พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 217 ขายถั่วฝักยาวแห้ง
วันนี้เรือนเล็กค่อนข้างเงียบสงบ
สวี่โม่มีสหายร่วมเรียนจากกั๋วจื่อเจี้ยนมาหา จึงไม่ได้มาทาน
อาหารเย็นที่เรือน
เจิ้งหรูเชียนพาพี่น้องตระกูลเกาไปเหอหนาน ถ้าสามารถกลับมา
ก่อนปีใหม่ได้ก็นับว่าวิเศษแล้ว
เมื่อนับดูแล้ว ในบรรดาพี่น้องทั้งหกคน เหลือเพียงน้องคนเล็ก
สามคนอยู่ที่บ้าน ส่วนเด็กคนโตทั้งหมดต่างยุ่งอยู่กับธุระของตนเอง
โชคดีที่มีวังเสี่ยวซงอยู่ เขาพรรณนาถึงสิ่งที่ได้พบเห็นและทำ
ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาด้วยวาทศิลป์อันแพรวพราว ทำให้ทุกคน
หัวเราะสนุกสนาน ทั่วทั้งเรือนเล็กจึงเต็มไปด้วยความอบอุ่นกลม
เกลียว
ในเวลานั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
เป็นการเคาะอย่างมีมารยาทสามครั้ง ไม่มากไม่น้อยกว่านั้น
ขณะความระแวดระวังในดวงตาจ่างเยี่ยนเพิ่งจะปรากฏ เจียงเซิง
ก็โยนตะเกียบทิ้งด้วยความตื่นเต้นยินดี “เป็นพี่ใหญ่กลับมาหรือเปล่า
หรืออาจจะเป็นพี่รอง แต่ก็มีโอกาสจะเป็นพี่สาม”
นางใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งเข้าหากัน แสดงระยะห่างของโอกาสว่าเท่า
เมล็ดถั่วเหลือง
เห็นได้ชัดว่าน้องสาวยังคิดถึงพี่สาม เพียงแต่ทุกคนต่างเข้าใจดี
ว่าฟางเหิงคงไม่สามารถกลับมาได้เร็วขนาดนั้น
“ข้าจะไปเปิดประตูเอง” ป้าจางทำลายบรรยากาศที่ค่อนข้างเศร้า
สร้อย ลุกขึ้นรวดเร็วแล้วเดินไปทางประตูเรือน
เจียงซานเดินตามหลังนางอยู่ห่าง ๆ
แม้ว่าเมืองหลวงจะเป็นสถานที่ปลอดภัย และพวกเขาก็ไม่ได้ทำ
ให้ผู้มีอำนาจคนใดขุ่นเคืองใจ แต่การระมัดระวังไว้บ้างก็ไม่มีอะไรผิด
โชคดีที่เมื่อเปิดประตูไม้ออก ก็เห็นศีรษะกลม ๆ กับใบหน้าเปื้อน
รอยยิ้มอ่อนโยน “ขออภัย ที่นี่คือบ้านของไก่ทอด ไม่ใช่ เป็นบ้านของ
เจียงเซิงใช่หรือไม่?”
จางเซียงเหลียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “ใช่แล้ว ท่านมา
หาเจียงเซิงน้อยด้วยธุระอะไรหรือ”
พ่อครัวใหญ่ถูมือด้วยความเก้อเขิน เขาควรจะพูดอย่างไรดี เพื่อ
ไม่ให้ดูเหมือนคนที่มาหาผลประโยชน์
โชคดีที่เจียงเซิงตามมาดูด้วยความสงสัย เมื่อเห็นเขา ดวงตา
ของนางก็พลันเปล่งประกาย “พ่อครัวใหญ่ ท่านมาจริง ๆ ด้วย!”
“อ้อ ใช่ ข้ามาแล้ว” พ่อครัวใหญ่จึงเบาใจ ชี้ไปทางเจียงเซิงแล้ว
กล่าวว่า “นางเชิญข้ามาลิ้มลองไก่ตุ๋นถั่วฝักยาวแห้ง ข้าจึงมาเยือน
ที่นี่…ต้องขออภัยด้วย”
เขาแก้ปมตรงเอวที่ผูกขนมไว้ แล้วส่งให้จางเซียงเหลียนอย่าง
คล่องแคล่ว “นี่ของเล็ก ๆ น้อย ๆ โปรดอย่าถือสาเลย”
เห็นได้ชัดว่าพ่อครัวใหญ่เข้าใจว่านางเป็นพ่อครัวใหญ่ของพวก
เด็ก ๆ
จางเซียงเหลียนเพิ่งอ้าปากจะอธิบายว่านางไม่ใช่พ่อครัวใหญ่
ของพวกเขา แต่เป็นคนงานที่ทำสัญญาจ้างงานด้วย แต่เมื่อสายตา
ของนางเหลือบไปเห็นสัญลักษณ์บนขนมหวานก็พลันชะงักไป
กระดาษน ้ามันสีน ้าตาลอมเหลืองห่อขนมหวานรูปทรงสี่เหลี่ยม
ด้านบนใช้กระดาษสีแดงรูปสี่เหลี่ยมพับทับรอยพับ สุดท้ายใช้เชือก
ป่านพันรอบเป็นหูหิ้ว
นี่เป็นวิธีห่อขนมที่เห็นได้ทั่วไปตามร้านขนม แต่เจิ้งหรูเชียน
ต้องการให้ชาวเมืองจดจำร้านจิ่วเจินได้ดียิ่งขึ้น จึงขอร้องให้สวี่โม่
เขียนตัวอักษร “จิ่ว” ด้วยลายมือที่ลื่นไหลลงบนกระดาษสีแดง
ด้วยเหตุนี้ สวี่โม่จึงยอมลดเวลาอ่านหนังสือและเขียนตัวอักษร
“จิ่ว” มากมายจนแทบจะจำไม่ได้
จางเซียงเหลียนก้มหน้าดมกลิ่นขนม จึงยืนยันว่านี่คือขนม
เกาลัดกุ้ยฮวาที่นางทำเอง
เมื่อเทียบกับขนมข้าวเหนียวพุทราที่มีราคาค่อนข้างแพง ขนม
เกาลัดดอกกุ้ยฮวาใช้วัตถุดิบธรรมดาทำให้ราคาถูกกว่า จึงเป็นที่
นิยมในหมู่ชาวเมืองหลวง และเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับนำไปเป็น
ของขวัญเยี่ยมเยียนญาติมิตร
ไม่คิดว่าคนผู้นี้จะรู้จักใช้ชีวิตได้เรียบง่ายและมัธยัสถ์เช่นนี้
จางเซียงเหลียนเองก็เป็นคนเรียบง่าย เมื่อเจอคนที่เรียบง่าย
เหมือนกันก็อดรู้สึกสนิทใจด้วยไม่ได้ “ท่านมีน ้าใจนัก ไก่ตุ๋น
ถั่วฝักยาวแห้งเพิ่งยกลงจากเตา เชิญเข้ามาลองชิมด้วยกันเถอะ”
นางถือขนมหวานเดินนำหน้า เตรียมจะไปหยิบชามและตะเกียบ
มาจากครัว
เจียงเซิงเดินตามหลังมาเป็นเพื่อนพลางยิ้มกว้าง “พ่อครัวใหญ่
ท่านมาได้จังหวะจริง ๆ ไก่ตุ๋นที่ป้าจางทำเพิ่งยกลงจากเตาเมื่อครู่ ข้า
ก็ลองชิมไปได้แค่นิดเดียวเท่านั้น”
นางชี้นิ้วด้วยท่าทางน่ารักและซุกซน เหมือนกำลังจะเอ่ยชมป้า
จาง แต่ความจริงแล้วกำลังอธิบายว่าทุกคนเริ่มลงมือกินกันไปแล้ว
ไม่คิดว่าเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้จะมีไหวพริบอยู่มากทีเดียว
พ่อครัวใหญ่ยิ้มน้อย ๆ แล้วเดินตามไปที่ห้องโถง พอเข้าไปก็ถูก
ดึงดูดด้วยกลิ่นไก่ตุ๋นถั่วฝักยาวแห้งในหม้อใหญ่
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก แทบจะมึนเมาไปกับกลิ่นหอมนี้
“ใช่ ๆ กลิ่นนี้แหละ ข้าเคยไปเจียงหนานสองครั้ง ไก่ตุ๋นของที่นั่น
ก็มีกลิ่นแบบนี้” พ่อครัวใหญ่พูดด้วยน ้าเสียงเร่งรีบ
จางเซียงเหลียนเพิ่งส่งชามและตะเกียบมาให้ เขาก็รีบคีบ
ถั่วฝักยาวแห้งขึ้นมาทันที
ถั่วฝักยาวแห้งดูดซับน ้าแกงจนฉ ่า รสชาติอร่อยยิ่งกว่าเนื้อเสีย
อีก เขากินเส้นแกงร้อนอีกสองคำ และเคี้ยวเนื้อนุ่ม ๆ ชิ้นพอดีคำ นี่
เป็นอาหารรสเลิศอย่างแท้จริง
พ่อครัวใหญ่กลืนคำแรกแล้วถอนหายใจด้วยความพึงพอใจ
เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้รักการกินจริง ๆ และรู้จักชื่นชมอาหารรสเลิศ
จางเซียงเหลียนยิ้มน้อย ๆ แล้วยกจานขนมขึ้นมา ซึ่งเป็นขนม
เกาลัดดอกกุ้ยฮวาที่พ่อครัวใหญ่นำมา
“วิเศษ วิเศษจริง ๆ ถั่วฝักยาวแห้งพวกนี้ก็อร่อยเหลือเกิน” พ่อ
ครัวใหญ่ยังคงชื่นชมไก่ตุ๋นถั่วฝักยาวแห้ง
เจียงเซิงเท้าคาง “แต่เถ้าแก่ใหญ่ยังไม่สนใจเลย พรุ่งนี้ข้าจะเอา
ไปขายให้คนอื่น ตอนนี้มีร้านค้ามาติดต่อข้าแล้ว”
จ่างเยี่ยนและเวินจืออวิ่นที่อยู่ข้าง ๆ มีสีหน้าราวกับเห็นผี
ให้ตายเถอะ ใครกันที่ชักจูงน้องสาวตัวน้อยผู้น่ารัก อ่อนโยน
และใสซื่อของพวกเขา ให้เรียนรู้วิธีโกหกได้ไร้ยางอายขนาดนี้
นางโกหกโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าหรือไม่กะพริบตาด้วย
แต่พ่อครัวใหญ่เป็นคนซื่อสัตย์ เขาจึงรู้สึกตกใจจริง ๆ รีบกลืน
อาหารในปากแล้วเอ่ยว่า “เจียงเซิงน้อย เจ้าอย่าเพิ่งรีบร้อน
ถั่วฝักยาวแห้งนี้เรือนโยวหรานจะรับไว้ทั้งหมด รับซื้อทั้งหมดเลย”
“แต่ว่า… เถ้าแก่ใหญ่เขา…” เจียงเซิงพูดด้วยน ้าเสียงน้อยใจ
พ่อครัวใหญ่รีบโบกมือ “วางใจเถอะ ถ้าเขาไม่ยอม ข้าก็จะ
ลาออก”
เถ้าแก่คือเสาหลักของร้านอาหาร พ่อครัวคือจิตวิญญาณของ
ร้านอาหาร หากขาดใครไปก็ไม่น่าสบายใจทั้งนั้น
คำพูดของพ่อครัวใหญ่เพียงประโยคเดียว ก็พิสูจน์ได้ถึงตำแหน่ง
ของเขาในเรือนโยวหราน
เจียงเซิงยิ้มเจ้าเล่ห์ คอยตักอาหารให้พ่อครัวใหญ่อย่างเอาใจ
“พ่อครัวใหญ่ทานให้มาก ๆ ไม่ต้องเกรงใจ”
เมื่อหยิบได้ขนมเกาลัดดอกกุ้ยฮวา นางก็ตาเป็นประกาย ร้อง
เสียงดังว่า “ท่านป้า วันนี้มีขนมเหลืออยู่อีกหรือเจ้าคะ”
นับแต่กิจการของร้านจิ่วเจินดีขึ้น เด็ก ๆ ในเรือนเล็กก็ไม่มี
โอกาสได้กินขนมที่เหลืออีกเลย ทุกวันนี้หาได้ยากนักที่จะมีขนม
เหลือ นางจึงดีใจหยิบให้พ่อครัวใหญ่ชิ้นหนึ่ง พลางพูดอย่าง
ภาคภูมิใจว่า “พ่อครัวใหญ่ลองชิมดู นี่คือขนมที่ท่านป้าของข้าทำ
เอง อร่อยมากนะเจ้าคะ”
สมองของพ่อครัวใหญ่หยุดทำงานไปชั่วขณะ
โชคดีที่คนทำงานในร้านอาหารไม่มีผู้ใดโง่งม เขาจึงรู้สึกตัวได้
อย่างรวดเร็ว มองป้าจางด้วยความตกใจ แล้วหันไปมองเจียงเซิง
“ร้านจิ่วเจินกับพวกเจ้า…”
“มันคือร้านที่พี่ชายคนรองของข้าเปิด ทำขนมหลากหลายชนิด
มาขายโดยเฉพาะ” เจียงเซิงยิ้มกว้าง “ขนมในร้านทั้งหมดล้วนเป็น
ฝีมือของท่านป้าเพียงผู้เดียว รสชาติอร่อยมาก!”
นางทำท่าทางประกอบอย่างเกินจริง ใบหน้ากลมป้อมเต็มไปด้วย
ความภาคภูมิใจ
พ่อครัวใหญ่ไม่คิดว่าตนจะซื้อขนมของผู้อื่นมาส่งถึงหน้าบ้าน
เขา ใบหน้าจึงแดงก ่าด้วยความอับอายทันที เขาไม่ค่อยเก่งเรื่องการ
พูดคุย จึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาทานขนมเกาลัดดอกกุ้ยฮวาต่อไป
ขณะกำลังทาน ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายขึ้นมา
ขนมเกาลัดดอกกุ้ยฮวานี้ละลายในปากทันทีที่สัมผัส รสชาติไม่
หวานเกินไป ทั้งยังสามารถลิ้มรสไส้เกาลัดที่กรอบและอร่อยได้
กระทั่งเมื่อเทียบกับขนมของเรือนโยวหรานก็ไม่ด้อยไปกว่ากันเลย
อร่อย มันอร่อยจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญในตอนนี้คือเรื่องของถั่วฝักยาวแห้ง
หลังจากทานอาหารเสร็จ พ่อครัวใหญ่จึงกล่าวจริงจังว่า “เจียง
เซิงน้อย เจ้าซื้อให้ถั่วฝักยาวแห้งข้าสักหน่อยได้หรือไม่? แค่นิดเดียว
ก็พอ”
เจียงเซิงไม่รอช้า รีบไปหยิบถั่วฝักยาวแห้งดองมาครึ่งชั่ง ห่อด้วย
กระดาษน ้ามันแล้วส่งให้เขา
พ่อครัวใหญ่เก็บเข้าถุงเสื้อ มองจางเซียงเหลียนแวบหนึ่ง แล้ว
เหลือบมองกระดูกไก่ที่เหลืออยู่บนโต๊ะอย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะกัด
ฟันเดินจากไป
ท่าทางของเขาไม่เหมือนคนกำลังจะกลับไปทำอาหารที่เรือนโยว
หราน แต่เหมือนคนที่กำลังจะเสียสละตัวเองไปสนามรบ
เจียงเซิงยังคงงุนงงอยู่
จ่างเยี่ยนที่อยู่ข้างๆ กล่าวอย่างเข้าใจว่า “ดูท่าว่าถั่วฝักยาวแห้ง
นี้คงจะต้องขายให้เรือนโยวหรานเสียแล้ว”