พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 231 รากฐานการค้าของเจิ้งหรูเชียน
เจิ้งหรูเชียนกล่าวเบา ๆ “แม้เป็ดย่างราคาตัวละสองตำลึงจะเป็น
ราคาที่เขาเสนอมาเอง แต่ก็นับว่าแพงเกินไป จึงทำให้กำไรของเรือน
โยวหรานลดลงมาก”
พ่อค้าส่วนใหญ่สนใจแต่ผลกำไร เถ้าแก่ฮ่าวคงคำนวณไว้แล้ว
ตั้งแต่แรกว่า การเลี้ยงเป็ดเองและจ้างพ่อครัวฝีมือดีมาย่างจะมีต้นทุน
ที่ต ่ากว่า อีกทั้งยังรับประกันรสชาติที่สดใหม่และตรงตามตำรับได้
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวในครั้งนี้คือการปิดบัง ทำให้เจิ้งหรูเชียน
ลงทุนซื้อน ้าแข็งและเรือนพักอย่างไม่รู้ตัว
แต่การทำการค้าย่อมมีการลงทุนเป็นเรื่องปกติ ความล้มเหลวก็
ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หากจะโทษก็ต้องโทษตัวเองที่วิสัยทัศน์สั้น
เกินไป คิดว่าจะรีดนมแกะได้ตลอดไป
“ครั้งนี้ข้าไปถึงเหอเป่ย ได้รู้ว่าการค้าที่จะอยู่ได้ยั่งยืน ต้องไม่มี
ใครสามารถทดแทนได้ หรือไม่ก็ต้องมีกำไรน้อยแต่ขายได้มาก” เจิ้ง
หรูเชียนวางถ้วยชาลงพลางกล่าวอย่างเหม่อลอย “หากไม่ใช่การค้า
ที่มีเพียงหนึ่งเดียว ก็ต้องทำให้ราคาคุ้มค่าพอที่จะยืนหยัดอยู่ได้”
การค้าเป็ดย่างเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน มันทำกำไรได้มาก แต่ใคร
ๆ ก็ทำได้ ต่อให้เถ้าแก่ฮ่าวจะไม่ยกเลิกข้อตกลง สักวันก็ต้องมีคนอื่น
แย่งการค้านี้ไปอยู่ดี
คิด ๆ ดูแล้ว ครึ่งปีที่ผ่านมาพวกเขาก็ทำกำไรไปได้มาก
พอสมควร
“แต่ว่า…” วังเสี่ยวซงยังรู้สึกเสียดาย “แล้วน ้าแข็งกับเรือนพักของ
พวกเราจะทำอย่างไรเล่าขอรับ?”
คราวนี้เจิ้งหรูเชียนไม่พูดอะไร แต่เหลือบมองน้องสาวของเขา
เจียงเซิงยกมือเท้าเอว กล่าวเสียงดังฟังชัด “พี่เสี่ยวซงโง่จริง ไม่
ต้องพูดถึงว่าน ้าแข็งกับเรือนพักก็สามารถขนส่งของอย่างอื่นได้
แม้ว่าจะไม่ขนส่งก็ตาม เราก็สามารถขายได้โดยไม่ขาดทุน”
น ้าแข็งกับเรือนพักไม่ใช่ฟองที่เป่าแล้วกระจายออกไปหรือ
ละลายเมื่อสัมผัสกับน ้า
วังเสี่ยวซงเคาะศีรษะตัวเองแล้วเข้าใจในที่สุด “คุณหนูพูดถูกต้อง
แล้ว ท่านฉลาดกว่า เป็นข้าที่โง่เอง”
บรรพบุรุษกล่าวไว้ไม่ผิด อ่านหนังสือหมื่นเล่ม เดินทางหมื่นลี้ ถึง
จะได้ความรู้
การเติบโตไม่เพียงต้องใช้เวลา แต่ยังต้องการประสบการณ์ด้วย
เจียงเซิงมองพี่รองที่ดูสงบมั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเข้าไปหาอย่างร่า
เริง “พี่รอง ข้าเข้าใจความหมายของท่าน พี่เสี่ยวซงขนถั่วฝักยาว
แห้งมาจากเขตอันสุ่ย ข้าทำข้อตกลงกับเรือนโยวหรานว่าจะรับซื้อชั่ง
ละสองร้อยเหวิน ข้าไม่ได้เรียกราคาแพงเกินไปเลยนะเจ้าคะ”
นางเชิดหน้ากลม ๆ ขึ้น ท่าทางเหมือนกำลังรอคำชมอย่าง
ชัดเจน
เจิ้งหรูเชียนอดใจไม่ไหว ยื่นมือไปบีบแก้มนาง แล้วดึงออก
เล็กน้อย จากนั้นก็ดึงขึ้น
เด็กหญิงที่ดูน่ารักเรียบร้อย ทันใดนั้นก็แยกเขี้ยวยิงฟันและ
น ้าลายไหลออกมา
ตัวอักษรที่ป้าจางเขียนจดหมายนั้นแทบจะมองไม่ไหว พวก
พี่ชายจึงกำลังชื่นชมด้วยความสนุกสนาน
“ข้าเจ็บนะ ท่านทำอะไรของท่าน” เจียงเซิงตะโกนอย่างโกรธ
เคือง
เจิ้งหรูเชียนจึงปล่อยมือจากแก้มเนียนนุ่มของน้องสาว แล้วยิ้ม
ชมว่า “ดีมาก ด้วยราคานี้ เรือนโยวหรานคงจะมาซื้อถั่วฝักยาวแห้ง
ของเราอีกแน่”
ที่จริงแล้วเรื่องนี้มีรายละเอียดปลีกย่อยอยู่บ้าง
ถั่วฝักยาวไม่ใช่ของแพง การตากถั่วฝักยาวให้แห้งก็ไม่ใช่งานที่
ต้องใช้ทักษะอะไร เมื่อเรือนโยวหรานต้องการอย่างเร่งด่วน ก็สามารถ
ขายได้ในราคาที่สูง แต่แน่นอนว่าพวกเขาคงไม่ซื้อเป็นครั้งที่สอง
พวกเขาอาจจะเริ่มปลูกและขายเอง
หากราคาถูกเกินไปก็ไม่คุ้มกับค่าขนส่งจากเขตอันสุ่ย ซึ่งถ้าเป็น
เช่นนั้นก็ควรขายในท้องที่เลยดีกว่า
ราคาสองร้อยเหวินนั้นเหมาะสมที่สุด ถูกกว่าการที่เรือนโยว
หรานจะปลูกเอง แต่ก็ได้กำไรมากกว่าขายในเขตอันสุ่ย นับเป็น
ความร่วมมือที่ได้ผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
“ความหมายของคุณชายก็คือ พวกเราจะปลูกถั่วฝักยาวและ
ตากแห้งที่เมืองหลวงหรือขอรับ” วังเสี่ยวซงที่เพิ่งทำเรื่องโง่งมขยับ
เข้ามาใกล้ พยายามปรับปรุงภาพลักษณ์ของตัวเองในสายตาของ
คุณชาย
เจิ้งหรูเชียนส่ายหน้า
พวกเขาจะปลูกถั่วฝักยาวในเมืองหลวงได้อย่างไร ที่ดินในเมือง
หลวงหมู่หนึ่งราคาสิบกว่าตำลึงแล้ว ค่าแรงคนงานก็สี่สิบถึงห้าสิบเหวิ
นต่อวัน ถ้าปลูกถั่วฝักยาวแห้งมาขายสองร้อยเหวินแล้วยังมีกำไร
เรือนโยวหรานก็คงจะลงมือปลูกเองแน่นอน
“เช่นนั้นพวกเราจะกลับไปขนจากเขตอันสุ่ยมาหรือขอรับ” วัง
เสี่ยวซงยังไม่โง่งมถึงที่สุด “แต่การเดินทางไปกลับต้องใช้เวลาเกือบ
เดือน เพียงเพื่อจะบรรทุกถั่วฝักยาวแห้งมาคันเดียวหรือ?”
เจิ้งหรูเชียนเคาะศีรษะเขาเบา ๆ “ถั่วฝักยาวแห้งที่ขายได้ห้าสิบ
ตำลึงในเขตอันสุ่ย พอขนมาขายที่เมืองหลวงก็จะได้หนึ่งร้อยตำลึง
ข้าจะให้เจ้าห้าตำลึงเป็นค่าตอบแทน จะทำหรือไม่?”
วิ่งวุ่นไปมาหนึ่งเดือน เขาก็ได้เงินมาห้าตำลึงแล้ว
วังเสี่ยวซงแทบจะกระโดดขึ้นไปถึงคานบ้าน “ทำ! ข้าจะทำ! ต้อง
ทำแน่นอน”
เช่นนั้นก็จบเรื่องแล้ว
หลายปีที่ผ่านมา เจิ้งหรูเชียนเดินทางไปทั่วทุกสารทิศ ไปไกลสุด
ทางใต้คือเขตอวี๋หัง ไปไกลสุดทางเหนือคือเหอเป่ย แม้ประสบการณ์
ของเขาจะไม่มากมายนัก แต่ก็ไม่ใช่คุณชายน้อยผู้ไร้เดียงสาเหมือน
แต่ก่อนแล้ว
หากกล่าวว่าแต่ก่อนเขามีเพียงความเข้าใจเกี่ยวกับ “การขนส่ง”
เพียงผิวเผิน ตอนนี้เขาก็ได้ค้นพบถึงความสำคัญของ “การขนส่ง”
แล้ว
ราชวงศ์ต้าอวี๋มีแผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาลและอุดมสมบูรณ์
สินค้าดี ๆ มากมายที่มีเพียงชาวบ้านในท้องถิ่นเท่านั้นที่ได้ลิ้มลอง
พอเปลี่ยนไปอีกเมืองกลับไม่มีใครรู้จัก
มีเพียงนักเดินทางส่วนน้อยที่ท่องเที่ยวไปทั่วทิศที่ได้ลิ้มลอง ได้
คิดถึงมัน แต่ก็ไม่สามารถนำกลับไปในจำนวนมากได้
หรืออย่างเขตอันสุ่ยที่ค่าแรงถูก ราคาสินค้าก็จะไม่แพง หาก
นำไปขายที่เมืองหลวงก็สามารถขายได้เป็นสองเท่า แม้จะหักค่า
ขนส่งออกไป กำไรก็ยังมากพอที่จะทำให้ผู้คนใจสั่น
การขนส่งคือการทำให้สินค้าเคลื่อนย้ายข้ามเมือง ทั้งยังนำพา
รสชาติใหม่ ๆ ไปสู่ชาวบ้านในแต่ละพื้นที่ และยังสามารถทำกำไรจาก
ส่วนต่างของราคาได้อีก
ถั่วฝักยาวเป็นเพียงหนึ่งในนั้น น ้าแข็งและเรือนพักที่เขตอันสุ่ยก็
เป็นเพียงหนึ่งในฐานที่มั่น ต่อไปร่องรอยของเจิ้งหรูเชียนจะยิ่งแผ่
ขยายไปทั่วราชวงศ์ต้าอวี๋ ทุกเมืองจะมีเรือนพักและน ้าแข็งอย่าง
เพียงพอ ทุกสิ่งจะสามารถขนส่งจากใต้ไปเหนือ จากตะวันออกไป
ตะวันตก
เจิ้งหรูเชียนยืนอยู่ที่ประตู แสงสว่างภายนอกส่องผ่านเข้ามา
ทอดเงาของเขาลงบนพื้น
แม้จะเป็นเพียงร่างกายของเด็กหนุ่ม แม้จะยังไม่ได้ฟื้นฟูกำลังให้
แข็งแรง แต่ยามนี้เขายังคงทำให้ทุกคนรู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ ราว
กับเขากำลังถือครองโลกทั้งใบอยู่ในฝ่ามือ
ผู้คนในห้องต่างถูกความเงียบสงบครอบงำ
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ ป้าจางจึงยิ้มน้อย ๆ พลางกล่าวว่า “แล้ว
ความร่วมมือระหว่างพวกเรากับเรือนโยวหรานจะทำอย่างไรดีเล่า?”
“แน่นอนว่าต้องร่วมมือกัน” เจิ้งหรูเชียนหันกลับมา บนใบหน้า
ผอมเรียวยังคงมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนเคย “หากพวกเขาต้องการ
ความประณีต ท่านป้าก็มอบความประณีตให้พวกเขา เมื่อมีราคา
มาตรฐานของเรือนโยวหรานเป็นตัวเปรียบเทียบ ราคาขนมที่ย่อมเยา
ของร้านจิ่วเจินก็จะเป็นที่นิยมมากขึ้น”
เขาตั้งใจจะหาเงินจากทั้งคนรวยและคนจน
ป้าจางหัวเราะพลางรู้สึกกังวลเล็กน้อย “แต่ข้าคนเดียวคงทำไม่
ไหว”
“ท่านป้าแค่เพิ่มคนงานก็พอขอรับ” เจิ้งหรูเชียนโบกมือ “เรื่อง
จ้างคนข้าจะไม่เข้าไปยุ่ง ท่านป้าวางใจผู้ใดก็ทำไปเถอะ ในอนาคต
เมื่อร้านจิ่วเจินเติบโตขึ้น บางทีข้าอาจจะกลับไปเปิดร้านที่เขตอันสุ่ย
ด้วย”
เหมือนกับเรือนโยวหรานที่เปิดร้านสาขาทั่วทั้งราชวงศ์ต้าอวี๋
ดวงตาของป้าจางเปล่งประกาย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะนางสามารถ
จ้างคนได้ตามใจหรือเพราะอนาคตอันยิ่งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นกับร้านจิ่ว
เจิน
ตอนนี้เหลือเพียงคำถามสุดท้ายเท่านั้น
เจิ้งหรูเชียนก้มหน้าลง มองน้องสาวด้วยรอยยิ้ม “เจ้าไม่ได้อยาก
ถามข้าหรอกหรือว่า ทำไมเหอหนานที่มีเกาลัดลูกใหญ่ แต่ข้ากลับ
นำเกาลัดลูกเล็กมาจากเหอเป่ย”
“ทำไมหรือ” เจียงเซิงถาม
เจิ้งหรูเชียนหมุนตัวกล่าวอย่างภูมิใจ “เพราะข้าค้นพบวิธีกิน
เกาลัดแบบใหม่จากเหอเป่ยอย่างไรเล่า”
นำเกาลัดมาคั่วในทรายและหินให้ร้อนจนสุกและแตกออก เป็น
วิธีที่แพร่หลายในสองสามเมืองรวมถึงเหอเป่ยด้วย เป็นของว่างที่
ชาวบ้านในท้องที่ต้องกินกันช่วงฤดูหนาวเช่นนี้