พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 206 การดูถูกของเจียงเฉิงฮวน
เห็นได้ชัดเจนว่าแววตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมาเปล่งประกาย
พวกเขาคิดว่าเพียงลองชิมดูก็ไม่เสียหายอะไร จึงชวนเพื่อนฝูงมา
รวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย แล้วหลั่งไหลเข้าไปในร้านขนม
ในช่วงที่จูซือหวนเดินมาจากมุมถนน ร้านจิ่วเจินก็เปลี่ยนจาก
เปลี่ยวร้างกลายเป็นคลาคล ่าไปด้วยผู้คน กระทั่งเจิ้งหรูเชียนที่เป็น
เจ้าของก็ต้องรีบเข้าไปช่วยงาน
เขาอุทานว่า “หากข้ารู้ว่าร้านของพวกเจ้าจะคึกคักถึงขนาดนี้
ข้าคงไม่มาแย่งขนมกับพวกชาวบ้านหรอก”
“ไม่หรอก” สวี่โม่ประสานมือพลางยิ้มกล่าว “การที่คุณชายซือห
วนมาเยือนนั้นถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งแก่ร้านของน้องชายข้า แค่เจ้า
ยืนอยู่ตรงนี้ ต่อไปบรรดานักปราชญ์จากหอเหวินชางก็จะต้องมา
เยือนที่นี่อย่างแน่นอน”
อิทธิพลของคนมีชื่อเสียงนั้นใช้ได้ผลทุกหนทุกแห่ง
แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ สวี่โม่พูดเยินยอสองประโยคนี้อย่างถูกจุด
เพื่อให้จูซือหวนที่มารู้สึกสบายใจ
“พี่สวี่พูดเกินไป” ทั้งสองคนพูดคุยติดตลกกันพลางเดินเข้าไป
ในร้าน
ปล่อยให้จ่างเยี่ยนกับเจียงเซิงยืนอยู่หน้าประตู รู้สึกสะท้อนใจ
ระหว่างการเดินทางไปมาในเมืองต่าง ๆ พี่ใหญ่เติบโตขึ้นมาก
กระทั้งตอนนี้การพูดประจบเอาใจเขาก็ทำได้แล้ว อีกทั้งยังมีวงสังคม
เป็นของตัวเอง เป็นเหมือนคนเหล่านั้นที่พวกเขาเคยต้องเงยหน้ามอง
ด้วยความนับถือ
นี่เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ก็ทำให้พวกเขารู้สึกเสียใจเล็กน้อย
พร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก
จนเมื่อบ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านหลังจูซือหวนแบกห่อกระดาษน ้ามัน
สิบกว่าห่อออกมา อีกฝ่ายก็กล่าวลาสวี่โม่
“ข้าจะนำของเหล่านี้ไปแจกจ่ายที่จวนตระกูลจู หากพวกเขา
ชอบ ก็จะมาเลือกซื้อที่ร้านจิ่วเจินเอง” จูซือหวนประสานมือคำนับ “พี่
สวี่มีพรสวรรค์ล้นเหลือ น้องชายก็ฉลาดหลักแหลม อีกไม่นานเมือง
หลวงแห่งนี้พวกเจ้าพี่น้องต้องมีชื่อเสียงแน่นอน”
“พี่จูพูดเกินไปแล้ว ก็แค่กิจการเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น” สวี่โม่ยิ้ม
บาง “ที่ร้านยังยุ่งอยู่ ข้าคงไม่ไปส่งเจ้า”
จูซือหวนพยักหน้าพลางโบกพัด เงาร่างที่เดินจากไปนั้นดูสง่า
งามและอิสระเสรี
สวี่โม่หันกลับมา แต่แทนที่จะเข้าไปช่วยงานทันที เขากลับล้วง
ขนมที่ทำใหม่ ๆ สามชิ้นออกมาจากแขนเสื้อ
หนึ่งชิ้นส่งให้เจียงเซิง อีกชิ้นให้จ่างเยี่ยน และอีกหนึ่งชิ้นเขา
กำชับว่า “นี่สำหรับเจ้าสี่ ของในร้านขายไปหมดแล้ว โชคดีที่ข้าเก็บ
ไว้ได้ทัน”
พูดจบ เขาก็เข้าไปในร้าน แม้จะเป็นจวี่เหรินผู้สุภาพอ่อนโยน
แต่ก็ยินดีพับแขนเสื้อช่วยงานในร้านใหม่ของน้องชาย ถูกบรรดา
ท่านป้าและท่านน้าเบียดเสียดไปมา
ความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกในใจของเจียงเซิงหายไปทันที
ไม่ว่าพี่ใหญ่จะเติบโตอย่างไร จะฉลาดรอบคอบแค่ไหน แต่เขาก็
ยังคงเป็นพี่ใหญ่ของบ้าน เขาเป็นคนซื่อตรง ไม่ประจบสอพลอ เขา
รักและปกป้องน้อง ๆ เขาใส่ใจและอ่อนโยน
เจียงเซิงแกะกระดาษน ้ามันออก แล้วยัดพุทราหวานฉ ่าเข้าปาก
รสชาติของมันทั้งนุ่มทั้งอร่อย
ส่วนจ่างเยี่ยนเสี่ยงชีวิตวิ่งเข้าไปในสำนักแพทย์ หลังจากแทรก
ตัวเบียดเสียดอยู่พักหนึ่ง ก็ยัดขนมพุทราใส่แขนเสื้อของเวินจืออวิ่น
แล้วดิ้นรนเบียดคนออกมาที่หน้าร้านจิ่วเจิน
“พี่ห้า เสื้อผ้าท่านยับหมดแล้ว” เจียงเซิงร้อง ยัดขนมพุทราเข้า
ปากแล้วกัดไว้แน่น พลางจัดเสื้อผ้าและจับรีดแขนเสื้อให้จ่างเยี่ยน
ท่าทางของนางเป็นธรรมชาติมาก ราวกับเคยทำมาแล้วนับครั้ง
ไม่ถ้วน พาให้เจียงเฉิงเยวี่ยนที่อยู่ไม่ไกลต้องตกตะลึงอีกครั้ง
หากพูดถึงเจียงเฉิงฮวน แม้นางจะคอยติดตามและเอาใจใส่เขา
แต่ก็รักษาระยะห่างระหว่างชายหญิง นางไม่เคยจัดแจงเสื้อผ้าให้เขา
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการสัมผัสอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ด้วย
หรือพูดอีกอย่างคือ การอบรมของตระกูลเจียง ต่อให้เป็นพี่น้องก็
ควรรักษามารยาทและเว้นระยะห่าง
เช่นเดียวกับตอนนี้ เจียงเฉิงฮวนเห็นสองพี่น้องที่อยู่หน้าร้าน
ขนม นางก็ขมวดคิ้วไม่พอใจ “ในคัมภีร์หลี่จี้ บรรพชนกล่าวไว้ว่า
ชายหญิงไม่นั่งปะปนกัน ไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกัน ไม่ส่งของให้กัน
โดยตรง น้องเขยพี่สะใภ้ไม่ถามไถ่กัน แม่เลี้ยงไม่ส่งเสื้อผ้าให้ลูกเลี้ยง
ชายหญิงอายุเจ็ดขวบไม่นั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน ต้องรักษามารยาทและ
ระยะห่างอย่างเคร่งครัด”
“มีแต่ครอบครัวที่ต ่าต้อยเท่านั้นที่ไม่สนใจมารยาท กล้าสัมผัส
ร่างกายกันต่อหน้าคนอื่น ช่างน่ารังเกียจนัก”
น ้าเสียงเหยียดหยามของนางดังก้องอยู่ข้างหู ทว่าคำพูดของนาง
ก็ไม่มีอะไรผิด ซ ้ายังเป็นหลักฐานว่าผู้นี้ได้อ่านหนังสือมามากและมี
ความรู้กว้างขวาง
มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ หรือ?
เจียงเฉิงเยวี่ยนรู้สึกแปลก ๆ เหตุผลบอกเขาว่าทัศนคติของ
น้องสาวถูกต้อง แต่ความรู้สึกกลับทำให้ข้ารู้สึกขัดใจอยู่บ้าง
กระทั่งจ้าวหยวนที่เดินผ่านมาอดไม่ได้ที่จะตำหนิ “เจ้าเกิดมามี
ดวงตาสีแดง แต่กลับโทษว่าโลกนี้เป็นสีแดงเสียเอง บรรพชนกล่าวไว้
บรรพชนกล่าวไว้ สิ่งที่บรรพชนพูดล้วนถูกต้องทั้งหมดหรือ บรรพชน
ไม่เคยทำผิดพลาดเลยหรืออย่างไร”
พี่น้องตระกูลเจียงหันขวับ สีหน้าตกตะลึงพร้อมกัน
“มองอะไร ข้าแค่ทนฟังคำพูดพวกเจ้าไม่ไหวก็เท่านั้น” จ้าว
หยวนเอ่ยอย่างไม่พอใจ “พี่น้องคนอื่นสนิทกัน แล้วเกี่ยวอะไรกับคน
นอกอย่างพวกเจ้า วัน ๆ เอาแต่วิพากษ์วิจารณ์ อีกาก็ยังพูดน้อยกว่า
พวกเจ้าเลย”
เจียงเฉิงฮวนอยู่ในตระกูลเจียงมาสิบเอ็ดปีเต็ม เรียกว่าได้รับการ
เลี้ยงดูมาอย่างดี ฐานะก็มั่งคั่งร ่ารวย ไหนเลยจะเคยถูกปฏิบัติเช่นนี้ สี
หน้านางจึงเปลี่ยนไปทันที
เจียงเฉิงเยวี่ยนรีบปกป้องน้องสาวไว้ข้างหลัง ขมวดคิ้วพลางเอ่ย
ว่า “เจ้าเด็กตระกูลจ้าว เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไรอยู่”
“เจ้าจะคิดว่าข้าพูดจาเหลวไหลก็ได้ เช่นนั้นก็อย่าใจใสเลย” จ้าว
หยวนชำเลืองมองแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวยาว ๆ ไปทางประตูร้านจิ่วเจิน
เพียงมองสวี่โม่ที่อยู่ข้างในครู่เดียว เขาก็ส่งยิ้มกว้างให้
“พี่จ้าว เจ้ามาแล้ว”
สวี่โม่ที่กำลังยุ่งอยู่รีบวางขนมลง ประสานมือออกมาทักทาย “พอ
พี่จ้าวมา ร้านของพวกข้าก็สดใสขึ้นมาทันที ในร้านยังมีขนม
เหลืออยู่ไม่มาก แต่เชิญเจ้าลองชิมตามใจชอบ เชิญเจ้าลองชิมสัก
สองชิ้นเถอะ”
เมื่อเทียบกับนิสัยเก็บเนื้อเก็บตัวของจูซือหวน จ้าวหยวนดูไร้
เดียงสาและร่าเริงกว่า ความสัมพันธ์กับสวี่โม่ก็เรียบง่ายที่สุด มันเป็น
เพียงการชื่นชมในพรสวรรค์และรู้สึกเคารพนับถือสวี่โม่เท่านั้น
“พี่สวี่ ข้ามาให้กำลังใจเจ้าแล้ว” ดวงตาของจ้าวหยวนเป็น
ประกายวาววับ เขาเบียดเข้าไปท่ามกลางกลุ่มคน “ข้าต้องการชิ้นนี้
ชิ้นนั้น กับชิ้นนั้นด้วย…”
สวี่โม่ทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้ พยายามเตือนเขาให้ซื้อน้อยหน่อย
ด้วยเกรงว่าคนตระกูลจ้าวที่มีไม่มากจะกินไม่หมด
หน้าประตูร้านเหลือเพียงเจียงเซิงกับจ่างเยี่ยนสองคน
พวกเขาเอียงศีรษะน้อย ๆ พร้อมกัน ทั้งสังเกตสหายคนใหม่
ของสวี่โม่ จากนั้นก็กระซิบกระซาบกัน
เจียงเฉิงเยวี่ยนมองอยู่ไกล ๆ ความรู้สึกประหลาดในใจยิ่งแผ่
ขยาย เพิ่มพูนจนถึงยอดเมฆ
“พี่ชาย ท่านยังจะเข้าไปอีกหรือไม่” เจียงเฉิงฮวนถามเสียงเบา
“หากไม่อยากเบียดเสียดกับผู้อื่น ก็ส่งสาวใช้และบ่าวเข้าไปซื้อให้ได้
นี่ถือว่าท่านได้แสดงความปรารถนาดีของตนเองแล้ว”
น ้าเสียงของนางยังคงฟังดูอ่อนโยนและเอาใจใส่เหมือนเคย แต่
มันกลับทำให้ความรู้สึกแปลกประหลาดในใจเจียงเฉิงเยวี่ยนยิ่ง
เข้มข้นมากขึ้น
“ไม่ละ” เขาส่ายหน้า “ข้าจะไปด้วยตัวเองดีกว่า”
เขาอยากเห็นสีหน้ามีความสุขของขิงน้อย เขาอยากไปให้
กำลังใจนางด้วยตัวเอง
แม้เจียงเฉิงฮวนจะไม่เต็มใจ แต่นางก็ก้มหน้ากล่าวอย่างว่าง่าย
“ข้าเชื่อฟังพี่ชายเสมอ”
พวกเขาพี่น้องค่อย ๆ เดินไปยังร้านจิ่วเจิน
เจียงเซิงยืนจนเมื่อยขาไปบ้างแล้ว จึงพิงหลังจ่างเยี่ยนไว้ครึ่งหนึ่ง
พลางกินขนมพุทราคำสุดท้ายจนหมด แล้วเลียริมฝีปากอย่าง
เอร็ดอร่อย “ทำไมถึงขายหมดเสียแล้ว ขนมพุทรานี่อร่อยจริง ๆ”
จ่างเยี่ยนยังมีขนมเหลืออยู่อีกครึ่งในมือ พอได้ยินดังนั้นก็ยื่นไป
ให้น้องสาวโดยไม่ลังเล
“อา” เจียงเซิงอ้าปากกว้าง แล้วกินเข้าไปทั้งหมดในคำเดียว
วันเวลาแห่งความทุกข์ยากที่วัดร้าง พวกเขาเคยดื่มน ้าแกงจาก
ชามเดียวกัน กินขนมชิ้นเดียวกัน นอนบนเตียงเดียวกัน ไม่มีใคร
สนใจเรื่องการรักษาระยะห่างระหว่างชายหญิง และไม่มีใครสนใจว่า
มันจะถูกสุขลักษณะหรือไม่
แต่ในสายตาของเจียงเฉิงฮวน นอกจากการดูถูกแล้วก็มีแต่การ
ดูถูก
“พี่ชาย” นางหยุดฝีเท้า “ข้าไม่อยากฝืนใจจริง ๆ ข้าไม่อยากเข้า
ไปในร้านของคนพวกนี้ ขอโทษที่ข้าเสียมารยาท แต่ข้าจะกลับจวน
ก่อน”
พูดจบนางก็หมุนตัวจากไป ทิ้งให้เจียงเฉิงเยวี่ยนยืนอยู่ที่เดิม ไม่
รู้ว่าควรจะก้าวไปข้างหน้าหรือถอยหลังดี