พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 247 แผนของเจ้ำสี่กับเจ้ำห้ำ
ยำยแก่ที่มำเรียกร้องเงินจำกไปแล้วพร้อมกับเกำลัดคั่วสองชั่ง
เจียงเซิงถอนหำยใจอย่ำงโล่งอก พร้อมกับย่องไปด้ำนหลังพี่สี่พี่
ห้ำ ได้ยินประโยคสุดท้ำยของพวกเขำพอดี
“ถ้ำอย่ำงนั้นก็ตอนนี้เลย” จ่ำงเยี่ยนกล่ำว
“ได้…ได้…” เวินจืออวิ่นพูดอย่ำงประหม่ำ
ช่ำงบังเอิญเหลือเกิน พอนำงเข้ำไปใกล้กำรสนทนำนั้นก็จบลง
พอดี
เจียงเซิงเบิกตำกว้ำง ท ำปำกยื่นอย่ำงน้อยใจ “พี่สี่ พี่ห้ำ พวก
ท่ำนมีควำมลับปิดบังข้ำด้วยหรือ? พี่สี่ ท่ำนลืมตอนที่ข้ำแบ่ง
ซำลำเปำให้ท่ำนกินแล้วใช่หรือไป? พี่ห้ำ ท่ำนเพิ่งจะหำยไข้ ข้ำยัง
ป้อนโจ๊กให้ท่ำนเลย พวกท่ำน…ฮือ ๆ ๆ”
เสียงร้องไห้ที่เกินจริงนี้ ไม่รู้ว่ำนำงไปเรียนรู้มำจำกไหน
จ่ำงเยี่ยนทั้งข ำทั้งเศร้ำ ได้แต่รู้สึกจนปัญญำ
ส่วนเวินจืออวิ่นกลับหลงกลเข้ำให้แล้ว เขำกังวลขึ้นมำทันที
“เจ้ำห้ำ หรือว่ำพวกเรำจะพำน้องสำวไปด้วยดี”
เจียงเซิงลืมตำขึ้นทันใด ดวงตำนำงเป็นประกำยวำววับ ไม่ได้คร ่ำ
ครวญหรือแสร้งท ำอีกต่อไป
ครึ่งชั่วยำมต่อมำ
เสี่ยวจูถูกมอบให้ดูแลส ำนักแพทย์ชั่วครำว ส่วนเจียงเซิงพร้อม
ด้วยพี่ชำยสองคน รวมทั้งเจียงซำนและเจียงซื่อที่เป็นวรยุทธ์ก็ขับรถ
ม้ำออกไปจำกเมืองหลวง
นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสำมคนออกจำกเขตด้ำนในของเมืองหลวงอัน
รุ่งเรือง
เจียงเซิงเท้ำคำงพิงหน้ำต่ำงบำนเล็ก มือหนึ่งโยนเกำลัดเข้ำปำก
ด้วยควำมเบื่อหน่ำย ขณะจ้องมองทิวทัศน์ที่ผ่ำนเลยไป
ข้ำงกำยนำงมีเด็กหนุ่มสองคนนั่งก้มหน้ำแกะเกำลัด พอแกะเสร็จ
ก็วำงบนผ้ำเช็ดหน้ำ จำกนั้นมือน้อยอวบอ้วนก็คว้ำไปกิน
ขณะก ำลังกินอยู่นั้น เจียงเซิงพลันยืดตัวตรงและถอนหำยใจ
ผิดหวัง “ข้ำคิดว่ำเมืองหลวงจะเจริญรุ่งเรืองมำก แต่ไม่นึกว่ำนอก
เมืองจะคล้ำยกับเขตอันสุ่ยขนำดนี้”
โดยเฉพำะระหว่ำงหมู่บ้ำน มีพวกท่ำนป้ำนั่งพูดคุยพลำงกินเมล็ด
แตงไป พวกผู้อำวุโสก็หลับตำนอนอำบแดด สุนัขฝูงใหญ่วิ่งไปมำ
รวมถึงควันจำกปล่องไฟที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้ำ ช่ำงเหมือนกับหมู่บ้ำนสิบ
ลี้ในควำมทรงจ ำของนำงไม่มีผิด
ชั่วขณะหนึ่ง เจียงเซิงรู้สึกรำวกับย้อนกลับไปในอดีต ตัวนำงวัย
ห้ำหกขวบก ำลังอุ้มผักเน่ำที่เก็บมำได้ เดินโซเซที่ทำงเข้ำหมู่บ้ำน
ลุงจ้ำวนั่งอยู่บนเกวียนหน้ำประตู สูบยำและถ่มน ้ำลำย บำงครั้งก็
พูดคุยกับคนในครอบครัวที่ก ำลังยุ่งอยู่ในลำนบ้ำนสองสำมค ำ
ป้ำจำงนั่งอยู่หน้ำบ้ำนตระกูลโจว ก ำลังเย็บแผ่นรองเท้ำ ใบหน้ำ
งดงำมของนำงมีรอยเขียวช ้ำอยู่บ้ำง ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงตวำดของ
บุรุษในบ้ำน นำงก็จะเผลอเอำเข็มทิ่มมือตัวเองหลำยครั้ง
เจียงเซิงอุ้มผักเน่ำกลับมำยังวัดร้ำง พระพุทธรูปยังคงแตกหัก
เหมือนเช่นเคย ภำยในวัดมีฟำงข้ำวและหม้อไหที่เก็บมำได้วำงอยู่
อย่ำงเงียบเหงำ ไม่มีพี่ชำย ไม่มีเงินทอง ไม่มีใครยืนยิ้มรอคอยกำร
กลับมำของนำง
อำกำศก็ช่ำงหนำวเหลือเกิน เสื้อคลุมที่เก็บมำได้ทั้งใหญ่และ
หนำ ทั้งสกปรกและมีรูหลำยจุด ไม่ว่ำจะพยำยำมห่มอย่ำงไรลมก็ยัง
พัดเข้ำมำได้ ท ำเอำแขนขำของนำงเย็นเฉียบไปหมด
ข้ำงนอกมีเสียงหัวเรำะของขอทำนตัวใหญ่ดังมำ รำวกับก ำลัง
ถำมนำงว่ำ “เจียงเซิงน้อย เจ้ำเก็บของดี ๆ อะไรมำบ้ำง แบ่งให้พวก
ข้ำหน่อย ถ้ำไม่ฟังจะโดนตีแน่”
นำงรู้สึกกลัวเล็กน้อย จึงซ่อนผักเน่ำไว้ในฟำงข้ำว แล้วขดตัวอยู่
หลังพระพุทธองค์ อธิษฐำนขอไม่ให้ถูกพบ
“เจียงเซิง…”
“เจียงเซิง…”
เสียงเรียกสองเสียงดังอยู่ข้ำงหู มีคนเข้ำมำโอบกอดนำง ใช้ฝ่ำ
มือกุมมือของนำงไว้ พยำยำมสุดชีวิตเพื่อจะส่งไออุ่นให้นำง
ทิวทัศน์ภำยนอกยังคงเคลื่อนผ่ำนไปอย่ำงรวดเร็ว เพียงแต่
เปลี่ยนจำกหมู่บ้ำนเป็นคูน ้ำยำวเหยียด และต้นอ้อแห้ง ๆ นับไม่ถ้วน
เจียงเซิงจึงได้สติ พบว่ำพี่สี่กับพี่ห้ำมำนั่งอยู่ข้ำง ๆ นำงตั้งแต่
เมื่อไหร่ไม่รู้ สีหน้ำของพวกเขำเต็มไปด้วยควำมกังวล
นำงเอียงศีรษะด้วยควำมสงสัย ก่อนจะพบว่ำแก้มของนำงเย็น
เฉียบ รำวกับมีใครมำปัสสำวะรดหน้ำของนำง
“น้องสำว เจ้ำเป็นอะไรไป” เวินจืออวิ่นถำมเสียงสะอื้น “เหตุใดมือ
สองข้ำงของเจ้ำจึงเย็นเฉียบแบบนี้ เรียกอย่ำงไรเจ้ำก็ไม่ยอมตอบ”
จ่ำงเยี่ยนเม้มปำก “อย่ำร้องไห้ อย่ำกลัว พี่ชำยอยู่ตรงนี้”
ควำมรู้สึกเลื่อนลอยและว่ำงเปล่ำเมื่อครู่ถูกขับไล่ออกไป เจียง
เซิงสัมผัสได้ชัดเจนว่ำตนเองเติบโตขึ้นแล้ว นำงมีพี่ชำย มีครอบครัว
มีเงินทอง และมีควำมอบอุ่น
ไม่ต้องกลัวกำรรังแกจำกขอทำนตัวใหญ่อีกต่อไป
เจียงเซิงซุกศีรษะลงบนไหล่ของพี่สี่ แล้วหยิบเกำลัดลูกหนึ่งจำก
มือของพี่ห้ำมำใส่เข้ำปำก ปล่อยให้ควำมหวำนและควำมนุ่มนวลโอบ
ล้อมตัวเอง
ที่แท้สิ่งที่เรียกว่ำควำมเจริญรุ่งเรืองนั้นมีเพียงในเมืองและย่ำนใจ
กลำงเมืองเท่ำนั้น
เมื่อเดินทำงไกลและได้พบเห็นมำกขึ้น จึงรู้ว่ำเมืองหลวงก็มี
หมู่บ้ำน ในหมู่บ้ำนก็มีทุ่งนำขนำดใหญ่ หน้ำบ้ำนของชำวบ้ำนก็ปลูก
หัวไชเท้ำและผักกำดเต็มไปหมด บนคันนำมีเด็ก ๆ วิ่งเล่นสนุกสนำน
พร้อมกับแมวและสุนัขสองสำมตัว
“คุณชำยห้ำ พวกเรำออกจำกเมืองหลวงมำหลำยสิบลี้แล้ว ยัง
เดินทำงต่อไปอีกหรือขอรับ?” เจียงซำนถำมขึ้นนอกรถม้ำ
จ่ำงเยี่ยนยังคงสีหน้ำไม่เปลี่ยน “เดินทำงต่อไป เมื่อใดที่เห็นวัดจึง
ค่อยหยุด”
เจียงซำนรับค ำเสียงดัง แล้วเร่งม้ำเดินทำงต่อไป
ผ่ำนไปอีกรำวสองถ้วยชำ จำกหมู่บ้ำนใหญ่ก็เปลี่ยนเป็นเนินเขำ
เล็ก ๆ บนเนินนั้นมีวัดเก่ำทรุดโทรมตั้งอยู่โดดเดี่ยว
หำกไม่ใช่เพรำะจ่ำงเยี่ยนเป็นคนบอก ใคร ๆ ก็คงคิดว่ำนี่เป็นวัด
ร้ำง ที่มีแต่ขอทำนและเด็กเร่ร่อนมำอำศัยเป็นครั้งครำวเท่ำนั้น
แต่เมื่อพวกเขำซ่อนรถม้ำไว้ แล้วย่องขึ้นไปอย่ำงระมัดระวัง จึง
พบว่ำภำยในมีหญิงสำวอำศัยอยู่หลำยคน
โอ้ ไม่ใช่ เป็นหญิงสำวที่งดงำมมำก ๆ หลำยคน
ตั้งแต่หญิงสำวอำยุยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดปี ไปจนถึงหญิงสำวอำยุสิบ
แปดสิบเก้ำ รูปร่ำงสมส่วน สูงโปร่ง บอบบำง และอวบอิ่ม ดูเหมือนจะ
ครอบคลุมควำมงำมทุกอย่ำง
พวกนำงใช้ชีวิตอยู่ในวัดเก่ำทรุดโทรม บ้ำงก็ซักผ้ำ บ้ำงก็ไถนำ
หว่ำนเมล็ด บ้ำงก็จัดวำงขนม บ้ำงก็ร่ำยร ำ ท ำให้วัดเก่ำกลำยเป็น
ดินแดนในฝันได้อย่ำงน่ำอัศจรรย์
เจียงซำนกับเจียงซื่อมองจนตำค้ำงไปตำม ๆ กัน
จ่ำงเยี่ยนกระแอมไอทีหนึ่ง ทั้งสองจึงได้สติกลับมำ หลุบตำลง
พลำงท่องอำมิตำพุทธ
“มีพี่สำวสวย ๆ อยู่เยอะเลย” เจียงเซิงปีนก ำแพงพลำงเบิกตำโต
“แต่ท ำไมพวกนำงถึงมำอำศัยอยู่ในวัดเก่ำเล่ำ? ที่นี่ไม่มีหมู่บ้ำนหรือ
ร้ำนอะไรอยู่ใกล้เคียง พวกนำงจะมีชีวิตอยู่ด้วยผักเพียงเล็กน้อยพวก
นั้นได้อย่ำงไรกัน?”
เป็นค ำถำมที่ดี
ไม่น่ำเชื่อว่ำเจียงเซิงน้อยจะคิดเช่นนี้ได้ด้วย
จ่ำงเยี่ยนยกยิ้มมุมปำก อุ้มนำงลงมำจำกคอของเจียงซื่อ “รอดู
ไปอีกสักพักเถอะ”
เพียงประโยคเดียว ทุกคนก็รอคอยอย่ำงเปล่ำประโยชน์ไปหนึ่ง
ชั่วยำม
เห็นได้ชัดว่ำเจียงเซิงก ำลังจะหลับทั้งยืน ในที่สุดก็มีเสียงดังมำ
จำกประตูวัด
เจียงซื่อผู้มีรูปร่ำงสูงที่สุดย่อตัวลงอีกครั้งอย่ำงว่ำนอนสอนง่ำย
เพื่อให้เด็กหญิงสำมำรถปีนก ำแพงดูได้อย่ำงละเอียด
จ่ำงเยี่ยนและเวินจืออวิ่นเหยียบก้อนอิฐ ค่อย ๆ โผล่ออกไปมอง
ด้วยควำมระมัดระวัง
รถม้ำหนึ่งคันจอดอยู่ด้ำนนอก มีคนค่อย ๆ เดินเข้ำไปเคำะประตู
สำมครั้ง ท่ำทำงไม่รีบร้อน
หญิงสำวที่ก ำลังสนุกสนำนอยู่ในวัดเก่ำต่ำงพำกันเงียบเสียง
มองไปยังประตูใหญ่อย่ำงระแวดระวัง
ทันใดนั้น คนข้ำงนอกก็เคำะประตูอีกสองครั้ง หยุดชั่วครู่ แล้ว
เคำะอีกหนึ่งครั้งอย่ำงหนัก
นั่นคงเป็นรหัสลับแน่นอน
หญิงสำวพำกันกลับมำยิ้มแย้มอีกครั้ง ต่ำงวิ่งไปทำงประตูด้วย
ควำมดีใจ ให้คนที่อำยุมำกที่สุดเป็นคนปลดกลอนประตู เผยให้เห็น
บุรุษร่ำงท้วมในชุดคลุมปักลำยผ้ำไหมยืนอยู่ด้ำนนอก
“ซื่อจื่อ ท่ำนมำแล้วหรือ” หญิงสำวร่ำงบำงที่อำยุน้อยที่สุดเอ่ย
ด้วยน ้ำเสียงออดอ้อน “ข้ำคิดถึงท่ำนเหลือเกิน”
“ซื่อจื่อ ข้ำก็คิดถึงท่ำนเช่นกัน คิดถึงจนกินอะไรไม่ลง” สำวร่ำง
อวบก็ไม่ยอมแพ้
หญิงสำวสองคนที่อำยุมำกกว่ำไม่พูดอะไรมำก ท ำเพียงค ำนับ
แล้วรีบวิ่งไปที่รถม้ำ น ำของใช้มำกมำยออกมำ พวกมันมีทั้งของกิน
ของใช้ครบครัน
หญิงสำวสองคนที่อ่อนวัยกว่ำอ้อนอยู่สักพักก็เข้ำไปช่วย ไม่
นำนก็ขนของออกมำจำกรถม้ำจนหมด
คนขับรถม้ำเพียงคนเดียวที่ติดตำมเขำมำ ถอยหลบไปรออยู่ตรง
มุมอย่ำงรู้หน้ำที่ ปล่อยให้บุรุษในชุดเสื้อคลุมปักลำยอยู่กับสำวงำมทั้ง
สี่คน
เจียงเซิงไม่เคยเห็นภำพนี้มำก่อน ดวงตำกลมโตจึงเบิกกว้ำง
ปำกน้อยอ้ำออกโดยไม่รู้ตัว รำวกับว่ำน ้ำลำยใส ๆ ก ำลังจะไหล
ออกมำ