พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 215 ความขัดแย้งภายในตระกูลเจียง
ความร้อนรนของฮูหยินผู้เฒ่าปรากฏชัดในน ้าเสียง นางจึงเอ่ย
ถามขึ้นก่อนจะเข้าไปในห้องรับรอง
ด้วยการประจบประแจงของเถ้าแก่ใหญ่ เขาควรจะตอบทันที
แต่เขากลับเหลียวมองห้องรับรองที่ชั้นสามซ ้าแล้วซ ้าเล่า พลาง
อึกอักด้วยความลังเล “เรื่องนี้…น่าจะ…ไม่มี…”
สีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเคร่งขรึมลง
นางยืดตัวตรง มือกระแทกไม้เท้าอย่างแรงลงบนบันไดไม้ชั้นสอง
เจียงเซิงที่เพิ่งเดินมาถึงบริเวณนั้นตกใจจนคอหด โชคดีที่พ่อ
ครัวใหญ่ดึงนางไปหลบใต้บันไดไม้
เจียงเซิงกำลังจะถามเรื่องถั่วฝักยาว แต่พ่อครัวใหญ่ทำท่า “ชู่”
ให้นาง
สุ้มเสียงใต้บันไดไม้เงียบลงทันที
ชายร่างใหญ่อายุราวสามสิบ บนคอพันผ้าคอยซับเหงื่อ กับ
เด็กหญิงอายุราวสิบขวบ มวยผมกลมสองข้าง ต่างมีสีหน้านิ่งเงียบ
เหมือนกัน พวกเขาหดคอแอบฟังราวกับเป็นขโมย
ฮูหยินผู้เฒ่ายังคงทำหน้าบึ้งตึงไม่พูดอะไร เพียงแต่มองไปยัง
แขกที่เข้าออกเรือนโยวหราน เหมือนไม่ต้องการไถ่ถามอะไรต่อหน้า
ผู้อื่น
แต่เถ้าแก่ใหญ่ไม่เข้าใจความหมาย ยังคงรีบร้อนอธิบายต่อ “เมื่อ
ครู่นี้ข้าไม่กล้าพูดขอรับ เพราะคุณชายกับคุณหนูอยู่ในห้องรับรอง
ข้ากลัว…ข้ากลัวว่า…”
กลัวว่าอะไร เขาไม่ได้พูดให้ชัด
แต่มันก็เพียงพอจะทำให้สีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่ายิ่งมืดครึ้ม ส่งผล
ให้ทั่วทั้งเรือนโยวหรานพลอยเงียบลงไปด้วย
เสี่ยวเอ้อร์ที่อยู่ตรงประตูเห็นท่าไม่ดี จึงรีบส่งแขกสองโต๊ะสุดท้าย
ออกไป แล้วปิดประตูใหญ่ของเรือนโยวหราน
แม้แต่วังเสี่ยวซงก็ถูกเชิญออกไปด้วย มีเพียงเจียงเซิงที่หลบอยู่
ใต้บันไดไม้กับพ่อครัวใหญ่ที่อยู่ต่อโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
“ฮูหยินผู้เฒ่า ข้า…” เถ้าแก่ใหญ่ยังอยากจะพูดอะไรต่อ
ประตูห้องรับรองตรงกลางที่ชั้นสามถูกเปิดออก เจียงเฉิงเยวี่ยน
เดินออกมาด้วยสีหน้าขมวดคิ้ว ตามหลังมาด้วยเจียงเฉิงฮวนที่ดวงตา
แดงก ่า พร้อมกับสาวใช้ประจำตัว
“คารวะท่านย่า” ทั้งสองคนลงมาชั้นสองและคำนับพร้อมเพรียง
กัน
ฮูหยินผู้เฒ่าสีหน้าไม่สู้ดีนัก สายตาตกลงบนดวงตาแดงก ่าของ
เจียงเฉิงฮวน แล้วหัวเราะเยาะ “น้องสาวแท้ ๆ ยังหายสาบสูญไม่มี
ร่องรอย แต่เจ้ากลับซุกตัวอยู่ในห้องรับรองของเรือนโยวหราน คอย
เอาใจปลอบประโลมของปลอมคนนี้ เจียงเฉิงเยวี่ยน เจ้าเป็นพี่ชาย
แบบนี้หรือ?”
คำพูดนี้มีกลิ่นอายรุนแรงเกินไป เจียงเซิงที่อยู่ใต้บันไดไม้ยิ่งหด
คอ
บนบันไดไม้ เจียงเฉิงฮวนกลั้นเสียงสะอื้นไว้อย่างยากเย็น
เจียงเฉิงเยวี่ยนทั้งสงสารทั้งจนปัญญา “ท่านย่า ถึงอย่างไรเฉิง
ฮวนก็เป็นเด็กที่ตระกูลเราเลี้ยงดูมาสิบกว่าปี แม้ไม่ใช่สายเลือดแท้ ๆ
แต่ความผูกพันสิบกว่าปีนี้จะเป็นของปลอมได้อย่างไรขอรับ?”
เขาไม่เข้าใจ ทำไมท่านย่าถึงเกลียดชังเฉิงฮวนนัก
หากไม่ใช่เพราะท่านย่าพยายามขับไล่เฉิงฮวนทุกวิถีทาง ทำให้
นางตกใจกลัวและรู้สึกน้อยใจ เขาก็คงไม่ต่อต้านการตามหาน้องสาว
แท้ ๆ เช่นนี้
“ท่านย่า ท่านอย่าส่งเฉิงฮวนไปเลย ข้าจะพยายามตามหา
น้องสาวเองขอรับ ตระกูลเจียงของเราจะมีบุตรสาวสองคน รักใคร่เท่า
เทียมกัน เช่นนี้ไม่ดีหรือ” เจียงเฉิงเยวี่ยนกล่าวอย่างจริงใจ
เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ต้องการค้นหา
สายสัมพันธ์ทางสายเลือด และยังต้องการรักษาความผูกพันสิบกว่าปี
นี้ไว้ด้วย
แต่…มันจะเป็นไปได้จริงหรือ
ฮูหยินผู้เฒ่ามองหลานชายที่ตนรักและให้ความสำคัญมาตลอด
แล้วจู่ ๆ ก็ตระหนักว่าเขาถูกเลี้ยงดูมาอย่างไร้เดียงสาและใสซื่อ
เกินไป
“ลูกแท้ ๆ สองคนยังให้ความรักความเอ็นดูเท่าเทียมกันได้ยาก
แล้วจะให้เด็กที่เกิดมาต่างฐานะกันได้รับความเท่าเทียมได้อย่างไร
เจ้ามักคิดถึงแต่ความยุติธรรม แต่ในโลกนี้มีความยุติธรรมอยู่จริง
หรือ” นางกล่าวเสียงนุ่มนวล “เจ้าคิดว่าข้าต้องการขับไล่เจียงเฉิง
ฮวนไป ถึงได้ไม่ยอมตามหาน้องสาวแท้ ๆ ของเจ้า นี่คือความ
ยุติธรรมหรือ”
“เจ้าแน่ใจหรือว่า เจ้าได้ปฏิบัติต่อน้องสาวแท้ ๆ ที่ไม่เคยพบหน้า
แต่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดอย่างเท่าเทียมกันแล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวเสียงหนักแน่นและทรงพลัง
เมื่อกล่าวจบ นางก็ไม่รอให้เจียงเฉิงเยวี่ยนแสดงสีหน้าละอายใจ
เดินลงบันไดไปโดยใช้ไม้เท้าแกะสลักเป็นที่พยุง
เสี่ยวเอ้อร์ที่ก่อนหน้านี้ปิดประตูไป รีบเข้ามาประคองอย่าง
ระมัดระวัง
ฮูหยินผู้เฒ่ามองเขาด้วยสายตาชื่นชม นางหยุดที่ประตูใหญ่ของ
เรือนโยวหราน แล้วกล่าวอีกว่า “เฉิงเยวี่ยน เจ้าเป็นเด็กดี แต่เจ้าไม่
ควรกตัญญูมากเกินไป คำพูดของมารดาเจ้า…ก็ไม่ควรเชื่อฟัง
ทั้งหมด”
สิ้นเสียงนั้น บานประตูของเรือนโยวหรานก็เปิดออก ฮูหยินผู้เฒ่า
ขึ้นรถม้าสามตัวนั้นแล้วจากไปอย่างสง่างาม
ทั่วทั้งร้านอาหารกลับคืนสู่ความสงบ เงียบจนน่ากลัว
ในที่สุดเจียงเซิงก็ยืดคอที่หดอยู่ออกมา นางกำลังจะพูดอะไร
บางอย่าง ก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านบนอีกครั้ง
เจียงเฉิงฮวนที่ร้องไห้เงียบ ๆ มาตลอดสุดท้ายก็ร้องออกมาเสียง
ดัง “พี่ชาย อย่าทะเลาะกับท่านย่าเพราะน้องสาวที่ไม่มีสายเลือด
เดียวกันอย่างข้าเลย หลายปีมานี้ข้ากับท่านแม่ชินแล้ว ท่านย่าไม่ได้
ชอบพวกเราอยู่แล้ว”
จิตใจของเจียงเฉิงเยวี่ยนที่กำลังสั่นคลอนกลับมามั่นคงในทันที
ใช่แล้ว ท่านย่ากับมารดาเขาไม่ถูกกัน รวมถึงน้องสาวที่มารดา
รักและตามใจที่สุดก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญนัก บางครั้งสิ่งที่มารดาไม่
อยากทำ ท่านย่าก็มักจะยืนกรานให้ทำ ซ ้ายังดุด่าว่ามารดาเขาผิด
อีก
เจียงเฉิงเยวี่ยนคุ้นชินกับเรื่องแบบนี้มาหลายปีแล้ว แต่ก็อดรู้สึก
เสียใจแทนมารดาไม่ได้
เขาปลอบน้องสาวเสียงเบา ยอมเอาเงินทั้งหมดออกมา “เฉิงฮวน
อย่าร้องไห้ พี่ชายจะพาเจ้าไปเที่ยว”
แต่เขากลับลืมไปว่า หากท่านย่าเกลียดมารดาเขาจริง ก็ไม่ควร
จะตามหาหลานสาวแท้ ๆ กลับมา
ตอนที่เรือนโยวหรานเปิดประตูต้อนรับแขกอีกครั้ง สองพี่น้องที่
อยู่ชั้นบนก็เดินออกไปในที่สุด
เจียงเซิงลูบคอที่ปวดเมื่อยของตัวเอง รู้สึกดีใจที่ได้ดูเรื่องสนุก ๆ
แบบนี้
เมื่อก่อนตอนอยู่อำเภอเซี่ยหยาง มีแต่คนที่รวยที่สุดเท่านั้นถึงจะ
ได้ดูละคร ถ้าเจียงเซิงไม่แอบเข้าไปขโมยขาไก่ก็คงไม่มีโอกาสได้
เห็น
นางตื่นเต้นราวกับเป็นแมวที่กำลังจะจับหนู แต่พอหันหน้าไปเจอ
กับใบหน้าอิ่มเอิบของพ่อครัวใหญ่ก็ชะงักค้าง
“พ่อครัวใหญ่…” เด็กหญิงเอามือไพล่หลัง บิดไปมาอย่างเกรง
กลัว “ข้าไม่ได้ตั้งใจแอบเข้ามาฟัง ข้า…”
นางกำลังจะสารภาพผิด
พ่อครัวใหญ่พลันส่งเสียง “ชู่” อีกครั้ง ใช้ผ้าเช็ดเหงื่อบน
หน้าผาก แล้วกล่าวเสียงเบา “เรื่องเมื่อครู่นี้เจ้าอย่าได้ไปบอกใคร
เชียว พวกเราไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น”
เจียงเซิงเข้าใจความหมาย พยักหน้าหงึก ๆ แล้วยิ้มพร้อมกันกับ
พ่อครัวใหญ่โดยไม่ได้นัดหมาย
จู่ ๆ ก็มีเสียงของเถ้าแก่ใหญ่ดังมาจากด้านหลัง “ไม่รู้เรื่องอะไร”
เจียงเซิงแทบจะสติหลุด
นางอยากจะบอกเถ้าแก่ใหญ่ว่า อย่าได้ส่งเสียงกะทันหันจาก
ด้านหลังผู้อื่นเช่นนี้ มันอาจทำให้คนตกใจจนตายได้
แต่นางก็รู้สึกผิดที่ทำตัวลับๆ ล่อ ๆ เมื่อครู่ จึงพูดอะไรไม่ออก
โชคดีที่พ่อครัวใหญ่ออกมาช่วย “ข้ากำลังคุยกับนางน่ะขอรับ
เหมือนนางจะนำของมาส่งอีกแล้ว ใช่หรือไม่แม่นางน้อย”
เจียงเซิงนึกถึงถั่วฝักยาวเต็มคันของตนเอง จึงรีบกล่าวว่า “ข้ามี
ถั่วฝักยาวที่ขนมาจากเขตอันสุ่ยเต็มคัน เรือนโยวหรานต้องการ
หรือไม่เจ้าคะ”
ในเมืองหลวงมีถั่วฝักยาวอยู่มากมายแล้ว ยังจะต้องการของจาก
เขตอันสุ่ยอีกหรือ
เถ้าแก่ใหญ่มีท่าทีดูถูกและส่ายหน้าอย่างเหยียดหยัน
เจียงเซิงคุ้นเคยกับความเย่อหยิ่งของเรือนโยวหรานแล้ว นางจึง
ไม่ใส่ใจและหมุนตัวจะจากไปอย่างใจเย็น
การกระทำนี้กลับทำให้พ่อครัวใหญ่รู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง “ขน
ถั่วฝักยาวมาไกลถึงขนาดนี้ ต้องทำอย่างไรจึงจะอร่อยกันนะ”