พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 235 ลูกสาวตัวจริงและลูกสาวตัวปลอมปะทะกัน
เรือนโยวหรานสมกับเป็นร้านอาหารที่คึกคักที่สุดในเมืองหลวง
เพียงแค่ก้าวเข้าไปก็เห็นห้องโถงถูกจับจองนี่นั่งจนเกือบเต็ม
แขกเหรื่อต่างชนจอกดื่มสังสรรค์ อาหารรสเลิศถูกยกขึ้นโต๊ะมาราว
กับสายน ้า
เสี่ยวเอ้อร์รีบวิ่งมาต้อนรับ ใบหน้ายิ้มแย้มร้องถามว่า “ยินดี
ต้อนรับท่านลูกค้าขอรับ ไม่ทราบว่าจะนั่งในห้องโถงหรือห้องรับรอง
ชั้นบนดีขอรับ”
เจียงเซิงจำเสี่ยวเอ้อร์คนนี้ได้ ครั้งก่อนเขามีไหวพริบมาก ทั้งส่ง
แขกทั้งปิดประตู เคลื่อนไหวคล่องแคล่วอย่างกับสายน ้าลื่นไหล
นับเป็นแบบอย่างที่ดีของทุกคน
ก่อนนางจะจากไปครั้งก่อน ยังแอบชูนิ้วโป้งให้เสี่ยวเอ้อร์คนนี้ ไม่
รู้ว่าเขาจะจำได้หรือไม่
“อ้าว เป็นเจ้านี่เอง” ความทรงจำของเสี่ยวเอ้อร์ไม่ธรรมดาจริง ๆ
เขาจำเจียงเซิงได้อย่างรวดเร็ว “แม่หนูมาหาเถ้าแก่ใหญ่ใช่หรือไม่
เชิญทางนี้เลย”
สองพี่น้องถูกนำไปยังห้องรับรองบนชั้นสอง
เสี่ยวเอ้อร์เดินนำหน้า เจียงเซิงตามอยู่ตรงกลาง ส่วนเจิ้งหรูเชีย
นอยู่ท้ายสุด
พวกเขาเพิ่งขึ้นบันไดไม้มา ยังไม่ถึงประตูห้องหมายเลขหนึ่ง เจิ้ง
หรูเชียนก็หยุดฝีเท้าลงทันที
เจียงเซิงหันกลับมาอย่างสงสัย ใช้สายตาส่งสัญญาณ “พี่รอง รีบ
ตามมาเร็วเข้า”
แต่เจิ้งหรูเชียนยังไม่ขยับ แค่บอกให้พี่ชายเสี่ยวเอ้อร์กลับไป
ทำงานก่อน จากนั้นก็มองน้องสาววัยสิบเอ็ดปีคนนี้
เขายังจำได้ว่าตอนนั้น พวกเขาสองพี่น้องขายเห็ดด้วยกัน แม้ว่า
เขาจะเป็นพี่ชายแต่ก็มีนิสัยขี้กลัวและไร้เดียงสา ทุกวันใช้ชีวิตอยู่ใน
ความหวาดกลัวว่าจะถูกมารดาทอดทิ้ง กระทั่งความสามารถในการ
ใช้ชีวิตอยู่ก็ยังไม่มี
น้องสาวเป็นคนเก็บเขามา มอบบ้านให้เขาครึ่งหนึ่ง แล้วพาเขา
ไปขายเห็ดและพืชผัก
ต่อมาเจ้ารองเจิ้งก็โตขึ้น สามารถเจรจาเรื่องข้อตกลงขายเนื้อ
รมควันได้ด้วยตัวเอง เขากล้าที่จะค้าขายและขนส่งผักเพียงลำพัง
กล้าที่จะซื้อที่ดินปลูกถั่วฝักยาว เป็นเจ้าของที่ และเปิดร้านขายขนม
ชื่อร้านจิ่วเจินอีกด้วย
โดยเฉพาะหลังจากเขารอดชีวิตกลับมาจากเหอเป่ยได้ เขา
เหมือนจะเติบโตขึ้นแล้วจริง ๆ ไม่เพียงมีความมุ่งมั่นและความคิด แต่
ยังมีแผนการของตัวเองด้วย
เจียงเซิงเป็นคนที่มีความสุขกับปัจจุบัน
ในฐานะพี่ชาย เขามักปกป้องน้องสาวและเต็มใจจะตามใจนาง
เหมือนนางเป็นสมบัติล ้าค่า
แต่ชีวิตไม่เคยตามใจผู้คน ตรงกันข้าม มันโหดร้ายและไร้ความ
ปรานี เจียงเซิงไม่อาจอายุสิบเอ็ดปีตลอดไป นางต้องโตขึ้น ต้อง
แต่งงาน ต้องพบเจอกับรสชาติที่ทั้งหวานและขมขื่นของชีวิต
พี่ชายทุกคนล้วนเต็มใจจะปกป้องนาง แต่การที่ตัวนางเองมีอิสระ
และเข้มแข็งมากพอก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบกล้าเข้าไปในร้านเรือนโยวหรานเพื่อขาย
เห็ดให้ ไม่ได้ใช้เวลาไปกับการนั่งเล่นในสวนด้านหลัง แค่จัดการดูแล
โรงผลิตก็ไม่มีอะไรให้ทำอีกแล้ว
ขณะที่พี่ชายทั้งหลายพยายามก้าวไปข้างหน้า พวกเขาก็ควรจะ
ช่วยดึงน้องสาวขึ้นมาด้วย
ครอบครัวคือการร่วมกันพยายาม เติบโตไปด้วยกัน และมีชีวิตที่
ดีไปพร้อมกัน
เจิ้งหรูเชียนดึงความคิดกลับมา มองน้องสาวร่างอวบที่กำลัง
สับสนแล้วยิ้มอย่างใจเย็น “การเจรจาข้อตกลงในวันนี้ เจ้าคนเดียวคง
ไม่สามารถเจรจาให้สำเร็จได้”
“ทำไมเล่า?” เจียงเซิงเบิกตากว้าง ท่าทางดื้อรั้นกลับมาอีกครั้ง
“พี่รองคนไม่ดี พี่รองดูถูกคนอื่น”
“เช่นนั้นเจ้าไปเจรจาให้ข้าดูสิ” เจิ้งหรูเชียนสะบัดพัดด้วยท่าทาง
เย่อหยิ่ง พิงราวบันไดไม้ “พี่ชายจะรออยู่ตรงนี้ เจ้าอย่าร้องไห้ออกมา
เชียว”
เจียงเซิงกัดฟัน เดินไปที่หน้าประตูห้องรับรองหมายเลขหนึ่ง
“ท่านคอยดูเถอะ รอดูให้ดี!”
จากนั้นนางก็เคาะประตูอย่างโกรธเคือง
เจิ้งหรูเชียนยิ้มพลางพิงราวบันได
เมื่อก่อนเจียงเซิงพาเขาไปขายเห็ด โชคชะตาได้ผลักดันเขาไป
อีกก้าว
วันนี้พี่ชายคนรองพาน้องสาวมาเจรจาการค้า ต่อไปการค้าของ
ร้านจิ่วเจินจะต้องพึ่งพานางและป้าจางทั้งหมด
ไปเถอะน้องสาว พี่ชายจะคอยอยู่ข้างหลังเจ้า จะเป็นที่พึ่งของเจ้า
ตลอดไป
เจียงเซิงยังคงเคาะประตู รอการตอบรับจากเถ้าแก่ใหญ่
เสียงบันไดไม้ลั่นดังขึ้นเบื้องหลัง เมื่อหันไปมองก็พบว่าเป็นพี่
น้องอีกคู่หนึ่ง
เจียงเฉิงเยวี่ยนยื่นมือออกไปเบา ๆ ด้วยความอ่อนโยน “เฉิงฮวน
เจ้าเดินช้า ๆ หากต้องการกินสิ่งใดก็บอกเหอรุ่ยไป แล้วให้คนส่งขึ้น
ไปบนชั้นสามภายหลัง”
เหอรุ่ยคือเสี่ยวเอ้อร์ที่นำทางพี่น้องเจียงเซิงเมื่อครู่ ตอนนี้เขายิ่ง
กระตือรือร้นจะนำทางพี่น้องตระกูลเจียง “ใช่แล้วขอรับ คุณหนูสาม
โปรดบอกได้เลยนะขอรับ ข้าจะไปบอกห้องครัวให้ทำทันที”
เจียงเฉิงฮวนยิ้มบาง สายตานางกวาดมองไปด้านหน้า ก่อนตก
ลงบนร่างอวบอิ่มของเจียงเซิง รอยยิ้มพลันหายไปทันใด “เป็นนางอีก
แล้ว”
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะดวงชะตาไม่เข้ากันหรืออย่างไร
เจียงเซิงคนนี้กับนาง ถึงแม้จะมีฐานะต่างกันราวฟ้ากับดิน แต่ก็
มักจะต้องพบเจอกันอยู่เสมอ และทุกครั้งก็มักจะปะทะกัน พาให้นาง
รู้สึกไม่สบายใจทุกที
ครั้งก่อนที่รถม้าชนกันที่หน้าประตูหอเหวินชาง วันนั้นเจียงเฉิง
ฮวนเพิ่งถูกท่านย่าตำหนิ จึงตั้งใจจะมาหาการปลอบโยนจากพี่ชาย
แต่กลับต้องมาเสียหน้าให้กับพวกเจียงเซิงถึงหน้าประตู จนแทบจะไม่
กล้าออกมาเที่ยวเล่นในเมืองหลวง
เหตุการณ์ที่หน้าประตูร้านจิ่วเจินกลับน่าอับอายยิ่งกว่า นางไม่
เคยเห็นเด็กสาวที่ไร้มารยาทเช่นนี้มาก่อน ราวกับว่านางไม่เคยได้รับ
การอบรมสั่งสอนมาเลย
หากมีเพียงเท่านี้ก็คงไม่เป็นไร
การเลี้ยงดูในฐานะชนชั้นสูงมานานกว่าสิบปี ทำให้เจียงเฉิงฮวน
ไม่อยากมีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับเจียงเซิง กระทั่งจะรู้สึกเกลียดชัง
อีกฝ่ายนางก็ยังไม่สน
แต่เรื่องราวกลับกลายเป็นว่าพี่ชายของนางเจียงเฉิงเยวี่ยนมักจะ
พูดถึงเจียงเซิงอยู่เสมอคำพูดของเขาแสดงให้เห็นถึงความชื่นชม
และถึงขั้นไม่เข้าข้างเจียงเฉิงฮวนอีกเพราะเด็กผู้หญิงคนอื่น
สิ่งนี้ทำให้เจียงเฉิงฮวนรู้สึกไม่พอใจนัก
นางเห็นเจียงเฉิงเยวี่ยนเปลี่ยนจากคนที่มีกิริยาท่าทางสง่างาม
กลายมาเป็นคนที่มีแววตาตื่นเต้น จนถึงขั้นเอ่ยปากเรียก “ขิงน้อย
เจ้ามาที่เรือนโยวหรานได้อย่างไร มาส่งไส้กรอกรมควันกับหมู
รมควันหรือ?”
เจียงเซิงหันกลับมา ดวงตากลมโตเหลือบมองเขาเพียงครู่เดียวก็
ได้ยินเสียงอนุญาตให้เข้าไปจากเถ้าแก่ใหญ่
นางจึงได้แต่ฉีกยิ้มให้เจียงเฉิงเยวี่ยนแล้วรีบเข้าประตูไป พร้อม
กับปิดประตูตามหลัง เตรียมตัวจะเจรจาร่วมมืออย่างกระตือรือร้น
ด้านนอกประตู
เจียงเฉิงเยวี่ยนทั้งตกใจและดีใจ หัวใจของเขาอ่อนยวบลงทันที
เขาไม่เคยคิดเลยว่า ครั้งก่อนที่ร้านจิ่วเจิน ตนเองยังไม่ได้ให้
กำลังใจขิงน้อยสักคำ แต่นางกลับไม่ถือโทษโกรธเขา ทั้งยังยิ้มให้อีก
นางช่างดีเหลือเกิน
หากเป็นน้องสาวเขาเฉิงฮวน คงต้องใช้เงินมากมายอยู่หลายวัน
ถึงจะปลอบประโลมให้นางอารมณ์ดีขึ้นได้
เขาชอบเด็กหญิงที่ไร้เดียงสา ร่าเริง มองโลกในแง่ดี และมี
เหตุผลผู้นี้จริง ๆ
เจียงเฉิงฮวนที่อยู่ข้าง ๆ มองเห็นทุกอย่างชัดเจน ความสับสน
มากมายผุดขึ้นมาในใจนาง สัญชาตญาณทำให้นางกระชากแขน
เสื้อของเจียงเฉิงเยวี่ยน แล้วพูดเสียงเย็นชาว่า “เด็กสาวป่าเถื่อนไร้
มารยาทเช่นนี้ จะคู่ควรให้เข้ามาในเรือนโยวหรานได้อย่างไร”
เจียงเฉิงเยวี่ยนชะงัก
เจิ้งหรูเชียนที่อยู่ด้านหน้าหันขวับกลับมา ร่างกายที่เคยผ่อน
คลายตึงเครียดขึ้นทันที สีหน้าก็ค่อย ๆ เย็นชาลง
แม้แต่เหอรุ่ยที่นำทางให้อยู่ก็อดอธิบายไม่ได้ว่า “คุณหนูสาม
ร้านของแม่หนูเจียงค้าขายกับเรือนโยวหรานของเรา ครั้งนี้นางมาที่นี่
ก็เพื่อปรึกษาเรื่องความร่วมมือการค้าใหม่”
“ความร่วมมือ?” เจียงเฉิงฮวนสงสัย “เรือนโยวหรานมีกิจการ
ใหญ่โตมากมาย จำเป็นต้องร่วมมือทำการค้ากับคนเช่นนี้ด้วยหรือ”
นางไม่เข้าใจจริง ๆ
เด็กสาวป่าเถื่อนที่ไร้การอบรมและไม่รู้จักมารยาท จะสามารถ
เกี่ยวข้องกับเรือนโยวหรานอันเป็นสถานที่หรูหราที่สุดในเมืองหลวง
ได้อย่างไร ในความคิดของนาง เรื่องนี้ไม่ต่างอะไรกับเรื่องเพ้อฝันเลย
เจียงเฉิงเยวี่ยนได้ยินเช่นนั้น เขาก็รู้สึกว่ามันช่างระคายหูและ
ชวนให้ไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
แต่สิ่งที่ระคายหูยิ่งกว่านั้นก็ตามมา
“แขกที่มาเยือนเรือนโยวหรานล้วนเป็นชนชั้นสูงในเมืองหลวง
หากพวกเขารู้ว่าเรือนโยวหรานทำการค้ากับคนประเภทนี้ เกรงว่าจะ
ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงแล้ว”
เจียงเฉิงฮวนครุ่นคิดจริงจัง “ปกติแล้วคุณหนูอย่างข้าไม่ควรยุ่ง
เกี่ยวกับเรื่องเช่นนี้ แต่เรือนโยวหรานก็เป็นสมบัติของตระกูลเจียง
เป็นหยาดเหงื่อแรงกายที่บรรพชนตระกูลเจียงสร้างมา ข้าไม่อาจนิ่งดู
ดายปล่อยให้หยาดเหงื่อแรงกายนั้นถูกเหยียบย ่า…”
นางยังพูดไม่ทันจบ เสียงตวาดหนึ่งก็ดังขึ้น
“เจ้าพูดจาไร้สาระอะไร!”