พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 212 คุณชายชุดดำ
นับตั้งแต่อดีต การสอบขุนนางอยู่ภายใต้การดูแลของกรมพิธี
การ
การสอบระดับมณฑล การสอบระดับเขต และการสอบระดับ
แคว้น เวลาในการสอบล้วนถูกกำหนดโดยการหารือของเจ้าหน้าที่
กรมพิธีการ งานพิธีการต่าง ๆ ก็ดำเนินการโดยกรมพิธีการ แม้
แต่กั๋วจื่อเจี้ยนก็อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกรมพิธีการ
ในฐานะเจ้ากรมพิธีการ สมควรต้องรับร้องความยุติธรรมของ
การสอบขุนนาง และปกป้องสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การศึกษาเล่า
เรียนและการดำเนินชีวิตของบัณฑิต แต่กลับปล่อยให้พวกเขา
กลายเป็น “นักเขียนเงา” เพื่อหาเงิน นี่คือความล้มเหลวของกรมพิธี
การ
โดยเฉพาะยิ่งเห็นสีหน้าของคุณชายผู้มั่งคั่ง ก็ทำให้ฉีหวาย
ขมวดคิ้วพร้อมกับรู้สึกว่าตนเองต้องรับผิดชอบขึ้นมา
“สองปีก่อนข้าได้ยินมาว่ามีการซื้อขายข้อสอบ แต่ข้าคิดเสมอ
ว่าการสอบขุนนางยังคงต้องอาศัยความสามารถที่แท้จริงของตนเอง
ไม่คิดว่าเรื่องจะเลวร้ายถึงเพียงนี้” เขากำพัดแน่น “พี่สวี่สามารถมา
หาข้าได้เช่นนี้ แสดงว่าคงตัดสินใจดีแล้ว เจ้าวางใจเถอะ ข้ายินดีอยู่
เคียงข้างช่วยเจ้าจนถึงที่สุด”
เด็กหนุ่มวัยสิบหกสิบเจ็ดปี ใบหน้าเปี่ยมด้วยพลังและชีวิตชีวา
ในแววตามีดวงไฟส่งแสงเปล่งประกาย
พวกเขามีความมุ่งมั่นทะเยอทะยานเพื่อแผ่นดิน พวกเขารัก
บ้านเมือง พวกเขากล้าที่จะบุกฝ่าไปข้างหน้า พวกเขายังไม่ถูก
กาลเวลาลบเลือนความฝัน ความภาคภูมิใจ และความกล้าหาญ
พวกเขากระตือรือร้นและมีชีวิตชีวาที่จะทำให้น ้าตาคลอทุกครั้งที่
หวนรำลึกถึงช่วงเวลาเหล่านี้
สวี่โม่ยื่นมือออกไปอย่างสั่นเทา ตอบรับสหายจากกั๋วจื่อเจี้ย
นด้วยความจริงใจ สหายที่มีอุดมการณ์เดียวกัน มีความยุติธรรม
เดียวกัน และมีความบริสุทธิ์เช่นเดียวกัน
ในชั่วขณะที่สองฝ่ามือจับกัน พวกเขาเห็นความมุ่งมั่นในดวงตา
กันและกัน
“พี่สวี่…”
“พี่ฉี…”
เรื่องนี้เป็นเรื่องยากลำบากสำหรับสวี่โม่ เพราะเขาไม่เต็มใจจะนำ
เรียงความที่แสดงความสามารถของตนออกมา แม้จะแสดงออกมาก็
ได้รับเพียงเงินก้อนหนึ่ง แต่ไม่สามารถช่วยให้เรื่องราวคืบหน้าได้
แต่ฉีหวายต่างออกไป
เขาเป็นบุตรชายขุนนางชั้นสูง อีกทั้งยังมีเงินทองมากพอ แม้เขา
จะลักลอบซื้อขายข้อสอบก็ไม่มีใครสงสัย และฐานะของเขาก็สามารถ
ผ่านการตรวจสอบได้
สิ่งเดียวที่น่าเสียดายคือ ฉีหวายสอบผ่านจวี่เหรินได้อย่างเฉียด
ฉิว การซื้อขายข้อสอบครั้งต่อไปจึงทำได้เพียงแค่ซื้อขายข้อสอบ
ของระดับแคว้น ไม่มีทางตามรอยไปถึงจูจื้อได้
“เจ้าต้องการซื้อขายข้อสอบของจวี่เหรินหรือ?” ฉีหวายรู้สึก
ประหลาดใจอยู่บ้าง
สวี่โม่มีนิสัยรอบคอบ เขาไว้ใจฉีหวาย แต่ยังไม่ถึงขั้นเชื่อหมดใจ
ดังนั้นจึงเปิดเผยเพียงการค้าที่มืดดำเบื้องหลังการซื้อขายข้อสอบ
โดยไม่ได้กล่าวถึงเป้าหมายที่แท้จริงว่าเป็นจูจื้อ
“ใช่แล้ว การสอบระดับแคว้นนั้นยากเกินไป ความยากของการ
ซื้อขายข้อสอบก็จะเพิ่มขึ้นด้วย” สวี่โม่ใช้ข้ออ้างนี้ “การสอบจวี่เหริน
มีขอบเขตกว้างกว่า และส่งผลกระทบต่อผู้คนมากกว่า”
ฉีหวายเป็นบุตรชายของเจ้ากรมพิธีการ เจ้ากรมพิธีการต้อง
รับผิดชอบการสอบขุนนาง การเปิดโปงความมืดดำเบื้องหลังการซื้อ
ขายข้อสอบก็ถือเป็นความดีความชอบอย่างหนึ่ง
เมื่อได้ทำคุณงามความดีแล้ว ย่อมจะยิ่งจับคนผิดได้มากขึ้น
ฉีหวายเข้าใจความหมายทันที “เรื่องนี้มอบให้ข้าจัดการเถอะ”
วันรุ่งขึ้น เขาพาคุณชายผู้มีผิวขาวสะอาดและหน้าตาหล่อเหลา
มาด้วย
สวี่โม่นั่งรออยู่ในศาลาเดี่ยวนอกกั๋วจื่อเจี้ยน ที่นี่มีถนนล้อมรอบ
สามด้านและอยู่ติดริมน ้าหนึ่งด้าน นับเป็นสถานที่ลับซึ่งเหมาะแก่การ
พูดคุย โดยไม่มีผู้ใดสามารถติดตามได้
เพียงแต่ยิ่งไม่มีสิ่งใดกำบัง ก็ยิ่งหมายความว่าลมหนาวของเดือน
สิบสองพัดเข้ามาได้ง่ายขึ้น
แม้สวี่โม่จะสวมเสื้อผ้าหลายชั้นทั้งด้านนอกด้านใน แต่เมื่อลม
เย็นยะเยือกพัดมา เขาก็อดสั่นสะท้านไม่ได้
ไม่มีน ้าชาร้อน ๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผ้าเช็ดหน้าอุ่น ๆ
โชคดีที่น้องสาวยัดมันเผาไว้ในอกเสื้อเขาก่อนออกจากบ้าน
ตอนนี้มันยังร้อนอยู่ที่หน้าอก กลายเป็นแหล่งความร้อนเพียงแห่ง
เดียวบนร่างกาย
รอจนกระทั่งลมหนาวเย็นยะเยือกพัดมาอีกระลอก
สวี่โม่ทนไม่ไหว ยื่นมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบมันเผาที่ห่อด้วย
ผ้าเช็ดหน้าออกมา เพิ่งจะแกะมุมผ้าออกเล็กน้อย ฉีหวายก็โผล่
ออกมาจากที่ไหนไม่รู้ ตามมาด้วยคุณชายชุดดำที่ท่าทางดูจะไม่สบ
อารมณ์
“พี่สวี่ ข้ามาแล้ว” เขาหอบหายใจ “พาผู้ช่วยมาให้เจ้าด้วย”
สวี่โม่ไม่เปลี่ยนสีหน้า ยกมือขึ้นใส่มันเผากลับเข้าไปในอกเสื้อ
อีกครั้ง พร้อมกับรวบชายเสื้อเข้าหากัน
“ข้าจะแนะนำให้รู้จัก” ฉีหวายชี้ไปที่คุณชายชุดดำ “นี่คือ…
น้องชายของข้า เขายินดีจะช่วยพวกเราลอบซื้อขายข้อสอบจวี่เหริน”
คุณชายชุดดำผู้นี้ดูมีอายุราวสิบสี่สิบห้าปี ผิวขาวสะอาดและ
หน้าตาสะสวย มีดวงตาคล้ายกับฉีหวายอยู่สามส่วน คงเป็นพี่น้อง
อย่างไม่ต้องสงสัย
สวี่โม่พยักหน้าเบา ๆ เพื่อแสดงความขอบคุณ
คุณชายชุดดำที่อยู่ตรงข้ามกลับขมวดคิ้ว สีหน้าเปลี่ยนจาก
ความสงสัยกลายเป็นตกตะลึง สุดท้ายก็หลุดคำพูดออกมาสองคำ
“เป็นท่าน?”
ฉีหวายเลิกคิ้ว
สวี่โม่ก็รู้สึกสงสัยเช่นกัน “ข้าเคยพบคุณชายฉีมาก่อนหรือ?”
คุณชายชุดดำชะงัก ทันใดนั้นก็ตระหนักบางอย่างได้ รีบส่ายหัว
ราวกับตีกลอง “ไม่ ๆ ๆ พวกเราไม่เคยพบกันมาก่อน ยิ่งไม่เคยรู้จัก
กันด้วย”
อีกทั้งไม่เคยถูกถีบหรือคลุกฝุ่นอะไรทั้งนั้น
สวี่โม่ยิ่งรู้สึกสงสัย
แต่เรื่องการซื้อขายข้อสอบกดดันอยู่ในใจทำให้เขาไม่มีอารมณ์
มาคิดมาก เขาเพียงพูดอย่างจริงจังว่า “อีกสองวันข้างหน้า เกรงว่า
จะต้องให้คุณชายออกหน้าแทนข้า เปลี่ยนจากรุกเป็นรับเสียแล้ว”
รับ หมายถึงคุณชายผู้มั่งคั่งมาหาสวี่โม่เพื่อขอเรียงความสำหรับ
การซื้อขาย
รุก หมายถึงคุณชายชุดดำไปหาคุณชายผู้มั่งคั่งเพื่อซื้อ
เรียงความสำหรับการซื้อขาย
สำหรับชนชั้นสูง คุณชายผู้มั่งคั่งจะต้องต้อนรับอย่าง
กระตือรือร้น ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเรื่องมากแค่ไหนก็ต้องรับมือ เพราะชน
ชั้นสูงสามารถนำความร ่ารวยมาให้เขา
ในเวลานั้น คุณชายชุดดำจะต้องอ้างว่า “ไม่ถูกใจ” เพื่อพลิก
อ่านเรียงความหลาย ๆ ฉบับ หานักเขียนเงาหลาย ๆ คน
น่าเสียดายที่กระดาษสอบการสอบขุนนางไม่สามารถเวียนกันได้
สวี่โม่จึงไม่อาจคัดลอกกระดาษสอบของจูจื้อ และไม่อาจค้นหา
บัณฑิตที่อยู่เบื้องหลังได้จากลายมือและรูปแบบการเขียน
แต่นั่นก็ไม่เป็นไร ชนชั้นสูงย่อมสูงส่งกว่าคนทั่วไปเสมอ มีสิทธิ์ที่
จะเรื่องมากได้ หลังจากจู้จี้จุกจิกหลายครั้ง เพียงเขาแสดงออกว่า
“อยากได้เหมือนของจวี่เหรินแห่งตระกูลจู” คุณชายผู้มั่งคั่งก็จะยินดี
หานักเขียนเงาที่อยู่เบื้องหลังออกมา
และนักเขียนเงาคนนี้ ก็คือกุญแจสำคัญที่สวี่โม่ต้องการตัว
“เรื่องนี้ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับตัวข้า แต่ยังเกี่ยวข้องกับอนาคตของ
เหล่าบัณฑิตที่ยากจน แม้พวกเขาจะยากจน แต่หากพยายามจนถึง
ที่สุด ก็สามารถได้รับการยอมรับด้วยความสามารถ แต่สิ่งที่เรียกว่า
ซื้อขายข้อสอบนี้ สิ่งที่เรียกว่าการเขียนแทนนี้ กลับกักขังชีวิตของ
พวกเขา ทำให้พวกเขาต้องพลิกตัวอยู่ในโคลนตมตลอดไป ไม่อาจ
ลุกขึ้นยืนและก้าวไปถึงจุดสูงสุดได้อีก”
สวี่โม่มองพี่น้องตระกูลฉีอย่างจริงใจ “พวกเราอาจมีกำลังเพียง
น้อยนิด พวกเราอาจไม่สามารถลงโทษคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดได้
แต่หากพวกเราสามารถเปิดโปงเรื่องนี้ ให้ฝ่าบาทได้เห็นความมืดดำ
ของการสอบขุนนาง ก็ถือว่าพวกเราทำภารกิจสำเร็จแล้ว”
พวกเขาเล็กจ้อย แต่ก็สำคัญอย่างยิ่ง
เมื่อสถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อย ๆ ย่อมมีผู้ออกมายืนหยัดต่อสู้
เพื่อความยุติธรรม ย่อมมีผู้ที่สามารถช่วยเหลือบัณฑิตยากจน
เหล่านั้น หลีกเลี่ยงไม่ให้พวกเขาเดินบนเส้นทางที่ผิด
ราชวงศ์ต้าอวี๋ไม่ควรเป็นเพียงสถานที่ของบุตรหลานตระกูลใหญ่
ในราชสำนักก็ไม่ควรมีเพียงบุตรหลานตระกูลใหญ่ บัณฑิตยากจน
ยิ่งไม่ควรกลายเป็นบันไดให้ผู้มีอำนาจเหยียบย ่า
โลกใบนี้ เป็นโลกของทุกคน
สวี่โม่เงยหน้า จ้องมองท้องฟ้าสีครามเบื้องบนอย่างลึกซึ้ง ราวกับ
จะระบายความใฝ่ฝันตลอดชีวิต แต่ก็กลั้นเอาไว้
พี่น้องตระกูลฉีมองเขาอย่างตะลึง ไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กหนุ่มผู้
บอบบางผู้นี้ เพียงชั่วขณะหนึ่งจึงดูสูงส่งนัก สูงส่งจนพวกเขาต้องเงย
หน้ามอง
แต่พวกเขาต่างตัดสินใจพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ว่าจะทำ
เรื่องนี้ให้สำเร็จ ทำให้มันจบลงอย่างสวยงาม!