พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 268 เจียงเซิงเปิดเผยตัวตน
สายตาของพี่น้องตระกูลเจียงทั้งสี่จ้องมองไปพร้อมกัน
เมื่อเห็นเด็กหญิงตัวอวบกระโดดโลดเต้นมา ตามด้วยเด็กหนุ่ม
สองคนที่มีบุคลิกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง สีหน้าของพวกเขาก็
เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เจียงเฉิงเยวี่ยนรู้สึกดีใจและไม่อยากจะเชื่อ ข้าไม่คิดว่าเรื่องนี้จะ
มีความเกี่ยวพันกับขิงน้อยถึงเพียงนี้
เจียงเฉิงฮวนหน้าซีดเผือด ทั้งตกใจและสงสัย รู้สึกรังเกียจจน
แทบอาเจียน
เจียงเฉิงเฟิงตะลึงงัน นึกย้อนความทรงจำไป เด็กหญิงคนนี้
เหมือนจะเป็นคนของร้านจิ่วเจินในตอนนั้น
เจียงเฉิงอวี๋ไม่สนใจอะไรมากที่สุด แต่เมื่อทุกคนมีสีหน้าแตกต่าง
กัน นางก็ไม่อาจวางเฉยได้ จึงฝืนทำหน้าเหมือนคนกำลังท้องผูก
แทน
ไม่มีใครสังเกตว่าชาวบ้านที่ชี้นำสายตาของพวกเขาไปหาเจียง
เซิงเมื่อครู่ ได้แอบจากไปเงียบ ๆ ราวกับทำภารกิจสำเร็จแล้ว
“เป็นนางหรือ? ทำไมต้องเป็นนางอีก?” เจียงเฉิงฮวนพึมพำ
ดวงตาราวกับเคลือบไปด้วยพิษ “นางเป็นเงาหรืออย่างไร ทำไมไม่มี
วันกำจัดให้พ้น ๆ ได้เสียที”
“แต่อย่างไรนางก็ช่วยท่านย่าไว้ พวกเราควรขอบคุณนางนะ”
เจียงเฉิงเยวี่ยนได้สติ แววตาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น
ทั้งเจียงเฉิงเฟิงและเจียงเฉิงอวี๋ไม่มีความเห็นอะไร
เมื่อเขาจะยกเท้าก้าวเดิน แขนกลับถูกกระชากแน่น
พอหันกลับไปมอง ก็เป็นน้องสาวเฉิงฮวนที่มีสีหน้าลังเลและทำ
อะไรไม่ถูก “พี่ชาย ท่านส่งบ่าวรับใช้ไปมอบเงินให้นางก็พอแล้ว ไม่
จำเป็นต้องไปขอบคุณด้วยตนเองหรอกเจ้าค่ะ”
หัวใจที่เต้นรัวของเจียงเฉิงเยวี่ยนหล่นวูบ เท้าที่ก้าวออกไปค่อย
ๆ ถอยกลับ
เจียงเฉิงฮวนถอนหายใจด้วยความโล่งอก ใบหน้าค่อย ๆ เผย
รอยยิ้ม
“ทำไมจะไปไม่ได้เล่า?” เจียงเฉิงอวี๋ทนเห็นนางสบายใจไม่ได้ ยก
มือเอวพูดขึ้นว่า “ท่านย่าเป็นคนสั่งด้วยตนเอง เจ้ายังคิดจะขัดคำสั่ง
อีกหรือ?”
“เจ้า…” สีหน้าของเจียงเฉิงฮวนเย็นชาลงอีกครั้ง “พี่รองคิดเห็น
อย่างไรเจ้าคะ?”
เมื่อทั้งสองฝ่ายมีความเห็นต่างกัน คนเดียวที่ไม่ได้พูดอะไรก็จะ
กลายเป็นตัวชี้ขาด
เจียงเฉิงเฟิงมองสีหน้าของลูกพี่ลูกน้องหญิง แล้วมองแววตา
ข่มขู่ของน้องสาวแท้ ๆ ทันใดนั้นก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ง่ายสำหรับพี่ใหญ่
“หรือว่าให้ข้าไปแทนดีหรือไม่?” เขาตัดสินใจเป็นคนเสียสละ
เจียงเฉิงอวี๋หัวเราะเยาะ “ท่านไปแล้วมีประโยชน์อะไร ท่านเป็นพี่
ใหญ่หรือ สามารถเป็นตัวแทนคนตระกูลเจียงได้หรืออย่างไร”
เจียงเฉิงเฟิง “…”
เขามองเจียงเฉิงเยวี่ยนเงียบ ๆ บ่งบอกว่าน้องชายคนนี้ได้
พยายามอย่างเต็มที่แล้ว
สีหน้าของเจียงเฉิงฮวนซีดลงเรื่อย ๆ นางรู้ว่าน้องสาวที่รู้
กาลเทศะไม่ควรขัดขวางพี่ชายอีก แต่ความหวาดกลัวในใจเกือบจะ
กลืนกินนางไปแล้ว ราวกับว่าถ้านางปล่อยมือไป นางก็จะสูญเสีย
พี่ชายที่รักนางไปตลอด
อย่างไรก็ตาม การอบรมสั่งสอนของคุณหนูผู้สูงศักดิ์ไม่อนุญาต
ให้นางขัดขวาง ไม่อนุญาตให้นางเอาแต่ใจตัวเอง
ภายใต้สายตาของทุกคน เจียงเฉิงฮวนปล่อยแขนพี่ชาย พูด
เสียงเบาว่า “เมื่อทุกคนเต็มใจ แล้วข้าจะขัดขวางได้อย่างไร เพียงแต่
กลัวว่าแค่พี่ใหญ่คนเดียวจะไม่พอ พวกเราพี่น้องก็จะไปขอบคุณด้วย
ตนเองเช่นกัน”
การวางตัวช่างเหมาะสมและสง่างาม สมกับผ่านการอบรมสั่ง
สอนของตระกูลเจียงมาสิบกว่าปี
เจียงเฉิงเยวี่ยนพยักหน้าพอใจ พาน้องชายน้องสาวเดินตรงไป
หยุดอยู่ตรงหน้าพวกเจียงเซิง
บ่าวตระกูลเจียงเดินเข้ามาข้างหน้า แอบทำตัวเป็นกำแพงมนุษย์
อย่างแนบเนียน ทั้งยังสามารถปกป้องเจ้านายและการแอบฟังได้
การกระทำนี้กลับทำให้เจียงเซิงตกใจ นึกว่าจะมีคนมาลักพาตัว
คนกลางวันแสก ๆ
โชคดีที่เจียงเฉิงเยวี่ยนรีบก้าวขึ้นมาได้ทันเวลา เขากล่าวด้วย
น ้าเสียงจริงจังว่า “แม่หนูเจียง คราวก่อนเจ้าช่วยท่านย่าของข้าไว้ ข้า
ขอเป็นตัวแทนตระกูลเจียงมาขอบคุณเจ้า”
สมกับเป็นคนจากตระกูลใหญ่ ปกติจะเกเรซุกซนอย่างไรก็ได้
แต่ในยามสำคัญก็ยังคงสง่างามและจริงจัง ทั้งยังมีมารยาทครบถ้วน
เจียงเซิงเอียงคอ รู้สึกประหลาดใจที่หญิงชราเมื่อคราวก่อนมี
ฐานะไม่ธรรมดา แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้หลอกเอา
เกาลัดคั่วน ้าตาลของนางไปสองชั่ง
ช่างแปลกนัก
แต่ก็ไม่ได้สำคัญอะไร
เจียงเซิงโบกมือ “แค่เรื่องเล็กน้อย ท่านไม่ต้องใส่ใจหรอก”
ไม่ว่าจะเป็นฮูหยินผู้เฒ่าเจียงหรือฮูหยินเจียง ล้วนไม่มีความ
เกี่ยวข้องอะไรกับนาง
ตอนนี้เจียงเซิงสนใจเพียงว่า ทำไมสำนักสอบถึงยังไม่เปิดประตู
ทำไมพี่ใหญ่ถึงยังไม่กลับมา นางกำลังจะหิวตายอยู่แล้ว
“แม่หนูเจียง” เจียงเฉิงเฟิงพลันประสานมือคำนับ “ขอบคุณเจ้าที่
ช่วยเหลือท่านย่าของพวกข้า”
“ใช่แล้ว ขอบคุณเจ้ามาก” เจียงเฉิงอวี๋กล่าวเช่นกัน
พอถึงคราวของเจียงเฉิงฮวน สีหน้านางดูลำบากใจมาก หลังจาก
ลังเลอยู่หลายครั้งจึงเอ่ยเสียงเบาว่า “ขอบคุณ”
เจียงเซิงไม่ได้พูดอะไร
พวกนางสองคนมีปัญหากันมาไม่ใช่แค่วันสองวัน แต่เจียงเซิงรู้
ว่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์คนนี้เคยดูถูกตน นางเองก็ไม่ชอบเจียงเฉิงฮวนที่
หยิ่งผยองเกินไป พวกนางเป็นเด็กสาวชาวบ้านกับคุณหนูตระกูล
ใหญ่ ฐานะแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน ไม่ควรมีความเกี่ยวข้องอันใด
ต่อกัน
เมื่อเผชิญหน้ากับคำขอบคุณที่ยากลำบากของเจียงเฉิงฮวน
นางก็เพียงยิ้มแย้มเสแสร้งสองที แล้วรีบหันหน้าหนีไป
เจียงเฉิงฮวนถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก คิดว่าในที่สุดก็
ผ่านพ้นสถานการณ์เช่นนี้ไปได้
ทว่าทันใดนั้นเจียงเฉิงอวี๋กลับกระซิบยุแหย่ “คำขอบคุณของ
พี่สาวสามช่างไร้น ้าใจเสียจริง เมื่อครู่นางยังไม่ยอมให้พี่ใหญ่มา
ขอบคุณ หรือว่ามีอะไรไม่พอใจกับเด็กผู้หญิงคนนั้น?”
คำพูดนี้ทำให้พวกเจียงเซิงกับพี่น้องตระกูลเจียงพากันหันมา
มอง
“น้องสาวสี่อย่าพูดเหลวไหล” เจียงเฉิงฮวนยังคงสงบนิ่ง “ข้า
ขอบคุณแม่หนูเจียงด้วยความจริงใจที่ช่วยเหลือท่านย่าต่างหาก”
เจียงเฉิงอวี๋เกลียดท่าทางเสแสร้งจอมปลอมของเจียงเฉิงฮวน
ที่สุด ในใจนางไม่อยากขอบคุณแต่กลับมาทำเป็นอาสา ไม่ชอบหน้า
เด็กสาวตัวอ้วนคนนั้นแต่กลับกล้าพูดเรื่องความจริงใจ ทั้งที่ตัวเอง
เป็นของปลอมแต่กลับยังไม่ยอมไปไหน
นางมีนิสัยตรงไปตรงมาและอารมณ์ร้อน จึงอดใจไม่ไหวจนหลุด
ปากออกมาว่า “ของปลอมอย่างเจ้า เอาแต่พูดถึงท่านย่าอยู่ได้ ใคร
เป็นท่านย่าของเจ้ากัน ท่านย่าของเจ้าคงยังไม่รู้ว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่
ที่มุมไหนด้วยซ ้า”
พอพูดจบนางถึงได้รู้ตัวว่าตนเองอยู่ท่ามกลางผู้คน จึงรีบเอามือ
ปิดปาก รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เพิ่งทำไป
เจียงเฉิงเยวี่ยนกับเจียงเฉิงเฟิงสีหน้าเปลี่ยนพร้อมกัน พวกเขา
มองไปรอบ ๆ พอเห็นว่าไม่มีคนได้ยินมากนัก จึงถอนหายใจโล่งอก
มีเพียงเจียงเฉิงฮวนที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ เปลือกนอกที่ปิดบังมานาน
ถูกดึงออกต่อหน้าคนที่นางเกลียดที่สุด ราวกับว่ายามนี้นางไม่ได้
สวมอาภรณ์ใด ๆ ความอับอายและความเกลียดชังโถมเข้ามาพร้อม
กัน
คำว่า “ของปลอม” ที่เจียงเฉิงอวี๋พูดไม่หยุด เสียงซุบซิบนินทา
ของคนที่รู้เรื่องลับหลัง รวมถึงสายตาที่เย็นชาของท่านย่า ทำให้
อารมณ์ของนางยิ่งดิ่งลง สิ่งที่นางพยายามยึดจับไว้แน่น กลับยิ่งหล่น
ลงพื้นหนักกว่าเดิม
นางจ้องมองเจียงเฉิงอวี๋อย่างสั่นเทา แล้วมองเจียงเซิงที่กำลัง
งุนงง การแกล้งทำที่ถูกกดไว้แตกสลายทั้งหมด
“ข้าเป็นของปลอม แต่ข้าไม่รู้สึกว่าข้าทำอะไรผิด! ตอนที่ถูกพา
มาข้าก็เป็นเพียงเด็กทารก ไม่สามารถเลือกอะไรได้ สถานที่ที่ข้า
อาศัยอยู่มาสิบกว่าปี บิดามารดาและพี่ชายที่ข้ารักมาสิบกว่าปี จู่ ๆ ก็
บอกว่าทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก หากข้าไม่อยากยอมรับแล้วมันผิด
ตรงไหนกัน?”
“ในโลกนี้ ข้าไม่ได้ติดหนี้บุญคุณใคร เพราะทุกสิ่งที่มีอยู่ไม่ใช่
การวางแผนของข้า ข้าก็เป็นเพียงผู้เคราะห์ร้ายที่บริสุทธิ์ ถ้าจะพูดถึง
หนี้ที่ติดค้างเพียงอย่างเดียว ก็คงเป็นบุตรสาวแท้ ๆ ที่สูญเสียชีวิต
แสนสุขสบายของตระกูลเจียงไป”
“แต่นางก็ไม่ใช่ แล้วทำไมข้าต้องทนเห็นนางมาแย่งพี่ชายของ
ข้าไปด้วย ข้าไม่ชอบนาง ข้าแค่อยากให้นางอยู่ห่าง ๆ จากพี่ชายข้า
อยู่ให้ห่างจากพวกเรา”
หน้าสำนักสอบมีผู้คนอยู่มากมาย แม้จะมีบ่าวรับใช้คอยปิดบัง
สายตาให้ แต่ก็ยังดึงดูดความสนใจจากผู้คนอยู่ดี
เจียงเฉิงฮวนพยายามรักษาท่าทีให้สง่างาม เอ่ยทีละคำว่า “นางก็
ไม่ใช่เด็กคนที่ข้ามาแทนที่ ข้าไม่ได้ติดค้างอะไรนาง และข้าก็มี
เหตุผลที่จะเกลียดนางได้ ข้าไม่รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรผิด”
พูดจบ คนตระกูลเจียงทั้งหมดเงียบไปชั่วขณะ
เจียงเฉิงอวี๋กลับรู้สึกว่าสิ่งที่นางพูดมานั้นมีเหตุผลอยู่บ้าง แม้ว่า
ตนจะยังไม่ชอบพี่สาวคนนี้ก็ตาม
จนกระทั่ง ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดก้าวออกมา
เอ่ยเสียงดังโดยไม่กลัวว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ว่า “ถ้าหากเป็นนางเล่า?”