พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 230 การเติบโตของเจิ้งหรูเชียน
“ขอให้มีความสุขและปลอดภัยทุกปีนะ”
เจิ้งหรูเชียนนอนอยู่บนเตียง กำลังฝันว่ากินอาหารฉลองปีใหม่ มี
ทั้งขาหมูหอมนุ่ม ไก่ผัดน ้าแดงรสเข้มข้น ปลาทอดกระเทียม และ
อาหารอร่อย ๆ อีกมากมาย ทั้งหมดล้วนเป็นอาหารฝีมือของป้าจาง
น่าเสียดายที่เพิ่งจะเอาเข้าปาก เขาก็ตื่นขึ้นมาก่อน แล้วได้ยิน
เสียงเล็ก ๆ พูดพึมพำว่า “พี่รอง ข้าให้เงินปีท่านนะ ขอให้ท่านมี
ความสุขและปลอดภัยทุกปี”
แปลกจริง เจียงเซิงขี้เหนียวขนาดนั้น ยังให้เงินปีเขาด้วยหรือ?
เจิ้งหรูเชียนรู้สึกประหลาดใจมาก ค่อย ๆ ลืมตาข้างหนึ่งขึ้นมา
และเห็นถุงเงินอยู่ข้างหมอนจริง ๆ
จากการประเมินด้วยสายตาแล้ว คงมีอย่างน้อยห้าสิบตำลึง
โอ้โห นี่มันเท่ากับเอาชีวิตครึ่งหนึ่งของเจียงเซิงน้อยมาให้เขา
เลยนะ ห้าสิบตำลึงไม่ใช่เงินน้อย ๆ เลย
เจิ้งหรูเชียนกำลังจะพูดล้อเลียน แต่เพราะคอแห้งเกินไปจึงเปล่ง
เสียงแปลก ๆ ออกมาดังฮือฮา
เจียงเซิงตกใจจนลุกขึ้นยืนทันที ทำเก้าอี้ที่นั่งอยู่ล้มลงไปด้วย
พี่ชายทั้งหลายที่ยืนอยู่ข้างนอกก็พากันกรูเข้ามา เมื่อเห็น
ดวงตาที่สดใสของเจิ้งหรูเชียน ทุกคนก็ยิ้มออกมาพร้อมกัน
“พี่รอง ในที่สุดท่านก็ตื่นขึ้นมาแล้ว” เจียงเซิงริมฝีปากสั่นราวกับ
จะร้องไห้ แต่นางไม่อยากให้ผู้อื่นเรียกนางว่าขี้แย จึงต้องกลืนน ้าตา
ลงไป พลางสะอื้นพูดว่า “ข้าคิดว่า…คิดว่าท่านจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกแล้ว
วันส่งท้ายปีเก่าไม่ได้กินเกี๊ยว วันขึ้นปีใหม่ก็ต้อง ฮึก ต้องได้กินสิ”
เจิ้งหรูเชียนอ้าปากส่งเสียง “อืออา”
“พี่รอง ข้าไม่ด่าท่านหรอก ท่านวางใจได้ ข้ารู้ว่าท่านรีบกลับมา
เช่นนี้ก็เพื่อข้า ข้าจำได้ทั้งหมด” ปลายจมูกของเจียงเซิงยิ่งรู้สึกแสบ
ร้อนมากขึ้น “ท่านต้องหายเร็ว ๆ นะ พวกเราจะได้กินเกี๊ยวด้วยกัน”
ดวงตาของเจิ้งหรูเชียนเบิกกว้างขึ้น เสียง “ฮือฮา” ก็ดังถี่ขึ้น
เจียงเซิงงุนงงไปหมด
สวี่โม่ที่อยู่ข้าง ๆ ไอเสียงเบาแล้วเดาว่า “บางทีเจ้ารองอาจจะ
กระหายน ้า…”
เจียงเซิงราวกับตื่นจากความฝัน รีบยกถ้วยชาอุ่น ๆ มาจรดริม
ฝีปากของเจิ้งหรูเชียน
ลำคอที่แห้งผากมาหลายวันได้พบกับหยาดน ้าทิพย์ เจิ้งหรูเชียน
ดื่มหมดรวดเดียว ในที่สุดก็พูดได้ชัดเจนขึ้น “เจียงเซิง เจ้านี่โง่เขลา
จริง ๆ”
ถ้าช้าไปกว่านี้ พี่รองเจ้าคงไม่ตายจากการเดินทาง แต่จะตาย
เพราะกระหายน ้ามากกว่า
“ข้าก็แค่กังวลมากเกินไป” เจียงเซิงเอามือไพล่หลัง “พี่รอง สอง
เดือนที่ผ่านมาท่านคงลำบากมาก”
“ใช่แล้วเจ้ารอง เจียงเซิงได้ให้เงินท่านป้าไปซื้อเนื้อแล้ว บอกว่า
จะบำรุงร่างกายให้เจ้าเป็นอย่างดี” สวี่โม่พูดเย้าแหย่
จ่างเยี่ยนก็โผล่หน้าออกมา “พี่สี่บอกว่าจะหายามาบำรุงให้ท่าน
ด้วย ท่านจะได้ฟื้นฟูร่างกายเร็ว ๆ”
การที่มีครอบครัวคอยห่วงใย ช่างเป็นความรู้สึกที่ดีจริง ๆ
เจิ้งหรูเชียนกำลังยิ้มสดชื่นราวกับอาบแสงแดดยามเช้า แต่พอ
ได้ยินประโยคสุดท้าย สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปทันที ก่อนจะส่ายหน้า
อย่างแรง “ไม่ ๆ ๆ ข้ากินเนื้อได้ แต่ข้าไม่กินยา”
คนทั้งบ้านหัวเราะ
“ไม่ดื่มก็ต้องดื่ม ยิ่งขมยิ่งหลาบจำ” ในที่สุดเจียงเซิงก็โวยวาย
เล็กน้อย “ต่อไปถ้าท่านกล้าเร่งรีบเดินทางโดยไม่คำนึงถึงร่างกายอีก
ข้าจะให้ท่านดื่มยาที่ขมที่สุด พี่สี่ ยาอะไรขมที่สุดหรือ”
เวินจืออวิ่นยิ้มลึกลับ “แน่นอนว่าต้องเป็นหวงเหลียน”
เมื่อเห็นสีหน้าของเจิ้งหรูเชียนเปลี่ยนจากงุนงงเป็นตกใจ แล้ว
กลายเป็นตื่นตระหนก ทุกคนก็หัวเราะลั่นอีกครั้ง
เสียงหัวเราะดังไปถึงด้านนอก แผ่ไปทั่วทั้งเรือนเล็ก
พี่น้องตระกูลเกาที่พักอยู่ด้านนอกต่างแสดงสีหน้าอิจฉา
ในการเดินทางครั้งนี้ เจิ้งหรูเชียนใช้แรงไปมาก เขากุมแส้ม้าไว้
แน่นไม่ยอมปล่อยมือ ขับม้ามาได้ครึ่งทางพอดี
จากนั้นพี่น้องตระกูลเกาก็ผลัดกันขับรถม้ามาอีกครึ่งทางที่เหลือ
พวกเขาก็ต้องทนลำบากจนผอมลง แต่สภาพยังดีกว่าอีกฝ่าย
เล็กน้อย
ป้าจางนำเกี๊ยวและน ้าชามาให้พวกเขา หลังจากกินอิ่มแล้วก็
กำลังจะพักผ่อน
เกาเหยียนยังอายุน้อย ฝ่ามือมีแผลพุพองนิดหน่อย ตลอดทางที่
จับบังเหียนม้ามา มือของเขาถลอกไปหลายครั้งแล้ว ตอนนี้เขากำลัง
ค่อย ๆ ลอกผิวชั้นนอกออกอย่างระมัดระวัง เผยให้เห็นเนื้อและเลือด
ที่อยู่ข้างใน
“ท่านกำลังทำอะไรอยู่” วังเสี่ยวจูถือยาสมานแผลมาหยุดอยู่
ตรงหน้าสองพี่น้อง “ถึงจะเป็นตุ่มน ้า แค่บีบออกก็พอ การลอกผิว
นอกออกจะทำให้แผลหายช้า”
เกาเหยียนชักมือกลับอย่างงุนงง “ข้า…ข้าแค่อยากรู้ว่าข้างใน
เป็นอย่างไร”
“ข้างในก็คือเนื้อที่ไม่มีหนังหุ้ม” วังเสี่ยวจูย่อตัวลงอย่างหงุดหงิด
“ยื่นมือมา ท่านหมอน้อยเวินสั่งให้ข้ามาช่วยพันแผลให้พวกท่าน”
หลังจากพันผ้าขาวรอบมือของสองพี่น้องเสร็จแล้ว นางก็กำชับ
ว่า “ช่วงที่กลับบ้านไปฉลองปีใหม่อย่าให้แผลโดนน ้า รอจนกว่าจะ
กลับมาหลังเทศกาลโคมไฟแล้ว ข้าจะเปลี่ยนผ้าพันแผลให้พวกท่าน
ใหม่”
เกาต้าวั่นที่อยู่ข้าง ๆ กล่าวขอบคุณ
ส่วนเกาเหยียนกลับจ้องมองเงาร่างเล็กของนางไปอย่างเหม่อ
ลอย แล้วถามออกมาโดยไม่รู้ตัวว่า “เจ้าไม่กลับบ้านไปฉลองปีใหม่
หรือ?”
แม้ว่าพวกเขาจะมาช้า แต่อย่างไรก็ต้องกลับบ้าน คุณชายยังให้
เงินชดเชยพิเศษอีกสองตำลึง เพื่อให้พวกเขาใช้เวลาพักผ่อนให้
เพียงพอก่อนจะนั่งรถม้ากลับไปบ้าน อาจกล่าวได้ว่าพวกเขาได้รับ
เกียรติอย่างเต็มที่
แต่เด็กสาวผู้นี้ยังยุ่งอยู่ในสำนักแพทย์มาตลอด เหมือนจะไม่เคย
ออกจากเรือนเล็กเลยด้วยซ ้า
วังเสี่ยวจูชะงักเท้าเล็กน้อย ไม่ได้หันกลับมามอง “ไม่กลับหรอก
เพราะที่นี่คือบ้านของข้า”
นางจากไปพร้อมกับผ้าพันแผลและยาสมานแผล
สองพี่น้องต่างก้มหน้าไม่พูดจา
ผ่านไปสักพัก เกาต้าวั่นฝืนยิ้มทำลายความเงียบ “ดีแล้วที่ไม่
ต้องเดินทางกลับบ้านไกล ๆ หลังจากบิดามารดาของข้าจากไป ข้าก็
จะพาภรรยาและลูกมาที่เมืองหลวง จะได้ไม่ต้องพบกันแค่ปีละสองหน
อีก”
เกาเหยียนไม่พูดอะไร ผ่านไปสักพักจึงส่งเสียง “อืม” ออกมา
จากลำคอ
ใครเล่าจะไม่อยากอยู่กับครอบครัวทุกวัน
วันที่สองของปีใหม่
พี่น้องตระกูลเกาขับรถม้า พกเงินพิเศษกลับบ้านเพื่อฉลองปีใหม่
ในที่สุดเจิ้งหรูเชียนก็ได้รับอนุญาตให้ลุกขึ้นจากเตียง แล้วทาน
เกี๊ยวอย่างช้า ๆ
ป้าจางเล่าเรื่องพ่อครัวใหญ่อยู่ข้าง ๆ และความร่วมมือระหว่าง
ร้านจิ่วเจินกับเรือนโยวหราน
วังเสี่ยวซงฟ้องเขาด้วยความโกรธแค้นกับการกระทำของเถ้าแก่
ฮ่าวที่แย่งการค้าไป
เจียงเซิงสงสัยเกี่ยวกับเกาลัดที่เขานำมาจากเหอเป่ย ทั้งที่เกาลัด
จากเหอหนานใหญ่กว่าและอวบกว่า แล้วทำไมต้องใช้เกาลัดลูกเล็ก
ๆ จากเหอเป่ยด้วย
ทั้งสามคนพูดเสียงดังราวกับเป็ดห้าร้อยตัวร้องเพลงพร้อมกัน
เสียงอึกทึกถึงขนาดที่สวี่โม่ยังต้องขมวดคิ้ว
เจิ้งหรูเชียนกลับเหมือนไม่รู้สึกอะไร หลังกินเกี๊ยวคำสุดท้ายหมด
ก็เช็ดปากแล้วจึงกล่าวว่า “พูดทีละคนเถอะ เริ่มจากเสี่ยวซงก่อน”
จ่างเยี่ยนที่อยู่ไกลออกไปเลิกคิ้ว รู้สึกบอกไม่ถูกว่าพี่รองเริ่มมี
กลิ่นอายของพ่อค้ากิจการใหญ่แล้ว
วังเสี่ยวซงเริ่มฟ้องไม่หยุดปาก “เถ้าแก่ฮ่าวเหลือเกินจริง ๆ เป็ด
ย่างตัวละสองตำลึงเป็นข้อเสนอของเขาเอง ข้อตกลงก็เป็นเขาที่ตก
ลงก่อน แต่สุดท้ายกลับหันไปเลี้ยงเป็ดจากตันหยาง ซ ้ายังดึงตัวพ่อ
ครัวมาทำงานให้โดยเฉพาะ พอเป็ดโตเต็มที่ก็ยกเลิกข้อตกลงกับ
พวกเรา”
“หากเขาไม่อยากร่วมมือด้วยก็ควรบอกแต่เนิ่น ๆ พวกเราซื้อ
เรือนพักและน ้าแข็งไว้แล้ว จู่ ๆ ก็ไม่ทำการค้าร่วมกันอีก การไม่ได้
กำไรเป็นเรื่องเล็ก แต่เรือนพักกับน ้าแข็งต่างหากที่เป็นการขาดทุน
ครั้งใหญ่”
วังเสี่ยวซงเจ็บปวดรวดร้าว เอามือกุมอกหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อ
สงบสติอารมณ์
เขาคิดว่าคุณชายจะคงโกรธเคืองเช่นเดียวกับเขา อาจถึงขั้นไป
เอาเรื่องกับเถ้าแก่ฮ่าวก็เป็นได้
แต่ไม่คิดว่าเจิ้งหรูเชียนเพียงจิบชาแล้วพูดอย่างใจเย็น “ไม่
ต้องโทษเถ้าแก่ฮ่าวหรอก”