พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 269 กลับบ้านกันดีหรือไม่
ถ้าหากเป็นนางเล่า?
ห้าคำนี้ราวกับสายฟ้าฟาดตอนกลางวันแสก ๆ ถล่มทับลงบน
ศีรษะของทุกคน
หากเป็นคนอื่นพูด พวกเขาคงคิดว่าเป็นเรื่องตลก เป็นเรื่อง
เหลวไหล แต่คนที่พูดคือท่านย่า เป็นผู้อาวุโสผู้น่าเกรงขามที่สุดของ
ตระกูลเจียงที่เอ่ยออกมาทีละคำอย่างชัดเจน
เจียงเฉิงเยวี่ยนยืนตะลึงงันอยู่กับที่
เจียงเฉิงเฟิงก็ตะลึงไม่รู้จะทำอย่างไร
เจียงเฉิงอวี๋ปิดปากตัวเอง หัวใจเต้นรัวเร็ว ราวกับหยิบมูลสัตว์
ขึ้นมาและพบก้อนทองคำที่ซ่อนอยู่ข้างใน
เจียงเฉิงฮวนมึนงงที่สุด คล้ายกับนางกำลังฝัน ไม่สมจริงจนก้าว
เบาหวิว แต่กลับมีสติครบถ้วนชัดเจนเป็นพิเศษ ทำให้นางรู้ว่าสิ่งนี้คือ
ความจริง
สวรรค์เล่นตลกกับนางอย่างใหญ่หลวง ทำให้นางเกลียดชังคนผู้
หนึ่ง แต่กลับพบว่าตนเองไม่มีสิทธิ์เกลียดชัง
เจียงเซิงเป็นตัวจริง ส่วนนางเป็นตัวปลอม
แนวป้องกันภายในจิตใจที่มารดาสร้างขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าให้นาง
ในที่สุดก็แตกสลายลงอย่างสิ้นเชิงในยามนี้ เด็กหญิงผู้อ่อนแอยื่นมือ
ไปหาพี่ชายราวกับคนกำลังจมน ้าที่ขอความหวังครั้งสุดท้าย
แต่ทว่า เจียงเฉิงเยวี่ยนกลับก้มหน้าและมองไม่เห็นมัน
ความหวังทั้งหมดแตกสลายลงตามไปด้วย คนที่กำลังจมน ้าพลัน
จมลงสู่ก้นทะเล ของเหลวที่ทำให้หายใจไม่ออกไหลบ่ามาจากทุก
ทิศทาง ดับลมหายใจของนางทั้งหมด
คุณหนูสามเจียงราวกับผีเสื้อที่งดงาม โบยบินขึ้นสูงแล้วร่วงหล่น
ลงสู่พื้นดิน
เจียงเฉิงอวี๋ที่อยู่ใกล้นางที่สุด กัดฟันแน่นและช่วยประคองนางไว้
“น้องสาว!” เจียงเฉิงเฟิงร้องตกใจแล้ววิ่งเข้ามา
เจียงเฉิงเยวี่ยนสะดุ้งตื่น เมื่อเห็นว่าเด็กสาวทั้งสองล้มลงกองกัน
อยู่ ความลังเล เจ็บปวด ดีใจ เศร้าใจทั้งหมดก็ถูกโยนทิ้งไปจากสมอง
สัญชาตญาณทำให้เขาเข้าไปพยุงเจียงเฉิงฮวนขึ้นมา เอ่ยด้วยความ
เจ็บปวดรวดร้าวว่า “ฮวนฮวน เจ้าอย่ากลัวเลย พี่ชายอยู่นี่ เจ้าไม่ต้อง
กลัวนะ”
แต่จะไม่ให้นางกลัวได้อย่างไรเล่า
เจียงเฉิงฮวนหลับตาสนิท แทบไม่ได้ยินเสียงลมหายใจ
“รีบส่งนางไปสำนักแพทย์เร็ว” เจียงเฉิงอวี๋พูดด้วยความ
ยากลำบาก “อย่าชักช้า รีบไปตามหมอมา”
ไม่ว่าจะมีความแค้นเคืองอย่างไร ไม่ว่าจะมีนิสัยเช่นไร เด็กที่มี
จิตใจดีงามอย่างแท้จริงย่อมไม่อาจนิ่งดูดายในยามที่ชีวิตหนึ่งกำลัง
จะดับสูญ
โดยเฉพาะสำหรับเจียงเซิงที่ยังคงงุนงงอยู่ตลอดเวลา
ตั้งแต่เจียงเฉิงเยวี่ยนเข้ามาขอบคุณ นางก็หิวจนทนไม่ไหว
อยากจะรีบไปกินขาหมูชิ้นใหญ่ พอเจียงเฉิงฮวนร้องไห้ฟูมฟายด้วย
ความน้อยใจ นางก็เริ่มอดใจไม่ไหวจนต้องแอบกินเกาลัดคั่วน ้าตาลที่
เก็บไว้ให้พี่ชายคนโต
เมื่อสี่พี่น้องตระกูลเจียงผู้สูงศักดิ์ล้มกลิ้งทับกันไปมากะทันหัน
นางก็รีบกลืนเกาลัดนุ่ม ๆ ลงคอ จากนั้นก็สูดลมหายใจเฮือกใหญ่
แล้วตบไหล่เวินจืออวิ่นที่ดูสับสนไม่แพ้กัน “พี่สี่ ทางนั้นมีคนป่วยนะ
เจ้าคะ”
“โอ้ ขะ ข้านำกล่องยามาด้วย” ท่านหมอน้อยเวินรีบไปหยิบ
กล่องยาออกมาจากรถม้า
จ่างเยี่ยนมองด้วยสายตาเตตร่งขรึม แม้สีหน้าจะขมวดคิ้วอยู่แต่ก็
ไม่ได้ขัดขวางอะไร
สามพี่น้องแทรกตัวเข้าไปในกำแพงมนุษย์ที่บรรดาบ่าวรับใช้
ของตระกูลเจียง เจียงเซิงพยายามดันตัวเข้าไปพลางตะโกนว่า “หลีก
ทาง ๆ ข้ามีหมอมาด้วย”
เมื่อเบียดเข้าไปถึงด้านหน้าได้อย่างยากลำบาก เวินจืออวิ่นก็รีบ
ยื่นมือไปจับชีพจร แล้วผลักเจียงเฉิงเยวี่ยนออก พลางใช้นิ้วเดียวกด
จุดเหรินจงอย่างแรง
ร่างของเจียงเฉิงฮวนพลันสั่นสะท้านอย่างหนัก จากนั้นก็กลับมา
หายใจตามปกติ
ในกรณีที่เกิดอาการชักเกร็งเช่นนี้ หากการหายใจเป็นปกติก็
เพียงแค่พักผ่อนดี ๆ ก็พอ แต่ถ้าหยุดหายใจนานเกินไป สมองก็จะ
ได้รับความเสียหาย อาจถึงขั้นกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือนได้
เวินจืออวิ่นเคยเห็นแต่ในตำราเท่านั้น ไม่เคยรักษาผู้ป่วยจริง ๆ
มาก่อน เหงื่อเย็นจึงผุดพราย
เขาลุกขึ้น มือไม้ยังคงสั่น หน้าผากเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเล็ก ๆ
“พี่สี่ เสร็จแล้วหรือ?” เจียงเซิงวิ่งเข้ามาใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดเหงื่อ
ให้เขา “พี่สี่เก่งจริง ๆ ช่วยชีวิตอีกคนได้แล้ว”
จิตใจของเวินจืออวิ่นค่อย ๆ สงบลง แต่กลับรู้สึกอึดอัดอย่างบอก
ไม่ถูก
จ่างเยี่ยนพยายามกลั้นหัวเราะ มองไปทางคนตระกูลเจียง แล้ว
สายตาก็ค่อย ๆ เย็นชาลง
เจียงเฉิงฮวนยังหมดสติอยู่ เจียงเฉิงเยวี่ยนอุ้มนางขึ้นรถม้า รีบ
กลับจวนตระกูลเจียงไป
พี่น้องเจียงเฉิงเฟิงก็ไม่ได้รั้งนาน หลังจากขออนุญาตฮูหยินผู้
เฒ่าเจียงแล้วก็จากไปเช่นกัน
ทั้งตระกูลเจียงมีเพียงหญิงชราที่ยืนอยู่ไกล ๆ ราวกับกำลังมอง
เจียงเซิง หรืออาจกำลังรอคอยบางสิ่ง
เวลาผ่านไปนาน
ในที่สุด ถานเยี่ยก็เอ่ยปากด้วยความเคารพและสงสัย “ฮูหยินผู้
เฒ่า ท่านไม่ไปรับคุณหนูกลับจวนด้วยตัวเองหรือเจ้าคะ?”
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงไม่ตอบ แต่ถามกลับเบา ๆ “ถานเยี่ย เจ้าชม
ละครฉากนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ เจ้าพบเห็นอะไรบ้างหรือไม่?”
ถานเยี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วครุ่นคิดอย่างละเอียด
“เรื่องที่เกิดขึ้นกับร้านเกี๊ยวนั้นน่าอับอายจริง ๆ ฮูหยินผู้เฒ่าไม่
ควรบอกใคร แต่ท่านกลับบอกพวกคุณชายคุณหนู ก็เพื่อดึงคุณหนู
เจียงเซิงเข้ามาเกี่ยวข้อง”
“คุณชายคุณหนูที่ท่านชักจูงให้มาที่หน้าสำนักสอบ รวมถึงคนที่
ท่านส่งมาชี้ตัวคุณหนูเจียงเซิง แม้แต่คุณหนูสี่ที่อารมณ์ร้อนจน
พูดจาไม่ดี ก็เป็นคนที่ท่านเรียกมาโดยเฉพาะ”
ตั้งแต่การเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่ร้านขายเกี๊ยว ทุกอย่างล้วนอยู่ใน
การควบคุมของฮูหยินผู้เฒ่าเจียง นางใช้ความขัดแย้งระหว่างคุณหนู
ทั้งสอง และนิสัยหุนหันของเจียงเฉิงอวี๋บีบให้เจียงเฉิงฮวนสูญเสียการ
ควบคุม จากนั้นฮูหยินผู้เฒ่าก็จะเปิดเผยคำตอบที่ทำให้คนทั้งตระกูล
เจียงต้องตกตะลึง
ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีอะไรตกหล่น ทุกคนล้วนเป็นหมากทั้งสิ้น
“แต่มีอยู่จุดหนึ่งที่ข้าไม่เข้าใจเจ้าค่ะ” สาวใช้พูดเบา ๆ “เรื่องนี้
ไม่ใช่เรื่องดีอะไร ทำไมท่านถึงไม่เปิดเผยแค่ในตระกูลเจียงเล่าเจ้าคะ
แต่ท่านกลับต้องทำต่อหน้าผู้คนที่หน้าสำนักสอบเช่นนี้”
คำพูดที่ว่าเรื่องดีไม่ออกนอกประตู เรื่องร้ายแพร่สะพัดไปพันลี้
ในฐานะตระกูลชนชั้นสูงของเมืองหลวง ทุกการกระทำของตระกูล
เจียงล้วนอยู่ในสายตาผู้คนทั้งเมืองหลวง หากมีเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้นก็
จะเป็นการทำลายชื่อเสียงของตระกูลเจียง รวมถึงทำให้ฮูหยินผู้เฒ่า
เสียหน้าด้วย
“เรื่องที่สามารถแก้ไขกันได้อย่างลับ ๆ ทำไมต้องนำมาเปิดเผย
ให้เป็นที่รู้กันด้วยเจ้าคะ”
“ใช่แล้ว ทำไมถึงต้องทำเช่นนั้น” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงถอนหายใจ
“หากแก้ไขกันอย่างลับ ๆ เพื่อรักษาหน้าตาตระกูลเจียง ก็ต้อง
ประกาศต่อภายนอกว่าคนในตระกูลให้กำเนิดเด็กฝาแฝด โดยเลี้ยงดู
คนหนึ่งอยู่ในชนบท และรับกลับมาหลังจากผ่านไปสิบเอ็ดปี”
“เมื่อถึงตอนนั้น เจียงเฉิงฮวนก็จะได้รับการยกย่องว่าเป็นพี่สาว
หรือน้องสาว ส่วนหลานสาวที่น่าสงสารของข้าก็จะต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้
เงาของนางต่อไป ทำอะไรก็ไม่อาจเทียบเท่า จิตใจก็จะค่อย ๆ หดหู่
และสับสน ต้องยอมจำนนและอับแสง”
“แม้แต่คนนอกที่รู้เข้า ก็จะพูดแค่ว่า สุดท้ายนางก็ไม่ใช่คนที่เลี้ยง
ดูอยู่ข้างกาย”
อย่าประมาทธรรมชาติของมนุษย์ต ่าเกินไป และอย่าได้มองข้าม
ความผูกพันที่บ่มเพาะมาสิบกว่าปี
ฮูหยินเจียงไม่เคยกระตือรือร้นในการตามหาบุตรสาวแท้ ๆ เลย
แต่จู่ ๆ กลับได้พบบุตรสาวตัวจริง แล้วจะสามารถทะนุถนอมรักใคร่
เด็กคนนั้นได้หรือ
ยิ่งถานเยี่ยคิดก็ยิ่งรู้สึกตกใจ และยิ่งชื่นชมกลยุทธ์และวิสัยทัศน์
ของฮูหยินผู้เฒ่า
“ข้าจะไม่ขับไล่เจียงเฉิงฮวนออกไป นางสามารถใช้ชีวิตหรูหรา
ในฐานะบุตรสาวบุญธรรมของตระกูลเจียงต่อไปได้ เมื่อแต่งงานแล้ว
ตระกูลเจียงก็ยังคงเป็นบ้านเกิดของนาง” ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงกล่าวช้า ๆ
ทีละคำ “แต่ข้าไม่อนุญาตให้นางมาแทนที่หลานสาวของข้า และ
ได้รับทุกอย่างที่สมควรจะเป็นของหลานสาวข้า”
นี่คือการผ่อนปรนมากที่สุดที่นางสามารถให้ได้ หลังจากอ่าน
เรื่องราวในอดีตตลอดสิบปีของเจียงเซิง และคำนึงถึงว่าเจียงเฉิงฮวน
ไม่ได้มีความผิดใด ๆ
“หลานสาวตัวน้อยของข้า แรกเกิดก็ย่นยู่เหมือนลิงน้อย ต่อมา
เลี้ยงดูได้หกเจ็ดเดือน ในที่สุดก็ขาวอ้วน ส่งยิ้มให้ข้าทั้งที่ไม่มีฟัน แต่
แล้วชั่วพริบตานางก็หายไป แล้วทนทุกข์อยู่ข้างนอกมานานเช่นนั้น”
ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงเพียงพึมพำเบา ๆ แต่หัวใจของนางแตกสลาย
ไปแล้ว
บัดนี้ ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย นางในที่สุดก็สามารถ
ก้าวเข้าไปหาเด็กน้อยที่หายไปและกลับมาผู้นั้น เอ่ยถามเสียงแผ่ว
เบาว่า “เด็กดี พวกเรากลับบ้านกันดีหรือไม่?”