พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 222 ข่าวการสอบขุนนางแพร่สะพัด
ทันทีที่เขาพูดจบ เจียงเซิงก็โผล่หัวออกมา “ใคร ใครอ้วน”
สวี่โม่รีบแก้คำพูด “เด็กผู้หญิงน่ารักที่อยู่ข้างนอกนั่นคือน้องสาว
คนเล็กของบ้านข้า”
น้องสาวคนเล็กหมายถึงน้องสาวที่อายุน้อยที่สุด
เจียงเซิงจึงหดหัวกลับไปอย่างเคือง ๆ และยืนต่อ
ฉีหวายตบไหล่เขาอย่างหยอกล้อ “ข้าไม่คิดว่าพี่สวี่จะมีน้องชาย
น้องสาว ซ ้ายังน่ารักขนาดนี้ เจ้าช่างโชคดีจริง ๆ”
สวี่โม่นึกถึงเจ้ารองที่หลงตัวเอง เจ้าสามที่คลั่งไคล้วิชายุทธ์ เจ้าสี่
ที่ร้องไห้ง่าย และเจ้าห้าผู้เจ้าเล่ห์
ดูท่าจะเป็นอย่างนั้น
“ถ้าข้ามีน้องชายแบบนี้บ้างก็คงดี” ฉีหวายยังคงสังเกตจ่างเยี่ย
นอยู่ เมื่อพบว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีบุคลิกไม่ธรรมดา ดวงตาของเขาก็
เผยแววอิจฉา
สวี่โม่หันไปมองฉีเยี่ยที่ยังคงเหม่อลอยอย่างแปลกใจ
ฉีหวายถึงได้รู้ตัวว่าพูดพลาดไป จึงรีบแก้ตัวอย่างเก้อเขิน
“น้องชายของข้าคนนี้…เขาไม่ค่อยเอาไหนนัก”
โชคดีที่สวี่โม่ไม่ได้ซักถามต่อ เขาหันไปมองอันจวิ่นแล้วเอ่ยเสียง
ทุ้มว่า “พี่อัน ที่นี่คงไม่อาจพักอยู่ได้อีก ท่านต้องหาที่อยู่อื่นเสียแล้ว”
ชายชุดดำสองคนที่มาปิดปากเขาไม่สำเร็จ อาจจะเปลี่ยนเป็นสี่
คน หรือแปดคนในครั้งหน้า
เมื่อถึงตอนนั้นคงรับมือยากแน่ ๆ
อันจวิ่นก็รู้ว่าตนเองไปยั่วโมโหยักษ์เข้าให้แล้ว เขาไม่เพียงไม่
หวาดกลัว แต่กลับรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา “ข้าเป็นเพียงบัณฑิตธรรมดา ๆ
คนหนึ่ง แม้ไม่มีฐานะหรือภูมิหลัง แต่เขาก็เป็นคนซื่อสัตย์ มีศักดิ์ศรี
และความภาคภูมิใจของตนเอง คนตระกูลใหญ่พวกนี้รังแกคนเกินไป
ช่วงชิงความสามารถของข้า ทั้งยังจะเอาชีวิตข้าอีก ข้าขอสาบานว่า
จะต่อสู้กับพวกเขาจนถึงที่สุด!”
หากไม่มีทางให้ถอย เช่นนั้นเขาก็จะไม่ถอย
ก่อนจะถึงเชิงเขาย่อมมีทางออกเสมอ ผ่านดงหลิวในหมู่บ้าน
ถัดไปย่อมพบแสงสว่าง
สวี่โม่ครุ่นคิด เหมือนกำลังพิจารณาว่าที่ไหนจะปลอดภัยสำหรับ
อันจวิ่น
ฉีหวายที่อยู่ข้าง ๆ พลันตัดสินใจ “ข้ามีเรือนพักที่ไม่มีใครรู้จัก
อาจจะต้องรบกวนพี่อันไปพักอยู่สักสองสามวันก่อน”
จากนั้นเขาก็หันไปมองสวี่โม่ “พรุ่งนี้ข้าจะไปรับพี่สวี่ แล้วลงมือ
ตามที่ตกลงกันไว้”
เมื่อเป็นเช่นนี้ เรื่องนี้ก็ถือว่าจบลงแล้ว
เจียงซานและเจียงซื่อนำคนชุดดำที่ถูกมัดไปส่งยังตระกูลฉี
โดยฉีหวายจะหาคนมาสอบสวนหาตัวคนที่อยู่เบื้องหลัง
สวี่โม่พาน้องชายน้องสาวกลับบ้าน เพื่อเตรียมคำพูดและร่าง
หนังสือสำหรับเรื่องในวันพรุ่งนี้
ทุกคนต่างแยกย้ายกันไป
หลังจากประสานมือกล่าวลา ฉีเยี่ยถึงเพิ่งรู้สึกตัว มองพี่น้องสาม
คนที่จับมือกันเดินจากไป สีหน้าเต็มไปด้วยความชื่นชม “พี่สวี่เป็น
พี่ชายที่ดีจริง ๆ”
“อะไร ข้าไม่ใช่พี่ชายที่ดีหรือ” ฉีหวายจ้องตาเขม็ง
ฉีเยี่ยเบ้ปาก “ท่านไม่รู้ตัวหรือ ว่าเป็นหรือไม่เป็น?”
ฉีหวายพูดไม่ออก สีหน้าไม่พอใจ
เขาแค่ไม่ได้อ่อนโยนและใจเย็นเหมือนพี่สวี่เท่านั้น ทำไมถึง
ไม่ใช่พี่ชายที่ดีเล่า
แต่เขาลืมไปว่าพี่ชายที่เอาใจใส่จริง ๆ คงจะไม่ยอมให้น้องชาย
น้องสาวไปเสี่ยงอันตราย
เช่นเดียวกับสวี่โม่ที่พาน้องชายน้องสาวไปหาป้าจาง
บนถนน จ่างเยี่ยนถามเสียงเบา “เหตุใดพี่ใหญ่จึงไปหาพี่น้อง
ตระกูลฉี ทำไมไม่มาหาข้ากับพี่สี่”
“พวกเจ้ายังเด็ก” สวี่โม่ตอบด้วยน ้าเสียงอ่อนโยน “เรื่องนี้มัน
วุ่นวายเกินไป ข้ามีตำแหน่งคุ้มครองตัว แต่พวกเจ้าไม่มี ไม่ควรเข้า
มาพัวพันด้วย”
หากเป็นไปได้ เขาอยากจะมีปีกห้าคู่คอยใช้ปกป้องน้องชาย
น้องสาว ไม่ให้พวกเขาต้องเผชิญกับลมพายุ ไม่ให้พวกเขาถูกคน
นอกมารังแก
น่าเสียดายที่มันเป็นเรื่องยากในเมืองหลวง
สวี่โม่รู้ว่าตนไม่อาจปกป้องทุกคนได้ สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือทำให้
ตัวเองเข้มแข็งขึ้น ยิ่งแข็งแกร่งยิ่งดี จนกระทั่งวันหนึ่งเขาจะกลายเป็น
เสาหลักที่แข็งแกร่งของน้อง ๆ
“เจ้าสาม เมื่อไหร่เจ้าจะกลับมา”
น ้าเสียงของเด็กหนุ่มเบาเกินไป พริบตาเดียวก็ถูกสายลมพัดพา
ความคิดถึงล่องลอยไปทางทิศเหนือ นำพาไปสู่คนในครอบครัว
ไม่นาน สามพี่น้องก็มาหยุดอยู่หน้าประตูเรือนสามลานของพ่อ
ครัวใหญ่
สวี่โม่เป็นคนแรกที่เคาะห่วงประตูทองแดง
ประตูใหญ่ถูกเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้ากลมมนของพ่อครัว
ใหญ่ และสีหน้าที่แลดูเขินอายเล็กน้อยของป้าจาง
“ข้าบอกแล้วว่าเป็นพวกเขา” จางเซียงเหลียนถอนหายใจยาว
“เรื่องขนม ข้าต้องปรึกษากับพวกเด็ก ๆ ก่อน แล้วจะให้คำตอบท่าน
วันพรุ่งนี้”
พ่อครัวใหญ่รับคำพลางส่งทุกคนขึ้นรถม้า
เมื่อเห็นพวกเขาขึ้นรถม้ากันหมดแล้ว จึงนึกขึ้นได้และกล่าว
ขอบคุณ “เมื่อครู่ ขอบคุณเซียงเหลียนมากที่ช่วยจัดการให้ บ้านข้า
ช่างรกเหลือเกิน”
จางเซียงเหลียนไม่พูดอะไรต่อ จึงบอกให้สวี่โม่ขับรถม้าออกไป
ระหว่างทาง ดวงตาทั้งหกของเด็กสามคนต่างจ้องมองนาง
จางเซียงเหลียนเลือกพูดแค่เรื่องสำคัญ “พ่อครัวใหญ่บอกว่า
เรือนโยวหรานจริงใจจะร่วมมือ และยังบอกอีกว่าไม่ใช่แค่การนำขนม
ไปขายที่เรือนโยวหรานเท่านั้น”
ขนมของร้านจิ่วเจินขายราคาหนึ่งร้อยเหวินต่อครึ่งชั่ง เมื่อนำไป
ขายที่เรือนโยวหรานก็ไม่สามารถขึ้นราคาได้ และไม่อาจขายใน
ราคาเดิมได้เช่นกัน
ตอนนี้จึงจำเป็นต้องใช้วิธีการขึ้นราคาขนมพุทราของเจิ้งหรู
เชียน นั่นคือการใช้รูปลักษณ์ที่สวยงามแลกกับราคาที่เพิ่มขึ้น
แต่รูปลักษณ์ที่สวยงามนั้นหมายถึงการทำขนมที่ประณีตยิ่งขึ้น
ซึ่งต้องเสียเวลาในการทำมากขึ้นด้วย
จางเซียงเหลียนไม่ได้ตอบตกลงทันที ด้วยเกรงว่าจะรบกวน
กิจการเดิมของร้านจิ่วเจิน
โชคดีที่พ่อครัวใหญ่ได้ให้คำแนะนำว่า การปั้นด้วยมือนั้นงดงาม
แน่นอน แต่จะเปลืองแรงเกินไป และไม่สามารถทำขนมได้ในปริมาณ
มาก ๆ ควรใช้แม่พิมพ์ช่วยจะดีกว่า ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจได้ถึงความ
สม ่าเสมอและประหยัดเวลา
ลองนึกถึงวิธีทำขนมไหว้พระจันทร์ของบรรพบุรุษของพวกเขาดู
สิ มันก็ต้องอาศัยแม่พิมพ์ช่วยจึงจะได้ลวดลายที่คงที่และชัดเจนได้
จางเซียงเหลียนสามารถนำขนมที่ทำจากแม่พิมพ์ไปขายที่ร้าน
จิ่วเจินได้ โดยส่งขนมที่ปั้นด้วยมืออย่างประณีตให้เรือนโยวหรานเป็น
พิเศษ
ในตอนนั้น พ่อครัวใหญ่ยังกล่าวอย่างซาบซึ้งว่า “ฝีมือของท่าน
ช่างคล่องแคล่วนัก มีเพียงราคาอันสูงลิ่วของเรือนโยวหรานเท่านั้นที่
จะคู่ควร”
จางเซียงเหลียนทั้งอายทั้งประหม่า ไม่รู้จะตอบสนองอย่างไร
โชคดีที่เสียงเคาะประตูของพวกเด็ก ๆ ช่วยนางไว้
ในรถม้า จางเซียงเหลียนกล่าวเสียงเบาว่า “พ่อครัวใหญ่จริงใจ
อย่างยิ่ง ข้าคิดว่าเราสามารถร่วมมือกันได้ เพียงแต่รายละเอียดต่าง ๆ
ยังคงต้องรอให้หรูเชียนกลับมาตกลง”
ด้วยฐานะเจ้านายใหญ่ของร้านขนม เจิ้งหรูเชียนสารเลวนั่นหาย
หัวไปนานแล้ว
เจียงเซิงทำหน้าเศร้า ดวงตากลมโตแดงก ่าโดยไม่รู้ตัว
นางสูดจมูก “พี่รองเป็นคนเลวจริง ๆ กลับมาก็รอให้เขาตัดสินใจ
ถ้าไม่กลับมา พวกเราก็จะตัดสินใจกันเอง ช่วงนี้ท่านป้าลองคิด
ลวดลายเอาไว้ก่อนเถอะเจ้าค่ะ”
จางเซียงเหลียนพยักหน้า
หลายวันต่อมา เรือนเล็กก็กลับมามีสภาพเหมือนเดิม
ป้าจางยุ่งวุ่นวายไม่หยุด สวี่โม่มา ๆ หาย ๆ เหมือนผี ส่วนเจียง
เซิงรอคอยอย่างทรมาน
แต่เวลาไม่เคยคอยใคร อีกเพียงสองสามวันก็จะฉลองปีใหม่แล้ว
เจิ้งหรูเชียนก็ยังไม่กลับมา
กระทั่งในเมืองหลวงมีข่าวลือหนึ่งแพร่สะพัดขึ้นมาว่า สถานะจวี่
เหรินของจูจื้อทายาทรุ่นสามของตระกูลจูนั้นไม่ชอบมาพากล โดย
เป็นการจ้างคนอื่นให้เขียนข้อสอบแทน
เดิมทีมีเพียงสองสามคนที่กระซิบกระซาบคุยกัน แต่เมื่อเวลา
ผ่านไปข่าวลือก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวง ทำให้คนที่ทุจริตการ
สอบรู้สึกหวาดกลัว และในที่สุดมันก็สร้างความตกตะลึงให้กับราช
สำนัก
ทุจริตการสอบขุนนาง!
กล้าดีอย่างไร!