พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 216 พ่อครัวใหญ่มาหาถึงที่
เมื่อเทียบกับความเย่อหยิ่งของเถ้าแก่ใหญ่ พ่อครัวใหญ่นับว่า
เป็นคนที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า
เจียงเซิงชะลอฝีเท้าเล็กน้อย แสดงไมตรีจิตต่อเขา “ท่านป้าของ
ข้าจะนำมันไปตุ๋นกับหมูสามชั้น ซี่โครงหมูตุ๋น บางครั้งก็ไก่ตุ๋น ยังมี
แป้งทอดแผ่นบาง ๆ อีก อร่อยมากเลยนะเจ้าค่ะ”
พอพูดถึงก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่านานมากแล้วที่ไม่ได้กินอาหารพวกนี้
เลย
เด็กน้อยน ้าลายสอเมื่อนึกถึงอาหารอันโอชะ
เถ้าแก่ใหญ่ที่อยู่ข้างๆ ยิ่งมีท่าทีรำคาญและดูแคลน “นั่นมัน
อาหารอะไรกัน เรือนโยวหรานนั้นมีค่าดั่งทองคำหยก จะใช้วัตถุดิบ
ต ่าต้อยพวกนี้มาทำลายชื่อเสียงได้อย่างไร”
พร้อมกันนั้นเสี่ยวเอ้อร์ก็นำจานอาหารที่จัดแต่งอย่างวิจิตรมาให้
การจัดวางนั้นงดงามจนชวนตะลึง รสชาติก็ต้องไม่เลวแน่
น่าเสียดายที่ไม่มีกลิ่นหอมเย้ายวนใจเหมือนอาหารที่ป้าจางทำ
เจียงเซิงส่ายหน้า ไม่พูดอะไรอีก ทำเพียงมองพ่อครัวใหญ่อย่าง
จริงใจ “ถ้าถั่วฝักยาวพวกนี้ขายหมดแล้ว อยากได้ก็ต้องรอปีหน้า
หากท่านสนใจ ก็มาลองชิมมันตอนที่ท่านป้าของข้าทำอาหารได้นะ
เจ้าคะ”
พูดจบ นางก็โบกมือลา
เถ้าแก่ใหญ่ยังคงพูดอะไรอย่างดูถูกอยู่ด้านหลัง แต่ทั้งหมดนั้น
ไม่เกี่ยวกับนางแล้ว
เมื่อก้าวออกจากเรือนโยวหราน เสี่ยวเอ้อร์คนฉลาดเมื่อครู่กำลัง
ยืนอยู่ตรงประตูก็โค้งคำนับพลางร้องบอก “ขอให้เดินทางโดยสวัสดิ
ภาพนะขอรับ”
เจียงเซิงหันหน้าไปมอง ทั้งคู่สบตากันชั่วขณะ
คนหนึ่งชื่นชมความคล่องแคล่วของพี่ชายเสี่ยวเอ้อร์ผู้นี้ ส่วนอีก
คนหนึ่งจ้องมองดวงตาของเด็กหญิงแล้วจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิด
ไม่นาน วังเสี่ยวซงก็ขับรถม้ามาถึง เจียงเซิงขึ้นไปนั่งลงบนรถม้า
อย่างว่าง่ายแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว
ยามนี้ฟ้ามืดแล้ว
ขนมในร้านจิ่วเจินขายหมดเกลี้ยง จางเซียงเหลียนกลับมาที่
เรือนเล็กก่อนเวลา นางกำลังหั่นผักทำอาหาร เป็นครั้งคราวที่ต้อง
เรียกเจียงซาน เจียงซื่อ และจ่างเยี่ยนเข้ามาช่วย
เด็กวัยกำลังโตสามคน คนหนึ่งก่อไฟ คนหนึ่งล้างหม้อ คนหนึ่ง
ปอกกระเทียม บรรยากาศดูคึกคักพอสมควร
ในที่สุดเจียงเซิงก็กลับมาแล้ว จ่างเยี่ยนวางหัวกระเทียมสีขาวที่
ปอกจนเกลี้ยงเกลาลง เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “ขายถั่วฝักยาวหมด
หรือไม่”
เจียงเซิงส่ายหน้า
ไม่เพียงเรือนโยวหรานเท่านั้นที่ไม่ต้องการ แต่นางวิ่งไปร้านขาย
ของสามแห่งก็ไม่มีใครรับซื้อ
“พวกเขาไม่ต้องการเพราะพวกเขาไม่มีวาสนา” จ่างเยี่ยนปลอบ
ใจนาง “พวกเขาไม่รู้ว่าถั่วฝักยาวนี้อร่อยเพียงใด รอให้พวกเขารู้เข้า
จะแย่งกันซื้อก็ไม่มีแล้ว!”
เจียงเซิงส่งเสียง “อืม” อย่างน้อยใจ
นางไม่รู้สึกน้อยใจที่ถูกกักตัวอยู่ในเรือนโยวหรานโดยบังเอิญ
ไม่รู้สึกน้อยใจที่เถ้าแก่ใหญ่ดูถูก ไม่รู้สึกน้อยใจที่ไม่มีใครสนใจซื้อ
ถั่วฝักยาว แต่พอพี่ชายปลอบใจเช่นนี้ นางกลับรู้สึกน้อยใจขึ้นมา
นี่คงเป็นเพราะมีคนคอยรักคอยเอ็นดู นางจึงกล้าจะน้อยใจและ
อยากออดอ้อนกระมัง
หากเป็นเจียงเซิงในอดีตคงไม่กล้าแม้แต่จะคิดแน่
จ่างเยี่ยนยื่นมือออกไปกำลังจะตบไหล่น้องสาวเพื่อปลอบ
ประโลม จู่ ๆ ก็มีเสียงดังมาจากประตูใหญ่ ที่แท้เป็นเวินจืออวิ่นที่พา
เสี่ยวจูกลับมาจากสำนักแพทย์
การทำงานติดต่อกันหลายวันทำให้เวินจืออวิ่นเหนื่อยล้ามาก
กว่าจะสามารถปิดสำนักแพทย์ได้เร็ว ๆ เพื่อให้วังเสี่ยวจูกับวังเสี่ยวซง
ได้มีเวลาพูดคุยกัน
ผลคือเมื่อกลับมาถึงบ้านก็เห็นน้องสาวตาแดงก ่ากับเจ้าห้าที่
กำลังยื่นมือออกไป
“เจียงเซิง!” เวินจืออวิ่นร้อนรนรีบเข้าไปหา ถึงขนาดโยนกล่อง
ยาทิ้งลงพื้นอย่างไร้ปรานี “เกิดอะไรขึ้น เจ้าห้าแกล้งเจ้าหรือ”
จ่างเยี่ยนซึ่งอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไร้เดียงสา นิ้วมือ
ทั้งห้าของเขาพยายามจับอากาศอย่างไร้เรี่ยวแรง ราวกับกำลังคิดว่า
ใครจะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจให้ตนได้
“ไม่ใช่หรอกพี่สี่” เจียงเซิงหัวเราะทั้งน ้าตา “ไม่มีใครรังแกข้า
หรอกเจ้าค่ะ”
เวินจืออวิ่นจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วมองรอบ ๆ อย่าง
จริงจัง “ไม่ว่าใครมารังแกเจ้าก็ต้องบอกพี่สี่นะ เข้าใจหรือไม่”
หลังเปิดสำนักแพทย์และเป็นหมอรักษาคนแล้ว ความมั่นใจของ
พี่สี่ก็เพิ่มขึ้น แม้แต่น ้าเสียงก็ยังหนักแน่นขึ้นด้วย
เจียงเซิงพยักหน้ามีความสุข ดีใจที่มีพี่ชายที่รักและเอ็นดู และดี
ใจที่เห็นพี่สี่ยังร่างกายแข็งแรงดี
“ข้าจะไปบอกท่านป้าว่าตอนเย็นอยากกินไก่ตุ๋นถั่วฝักยาว” นาง
ทะยานไปที่ครัวเหมือนผีเสื้อน้อยกระพือปีก
เวินจืออวิ่นนึกถึงกล่องยาใบเล็กที่ตนทิ้งไว้บนพื้นได้จึงรีบเก็บมัน
ขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง
จู่ ๆ จ่างเยี่ยนก็ดึงชายเสื้อของเขาด้วยท่าทางน้อยใจ “พี่สี่ เมื่อ
ครู่ท่านใส่ร้ายข้านะ…”
สองพี่น้องกำลังดึงเสื้อกันอย่างสุดกำลังอยู่ด้านหน้า
ส่วนด้านหลังเจียงเซิงเพิ่งจะเอ่ยปากขอร้อง จางเซียงเหลียนก็
ตอบตกลงโดยไม่ลังเล เปลี่ยนจากไก่ผัดเป็นการไก่ตุ๋นแทน อีกทั้งยัง
แช่ถั่วฝักยาวแห้งจำนวนมากและเพิ่มเส้นแกงร้อนอีกมาก
แผ่นแป้งต้องนวดเตรียมไว้ล่วงหน้า แช่ในน ้าเย็นเพื่อให้บางและ
เหนียวพอดี
เมื่อมีเจียงซานและเจียงซื่อเข้ามาช่วย แม้ว่าผลลัพธ์จะทำให้ผู้
ฝึกยุทธ์ทั้งสองเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นแป้ง แต่อย่างน้อยอาหารเย็นก็
เสร็จเรียบร้อย
จางเซียงเหลียนมือหนึ่งถือชาม อีกมือถือตะหลิว ส่งเสียงตะโกน
เรียก “เด็ก ๆ อาหารเสร็จแล้ว!”
จากนั้นนางก็เข้าไปนำแผ่นแป้งบางและไก่ตุ๋นออกมา
ไม่นาน
สองพี่น้องวังเสี่ยวจูกับวังเสี่ยวซงที่กำลังปาดน ้าตาก็เดินเข้ามา
อาสาถือชาม ยกอาหาร จัดโต๊ะและเก้าอี้ให้
เจียงเซิงก็รีบมาด้วยความซุกซนและคล่องแคล่ว
สุดท้ายก็เป็นเวินจืออวิ่นและจ่างเยี่ยน
จ่างเยี่ยนยังคงมีสีหน้าน้อยใจ เวินจืออวิ่นมีสีหน้าสำนึกผิดและ
จนใจ ระหว่างทางมาที่โต๊ะอาหารก็ยังรับรองด้วยว่า “เจ้าห้า พี่สี่ผิด
จริง ๆ ต่อไปจะไม่เข้าใจเจ้าผิดอีกแล้ว ข้าเชื่อว่าเจ้าจะไม่รังแก
น้องสาวหรอก”
จ่างเยี่ยนพยักหน้าน้อยใจ
เวินจืออวิ่นจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อมาถึงโต๊ะอาหารก็ไม่
ลืมจะช่วยดึงเก้าอี้ให้น้องชายคนที่ห้า ทำให้ไม่ทันเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
บนใบหน้าของน้องชาย
“พี่ห้า ท่านไม่ได้โกรธนี่นา ท่านกำลังแกล้ง…” เจียงเซิงเห็น
รอยยิ้มนั้นเข้าพอดี นางกำลังจะเปิดโปงเขา แต่ปากก็ถูกยัดด้วยน่อง
ไก่ชิ้นหนึ่ง
นางเคี้ยวแก้มตุ่ย ช่างหอมอร่อยจริง ๆ
เมื่อครู่นางจะพูดอะไรนะ จู่ ๆ ก็ลืมไปเสียแล้ว
เนื้อไก่นุ่มผัดออกมาเป็นน ้าแกงหอมข้น ถั่วฝักยาวเหนียวนุ่มถูก
ต้มจนเคี้ยวง่าย เส้นแกงร้อนใส ๆ ดูดซับน ้าแกงจนอิ่มตัว แผ่นแป้ง
บางเหนียวครึ่งหนึ่งชุ่มไปด้วยน ้าแกง อีกครึ่งหนึ่งถูกไฟแรงย่างจน
กรอบ
อาหารตุ๋นที่ป้าจางทำ ยังคงร้อน ๆ และอร่อยเสมอ
เจียงเซิงรีบคว้าชามกับตะเกียบขึ้นมาอย่างใจร้อน คีบเส้นแกง
ร้อนกับถั่วฝักยาวขึ้นมาหนึ่งคำ แล้วคีบแผ่นแป้งบาง ๆ ชิ้นหนึ่ง จุ่ม
ลงในน ้าแกงแล้วกัดคำหนึ่ง อา รสชาตินั้นช่างน่าพึงพอใจเสีย
เหลือเกิน
ในเวลาเดียวกัน
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งรูปร่างอวบอ้วน พุงยื่นเล็กน้อย หน้าตาดูมี
เสน่ห์ตามแบบฉบับชาวบ้านก็เดินเข้ามาในตรอก พลางถามทางและ
พยายามสังเกตรอบข้างไปด้วย
“ท่านรู้หรือไม่ว่าเรือนไหนถูกคนเช่าแล้ว ใช่ ๆ เด็กหลายคนมา
เช่า คนโตอายุแค่สิบสี่สิบห้าปี ส่วนคนเล็กก็ราวสิบขวบ เป็น
เด็กผู้หญิง”
เมื่อสอบถามจนได้ข้อมูลเขาจึงถอนหายใจ แต่ในใจก็รู้สึกจน
ปัญญาอยู่บ้าง
เด็กหญิงรู้จักเชิญเขามาลิ้มรสถั่วฝักยาวแห้ง แต่ทำไมถึงไม่รู้จัก
ทิ้งที่อยู่ที่แน่ชัดไว้เล่า การสอบถามมาตลอดทางเช่นนี้ทำให้เขาปวด
หัวไปหมดแล้ว
แต่ก็ดีที่ในที่สุดก็สอบถามจนเจอ
ชายวัยกลางคนยืนอยู่หน้าประตูเรือนเล็ก มองตรวจสอบ
บ้านเรือนเป็นครั้งสุดท้าย ขณะกำลังจะยกมือขึ้นเคาะประตู กลิ่นหอม
อันแปลกประหลาดก็โชยเข้าจมูก
ราวกับเป็นไก่ตุ๋น กลิ่นหอมอันเข้มข้น น ้าแกงอันเข้มข้น
ไฟที่ใช้ทำอาหารนั้นดีมาก น ้าแกงก็เคี่ยวได้ที่ เพียงแต่ไม่รู้ว่า
รสชาติจะเค็มพอดีหรือไม่ เติมเครื่องปรุงอะไรบ้าง มีแป้งทอดที่
เด็กหญิงตัวน้อยพูดถึงหรือไม่
น ้าลายของพ่อครัวใหญ่ยิ่งไหลมากขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดเขาก็ทน
ไม่ไหว ยกมือขึ้นเคาะห่วงประตูอย่างแรงสามครั้ง