พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 257 ตรวจสอบบัญชี
มีคำกล่าวว่าสวรรค์ไม่ทอดทิ้งผู้พากเพียร
นับตั้งแต่เจิ้งหรูเชียนออกเดินทางไปหลังปีใหม่ เจียงเซิงก็ทุ่มเท
วางแผนนำขนมของร้านจิ่วเจินไปขึ้นโต๊ะอาหารของสตรีชนชั้นสูง
นางวุ่นวายจนใบหน้ากลมซูบผอมลงไปบ้างแล้ว
โชคดีที่ผลลัพธ์ออกมาดี ด้วยความช่วยเหลือทั้งทางตรงและ
ทางอ้อม ตระกูลใหญ่ต่าง ๆ เริ่มทยอยมาสั่งขนมจากร้านจิ่วเจินแล้ว
ในฐานะเด็กเร่ร่อนที่เติบโตมาอย่างยากลำบาก เจียงเซิงไม่มี
ความคิดที่จะร ่ารวยเพียงชั่วข้ามคืน นางพอใจมากแล้วที่ขนมสั่งทำ
พิเศษสามารถขายได้ขนาดนี้
ปลายเดือนสอง
ร้านจิ่วเจินเริ่มตรวจสอบบัญชี เจียงเซิงเขย่งเท้าโน้มตัวบนโต๊ะ
นิ้วมือป้อมของนางเลื่อนลูกคิดคล่องแคล่ว ส่งเสียงดังแต่ก ๆ
ต้ายากับเหมียวเจาอิงยืนมองอยู่ข้าง ๆ บางครั้งก็แสดงสีหน้า
ตกใจ เห็นได้ชัดว่าพวกนางยังไม่คุ้นเคยกับชีวิตที่ต้องหาเงินมาด้วย
สองมือของตัวเอง
มีเพียงจางเซียงเหลียนที่คุ้นเคยดี นางยิ้มแย้มพลางจัดการทำ
ความสะอาด
เจียงเซิงเริ่มตรวจบัญชีของเกาลัดคั่วน ้าตาลก่อน ในฐานะสินค้า
หน้าร้านของร้านจิ่วเจิน ทุกวันล้วนขายไม่พอต่อความต้องการ
เพราะต้องจำกัดปริมาณขาย
สาเหตุหลักก็คือเหอเป่ยอยู่ไกลเกินไป แม้พี่น้องตระกูลเกาจะมี
รถม้าคนละคัน แต่การเดินทางไปกลับทั้งวันทั้งคืนก็ต้องใช้เวลาถึง
สามสิบสี่สิบวัน
โชคดีที่รถม้าเปลี่ยนเป็นรถบรรทุกของ สองคันรวมกันบรรทุกได้
สี่พันชั่ง หักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อย่างค่าแรงคนงานแล้ว ก็ได้กำไรราว
ร้อยตำลึง นับเป็นการค้าที่พอคุ้มทุน
ขนมข้าวเหนียวพุทรา และขนมหวานอื่น ๆ เช่น ซานจาชุบ
น ้าตาลยังคงทำกำไรได้สองร้อยถึงสามร้อยตำลึงเช่นเคย
ส่วนขนมที่ร่วมมือกับเรือนโยวหรานนั้นทำกำไรได้มาก แต่ละชิ้น
ขายได้ถึงห้าร้อยเหวิน น่าเสียดายที่มีจำนวนจำกัด หลังปีใหม่มานี้จึง
ทำกำไรได้ห้าสิบตำลึง
ในที่สุดก็คำนวณมาถึงขนมสั่งทำพิเศษอันน่าตื่นเต้นที่สุด เจียง
เซิงสูดหายใจลึก ๆ แล้วคำนวณบัญชีอย่างตั้งใจ
ขนมสั่งทำพิเศษมีราคาแพง หนึ่งตำลึงซื้อได้เพียงหนึ่งชิ้น หักค่า
วัตถุดิบและแม่พิมพ์แล้ว แต่ละชิ้นมีกำไรราวแปดร้อยเหวิน หาก
ลูกค้าสั่งขนมซ ้า ไม่ต้องทำแม่พิมพ์แบบใหม่ ค่าวัตถุดิบก็แทบจะไม่
ต้องคำนึง กำไรทั้งหมดจึงเกือบหนึ่งตำลึง
พอคำนวณดูแล้ว ยี่สิบกว่าวันที่ผ่านมานี้ ร้านนางทำขนมสั่ง
พิเศษไปแปดสิบกว่าชิ้น ได้กำไรไม่ต ่ากว่าเจ็ดสิบเจ็ดตำลึง
เมื่อเทียบกันแล้ว การทำขนมธรรมดาทำกำไรได้มากกว่า แต่
ขนมทั่วไปขายได้มากและเหนื่อยกว่า
จางเซียงเหลียนทำอาหารเช้าให้เด็ก ๆ เสร็จก็มาที่ร้านจิ่วเจิน
ปลุกแม่ลูกเหมียวเจาอิงที่นอนกับพื้นให้ตื่นแล้วเริ่มต้นทำงาน เคี่ยว
น ้าตาลทราย นึ่งขนม ทอดแป้ง
นางยุ่งจนดวงตะวันขึ้นสูง พอเตรียมสินค้าราวสามร้อยชั่งได้ ก็
เริ่มเปิดร้านอย่างเป็นทางการ
หลังจากนั้นขนมหวานก็ถูกซื้อไปเรื่อย ๆ จางเซียงเหลียน
รับผิดชอบเติมสินค้า เหมียวเจาอิงทำหน้าที่คั่วเกาลัด เมื่อขายเกาลัด
คั่วน ้าตาลหมดไปร้อยกว่าชั่งแล้ว ถึงจะได้พักหายใจหายคอ
กลับกัน ขนมสั่งทำพิเศษและขนมหวานที่ส่งให้เรือนโยวหรานใช้
เวลาทำอย่างมากก็แค่วันละครึ่งชั่วยาม นับว่าประหยัดทั้งเวลาและแรง
เจียงเซิงคิดบัญชีเสร็จแล้วก็เริ่มวางแผนแบ่งผลกำไรและค่าจ้าง
แม่ลูกเหมียวเจาอิงกลืนน ้าลายอีกครั้ง แม้แต่เสียงลมหายใจก็
แผ่วเบาลงไปมาก
ในเดือนนี้ร้านจิ่วเจินมีกำไรรวมสี่ร้อยห้าสิบตำลึง ก่อนอื่นต้อง
หักค่าจ้างของพี่น้องตระกูลเกาออกไป พวกเขาได้รับเงินห้าตำลึงทุก
ปีต่างหาก และได้รับเพิ่มอีกสองตำลึงสำหรับการเดินทางแต่ละครั้ง
คิดแล้วก็ต้องจ่ายให้พวกเขาสี่ตำลึง
แม่ลูกเหมียวเจาอิงค่อนข้างซับซ้อน เจียงเซิงคิดแล้วคิดอีก ใช้
กรรไกรตัดสายเงินออกมาจำนวนหนึ่ง วางบนตาชั่งเล็กแล้วชั่ง
น ้าหนักอีกครั้ง สุดท้ายภายใต้สายตาคาดหวังของทุกคน นางก็ตัด
สายเงินออกมาอีกก้อนหนึ่ง
แม้ว่าต้ายาจะทำงานไม่มาก แต่ก็ถือว่าช่วยออกแรงไปแล้ว อีก
พวกนางทั้งแม่ลูกก็ไม่มีเงินใช้จ่าย ต่างกินอยู่ในร้านจิ่วเจิน และยังติด
หนี้ร้านอยู่ห้าตำลึง
เดือนก่อนใช้คืนไปสามตำลึง เดือนนี้ใช้คืนที่เหลืออีกสองตำลึง
เจียงเซิงยังจ่ายให้พวกนางไปอีกสองตำลึง
มีเงินเหลืออยู่สี่ร้อยสี่สิบสี่ตำลึง จางเซียงเหลียนได้รับส่วนแบ่ง
จากค่าฝีมือหนึ่งส่วน ควรจะเป็นเงินสี่สิบสี่ตำลึงกับอีกสี่ร้อยเหรียญ
ทองแดง เจียงเซิงโบกมือ แล้วให้นางไปสี่สิบห้าตำลึง
นางจ่ายค่าแรงให้แต่ละคน จางเซียงเหลียนยังคงสงบ ส่วนต้ายา
ดีใจจนลุกขึ้นมากระโดดโลดเต้น
เงินสองตำลึงไม่พอเช่าบ้านในเมืองหลวง ทั้งไม่พอไปซื้ออาหาร
กินที่เรือนโยวหราน แต่มันคือรากฐานในการดำรงชีวิตของนางแม่
ลูก เป็นของขวัญชีวิตหลังจากพวกนางกล้าที่จะก้าวออกมา
“ท่านแม่ พวกเรามีเงินแล้ว พวกเรามีเงินจริง ๆ แล้ว” นางร้อง
ด้วยความดีใจ
เหมียวเจาอิงเช็ดน ้าตา สะอื้นหลายครั้ง “ต้องขอบคุณคุณหนู
หากไม่มีพวกท่าน คงไม่มีพวกเราในวันนี้”
เจียงเซิงเท้าคางไม่พูดอะไร
กลับเป็นจางเซียงเหลียนที่พูดอย่างจริงจัง “ความช่วยเหลือของ
พวกข้าเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ การที่พวกเจ้าแม่ลูกตัดสินใจได้แน่วแน่
ต่างหากที่สำคัญที่สุด”
คนนอกช่วยให้เจ้าอยู่ดีมีสุขขึ้นได้เพียงเล็กน้อย
การตัดสินใจอยู่ในมือของตัวเจ้าเอง โชคชะตาอยู่ในมือของแต่
ละคนเสมอ
เมื่อกล้าที่จะก้าวข้าม ตัดสินใจ และปล่อยวาง ชีวิตจึงจะมีโอกาส
ใหม่ ๆ
เหมือนจางเซียงเหลียนที่เปลี่ยนแปลงตัวเอง เหมือนแม่ลูกเหมียว
เจาอิงที่แม้จะเหน็ดเหนื่อยทำงานแต่ก็เต็มไปด้วยความสุข หรือ
เหมือนสามีภรรยาจางฉีเฉวียนที่รู้สึกโล่งใจหลังจากละทิ้งหน้าที่ของ
คำว่ากตัญญู
เจียงเซิงถือเงินเกือบสี่ร้อยตำลึงที่เหลือหลังจากแบ่งผลกำไรต่าง
ๆ ออกแล้ว รอจนป้าเหมียวและลูกสาวสงบลง จึงกล่าวเสียงเบาว่า
“ท่านป้า พวกเราควรจะรับคนงานเพิ่มได้แล้ว”
“อีกอย่าง ป้าเหมียวก็ไม่ควรอาศัยนอนพื้นที่ร้านจิ่วเจินไปตลอด
ต้องเช่าบ้านใหม่สักหลัง”
จางเซียงเหลียนช่วยเหลือคนที่น่าสงสาร และลักษณะเด่นชัด
ที่สุดของคนที่น่าสงสารเหล่านี้คือยากจน ไม่มีเงิน
ร้านจิ่วเจินไม่สามารถแจกเงินให้ได้ หรือมอบอาหารให้ได้ แต่
สามารถให้ห้องพักแก่คนเร่ร่อน และให้งานทำที่เพียงพอต่อการ
ดำรงชีวิต
แม้ว่าผลกำไรต่อปีจะลดลงเพราะเหตุนี้ แต่การได้เห็นคนที่
เหมือนจางเซียงเหลียนกลับมามีความหวัง เห็นเหล่าเด็กสาวมากมาย
มีความสุขจนน ้าตาไหล ทุกอย่างก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว
“เจียงเซิงน้อย เจ้าเป็นเจ้านายที่มีจิตใจดีที่สุดที่ข้าเคยพบมา
เลย” ป้าจางพึมพำอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจแกม
ภูมิใจ
จริงหรือ นางจิตใจดีหรือ
เจียงเซิงไม่ได้คิดมากขนาดนั้น นางวางลูกคิดลง เดินสามก้าวไป
ที่หน้าร้านจิ่วเจิน สัมผัสกับแสงแดดอันอบอุ่นสดใส แล้วนึกถึงความ
ปรารถนาที่ตนเองได้อธิษฐานไว้ตอนใกล้ตาย
นางหวังว่าต่อไปจะไม่มีใครต้องหิวโหยอีก
เจียงเซิงในฐานะเด็กธรรมดาคนหนึ่งที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมา ไม่
มีความสามารถอันล ้าเลิศ ไม่มีภูมิหลังอันยิ่งใหญ่ อีกทั้งไม่มี
สติปัญญาที่โดดเด่น สิ่งเดียวที่นางมีคือความดีงามที่เก็บรักษาไว้ใน
ใจ และพี่ชายทั้งห้าคนที่พร้อมจะสนับสนุนนาง
มีเพียงเท่านี้
ภายใต้แสงตะวัน เด็กสาวตัวน้อยผู้งดงามดั่งหยกประดับไข่มุก ดู
ราวกับถูกย้อมไปด้วยแสงทองอำพัน ผิวพรรณใสกระจ่างทำให้นางดู
เบาบางอ่อนละมุน สีหน้าอันบริสุทธิ์ทำให้นางปราศจากมลทินใด ๆ
สิ่งเดียวที่บ่งบอกถึงร่องรอยของเวลาที่ผ่านไป คือประกายแห่ง
ความคิดถึงและความหวังในดวงตากลมโตของนางยามมองออกไป
ยังเบื้องหน้า
“พี่ใหญ่กำลังจะสอบระดับแคว้น พี่สี่กับพี่ห้ากำลังส่งเสริมหมอ
หญิง พี่รองและพี่สาม พวกท่านที่อยู่เดินทางไกลจะสบายดีหรือไม่
นะ?”
สบายดีหรือ?
ไม่สบายดีเลยสักนิด
บนรถม้า เจ้ารองเจิ้งจามติดต่อกันถึงสามครั้ง น ้าลายแทบจะทำ
ให้ก้นม้าด้านหน้าเปียกชุ่ม ก่อนที่จะหยุดจามได้อย่างยากลำบาก
วังเสี่ยวซงใช้แขนเสื้อปิดหน้าไว้ กล่าวด้วยน ้าเสียงรังเกียจ
“คุณชาย เหตุใดท่านถึงจามทุกวันเช่นนี้ มีผู้ใดกำลังนินทาท่านอยู่
หรือ”
“ชิ นี่เป็นเพราะน้องสาวกำลังคิดถึงข้าต่างหาก” เจิ้งหรูเชียน
หัวเราะเยาะ “เจ้าไม่เคยจามสักครั้ง หรือว่าเสี่ยวจูไม่คิดถึงเจ้ากัน
เล่า?”
วังเสี่ยวซงที่เมื่อครู่ยังกระปรี้กระเปร่าพลันหดหู่ลงทันที
ฮือ ๆ น้องสาวไม่คิดถึงเขา
ทั้งสองคนออกจากเมืองหลวงมาได้เดือนกว่าแล้ว นับตั้งแต่
เดินทางขึ้นเหนือก็กินนอนกลางแจ้งตลอดทาง แวะพักในสามเมือง
ซื้อเรือนพักและน ้าแข็งตามลำดับ อีกทั้งจ้างคนงานเพื่อขนส่งสิ่งของ
ไปยังเมืองหลวง ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น
มีเพียงหลังเข้าสู่ดินแดนทางเหนือ และพยายามตามหากอง
ทหารที่ประจำการอยู่ แต่พวกเขากลับไม่พบเงาคนเลย
พอสอบถามไปรอบหนึ่งจึงรู้ว่า กองทัพเกิดปะทะกับชนเผ่าต๋าลู่
อีกครั้ง และพวกเขาก็รบกันมานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว