พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 213 การค้าเป็ดย่างถูกขโมย
ช่วงนี้เจียงเซิงรู้สึกหดหู่มาก
พี่ใหญ่โผล่ ๆ หาย ๆ ทุกวันกระซิบกระซาบกับผู้คน อีกทั้งยัง
ขมวดคิ้วพึมพำบ่อย ๆ ราวกับกำลังทำเรื่องใหญ่โตบางอย่าง
พี่รองเดินทางไปแดนไกล แม้จะกำชับซ ้าแล้วซ ้าเล่าว่าให้กลับมา
เร็ว ๆ เพื่ออยู่ฉลองปีใหม่ แต่จนตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววเลย พาให้นาง
เป็นกังวลเหลือเกิน
พี่สี่อยู่บ้าน แต่ทุกวันพอฟ้าสางก็จะไปสำนักแพทย์ กว่าจะ
กลับมาก็ค ่ามืดแล้ว เขายุ่งจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน กระทั่งตอนเข้า
ส้วมก็ยังต้องอ่านตำราแพทย์
เรือนเล็กที่เคยคึกคักกลับเงียบผิดปกติอย่างไม่น่าเชื่อ แม้แต่ป้า
จางก็ไม่ได้นั่งยิ้มเย็บรองเท้าอยู่ในลานด้านหลังอีกแล้ว
เจียงเซิงอดรู้สึกหดหู่และเศร้าสร้อยไม่ได้ จนถอนหายใจยาว ๆ
ติดต่อกันหลายวัน
ในที่สุดจ่างเยี่ยนก็ทนไม่ไหว “น้องสาว เจ้าคิดว่าพี่ห้าไม่มีตัวตน
หรืออย่างไร”
แม้จะรู้สึกเหงาที่พี่ชายคนอื่นไม่อยู่ แต่พี่ห้าอย่างเขาก็เป็นพี่ชาย
เหมือนกัน ทำไมถึงถูกมองข้ามไปเสียได้
เจียงเซิงได้ยินดังนั้นก็รีบปล่อยมือจากท้องกลม ๆ ของตน พูดจา
ตะกุกตะกัก “ข้าไม่ได้…ไม่ใช่นะ…ข้าก็แค่…”
นางก็แค่ชอบบรรยากาศที่ทุกคนอยู่ด้วยกัน สนุกสนานและ
คึกคักมากกว่านี้
แต่ความน้อยใจของพี่ห้าปรากฏชัดเจน ทำให้เจียงเซิงไม่รู้จะ
อธิบายหรือปลอบใจเขาอย่างไร
โชคดีที่เสียงรถม้าที่มาหยุดอยู่หน้าประตูช่วยนางไว้ได้
เจียงเซิงกะพริบตาปริบ ๆ พูดจาประจบเอาใจว่า “พี่ห้าใจดีที่สุด
อยู่แล้ว ตอนนี้มีคนมา อาจจะเป็นพี่ใหญ่ หรือพี่รอง พี่สาม พี่สี่ พวก
เราไปเปิดประตูกันเถอะ”
นางถึงขนาดอ้างถึงพี่สามที่อยู่ชายแดน
จ่างเยี่ยนกดมุมปากที่ยกขึ้น พยักหน้าอย่างขรึม ๆ
เจียงเซิงรู้สึกเหมือนได้รับการให้อภัย นางรีบวิ่งออกไปข้างนอก
อย่างรวดเร็ว โดยไม่เห็นรอยยิ้มกว้างและแววตาเจ้าเล่ห์ของพี่ห้าที่อยู่
ด้านหลัง
ในฐานะเด็กที่เติบโตมาในบ้านหลังเดียวกัน น้องสาวคิดถึง
ช่วงเวลาแห่งความสุขที่ทุกคนอยู่รวมกัน แล้วเขาจะไม่คิดถึงได้
อย่างไร?
ที่แกล้งทำเป็นน้อยใจ ก็เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเจียงเซิง
เท่านั้น
จ่างเยี่ยนจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วค่อย ๆ เดินตามไปที่ประตู
เจียงเซิงเปิดประตูใหญ่แล้ว มองลิงที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นบนรถ
ม้า ใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะจำคนได้ “พี่เสี่ยวซง!”
ผู้มาเยือนคือวังเสี่ยวซงที่ไม่ได้พบกันนานเกือบครึ่งปีหลังไปจาก
เขตอันสุ่ยแล้ว
ไม่คิดว่าเขาจะรีบมาถึงเมืองหลวงก่อนฉลองปีใหม่
เจียงเซิงน ้าตาคลอเบ้าขณะที่ตำหนิพี่รองในใจ ดูพี่ชายเสี่ยวซงสิ
เขาช่างดีเหลือเกิน ตั้งใจมาอยู่เป็นเพื่อนน้องสาวในช่วงฉลองปีใหม่
แบบนี้
“โอ้ คุณหนู” วังเสี่ยวซงทั้งตกใจและดีใจ ยกมือลูบใบหน้าจนทำ
ให้เกิดเป็นรอยขาวห้ารอย “ไม่พบหน้ากันครึ่งปี เหตุใดท่านถึงอ้วน
ขึ้นมากเช่นนี้”
รอยยิ้มเจียงเซิงชะงักก่อนค่อย ๆ หุบลง
วังเสี่ยวซงพลันรู้ตัวว่าตนอาจพูดผิดไป เขารีบเงยหน้าหันไปทาง
จ่างเยี่ยนที่ประตู แล้วส่งยิ้มแจ่มใสให้ “คุณชายห้า ท่านก็ไม่โตขึ้น
เลยสักนิด”
จ่างเยี่ยนหันหน้าหนี ไม่แสดงสีหน้าใด ๆ
วังเสี่ยวซงรีบปิดปากตัวเอง เสียใจที่เกิดมาแล้วพูดไม่คิด
ผ่านไปครู่ใหญ่ เจียงเซิงจึงทำลายความน่าอึดอัดนี้ “พี่เสี่ยวซง
เดินทางมาไกล ไปล้างหน้าล้างตาก่อนเถอะ ตอนนี้พี่เสี่ยวจูอยู่ที่
สำนักแพทย์เจ้าค่ะ”
วังเสี่ยวซงยกมือปิดปากพยักหน้า ยกมือปิดปากก้าวเข้าไปใน
ลาน แล้วก็ยกมือปิดปากจนอาบน ้าเสร็จ
พอเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ ลิงตัวเมื่อครู่ก็กลายเป็นเด็กหนุ่มผู้สดใส
วังเสี่ยวซงคิดจะปิดปากต่อ แต่พอนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในเขต
อันสุ่ย ก็รีบเอามือลง “ข้าจัดการการค้าของคุณชายที่เขตอันสุ่ย
เรียบร้อยแล้ว ทั้งคนที่วิ่งไปเขตตันหยาง คนที่วิ่งไปอำเภออวิ๋นสุ่ย คน
ที่วิ่งไปอำเภอเซี่ยหยาง คนที่วิ่งไปอำเภออันหยาง ข้าล้วนจ้างคนไว้
หมดแล้ว มีผังต้าซานเป็นคำสั่งการและท่านลุงจางคอยตรวจสอบ”
“เรื่องโรงผลิตก็นับว่าไม่เลว ถั่วฝักยาวจากอำเภอเซี่ยหยางเก็บ
เกี่ยวและตากแห้งหมดแล้ว ครึ่งหนึ่งส่งให้เรือนโยวหรานทั้งสองแห่ง
อีกครึ่งทำตามคำสั่งของคุณชาย ขนส่งมาที่เมืองหลวงแล้ว”
ตอนนี้เจิ้งหรูเชียนไม่อยู่ ทุกเรื่องจึงต้องบอกเจียงเซิงก่อน แล้ว
ค่อยเล่าต่ออีกที
แต่พอเล่ามาถึงตอนท้าย สีหน้าของวังเสี่ยวซงก็คล้ายกำลัง
ลำบากใจ
“คุณหนู การค้าเป็ดย่างของคุณชายทำไม่ได้แล้ว” ผ่านไปสัก
พักเขาจึงพูดเบา ๆ “เถ้าแก่เรือนโยวหรานใช้เวลาครึ่งปีที่ผ่านมา
เลี้ยงเป็ดในเขตอันสุ่ย ซ ้ายังจ้างคนทำเป็ดย่างจากเขตตันหยางมา
ด้วยราคาแพง ต่อไปจึงไม่จำเป็นต้องให้พวกเราไปขนส่งสินค้ามาอีก
แล้ว”
เจียงเซิงลุกพรวดขึ้นมา
นึกย้อนไปตอนเถ้าแก่ฮ่าวขอร้องเจิ้งหรูเชียน เขาถึงกับจ่ายเงิน
สองตำลึงเพียงเพื่อจะซื้อเป็ดย่างจากเขตตันหยาง
แน่นอนว่าเรือนโยวหรานต้องขายอาหารจานนี้ในราคาที่แพง
กว่า จึงจะยอมจ่ายเงินจำนวนมากเช่นนั้น
แต่สำหรับเจิ้งหรูเชียนแล้ว มันก็ยังคงเป็นการค้าดี ๆ ที่หาได้ยาก
เพื่อขนส่งเป็ดย่างมาได้ เขาทุ่มเงินมหาศาลซื้อเรือนพักในเขต
อันสุ่ย สร้างห้องใต้ดิน ซื้อน ้าแข็งเก็บไว้ จ้างคนงานมากมาย และ
จัดการให้คนเดินทางไปตามเส้นทางพิเศษในเขตตันหยาง
ผลคือเพียงครึ่งปี เงินที่ทุ่มลงไปยังไม่ทันได้คืน เรือนโยวหรานก็
ไปดึงตัวพ่อครัวที่ทำเป็ดย่างมาโดยตรง ยุติการขนส่งเป็ดย่างเพียง
ฝ่ายเดียว
“นี่ นี่มันเกินไปแล้ว” เจียงเซิงร้องไห้คร ่าครวญ “นี่มันเหมือนกับ
ถอนฟืนใต้หม้อ*[1]ที่พี่ใหญ่บอกไว้ใช่หรือไม่”
และเรือนโยวหรานก็ไม่ได้ถอนฟืนโดยตรง แต่แอบเลี้ยงเป็ดมา
ครึ่งปี จนกระทั่งพร้อมที่จะนำเข้าเตาจึงค่อยถอนฟืนใต้หม้อ
แต่ก่อนนางเคยได้ยินว่าพวกพ่อค้ามักเห็นแก่ผลประโยชน์ มอง
หาแต่กำไร คราวนี้ได้เห็นเป็นประจักษ์แล้ว
การค้าในเขตอันสุ่ยของเจิ้งหรูเชียน ครึ่งหนึ่งล้วนพึ่งพาการ
ขนส่งเป็ดย่าง ไม่มีเป็ดย่าง น ้าแข็งก็ไม่มีประโยชน์ มีเรือนพักก็
เท่ากับสูญเปล่า ต่อไปผลกำไรก็จะลดลงมาก
ควรทำเช่นไร นางควรทำอย่างไรดี
เจียงเซิงชาตินี้เคยขโมย เคยปล้น เคยหนาว เคยหิว เคยร้องไห้
ให้ผู้อื่น เคยมีน ้าตาเพราะความเจ็บปวด แต่เรื่องการทำการค้านางยัง
ไม่เคยพบเจออุปสรรคใด ๆ เลย
ด้วยความกล้าหาญและไร้ความกลัวที่ฝังอยู่ในกระดูก นางกล้า
จะเข้าไปในป่าลึกเพื่อเก็บเห็ดมาขายให้เถ้าแก่ไป๋ นางสามารถเป็น
น้องสาวที่ว่านอนสอนง่ายในยามที่พี่รองเจิ้งต้องรับมือกับทุกสิ่งด้วย
ตนเอง และเมื่อเจิ้งหรูเชียนต้องการละทิ้งโรงผลิต นางก็สามารถ
รับผิดชอบโรงผลิตได้อีกครั้งด้วยความรักและความปรารถนาดีในใจ
เจียงเซิงมีความคิดเรียบง่าย แค่ได้กินอิ่มและมีพี่ชายอยู่เคียงข้าง
ก็พอแล้ว
นางไม่มีความทะเยอทะยานในชีวิต ไม่มีความโลภ ไม่มีความ
ละโมบ ไม่มีความปรารถนาอันสูงส่ง
หากร้านเป็ดย่างเป็นการค้าของนาง บางทีนางอาจจะยอมแพ้และ
เซื่องซึมไปสักสองสามวันเท่านั้น
แต่นี่ไม่ใช่
นี่เป็นการค้าของเจิ้งหรูเชียน เป็นหยาดเหงื่อแรงกายของพี่รอง
เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยพูดถึง แต่พี่น้องทุกคนมองเห็นว่านี่คือรากฐานที่
พี่ชายคนรองต้องการพิสูจน์ตัวเอง
มันยังเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เขาสามารถยืนหยัดและมุ่งมั่นต่อ
หน้าพี่น้องคนอื่น ๆ ได้
วังเสี่ยวซงที่อยู่ข้าง ๆ ถามด้วยความกังวล “แล้วน ้าแข็งกับเรือน
พักหลังนั้น ข้าควรจัดการอย่างไรดีเล่า?”
เจียงเซิงรู้สึกตาพร่ามัวราวกับเห็นเงาร่างของพี่รอง
เขายังชอบเสื้อผ้าหรูหรา แต่เพราะเปิดร้านจึงได้กลายเป็นพ่อค้า
ไม่สามารถสวมใส่เสื้อผ้าไหมได้ ได้แต่สวมเสื้อผ้าธรรมดา ถือพัดที่
พับอยู่ในมือ ใบหน้าเต็มไปด้วยการครุ่นคิด
เจียงเซิงเดินตามเงาจาง ๆ ของเขา พลางเอ่ยทีละคำว่า “น ้าแข็ง
และเรือนพักให้เก็บไว้ก่อน แม้จะขนเป็ดย่างมาไม่ได้แล้ว แต่ก็ขนส่ง
สิ่งอื่นได้”
ถ้าพวกเขาสามารถนำเป็ดย่างที่ปรุงสุกแล้วกลับมาแช่แข็งได้ ก็
ย่อมสามารถแช่แข็งสิ่งของอื่น ๆ ได้เช่นกัน
มีน ้าแข็งและเรือนพักอยู่ เงินที่ลงทุนไปย่อมจะได้กำไรกลับคืนมา
แน่นอน!
[1] ถอนฟืนใต้หม้อ : การแก้ไขปัญหาตรงจุด เสมือนการดับ
ความร้อนในหม้อโดยการดึงฟืนที่อยู่ใต้หม้อออกไป