พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 253 ตระกูลเจียงสั่งทำขนม
ร้านจิ่วเจินมีทั้งหมดสองห้อง แบ่งเป็นพื้นที่สำหรับห้องครัวและ
คลังสินค้า เหลือพื้นที่ไว้สำหรับวางขายขนมเพียงห้องเดียว
การตกแต่งภายในเรียบง่าย มีตู้ไม้วางเรียงติดผนังทั้งสามด้าน
บนตู้ไม้วางขนมหวานหลากหลายชนิด
ในนั้นมีขนมเคลือบน ้าตาล ขนมเถาซู่ และขนมอื่น ๆ ที่จะอร่อย
ขึ้นเมื่อเย็นลงวางอยู่ทางซ้ายมือตรงทางเข้า ส่วนขนมข้าวเหนียว
ขนมพุทรา และขนมที่ต้องทานตอนร้อน ๆ จะวางอยู่ทางขวามือ
ส่วนพื้นที่ตรงกลางค่อนข้างพิเศษ นอกจากจานขนมไส้เกาลัด
เม็ดบัวของตระกูลจ้าว รอบ ๆ ไม่มีขนมอะไรเลยวางอยู่เลย
ประกอบกับตัวอักษรขนาดใหญ่ด้านล่าง จึงถือว่าสิ่งนี้ดึงดูด
สายตาได้สุด ๆ
บรรดาลูกค้าที่เข้ามาในร้านอดชำเลืองมองสองสามครั้งไม่ได้
ก่อนจะหันไปซื้อขนมที่ตนเองชื่นชอบ
ทว่าก็ไม่มีใครเอ่ยปากถาม
ในครัวด้านหลัง จางเซียงเหลียนกำลังมีสีหน้ากังวล “เปิดร้านมา
ครึ่งชั่วยามแล้ว แต่ทุกคนมองดูเฉย ๆ ไม่มีใครมาถาม เรื่องนี้ไม่ดีแน่”
ไม่มีใครถาม เจียงเซิงก็ไม่มีโอกาสได้อธิบาย
ไม่ได้อธิบาย ก็ไม่สามารถป่าวประกาศขนมประจำตระกูลได้
ความพยายามนี้ก็เท่ากับสูญเปล่า
แต่เจียงเซิงเป็นฝ่ายสงบนิ่ง กล่าวอย่างใจเย็นว่า “ท่านป้าอย่า
เพิ่งร้อนใจ ท่านลองคิดดูว่าในสถานการณ์ใดที่คนจะเห็นสิ่งแปลก
ใหม่ แต่กลับอดกลั้นไม่ยอมถาม”
จางเซียงเหลียนตกตะลึง ก่อนจะพูดติดขัดว่า “ตอน…ตอนที่ไม่มี
เงินพอจะซื้อ”
ถูกต้าง เท่านี้เรื่องก็จบแล้ว
เจียงเซิงเพิ่งตระหนักได้ว่า เมื่อหมดหนทางหรือเอาแต่คิด
วนเวียนอยู่กับปัญหา การเปลี่ยนมุมมองความคิดอาจทำให้พบเจอสิ่ง
ใหม่ ๆ
อย่างขนมไส้เกาลัดเม็ดบัวตรงหน้า ชาวบ้านที่กล้ามองแต่ไม่
กล้าสอบถามราคา เป็นเพราะพวกเขาคงเดาได้ถึงราคาที่แพงของ
ขนม เพราะรู้สึกอับอายที่ถุงเงินมีเงินน้อยเกินไปจึงไม่กล้าสอบถาม นี่
เท่ากับเป็นการคัดกรองลูกค้าที่ไม่เหมาะสมออกไป
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม หน้าร้านเกาลัดเคลือบน ้าตาลเริ่มมีคนต่อ
แถวยาวเหยียด บ่าวรับใช้จากตระกูลต่าง ๆ ยืนปะปนอยู่ในนั้น ทุ่มเท
เพื่อรับใช้เจ้านายของพวกเขา
เจียงเซิงตาไว นางเห็นจ้าวหยวนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนชน รีบ
ทบทวนท่าทางที่ตนฝึกฝนมาอย่างหนัก แล้วยืนรออยู่ที่ประตูร้านจิ่ว
เจิน
ในจังหวะที่จ้าวหยวนก้าวเข้ามา นางก็ยืดหลังตรงแล้วโค้งคำนับ
“ยินดีที่ได้พบคุณชายจ้าว ร้านจิ่วเจินของเราขอต้อนรับคุณชายจ้าว
เจ้าค่ะ”
ท่าทางของนางทำเอาจ้าวหยวนตกใจไม่น้อย เขาอยากจะเข้าไป
ประคองนางทันที “อย่า ๆ ๆ เจ้าอย่าคำนับข้าเลย หากพี่สวีเห็นเข้า
ข้าคงอธิบายกับเขาลำบาก”
เจียงเซิงกระแอมเบา ๆ แล้วส่งสายตาให้เขาอีกครั้ง
แม้จ้าวหยวนจะไม่เข้าใจ แต่อย่างน้อยก็ดึงมือที่ยื่นออกไป
กลับมา
“คุณชายจ้าว ขนมชิ้นพิเศษที่ท่านสั่งทำเมื่อไม่กี่วันก่อนทำเสร็จ
แล้ว เชิญท่านเข้ามาดูเถอะว่าพอใจหรือไม่” เจียงเซิงพูดช้า ๆ ชัด
ถ้อยชัดคำ พยายามให้ทุกคนที่เงี่ยหูฟังได้ยินทั้งหมด
จ้าวหยวนถูกพาไปดูขนมไส้เกาลัดเม็ดบัวด้วยความมึนงง
ขนมชิ้นนี้ทำจากเนื้อเกาลัด มีรูปทรงสี่เหลี่ยมสีเหลืองอ่อน
ประทับลายดอกฝูหรงฮวาสวยงามราวกับมีชีวิต เพียงแค่รูปลักษณ์
ภายนอกก็ทำให้ตื่นตาตื่นใจแล้ว พอเห็นว่าใต้ดอกฝูหรงฮวายังมี
ตัวอักษร “จ้าว” ที่เขียนด้วยตัวอักษรลื่นไหลและดูมีชีวิตชีวา จ้าว
หยวนก็แทบจะบรรยายความรู้สึกตื่นเต้นดีใจนี้ไม่ถูกแล้ว
“นี่ ไม่ต้องจ่ายเงินจริงหรือ” เขาพูดด้วยความสับสน “ถ้าเป็น
เรือนโยวหราน คงต้องขายสักสองตำลึงเป็นอย่างน้อย”
“ไม่เพียงไม่ต้องจ่ายเงิน แต่ต่อไปขนมชิ้นนี้ขายเฉพาะจวน
ตระกูลจ้าวเท่านั้นเจ้าค่ะ” เจียงเซิงพูดอย่างมั่นใจ “พี่ชายจ้าวหยวน
ลองชิมดูสิ”
น่าเสียดายที่ไม่มีกระดาษน ้ามันแบบใส ขนมจะสวยงามแค่ไหนก็
ยังต้องห่อด้วยกระดาษน ้ามันสีเหลือง
แต่โชคดีที่ความแปลกใหม่ที่สะสมมาก่อนหน้านี้มีมากพอ พอ
จ้าวหยวนถือขนมเดินออกจากร้าน ก็มีคนคุ้นเคยเข้ามาทักทายเขา
เขาจึงอวดขนมให้ที่ร้านเป็นการตอบแทนน ้าใจ
จางเซียงเหลียนดีใจมาก “ไม่เสียแรงที่พวกเรามอบขนมชิ้นแรก
นี้ให้โดยไม่คิดเงิน”
ท่านป้าช่างพอใจง่ายเหลือเกิน
เจียงเซิงเอียงศีรษะมอง เผยรอยยิ้มแฉ่ง ขณะที่ดวงตาเปล่ง
ประกายความภาคภูมิใจ
นี่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น หากหวังพึ่งเพียงจ้าวหยวนคนเดียว ย่อม
ไม่อาจบรรลุผลลัพธ์ที่ต้องการได้
หลังจากหารืออย่างดุเดือดกับพี่ห้า เจียงเซิงก็วางแผนสำรองไว้
อีกอย่าง
นางหันไปส่งสัญญาณให้เด็กคนหนึ่งท่ามกลางฝูงชน
เมื่อเห็นสัญญาณ เด็กที่ถูกจ้างมาก็กระโดดออกมาทันที พลาง
ร้องตะโกนว่า “เมื่อครู่คุณชายจ้าวซื้อขนมอะไรไปหรือ ขอข้าสักชิ้น
ด้วยเถอะ”
“ข้าก็ขอด้วย” คนนี้ไม่ใช่คนที่ถูกจ้างมา
เจียงเซิงตะลึงไปครู่หนึ่ง แต่ก็รีบตั้งสติโดยเร็ว นางอธิบายเสียงดัง
ว่า “ท่านลูกค้า เมื่อครู่ขนมที่คุณชายจ้าวถือไปนั้นเป็นขนมสั่งทำ
พิเศษ ทำเฉพาะให้ตระกูลจ้าวเท่านั้น ไม่ขายให้ผู้อื่น”
“แล้วถ้าพวกข้าอยากได้บ้างต้องทำอย่างไร” เด็กที่ถูกจ้างมา
ถามอย่างตั้งอกตั้งใจ
“ใช่แล้ว แล้วพวกข้าจะซื้อได้อย่างไร” คนที่แกล้งทำเป็นถูกจ้าง
ถามตาม
เจียงเซิงยิ้มน้อย ๆ หากไม่นับรูปร่างอวบอ้วน นางก็มีท่าทางสง่า
งามราวกุลสตรีชั้นสูงเลยทีเดียว “แน่นอนว่าต้องสั่งทำพิเศษ ขนมที่
ลูกค้าสั่งทำล้วนเป็นขนมที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก นอกจากท่านแล้ว
ก็ไม่ขายให้ผู้ใดทั้งสิ้น”
บ่าวรับใช้ในแถวซื้อเกาลัดเคลือบน ้าตาลเริ่มโวยวายเล็กน้อย
แม้แต่คนทั่วไปก็ยังเบิกตากว้าง
ขนมที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก ช่างเป็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นได้ยินมา
ก่อน
หากจะค้นให้ถึงสาเหตุ ก็คงมีเพียงฝ่าบาทเท่านั้นที่จะได้ลิ้มรส
ขนมที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก
พอคิดเช่นนี้แล้ว การเสียเงินเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ได้รับการ
ปฏิบัติเยี่ยงราชวงศ์ ช่างเป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ
ในขณะที่ผู้คนกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างคึกคัก คุณชายคน
หนึ่งก็เดินเข้ามา พัดกระดาษในมือสะบัดพลิ้ว ท่วงท่างดงาม “ข้าเอง
ก็จะสั่งทำขนมที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกด้วย”
เสียงนั้นเป็นเสียงของคนที่แกล้งทำเป็นลูกค้านั่นเอง
เจียงเซิงมองไปทางมุมฝั่งตรงข้ามร้านอย่างระมัดระวัง พอคน
ได้รับเงินจากจ่างเยี่ยนแล้วก็จากไปอย่างสง่างาม
คนที่แกล้งทำเป็นลูกค้า หรือจะเรียกว่าคุณชายหนุ่มก็ได้ ยังคง
วางท่าสง่างาม ไม่สนใจความหนาวเหน็บของฤดูหนาวโบกสะบัดพัด
ไปมา นี่คือลักษณะนิสัยทั่วไปของคุณชายตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวง
แต่ไม่ว่าอย่างไร ผู้ที่มาเยือนก็ล้วนแต่เป็นแขก
เจียงเซิงรีบเข้าไปหาทันที กล่าวอย่างนอบน้อมว่า “คุณชายท่าน
นี้ต้องการลวดลายแบบใดเจ้าคะ จะสลักชื่อแซ่ท่านว่าอะไรหรือ?”
“ลวดลายอะไรก็ได้ สลักแซ่เจียง” เมื่อคุณชายหนุ่มเอ่ยวาจา
เช่นนี้ออกมา สายตาของชาวบ้านรอบข้างก็เปลี่ยนไปทันที
ตระกูลเจียงหรือ
ตระกูลชนชั้นสูงแห่งเมืองหลวงอย่างตระกูลเจียง ถึงกับมาสั่ง
ขนมที่ร้านจิ่วเจินด้วยหรือ
เจียงเซิงรู้สึกตกใจ แต่ก็ตระหนักได้ว่านี่คือโอกาสในการ
ประกาศที่ดีที่สุด จึงรีบตอบรับทันที “เช่นนั้นก็ขอให้คุณชายเจียงมา
รับสินค้าในอีกสามวันข้างหน้านะเจ้าคะ”
คุณชายหนุ่มพยักหน้าอย่างหยิ่งผยอง สะบัดแขนเสื้อแล้วจากไป
อย่างสง่างาม
ก่อนหน้านี้มีจ้าวหยวนแห่งตระกูลจ้าวมารับขนม ตามด้วย
คุณชายตระกูลเจียงที่มาสั่งขนม ชื่อเสียงของขนมประจำตระกูลของ
ร้านจิ่วเจินก็โด่งดังขึ้นมาในชั่วพริบตา
เจียงเซิงรู้สึกตื่นเต้น นางแทบไม่มีเวลาพักผ่อน หยิบภาพ
ดอกบัวมาพร้อมกับตัวอักษร “เจียง” อันวิจิตรบรรจงส่งให้ช่างไม้
ด้วยเหตุนี้ นางจึงไม่ได้เห็นว่าหลังจากคุณชายหนุ่มเดินออกไป
เขาก็เข้าไปมุมหนึ่งแล้วพับพัด หยุดยืนอยู่ตรงหน้าคุณชายอีกคนที่
สวมเสื้อคลุมสีขาวนวล
“ข้าสั่งขนมเรียบร้อยแล้วขอรับ” เขากล่าว “แต่ข้าไม่เข้าใจว่า
เหตุใดพี่ใหญ่ถึงต้องสั่งขนมพิลึกเช่นนี้ ตระกูลเจียงของเราก็ไม่ได้
ขาดแคลนช่างทำขนมฝีมือดีเสียหน่อย”
“และที่สำคัญ เหตุใดพี่ใหญ่ถึงไม่ไปสั่งเอง แต่กลับให้ข้าไปสั่ง
แทนเล่า”