พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 218 เรือนโยวหรานอ้อนขอ
เจียงเซิงกำลังสงสัย ไม่ใช่ว่าทุกอย่างในเรือนโยวหรานพ่อครัว
ใหญ่มีอำนาจตัดสินใจหรอกหรือ ทำไมแค่ซื้อถั่วฝักยาวแห้งทำเป็น
เรื่องใหญ่โตขนาดนี้
แต่นางลืมไปว่าพ่อครัวใหญ่ไม่ได้ถามวิธีทำไก่ตุ๋นกับป้าจางเลย
สำหรับพ่อครัวที่มีประสบการณ์หลายสิบปี เพียงแค่ชิมอาหาร
สองคำก็สามารถรู้วิธีการทำได้แล้ว
แต่การจะทำให้เหมือนกันทุกประการนั้นยังคงเป็นเรื่องยาก
ทว่าด้วยความผิดพลาดเรื่องขนมเมื่อครู่ ทำให้พ่อครัวใหญ่ไม่
กล้าถามรายละเอียดการทำไก่ตุ๋นถั่วฝักยาวกับป้าจาง จึงได้แต่กัด
ฟันกลับไปทดลองทำเองที่เรือนโยวหรานแทน
วันต่อมา
เถ้าแก่ใหญ่มองถั่วฝักยาวแห้งที่แช่น ้าจนพองเต็มอ่างใหญ่
ใบหน้าของเขามืดดำลง
“เจ้าเอาของสกปรกพวกนี้มาทำไม ไม่ใช่ว่าจะซื้อจริง ๆ ใช่
หรือไม่” เขาตะโกนเสียงดัง “พ่อครัวคง เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าใครจะกิน
ถั่วฝักยาวแห้งนี้กัน”
พ่อครัวใหญ่ไม่สนใจเขา ยังคงทุ่มเทผัดไก่ ก่อไฟ และใส่
เครื่องปรุง
จนกระทั่งรู้สึกว่าทำได้ใกล้เคียงแล้วจึงเปิดฝาหม้อ กลิ่นหอม
แปลกประหลาดโชยออกมา น ้าแกงข้นเหนียวครอบถั่วฝักยาว เส้น
แกงร้อนและเนื้อไก่ กำลังเดือดปุด ๆ
เถ้าแก่ใหญ่กลืนเสียงบ่นกลับเข้าท้อง แล้วเปลี่ยนเป็นกลืน
น ้าลายแทน
ทันใดนั้นเสี่ยวเอ้อร์ก็วิ่งเข้ามา รีบร้อนพูดว่า “เถ้าแก่ใหญ่ ลูกค้า
ด้านนอกได้กลิ่นหอมจากในครัว ต่างพากันถามว่าวันนี้มีอาหารใหม่
ใช่หรือไม่ และบอกว่าอยากจะสั่งมันขอรับ”
ในที่สุดพ่อครัวใหญ่ก็เงยหน้าขึ้น มองเถ้าแก่ใหญ่อย่างท้าทาย
เถ้าแก่ใหญ่ “…”
คำพูดมากมายไม่สู้รสชาติที่แท้จริง ยิ่งไม่อาจเทียบเท่ากับผล
ตอบรับจากลูกค้า
นึกถึงตอนที่เจิ้งหรูเชียนขายไส้กรอกรมควันให้เรือนโยวหรานข
องเขตอันสุ่ย เถ้าแก่ฮ่าวก็ไม่อดทนด้วยคิดว่ามันเป็นการก่อกวน ถึง
ขั้นสั่งให้เสี่ยวเอ้อร์ของร้านไล่พวกเขาออกไป
ภายหลังถูกดึงดูดด้วยกลิ่นหอมแปลก ๆ ของไส้กรอกรมควัน
และได้ลิ้มรสเนื้อรมควันที่ทำอาหารออกมาจึงตกลงร่วมทำการค้า
ระหว่างกัน
เมื่อมาถึงเมืองหลวงสองพี่น้องเจิ้งหรูเชียนก็ทำเช่นเดิม โดยหวัง
จะใช้วิธีเดียวกันเอาชนะเรือนโยวหรานของเมืองหลวง
ทว่ากลับพ่ายแพ้ให้กับความหยิ่งผยองของคนเมืองหลวง
แม้จะรับเนื้อรมควันเหล่านั้นไว้ แม้ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกัน ก็
ไม่ได้ทำให้คนเมืองหลวงเลิกดูถูกพวกเขาและสินค้าที่พวกเขานำมา
พุทรา ผลซานจา เกาลัด ถั่วฝักยาวแห้ง พวกมันล้วนเป็นเช่นนั้น
ยามที่เจียงเซิงขนถั่วฝักยาวแห้งมาก็คิดไว้แล้ว หากขายได้ก็
ขาย หากขายไม่ได้ก็ถือว่าพาพี่ชายเสี่ยวซงมาเปิดหูเปิดตา อีกทั้งยัง
ได้ฟังเรื่องสนุกโดยบังเอิญ นับว่าได้กำไรอยู่บ้าง
แต่ใครจะคิดว่าคำพูดสองสามคำที่นางไม่ได้ตั้งใจเอ่ยออกไป
กลับทำให้พ่อครัวใหญ่สนใจ และยังขายถั่วฝักยาวแห้งจนหมดเกลี้ยง
อีกด้วย
คราวนี้ไม่ใช่การส่งถึงที่ แต่เป็นเรือนโยวหรานที่มาขอซื้อเอง
หน้าประตูเรือนเล็ก
เถ้าแก่ใหญ่กับพ่อครัวใหญ่ปรากฏตัวพร้อมกัน คนหนึ่งดูแช่ม
ชื่นแจ่มใส อีกคนแย้มยิ้มเสแสร้ง
“เด็กน้อย ถั่วฝักยาวแห้งนี้ พวกเจ้ายังมีอีกเท่าไหร่” เถ้าแก่ใหญ่
พูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เรือนโยวหรานของเราจะรับซื้อทั้งหมด
เลย”
เจียงเซิงเอียงคอ นางยังไม่ทันได้พูดอะไร วังเสี่ยวซงที่อยู่ข้าง ๆ
ก็ตะโกนขึ้นมาว่า “จะซื้อทำไมกัน พวกท่านไม่ได้บอกว่าไม่สนใจมัน
หรอกหรือ ของจากเขตอันสุ่ยเล็ก ๆ ของพวกข้า ไม่คู่ควรกับ
ร้านอาหารใหญ่โตของพวกท่านหรอก”
นี่เป็นครั้งแรกที่พี่เสี่ยวซงพูดจาคล่องแคล่วและน่าฟังเช่นนี้
เจียงเซิงหันไปชูนิ้วโป้งให้เขา
วังเสี่ยวซงยิ่งภูมิใจมากขึ้น ยืดอกตรงโดยไม่ทันสังเกตสีหน้าดำ
คล ้าของเถ้าแก่ใหญ่
“ข้า…” เขากำลังจะระเบิดอารมณ์
พ่อครัวใหญ่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็กระแอมขึ้นมา “มีแขกหลายท่านสั่ง
อาหารจานนี้แล้ว พวกเขาบอกว่าถ้าไม่มีก็จะเอาเรื่องกับเรือนโยว
หราน ท่านเป็นถึงเถ้าแก่ร้าน เช่นนั้นท่านก็ตัดสินใจเองเถอะ”
เถ้าแก่ใหญ่สบถในใจ
พ่อครัวคงคนสารเลว ทั้งที่ตนเองก็สามารถมาซื้อได้ แต่กลับต้อง
ให้เขามาออกหน้า แถมเรื่องราวก็เป็นอย่างที่พ่อครัวคงพูด ตอนนี้
แขกหลายท่านสั่งไก่ตุ๋นถั่วฝักยาวแห้งแล้ว
เพื่อการค้า เพื่อเรือนโยวหราน เถ้าแก่ใหญ่จำต้องก้มหน้าเอาใจ
“ก่อนหน้านี้เป็นความผิดของข้าเอง เป็นความผิดของข้าทั้งหมด
ถั่วฝักยาวแห้งเป็นของดี ต่อไปนี้พวกเจ้ามีเท่าไหร่ เรือนโยวหรานก็
จะรับมาเท่านั้น”
“จริงหรือ?” เจียงเซิงลากเสียงยาว “ไม่ทราบว่าถั่วฝักยาวแห้งนี้
เถ้าแก่ใหญ่จะรับซื้อราคาเท่าไร”
พูดถึงเรื่องนี้ ถั่วฝักยาวแห้งก็นับไม่ใช่ของราคาถูกเลย
ตอนเริ่มทำใหม่ ๆ พวกท่านป้าในโรงผลิตยังไม่ค่อยชำนาญ
ถั่วฝักยาวสดสองชั่งพอตากแห้งแล้วก็น ้าหนักเพียงหนึ่งเหลียงเท่านั้น
หรือไม่ก็มันก็จะตากจนแห้งเกินไป
ต่อมาเมื่อพวกนางชำนาญมากขึ้น ปริมาณที่ทำได้ก็มากขึ้น
หนึ่งชั่งจึงสามารถตากแห้งจนหนักคงที่อยู่ที่หนึ่งเหลียง
ถั่วฝักยาวสด หนึ่งชั่งยังราคาสองสามเหวิน แต่ถ้าตากแห้งแล้ว
น ้าหนักหนึ่งชั่งก็ต้องคิดราคายี่สิบถึงสามสิบเหวิน ไม่รวมค่าแรงและ
ค่าเช่า
ย้อนไปตอนที่เจิ้งหรูเชียนซื้อมันมาจากอำเภออันหยางในราคา
หนึ่งชั่งห้าสิบเหวิน ต่อมาขายให้เรือนโยวหรานของเขตอันสุ่ยด้วย
ราคาหนึ่งชั่งหนึ่งร้อยเหวิน
ในเมื่อมาถึงเมืองหลวงแล้ว ราคาก็ต้องขึ้นบ้างไม่ใช่หรือ
เจียงเซิงเอียงศีรษะ ดวงตากลมโตจ้องมองเถ้าแก่ใหญ่ ราวกับดู
ว่าเขาจะกล้าเสนอราคาเท่าไหร่
แต่ท่าทางนี้กลับทำให้เถ้าแก่ใหญ่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
หากเสนอราคามากไป เรือนโยวหรานก็จะขาดทุน
หากเสนอราคาต ่าไป เขาก็กลัวว่าเด็กหญิงจะไม่พอใจ
“ชะ…ชั่งละสองร้อยเหวิน?” เถ้าแก่ใหญ่ถามลองเชิง นี่เป็นราคา
ที่ใกล้เคียงกับขนมชั้นสูงในเมืองหลวงแล้ว
ขนมพุทราเองก็ราคาประมาณนี้
แต่แป้งข้าวเหนียวแพงมาก ส่วนถั่วฝักยาวแห้งถูกมาก
เจียงเซิงครุ่นคิดสักครู่ แล้วตอบว่า “ได้เจ้าค่ะ ข้าจะขายให้ท่าน
ทั้งหมด”
นางตอบตกลงเร็วเกินไปจนทำให้เถ้าแก่ใหญ่เบิกตาอย่างสงสัย
ว่า ตนเองเสนอราคาสูงเกินไปหรือไม่
แต่ในเมื่อพูดออกไปแล้ว เขาจึงต้องกัดฟันยอมรับมัน
เพียงพริบตา รถม้าของเรือนโยวหรานก็บรรทุกถั่วฝักยาวแห้ง
หนักสี่ร้อยชั่งจากไป
เจียงเซิงนับเงินแปดสิบตำลึงที่ได้รับมา ใบหน้าเปื้อนยิ้มด้วย
ความยินดี
วังเสี่ยวซงตะโกนอยู่ด้านหลังนางว่า “คราวนี้เรือนโยวหรานของ
เมืองหลวง คงไม่ดูถูกพวกเราอีกแล้วกระมัง”
เจียงเซิงเก็บเงินเข้าถุง ยังไม่ทันได้ตอบอะไร จ่างเยี่ยนก็เอ่ยขึ้น
เสียงเรียบว่า “เรื่องนั้นยังไม่แน่หรอก”
ความหยิ่งทะนงของผู้คนในเมืองหลวงนั้นฝังลึกอยู่ในกระดูก
การดูถูกดูแคลนคนต่างถิ่นก็เป็นสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิดแล้ว
หากต้องการให้พวกเขายอมรับ?
คงจะยาก
บางทีอาจมีเพียงพี่ใหญ่ผู้สง่างามดั่งสายลมจันทราเท่านั้น ที่จะ
ทำให้ผู้คนในเมืองหลวงประหลาดใจได้
หรืออาจเป็นพี่รองที่ขยันขันแข็งและอดทน จนสามารถทำให้คน
ทั้งเมืองหลวงหันมาสนใจ
จ่างเยี่ยนมั่นใจว่าพี่ชายทั้งสองของเขาจะเปล่งประกายเจิดจ้า
อย่างรวดเร็ว พวกเขาไม่ใช่คนเมืองหลวง แต่เก่งกว่าคนเมืองหลวง
เสียอีก
พวกเขามุ่งมั่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง พวกเขาขยันและอดทน
พวกเขาทุ่มเทและรอบคอบ พวกเขาฉลาดและจริงจัง
พวกเขาเดินทางจากเมืองเล็กๆ มาสู่เมืองใหญ่ ไม่เพียงแต่
ความคิดของพวกเขาที่เติบโตขึ้น แต่ปีกทั้งสองข้างก็แข็งแกร่งขึ้น
ด้วย
พี่รองมีกิจการของตัวเอง มีร้านขนม มีมันสมองอันเฉียบแหลม
พี่ใหญ่มีการศึกษา มีมิตรสหาย ไม่ช้าก็เร็วเขาจะต้องได้เข้ารับ
ราชการ
พวกเขาเก่งมาก ยอดเยี่ยมมาก
ไม่ด้อยไปกว่าคุณชายคนใดในเมืองหลวงที่เกิดและเติบโตที่นี่
เลยสักนิด
จ่างเยี่ยนหันหลังกลับ มองไปยังทิศทางของวังหลวง ดวงตาของ
เขาเผยแววดูแคลนเล็กน้อย พร้อมกับความรู้สึกพอใจอย่างเต็มเปี่ยม
โชคดี โชคดีจริง ๆ