปิดกิจการและหาเงินมา
เท่านั้น
แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น
หลังทานอาหารเย็น จ่างเยี่ยนวางมือขวาบนหลังมือซ้ายพลางใช้
นิ้วมือเคาะไปมา “พี่รอง ท่านตั้งใจจะยืนเรียกลูกค้าอยู่หน้าร้านแบบนี้
โดยไม่เตรียมการอย่างอื่นหรือ”
การเปิดร้านในเมืองหลวงนั้นแตกต่างจากที่อื่น ที่นี่ให้
ความสำคัญกับภูมิหลังและแหล่งที่มาของลูกค้ามากกว่า
เหมือนกับร้านที่เปิดโดยพระญาติ พวกเขาไม่จำเป็นต้อง
ประกาศก็มีคนมาอุดหนุน เป็นเพราะคนเหล่านั้นมีอิทธิพลดึงดูดผู้คน
และมีคนที่ติดตามอยู่แล้ว
แต่เจิ้งหรูเชียนนั้นไม่มี
ไม่เพียงแค่เขา สวี่โม่ เวินจืออวิ่น จ่างเยี่ยน เจียงเซิง พวกเขา
ทั้งหมดล้วนไม่มี
ด้วยฐานะสามัญชน การเปิดร้านในเมืองหลวงและคาดหวังว่าจะ
ดึงดูดผู้คนมาด้วยชื่อเสียงนั้นยากเกินไป พวกเขาสามารถใช้เรื่อง
คุณภาพเพื่อสร้างชื่อเสียงที่บอกปากต่อปากได้เท่านั้น
แต่วิธีนี้ช้าเกินไป สองสามปีก็ยังหากำไรได้ไม่คุ้มทุน
เดิมทีจ่างเยี่ยนเป็นห่วงพี่รอง แต่ไม่คิดว่าเจิ้งหรูเชียนจะยกยิ้มเจ้า
เล่ห์ สายตาเขามองไปทางพี่ใหญ่
“เจ้าวางใจเถอะ เจ้ารองได้ปรึกษากับข้าไว้แล้ว” สวี่โม่หัวเราะเบา
ๆ “วันนี้ข้าได้ตกลงกับจูซือหวน เขาจะพาคนมาอุดหนุน จ้าวหยวน
กับฉีหวายก็จะมาด้วย นี่คือเส้นสายทั้งหมดที่ข้าสามารถขอความ
ช่วยเหลือได้”
มันอาจดูไม่สลักสำคัญในหมู่พระญาติ แต่สำหรับพวกเขาพี่น้อง
นี่นับว่าเป็นน ้าใจในยามยากจริง ๆ
เจิ้งหรูเชียนประสานมือคำนับ แล้วกล่าวอย่างสุภาพจริงจังที่ได้
เห็นไม่บ่อย “ขอบคุณพี่ใหญ่ ขอบคุณเจ้าห้า ขอบคุณทุกคน”
ร้านนี้ใช้เงินทองทั้งหมดที่พวกเขาหาได้ในเมืองหลวง อีกทั้งยัง
ทุ่มเทจิตใจทั้งหมดของเขาลงไป มันคือการเดิมพันครั้งสุดท้าย
หลังจากเขาถูกเรือนโยวหรานทำให้อับอาย และเป็นความหวังใน
อนาคตของเขา
โชคดีที่จากพี่ใหญ่ไปถึงน้องสาวคนเล็ก ต่างไม่มีใครขัดขวาง
พวกเขาสนับสนุนเขาตลอดมา แม้ว่าจะต้องใช้เส้นสายทั้งหมด แม้ว่า
จะต้องกังวลจนแทบตาย แม้ว่าเขาจะใช้เงินสิบตำลึงเพื่อซื้อเสื้อผ้ามา
“พวกเจ้าวางใจได้ ข้าจะไม่ทำให้พวกเจ้าผิดหวังกับร้านนี้” เด็ก
หนุ่มกำมือแน่น เงยหน้ามองฟ้าด้วยความมุ่งมั่น “ข้าจะต้องสร้างร้าน
ขนมที่ได้รับความนิยมที่สุดในเมืองหลวงให้ได้!”
ไม่ใช่แค่การพึ่งพาการสนับสนุนจากคนตระกูลใหญ่เท่านั้น แต่
ยังรวมไปถึงขนมหวานที่ไม่เหมือนใคร และวัตถุดิบที่ไม่มีสิ่งใด
ทดแทนได้
และแล้ววันเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งมาถึงวันเปิดร้าน